พ่อของลูกฉันเป็นประธานจอมเจ้าเล่ห์

    บทที่ 53 ปล่อยให้เธอเชือด

    บทที่ 53 ปล่อยให้เธอเชือด

     

    เหอเฉ่าแต่งหน้าเสร็จแล้ว เธอเปลี่ยนเป็นชุดกี่เพ้าสีเขียวอ่อนผ่าสูง ทั้งตัวดูราวกับหญิงสาวที่เดินออกมาจากหมู่บ้านริมน้ำทางใต้ของจีน อ่อนโยน สงบเสงี่ยม และสง่างาม

     

    ทำให้อันโหรวนึกถึงคำอธิบาย ‘หญิงสาวผู้เปรียบเสมือนดอกไลแลค’

     

    “สวยมาก” เธอชมอย่างจริงใจ “ไปกันเถอะ! รักษาภาพลักษณ์แบบนี้ไว้ รับรองว่าไม่มีทางพลาด”

     

    “ขอบคุณค่ะพี่อัน” รอยยิ้มอ่อนโยนของเธอยิ่งทำให้เธอดูคล้ายมากขึ้นไปอีก

     

    เหอเฉ่าดึงดูดสายตาผู้คนมากมายทันทีที่เธอออกไป อันโหรวยืนอยู่ไกล ๆ มองดูเธอถ่ายแบบ ความรู้สึกแบบนี้ บวกกับการตัดต่อหลังถ่ายทำ มันจะต้องเป็นแบบที่จิ่งเป่ยเฉินต้องการอย่างแน่นอน

     

    ไม่นานเหอเฉ่าก็ถ่ายภาพชุดแรกเสร็จแล้วจึงไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

     

    อันโหรวเดินไปหาช่างภาพเพื่อดูรูปถ่าย ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก ในขณะที่เธอกำลังคุยกับช่างภาพอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้น

     

    เธอหันหน้าไปมองด้วยความสงสัย เห็นฉิวซีกับเหอเหมียวที่อยู่ข้างหลัง ตั้งแต่เรื่องคราวนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยสบายเท่าไหร่

     

    “อันอวี้หาน คุณกำลังทำอะไรอยู่” ฉิวซีถามทันที

     

    “ดูรูป” เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจ ไม่อยากสนใจเหอเหมียว

     

    แต่เหอเหมียวเห็นอันโหรวแล้ว เธอกำมือแน่น อยากจะพุ่งเข้าไปฉีกอันโหรวเป็นชิ้น ๆ 

     

    เพราะผู้หญิงคนนี้ โอวหยางลี่ถึงไม่ต้องการเธอ!

     

    “เหอเฉ่าล่ะ! มีคนมาหาเธอ!” ฉิวซีเดินไปทางอันโหรวโดยไม่มองเหอเหมียวเลย

     

    “เธอไม่ว่างคุยกับคนไร้สาระ” อันโหรวพูดจบก็หันไปมองเหอเหมียวที่โกรธจัด ไม่รู้ว่าโอวหยางลี่ตาถึงได้ยังไง เลี่ยวเวยยังพอว่า อย่างน้อยก็เป็นคุณหนูตระกูลร่ำรวย อย่างน้อยก็มีมารยาทและใจกว้าง แม้ว่าเธอจะใจร้ายก็ตาม 

     

    แต่ในสายตาของเธอ เหอเหมียวดูเหมือนคนปัญญาอ่อน ต่อให้โอวหยางลี่อยากลองอะไรใหม่ ๆ เหอเหมียวก็ไม่ใช่กระต่ายน้อยไร้เดียงสาแบบที่เขาชอบ แต่เป็นเพียงแค่ความโง่เขลา

     

    “เธอหมายความว่ายังไง?” เหอเหมียวโกรธทันทีที่ได้ยินคำพูดของอันโหรว

     

    อันโหรวเดินไปหาเธอด้วยสีหน้าเฉยเมย “คุณผู้หญิงคะ ที่นี่คือสถานที่ถ่ายทำของบริษัทจิ่ง ไม่ใช่ที่ที่คุณจะมาได้ตามใจชอบ หัวหน้าทีมคงไม่เข้าใจหรอก คงต้องมีคนฉลาด ๆ มาเตือนสักหน่อย” 

     

    ฉิวซีได้ยินคำพูดของอันโหรวก็ยิ่งโกรธ ผู้หญิงคนนี้ช่างหยิ่งยโสเกินไป ไม่สนใจใครเลยสักนิด

     

    แต่ตอนนี้อันโหรวกับเหอเหมียวกำลังทะเลาะกัน เธอไม่โง่พอที่จะเข้าไปยุ่งหรอก

     

    ถ้าหากอันโหรวรู้ความคิดของเธอในตอนนี้ คงจะส่งสุนัขมากัดเธอแน่ ๆ

     

    “ฉันจะไปหาพี่สาวของฉัน!” เหอเหมียวเงยหน้าขึ้นอย่างหยิ่งยโส

     

    แต่โชคไม่ดีที่ใบหน้าซูบผอมของเธอกลับไม่แสดงถึงความเย่อหยิ่งที่เธอพยายามแสดงออกมาเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ให้ความกล้ากับเธอในการเสแสร้งแบบหน้าด้าน ๆ เช่นนี้

     

    เหอเฉ่าเดินออกมาในชุดเดรสสีขาว บนชุดมีลวดลายสีดำเทาจัดวางอย่างสวยงาม ดูสง่างามและเป็นธรรมชาติ บ่งบอกถึงความเป็นกุลสตรี อันโหรวมองดูด้วยความชื่นชอบ

     

    “ขอโทษด้วย เธอเป็นน้องสาวของฉัน” เหอเฉ่าเดินเข้ามาอย่างรู้สึกผิด แล้วดึงเหอเหมียวออกไป “เหมียวเหมียว มีอะไรหรือเปล่า?”

     

    “ไม่มีอะไร ฉันแค่แวะมาดูพี่ไม่ได้เหรอ” เหอเหมียวพูดพร้อมกับยิ้ม

     

    โอวหยางลี่ทิ้งเธอไปแล้ว แต่เธอยังยอมแพ้ไม่ได้ ถึงแม้ไม่มีโอวหยางลี่ เธอก็ยังหาผู้ชายคนอื่นได้ ผู้บริหารในบริษัทจิ่งล้วนแต่เป็นชายโสดเนื้อหอม หากวันนี้ได้พบใครสักคน เธอจะต้องกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

     

    แต่โชคร้าย ดูเหมือนว่าจะมีแต่พนักงาน คาดว่าการถ่ายทำเล็ก ๆ แบบนี้คงจะไม่มีผู้ชายคนอื่นมาปรากฏตัวหรอก

     

    “งั้นเธอก็อย่าวิ่งเล่นไปไหนล่ะ ฉันยังต้องทำงานอีกนานกว่าจะเสร็จ” เหอเฉ่ากำชับอีกครั้ง แล้วหันไปถ่ายภาพต่อ ตอนที่กำลังจะไปก็อดห่วงไม่ได้ จึงหันกลับมามองเธออีกครั้ง

     

    อันโหรวกับฉิวซียืนอยู่เคียงข้างกัน ทั้งสองคนมองไปที่การถ่ายทำข้างหน้า เพราะเหอเหมียวอยู่ที่นี่ อันโหรวจึงรู้สึกไม่สงบใจอยู่เสมอ

     

    “หัวหน้า เหอเหมียวเป็นคนรักของโอวหยางลี่นะคะ ควรให้เธอออกไปจากที่นี่ดีกว่า” นี่เป็นการถ่ายทำของบริษัทจิ่ง ถ้าเหอเหมียวไปบอกโอวหยางลี่ แผนการที่เธอทุ่มเทอย่างหนักก็จะถูกคนอื่นหมายตา

     

    “เธอมาหาคน ฉันพาเธอเข้ามาแล้ว ฉันจะไล่เธอออกไปได้ยังไง” ฉิวซีมองไปที่เหอเฉ่าข้างหน้าโดยไม่ละสายตา แต่ในใจกลับคิดไปต่าง ๆ นานา

     

    “ภาพแฟชั่นก็สำคัญมากเหมือนกัน” อันโหรวพูดอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นหันไปมองเหอเหมียวที่นั่งพักผ่อนอย่างสบายใจ

     

    ผู้หญิงคนนี้ไม่ถือตัวเองเป็นคนนอกเลยจริง ๆ ถูกอบรมสั่งสอนมาแบบไหนกันนะ

     

    “คุณเหอ ได้ยินสิ่งที่ฉันเพิ่งพูดไปหรือเปล่า? หรือว่าหูของคุณเป็นแค่ของประดับตกแต่ง ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง” อันโหรวก้าวไปยืนอยู่ตรงหน้าเหอเหมียว เวลาทำงานเธอจะเคร่งครัดเสมอ ไม่อนุญาตให้เกิดความผิดพลาดร้ายแรงเช่นการรั่วไหลของข้อมูลอย่างเด็ดขาด

     

    “พูดจาระวังหน่อย อย่าคิดว่ามีคุณชายจิ่งหนุนหลังแล้วจะทำอะไรก็ได้!” เหอเหมียวลุกขึ้นยืนอย่างโกรธ ๆ เงยหน้ามองเธอเล็กน้อย “เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!”

     

    “ยิ่งต้องให้คุณออกไป” เธอชูนิ้วไปที่ประตู “เชิญ”

     

    “เธอ...” เหอเหมียวมองเธออย่างโมโห แต่ที่นี่มีแต่คนของบริษัทจิ่ง ถ้าเกิดเรื่องขัดแย้งกันขึ้นมาจริง ๆ เหอเฉ่าเองก็ยังยืนหยัดไม่ได้ แม้ว่าจะอยากช่วยเธอแค่ไหนก็คงทำได้แค่หวังดี

     

    เหอเหมียวหันหลังกลับไปได้ก้าวหนึ่ง ก็ถอยกลับมาทันที แล้วรีบซ่อนอยู่ด้านหลังของอันโหรว

     

    อันโหรวขมวดคิ้วหันไปมอง เห็นเลี่ยวเวยกำลังเดินตรงเข้ามาทางเธอ

     

    หลายปีที่ไม่ได้เจอ เลี่ยวเวยดูเป็นผู้ใหญ่และมีเสน่ห์มากขึ้น ทุกท่วงท่าของเธอเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ยากจะอธิบาย

     

    ชุดรัดรูปสีแดงเน้นรูปร่างที่เพรียวบางของเธอ ผมยาวดัดลอนเล็กน้อย ปล่อยสยายไหล่ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต แต่ในตอนนี้กลับดูบิดเบี้ยวเล็กน้อย ไม่นานก็กลับมามีรอยยิ้มจอมปลอมอีกครั้ง

     

    “เหอเหมียว ออกมา!” เลี่ยวเวยหยุดฝีเท้าลง ยืนห่างจากอันโหรวหนึ่งเมตร

     

    “ช่วยฉันด้วย!” เหอเหมียวพูดเบา ๆ ด้านหลังเธอ

     

    อันโหรวไม่มีความรู้สึกดี ๆ กับทั้งสองคน เธอขยับตัวหลบไปด้านข้าง เปิดทางให้ และพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเรียบเฉย “ไม่ว่าพวกคุณจะทำอะไร ที่นี่คือสถานที่ถ่ายทำ ออกไปคุยกันข้างนอก”

     

    “ฉันไม่ไป!” เหอเหมียวแค่มองเลี่ยวเวยก็กลัวจนตัวสั่น ก่อนหน้านี้มีโอวหยางลี่คุ้มกะลาหัว ตอนนี้เขาไม่ต้องการเธอแล้ว ถ้าเธอตกไปอยู่ในมือของเลี่ยวเวย เธอคงไม่ถูกเชือดอย่างเลือดเย็นหรอกเหรอ!

     

    เลี่ยวเวยจ้องมองไปที่อันโหรว รู้สึกคุ้นเคยกับเธออย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ดูยังไงก็...

     

    แต่เสียงแหบพร่าที่ดังออกมานั้นกลับไม่ใช่เสียงของผู้หญิงคนนั้นเลย อย่างไรก็ตาม วันนี้เธอไม่ได้มาหาคนอื่น

     

    “เหอเหมียว เธอกกสามีฉันไว้กับตัวนานขนาดนี้ คิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ งั้นเหรอ” เลี่ยวเวยกระแอมเบา ๆ ใบหน้าสวยหวานยังคงนิ่งเฉย “มาตรงนี้ซะดี ๆ ฉันจะไว้ชีวิตเธอ”

     

    ตั้งแต่เมื่อไรกัน ที่ในสายตาของเลี่ยวเวย ชีวิตคนเราช่างไร้ค่า ถึงขั้นต้องให้เธอไว้ชีวิต

     

    “ก็คุณนั่นแหละยึดส้วมไม่ยอมถ่ายซักที พี่โอวหยางเขารักฉันอย่างจริงใจ ฉันก็รักเขา เป็นคุณเองที่ไม่ยอมหย่ากับเขาต่างหาก!” เหอเหมียวรวบรวมความกล้าเหลือบมองเลี่ยวเวย ยังไงซะที่นี่ก็มีคนอยู่หลายคน เลี่ยวเวยไม่กล้าทำอะไรเธอหรอก!

    คล้ายกับเรื่องพ่อของลูกฉันเป็นประธานจอมเจ้าเล่ห์ ที่คุณอ่าน