การแข่งขันหมากกระดานเกียรติยศนัดแรกจบลงด้วยชัยชนะของป้อมอัศวิน โดยการโจมตีเพียงครั้งเดียวของ คิงประจำชั้นปี ทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้องทางอัฒจันทร์ฝั่งป้อมอัศวิน หากแต่ไร้ซึ่งการเฉลิมฉลองอย่างที่น่าจะเป็ เนื่องจากไร้ซึ่งผู้เดินหมากคนสำคัญ ป้อมอัศวินจึงต้องประกาศยอมแพ้ บลายไปในรอบถัดไป
การแพ้ บลายที่เรียกการลุกหือของเหล่าผู้ชม ผู้ลงทุนซื้อบัตรในราคาแพงแสนแพงเพื่อเข้าชมการแข่งขันป้อมอัศวินปีหนึ่งที่เขาล่ำลือ แต่เพียงกรรมการภาคสนามอธิบายเหตุผลเท่านั้น เสียงโห่ร้องก็แปรเปลี่ยนเป็ความเห็นใจก่อนจะตามด้วยการอวยพรให้แก่เ้าตัวดีที่จนถึงตอนนี้ยังคงอยู่ในการดูแลรักษาใกล้ชิดของท่านจ้าวเดมอสในพระพี่พักกษัตริย์ ได้รับการคุ้มครองแ่าจากทางเอดินเบิร์ก
ห้องนั่งเล่นชั้นปีสามที่ไม่เคยขาดเสียงดังโวยวายและเสียงหัวเราะในแต่ละวัน เงียบเหงาลงไปถนัดตา พาให้รุ่นพี่นึกสงสาร เหล่าทโมนทั้งหลายต่างพากันมารวมตัวกันเพื่อรอฟังข่าวเ้าตัวยุ่ง คงเว้นไว้เพียงเ้าหญิงแห่งเดมอสที่ได้รับอนุญาตให้ดูแลเ้าตัวแสบจากท่านจ้าว
“นายจะไปไหน คาโล”
คิลทักเพื่อนที่อยู่ ๆ ก็ลุกพรวด สาวเท้าไปยังหน้าประตู
“ไปดู เฟริน”
คำตอบสั้น ๆ จากคนพูดน้อยปลุกระดมให้เหล่าทโมนที่เอกเขนกกันตามพื้นห้องลุกพรวดขึ้นยืน เหมือนรอให้ใครสักคนนำอยู่แล้ว คาโลขยับยิ้มเล็ก ๆ ก่อนจะสาวเท้าเดินนำไปเป็คนแรกของห้อง
เสียงเอะอะโวยวายด้านหน้าห้องพัก ทำให้เหล่ากษัตริย์ที่มารวมตัวกันนึกสงสัย ริชาร์ดสะบัดมือนิดหน่อย เหล่าผู้ร่วมศึกของหลานชายคนโปรดก็ทะลักเข้ามาในห้อง จึงพอเข้าใจสถานการณ์ได้โดยง่าย เอวิเดส ขยับยิ้มให้กับเหล่าสหายพระโอรส ก่อนจะเสกให้ห้องขยายใหญ่ขึ้นมากพอสำหรับทุกคน
ทุกคนถวายความเคารพให้แก่บุคคลในห้อง
ภาพในห้องทำให้เหล่าทโมนรู้สึกแปลก ๆ ข้าวของทุกอย่างถูกตกแต่งจัดวางอย่างดีเพื่อต้อนรับเหล่ากษัตริย์ แต่นั้นไม่น่าแปลกเท่ากับพื้นที่ภายในห้องพักที่ตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยของที่ไม่น่าจะมีอยู่
ของเล่นเด็ก
คิงบาโรที่ทรงประทับบนเก้าอี้จิบน้ำชาพูดคุยกับท่านจ้าวเอวิเดส ส่วนด้านล่างมี คิงวิลเลี่ยมกำลังเล่นหมากรุกกับ คิงริชาร์ด มี เฟลิโอน่ากำลังมองดูการแข่งขันตรงกลาง บนตักของหญิงสาวคือเด็กน้อยเ้าของ ของเล่นเกลื่อนห้อง
เด็กน้อยวัยขวบเศษผิวขาวผ่อง ผมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ ดวงตากลมโตสีเดียวกับผมมองมายังพวกเขา เด็กน้อยเอียงคอน้อย ๆ ดูน่ารักก่อนหัวเราะเอิ้กอ้าก ตบมือชอบอกชอบใจ
เฟริน...
ชื่อของเพื่อนหัวขโมยตัวแสบผุดขึ้นมาในหัวทุกคน
“เข้ามาก่อนสิ จะได้คุยกันได้สักที” เฟลิโอน่าเอ่ยชวนเพื่อน ๆ ที่พากันยืนออกันอยู่หน้าประตู คาโลไหวตัวเร็วที่สุดก้าวเข้ามานั่งลงในห้องก่อนเป็คนแรก พอทุกคนเข้ามานั่งลงในห้องครบหมดแล้ว เฟรินน้อยก็เริ่มดิ้นขลุก ๆ ในตักของ เฟลิโอน่าจนเธอต้องปล่อย
“ควีน”
หมาก ควีนถูกส่งให้เ้าหญิงแดนนักรบที่รับไปอย่างเอ็นดู เฟรินหัวเราะชอบใจ ก่อนที่ คิงริชาร์ดจะไหวตัวทัน
“เ้าหลานคนนี้มันร้าย แปบเดียวก็จอง ควีนไว้แล้ว”
ควีนสาวในอนาคตหน้าขึ้นสีเรื่อตามคำแซวของผู้เป็เพื่อนสนิทของท่านพ่อ เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากเหล่าทโมน
“เสียแต่ตอนนี้ท่านกำลังโดนรุกฆาตเพราะไร้ซึ่ง ควีน ริชาร์ด” สุรเสียงเคร่งของพ่อเ้าหญิงที่ถูกแซวดังขึ้น ริชาร์ดเลิกคิ้วมองกระดานตรงหน้าก่อนถอนหายใจ
“เอวิเดส สงสัยเ้าคงต้อง รีบสู่ขอให้หลานเฟรินเร็วหน่อย ก่อนที่จะคว้า ควีนของข้าไปอีกรอบ” เอวิเดสหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหันไปพ่อ ของ ควีนในอนาคตของบุตรชาย
“ถ้าเ้ายอมยกคาลิน่าให้เฟริน ข้าอาจจะยอมเปิดทางให้เ้าหลานคาโล ลูกเ้าก็ได้”
คำแซวที่เรียกสีแดงระรื่อขึ้นมาที่หน้าจำเลยคู่ใหม่ เรียกเสียงหัวเราะลั่นด้วยความเอ็นดูของเหล่ากษัตริย์
“พวกท่านอย่าทรงแกล้งเด็ก ๆ นักสิเพค่ะ” เสียงหวานพร้อมร่างบางที่คล้ายกับ เฟลิโอน่า เดินเข้ามาพร้อมกับเรียกเด็กน้อยคนเดียวในห้องให้ไปหา “มานี่จ๊ะ เฟริน มา หม่ำ ๆ น่ะ”
“หม่ำ”
เสียงตอบกลับเรียกเสียงหัวเราะจากคนในห้องทันที ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ เ้าเพื่อนบ้านี่ของพวกเขาก็ยังคงความตะกละเอาไว้เช่นเดิม
“เอาล่ะ คาโล หลานคงอธิบายได้เสียที ว่าทำไมถึงบุกรุกเข้ามาในสถานพำนักกษัตริย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นนี้” คิงวิลเลี่ยมเอ่ยเป็การเป็งาน
ดวงหน้าของเ้าชายคนสำคัญแห่งคาโนวาลขึ้นสีเล็กน้อยด้วยความสำนึกผิดก่อนหันไปเอ่ยตอบด้วยความจริงจัง
“พวกกระหม่อมไม่ทราบข่าวของเฟริน จึงเป็ห่วงและอยากมาดูให้แน่ชัดกระหม่อม พวกฝ่าาได้โปรดทรงอภัยให้แก่พวกกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ”
“ถึงอย่างนั้น เ้าก็ไม่ควรบุกรุกเข้ามาเช่นนี้”
สุรเสียงเคร่งทำให้ชายหนุ่มสลดลงอีกครั้ง
“เอาน่า บาโร เ้าก็อย่าใจร้ายนักน่า”
เอวิเดสเอ่ยทักท้วงอย่างไม่เห็นเป็เื่ใหญ่เื่โตอะไร ท่าทางผิดกับความน่ากลัวในวันก่อนอย่างลิบลับ จนเหล่าทโมนเคารพในความอ่อนโยนและความน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน
“เออ ขอประทานอนุญาตกระหม่อม ขอทรงทราบรายละเอียดอาการของเฟรินได้มั้ยพะยะค่ะ” โรเอ่ยถามถึงเพื่อนหัวขโมยที่ตอนนี้กลายเป็เพียงเด็กน้อย กำลังเล่นกับพรายน้ำจิ๋วที่กษัตริย์ริชาร์ด เสกขึ้นมาอย่างร่าเริงอีกฟากของห้องกับเพื่อนสาว และองค์ราชินีเดมอส
“หรือเป็คำสาปเพค่ะ”
แองจี้พลั้งปากออกมาด้วยความใ ก่อนจะรีบปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน แต่เอวิเดส ขยับยิ้มเล็ก ๆ เป็เชิงว่าไม่เป็ไร
“ธนูที่พุ่งเข้าทำร้ายเฟริน เป็ลูกดอกอาคม แต่เพราะข้าย้อนมนต์กลับและเกิดความผิดพลาดขึ้นระหว่างการรักษาจึงทำให้พลังในตัวเขาแปรปรวน ร่างกายเลยต่อต้านอาคมโดยการย้อนวัยขึ้น โชคยังดีที่เฟรินย้อนกลับไปขวบเดียวจึงพอจะกลับเป็เหมือนเช่นเดิมได้ หากย้อนกลับไปมากกว่านี้คงเกินแก้”
หากย้อนกลับไปมากกว่านี้ก็ทารก... ถ้ามากกว่านั้นก็... ก่อนเกิด
“แล้วเฟรินจะกลับมาเป็ปกติเมื่อไรกระหม่อม”
ครี้ดเอ่ยอย่างเห็นเป็เื่สนุก เพราะจะได้แกล้งเพื่อนตัวยุ่งกลับได้สมใจเสียที แต่ใบหน้าของผู้เป็ใหญ่ทั้งห้าและเพื่อนสาวกลับเคร่งไปถนัด เ้าตัวจึงกลืนน้ำลายเฮือก
“ถ้าโชคดีพรุ่งนี้ก็จะกลับไปเป็ปกติเหมือนเดิม แต่หากไม่ใช่ ก็ต้องรอดูอาการกันอีกที อาจจะกลับมาเป็ชั่ว ๆ ซึ่งความทรงจำและความรู้่นั้นจะกลับมาด้วย แต่ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือต้องโตขึ้นตามอายุขัย”
คำอธิบายที่ทำให้คาลิน่าหันไปมองเด็กน้อยเ้าของเื่ด้วยความเป็ห่วงทันที อลิเซียรับรู้ด้วยสายที่เป็ห่วงของหญิงสาว
“คาลิน่า น้าฝากเฟรินกับเราด้วยแล้วกัน” เธอส่งเฟรินน้อยที่กำลังหลับปุย ในอ้อมแขนให้คาลิน่ารับอย่างอ่อนโยน จูบหน้าผากเล็ก ๆ เบา ๆ ด้วยความรักใคร่
“อลิเซีย แต่ข้าอยากเล่นกับหลานเฟรินอีก ข้าอุส่าเตรียมของเล่นไว้เล่นด้วยเชียว” ริชาร์ดเอ่ยอย่างขัดใจ เพราะโดนแย่งของเล่น
“ริด เ้าไม่ใช่เด็กแล้ว เ้าต้องกลับไปทรงงาน” วิลเลี่ยมปรามเพื่อนข้างตัว “แต่ให้เด็ก ๆ ดูแลกันเองแบบนี้ มันอันตราย ให้ข้าพาหลานเฟรินไปดูแลที่เวนอลน่าจะเป็การดีเสียกว่า” สุรเสียงเรียบจริงจังกับท่านสุดท้ายที่ทำให้ อลิเซียชะงัก
“ได้อย่างไร เฟรินเป็คนของข้า ก็ต้องกลับเดมอสกับข้าสิ ใช่มั้ย น้องหญิง”
บทสนทนาแย่งตัว เฟรินน้อย เด็กน้อยที่หลับปุยไปแล้วในอ้อมแขนของเ้าหญิงแดนนักรบ ชวนให้น่าปวดหัวที่สุด จนเหล่าทโมนต้องถอนหายใจ
“ข้าจะสอนการดูแลให้กับเด็ก ๆ เอง ส่วนพวกท่านกลับบ้านกลับเมืองไปทรงงาน เข้าใจมั้ยเพค่ะ ท่านพี่”
คำประกาศิตที่หยุดเหล่า คิงที่ง้อแงเป็เด็ก ๆ ได้ผลชะงักไม่มีเสียงต่อรองใด ๆ เกิดขึ้นอีก ทำให้เหล่าทโมนสรุปได้ในใจว่า ต่อให้หญิงใหญ่เป็ คิงเมืองใดบ้านใดก็ตามสุดท้าย ผู้ชายอย่างพวกเขาก็ต้องแพ้สตรีกันอยู่ดี
.............................................................................................