ตอน 18 ง้อเมียหนักมาก
เอ้อหลันฟังทั้งหมดแล้วก็เกิดอาการรู้สึกผิด และเห็นใจอาชวี่ในเวลาเดียวกัน ยิ่งมองเข้าไปในแววตาของเขา ยิ่งชวนให้นางเคลิ้บเคลิ้มไปตามๆกัน
ระหว่างที่จะสวมมือโอบกอดตอบ นางกลับฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า อวี๋ชวี่เพิ่งจะเฆี่ยนตีนางปางตาย!!! ถึงจะกรีดเืตัวเองเพื่อรักษาให้หายดีแล้วก็เถอะ!!! เฆี่ยนตีเกือบตายนะโว้ย จะฝังใจเจ็บก็ไม่แปลก!!
"ออกไปนะ!!! ไม่!! ข้าจะไม่ใจอ่อนให้เ้าเด็ดขาด เ้ามันคนร้ายกาจ เหี้ยมอำมหิต บ้าคลั่ง บ้าอำนาจ!!"
"เฆี่ยนข้าเจียนตาย!! ยังมีหน้ามาบอกรัก นี่มันเข้าวลีที่ว่าตบหัวแล้วลูบหลังชัดๆ!!!" เอ้อหลันดื้อดึง
"เอ้อหลัน!! ไหนๆเ้าก็หลวมตัวได้มาอยู่ข้างกายข้า... ข้าจะไม่ยอมปล่อยเ้าไปแน่ ที่ข้าพลาดงานแต่งคราวก่อน... ครั้งนี้จะถือว่าชดใช้ให้เ้า!! " อาชวี่อยากพิสูจน์ตัวเอง ว่าในใจยังคง้านางเสมอ เขาไม่สนท่าทีงอนตุ๊บป่องของนาง กลับกระชากแขนพานางจะออกไปจากตำหนักให้ได้
"หยุดนะ เ้าจะพาข้าไปไหน !! อาชวี่หยุด!!" เอ้อหลันสะบัดแขนของเขาออก
"ข้าจะพาเ้าไปหาเสด็จพ่อ วอนขอให้ประทานงานอภิเษก แต่งตั้งเ้าเป็ชายาของข้าซะ!!" อาชวี่พูดอย่างเอาจริงเอาจัง
"อาชวี่... ที่จริงข้าตัดสินใจออกจากป่าใหญ่ เตร็ดเตร่เร่ร่อนมาถึงเมืองหลวง ก็เพราะของสิ่งนี้ " เอ้อหลันถอดสร้อยที่สวมอยู่ให้เขาดู
"ของสิ่งนี้หมายถึงอะไร" อาชวี่ถามกลับไปเพราะความสงสัย
"ข้า้าอยากรู้ที่ไปที่มาของมัน ไหนๆแม่บุญธรรมของข้าก็สิ้นแล้ว ข้าไม่มีจุดหมายที่ไหนให้ยึดติด ท่านแม่มอบสิ่งนี้ให้ข้าก่อนตาย บอกว่าเป็ของสิ่งเดียวที่ติดตัวข้ามาแต่กำเนิด พร้อมกับผ้าผืนนี้ที่ใช้ห่อตัวข้า!!" เอ้อหลันเก็บเศษผ้าชิ้นนั้นติดตัวไว้ตลอด
"กล่าวตามตรงไม่ขอปิดบัง ข้า้าตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงของข้า และเรียนรู้การใช้ชีวิตในโลกกว้าง ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้พบเ้าที่นี่ในฐานะนี้ "เอ้อหลันมีสีหน้าลำบากใจ ราวกับว่าใจหนึ่งก็อยากรั้งอยู่ ใจหนึ่งก็อยากออกไปทำตามใจหวังที่ตั้งไว้
"เอ้อหลัน... หากเ้าพะว้าพะวังว่าเ้าจะไม่สมปรารถนาล่ะก็... วางใจเถอะ ข้าจะช่วยเ้าสืบเสาะหาปูมหลังอีกแรง"
"มีข้าคอยช่วยเหลือ มันย่อมดีกว่าที่เ้าจะไประหกระเหเร่ร่อนข้างนอกแน่" อาชวี่สนใจแต่จะโน้มน้าวนาง มิได้สนใจสิ่งของพวกนั้นสักเท่าไหร่
"เอ้อหลัน... แต่งเป็ชายาของข้า... ไม่ว่าเ้า้าสิ่งใด ข้ายินดีเสกสรรให้เ้าทั้งหมด" ไม่ว่าอาชวี่จะอ้อนวอนแค่ไหนก็ไม่เป็ผล นางพยายามทำใจแข็งไม่มีท่าทีโอนอ่อนแม้แต่น้อย
"อาชวี่อย่าทำให้ข้าต้องลำบากใจเลย" เอ้อหลันพูดซ้ำย้ำถึงขนาดนั้นแล้ว ไหนเลยเขาจะมีหน้ากล้ารั้งให้นางอยู่... อาชวี่ทำกับนางไว้มากทีเดียว ในใจรู้สึกผิดไม่น้อย อาชวี่ผู้คลั่งรัก ใคร่แต่จะคิดหาสารพัดวิธีง้อนาง ให้ยอมเป็ชายาของตนให้ได้
หลังจากยื่อกันอยู่นาน... อาชวี่ก็ยอมปล่อยให้เอ้อหลันจากไปตามที่นาง้า...
ทว่าความกระโตกกระตาก ทำอะไรบุ่มบ่ามของนาง... ทำให้เป็บ่อเกิดแห่งภัยเงียบ
เอ้อหลันผู้รู้ไม่เท่าทันคน... ออกจากตำหนักไท่จื่อทางประตูหน้าอย่างโจ่งแจ้ง จังหวะที่นางแง้มประตูออกมานั้น ช่างเป็จังหวะนรก!!!
เมื่อสาวใช้ของเหอเถาเยาที่แฝงตัวในวังคอยสืบข่าว เป็หูเป็ตาแทนนางระหว่างที่เถาเยาไม่ได้อยู่ในวัง เห็นเอ้อหลันออกมาจากตำหนักไท่จื่อด้วยท่าทางลับๆล่อๆ มีหรือที่นางจะไม่คาบเื่นี้ไปรายงานต่อผู้เป็นาย
ตอนนี้วังหลวงตามหาตัวนักโทษหลบหนีอย่างนางกันจ้าละหวั่น เป็จังหวะเหมาะนักที่เถาเยาจะเล่นงานนาง
"หึหึ อวี๋ชวี่ ข้าไปหาท่านถึงตำหนักไม่แยแสคุณงามความดีที่ข้าทำเพื่อท่าน ผลักไส ไม่แยแสข้า ก็เพราะนักโทษนางนี้น่ะหรือ" เถาเยายังไม่ออกจากวัง วิ่งแจ้นมาดูให้เห็นกับตา ว่าคนผู้นั้นที่อวี๋ชวี่หลงใหลมีรูปโฉมอย่างไร
"ทหาร!! ที่นี่มีนักโทษหลบหนี มาจับตัวนางเร็วเข้า" เถาเยาแหกปากร้องะโขอความช่วยเหลือ ชี้เป้าให้คนมาจับเอ้อหลัน
จังหวะนั้น จะรออะไรล่ะ หลีเอ้อหลันวิ่งหาที่ซ่อนตัว หัวใจตุ้มๆต่อมๆเหมือนิญญาจะออกจากร่าง ไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรที่น่าตื่นเต้นเท่านี้มาก่อน
"หลีเอ้อหลัน... เป็ไปได้ยังไง ตอนนี้าแบนตัวเ้าไม่มีแม้แต่รอยเดียว" จงเสวียนเจ๋อซุ่มอยู่รอชิงตัวนาง เมื่อเห็นโอกาสอันแสนเหมาะเจาะก็เข้าประชิดตัว ใช้ร่างบังนางไว้ ให้มิดสายตาของเหล่าทหารหลวงที่ตามหานาง
"เสวียนเจ๋อ เ้าอีกแล้วหรอ !! ข้าแปลกใจจริงๆ เหตุใด เ้าเข้าออกวังหลวงได้ตามใจขนาดนี้" เอ้อหลันแสนข้องใจ พยายามถามให้ได้ใจความ
"เอ้อหลันอย่าเพิ่งถามอะไรมากเกินไป ตอนนี้เราสองคนไม่ปลอดภัย ข้าต้องพาเ้าหนีไปจากที่นี่" เสวียนเจ๋อกลัวนางจะรู้ความลับของตัวเอง เลยแสร้งพูดปัดเพื่อเปลี่ยนประเด็น
เสวียนเจ๋อผู้มั่นคงในรักพานางหนีออกจากเขตวังได้อย่างง่ายดาย ทว่าเอ้อหลันไม่้ากลับไปที่ร้านเนื้อกับเขา
เสวียนเจ๋อจึงทำได้แค่เช่าโรงเตี้ยมชั้นดีให้นางได้มีที่อยู่
"เอ้อหลัน... ข้าไม่เข้าใจเ้าจริงๆ ทำไมเ้าต้องมาลำบากที่นี่ด้วย ทำไมเ้าต้องหาเื่ใส่ตัว แต่งเป็นายหญิงร้านเนื้อของข้าเสียก็สิ้นเื่" หลังจากกลับมาถึงโรงเตี้ยมพวกเขาก็นั่งพูดคุยกันอยู่นาน แม้เสวียนเจ๋อจะพยายามถามอะไร เอ้อหลันก็ไม่ได้ปริปากพูดมากนัก เพราะนางเริ่มเอะใจสงสัยในความสามารถของเสวียนเจ๋อ
"เสวียนเจ๋อ...เ้ามิใช่สหายขายเนื้อที่ข้ารู้จัก ตัวตนทีแท้จริงของเ้าเป็มายังไงกันแน่ ขอโทษด้วยที่่ข้าไม่ได้ฟังคำเ้า ข้านั้นกลัวจะซ้ำรอย ข้าไม่อยากไว้ใจใครอีกแล้ว" เอ้อหลันคิดในใจ
ระหว่างที่เสวียนเจ๋อจะจากลาไป เขาดันเหลือบตามองไปเห็นเศษผ้าผืนนั้น ที่เอ้อหลันพกติดตัวไว้ตลอด
"เอ้อหลัน... ของสิ่งนั้นมาอยู่กับเ้าได้อย่างไร" เสวียนเจ๋อเอ่ยถามด้วยสีหน้าตึงเครียด
"เ้าหมายถึงเศษผ้านี้น่ะหรือ " เอ้อหลันดึงเศษผ้าสีแดงสดออกมาให้เขาดู
"เสวียนเจ๋อ เ้ารู้จักของสิ่งนี้ด้วยหรือ"
"เอ้อหลัน ของสิ่งนี้ดูจากลวดลายบนผ้าแล้ว ไม่ธรรดานัก หากข้าจำไม่ผิดล่ะก็ เป็ผ้าคลุมรบของแม่ทัพใหญ่ สกุลหลีที่ถูกตราหน้าว่าเป็ฏ นักโทษหลบหนีเดนคน เื่ราวพวกนี้เกิดมานานั้แ่ข้ายังเด็ก ข้าเคยได้ยินผู้เฒ่าเล่าขาน อีกทั้งยังมีบันทึกไว้ชัดเจนในตำรา"
"มีเพียงแม่ทัพใหญ่ผู้สูงสุดเท่านั้น ที่จะมีผ้าคลุมรบพระราชทานนี้ เป็ดั่งของประจำตำแหน่งของแม่ทัพใหญ่"
"สตรีเช่นเ้าจะมีมันได้อย่างไรกัน"
"ของสิ่งนี้ เป็ของที่ห่อหุ้มตัวข้าั้แ่แรกเกิด แม่บุญธรรมถังเยียนเป็คนเก็บมันไว้ให้ข้า"
"ห่ะ อย่าบอกนะว่านาง... " เสวียนเจ๋อรู้เื่ราวของราชสำนักไม่น้อย เพียงเท่านี้ เขาก็เริ่มที่จะอยากสืบเสาะหาที่ไปที่มาของสตรีที่รัก
"อะไร เ้าจะพูดอะไรหรือ ข้ามันทำไมกันล่ะ" เอ้อหลันเห็นท่าทีอึกอักของเสวียนเจ๋อ ก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าเขารู้อะไรมาบ้าง และ้าจะพูดอะไรกันแน่
"เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกเอ้อหลัน เ้าอย่าคิดมาก พักผ่อนเถอะ เอาเป็ว่าข้าเองก็จะไม่ถามเ้ามากความ สิ่งใดที่เ้าไม่อยากพูด ข้าจะไม่ซักถามอีกเป็อันขาด" เสวียนเจ๋อ้าที่จะรู้ว่าผู้ใดรักษาาแบนตัวให้นางได้ชั่วข้ามคืน แต่นางก็พยายามที่จะเงียบ
ส่วนเื่ที่เอ้อหลันกังวลนั้น แม้เสวียนเจ๋อจะมีข้อมูลอยู่บ้าง เขาดันไม่อยากปริปากบอก เพราะไม่มั่นใจในเื่ราวที่รู้ กลัวว่าพูดอะไรออกไปแบบขอไปที จะทำให้เกิดเื่ไม่ดีตามมาภายหลัง
ณ ร้านขายเนื้อ
"หลีเอ้อหลัน ที่แท้ตัวตนของเ้าไม่ธรรมดาจริงๆ หากเ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกันจริง กับอดีตแม่ทัพใหญ่หลีจ้งเหลียง งั้นก็แปลว่าเ้าคือทายาทเพียงผู้เดียวของสกุลหลีที่หลงเหลืออยู่"
"หากฝ่าารู้ตัวตนของเ้าเข้า ยังไงเ้าก็ไม่ได้รับการอภัย มิวายถูกสังหารจนตาย" เสวียนเจ๋อคิดหนัก ยกชากระดกดื่มกี่แก้วก็ไม่หายขุ่นมัวใจ