ตอน 12 ละอองรัก
"เอาล่ะทุกคน... มองมาที่ผม"ก่อนจะออกจากเขตบริษัท แจ้หลีพาผิงหว่านไปแนะนำตัวเพื่อให้ทุกคนรู้จักเธอในฐานะผู้ช่วยพิเศษของท่านประธานใหญ่
"นี่ผู้ช่วยผิง ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปเธอคือคนสำคัญของผม หวังว่าทุกท่านจะเคารพเธอเสมือนที่เคารพผมถ้าผมเห็นใครเกเรกับเธอละก็ รู้ไว้ด้วย ว่าผมพร้อมไล่คุณออกเสมอ" แจ้หลีพูดจาชัดถ้อยชัดคำ
"อ๋อยยย แกรรรรเป็ไปได้ยังไง ฉันอิจฉาผู้ช่วยผิงจริงๆ ฉันทำงานที่นี่เกือบสิบปีแล้วยังไม่เคยเจออะไรที่เพอร์เฟคเท่านี้เลย"พนักงานปากหอยปากปูชวนกันเม้ามอยหลังจากที่พวกเขาจากไป
"นั่นมันรอยอะไรบนเสื้อโค้ทของท่านประธานน่ะหรือว่าจะเป็เสื้อคอลเล็กชั่นใหม่นี่ฉันเชยจนถึงขั้นเข้าไม่ถึงแฟชั่นแล้วเหรอ"สาวๆในออฟฟิศเห็นรอยเปื้อนเครื่องสำอางบนเสื้อโค้ทของแจ้หลี เกาหัวยิกๆงงไปกันใหญ่
"ท่านประธานคะ ทำแบบนี้ทุกคนจะไม่รู้สึกว่ามันเกินหน้าเกินตาไปหน่อยเหรอคะ" ผิงหว่านรีบเดินให้เร็วขึ้นเพื่อดักหน้าแจ้หลี ถามให้ชัดเจน
"ลืมไปแล้วหรอ ว่าคุณคือผู้ช่วยพิเศษของผมอะไรที่จะทำให้ผมพอใจ นั่นคืองานของคุณ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน... "
"ผมพอใจที่จะให้คุณเป็คนสำคัญคุณก็ต้องเป็" แจ้หลีเดินผลักเธอเบาไปเข้าลิฟต์ในจังหวะที่มันเปิดออกพอดีเขาข่มขู่เธอได้น่าขยี้ใจมาก แค่วันเดียวก็ทำเอาหัวใจผู้หญิงคนนี้สั่นไหวเป็บ้า
**********
ระหว่างนั่งรถแลมโบกินี่สุดหรูของเขาออกจากบริษัทบรรยากาศในนั้นมันช่างอบอวลไปด้วยความเคอะเขิน เงียบเชียบอย่างบอกไม่ถูก สักพัก...เสียงมือถือของเธอดังขึ้น
"ฮัลโหล... ผิงหว่าน... คุณอยู่ที่ไหน " เทาหานตั้วโทรหาเธอ
"ที่รักคะ คุณใจเย็นๆลงก่อนได้ไหมฉันก็แค่มาสัมภาษณ์งาน แต่ดันโชคดี ได้เริ่มงานวันนี้ไว้กลับไปฉันจะทำอะไรอร่อยๆให้กินดีไหม" ผิงหว่านพยายามพูดให้เบาที่สุดแต่ก็ไม่พ้นที่แจ้หลีจะได้ยินทั้งหมด
"ผู้ช่วยผิง... สามีของคุณโทรมาหรอ"แจ้หลีแกล้งถามลองเชิง ทั้งที่เขาหน้าเสียจนแทบจะพูดไม่ออก
"เปล่าหรอกค่ะ พวกเรายังไม่ถึงขั้นนั้น"ผิงหว่านตอบคำถามของเขาด้วยแววตาเป็ประกาย ใบหน้าเอิบรอยยิ้ม
"ผมอยู่กับคุณมาครึ่งวันคุณนิ่งเงียบไม่เป็ตัวของตัวเอง ผมเพิ่งจะเห็นรอยยิ้มของคุณก็ตอนนี้แหละเขาคงสำคัญกับคุณมากสินะ" แจ้หลียิ้มเจื่อนๆ
"ค่ะ... เขาสำคัญมากฉันคิดว่าคนนี้น่าจะเป็คู่ชีวิตของฉัน... พวกเราคบกันมาั้แ่มัธยมแล้วจนตอนนี้ฉันทำงาน ฉันก็ยังคบกับเขาอยู่ ถึงเขาจะทำผิดต่อฉันบ่อยๆก็เถอะ"จากที่เล่าด้วยแววตาเป็ประกาย เมื่อพูดถึงจังหวะนี้ เธอกลับมีสีหน้าโศกตรม
"คุณแน่ใจเหรอ... ว่าจะแต่งกับเขา"
"บางที... อาจจะมีคนที่เหมาะกับคุณและไม่อยากทำให้คุณต้องเสียใจก็มีนะ แค่อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย"แจ้หลีเห็นเธอดูเหมือนไม่มีความสุข แต่หลอกตัวเองไปวันๆเขาเลยพยายามจะพูดให้เธอฉุกคิด แต่หลังจากนั้นบรรยากาศในรถก็กลับมาเงียบเชียบเหมือนเดิมแต่โชคดีที่มันดันถึงที่หมายซะก่อนพวกเขาเลยไม่จำเป็ต้องทนอยู่กับบรรยากาศนั้นนานนัก
ณ ห้างใหญ่กลางมหานครฉงชิ่ง
"นี่น่ะหรอคะที่ที่ท่านประธานนัดมาคุยงาน"ผิงหว่านงงมาก เพราะเธอและแจ้หลีกำลังยืนอยู่หน้าร้านรองเท้าผ้าใบสำหรับผู้หญิง
"ความจริงแล้ว... งานที่ผมหมายถึงคือการพาคุณออกมาเปิดหูเปิดตาสักหน่อย" แจ้หลีหันไปพูดประโยคที่โคตรทัชใจพร้อมกวักมือให้พนักงานสาวๆเข้ามาเชื้อเชิญให้ผิงหว่านเข้าไปข้างใน
"คุณชอบคู่ไหน คุณเลือกเลยนะต่อไปนี้มาทำงานไม่ต้องสวมส้นสูง เพราะผมไม่อนุญาตให้คุณาเ็"แจ้หลีนั่งไขว้ขารอบนโซฟา ประหนึ่งพ่อบ้านพาเมียมาช้อปปิ้ง
"เขาคงดูแลคุณได้ไม่ดีสินะคุณถึงได้มีท่าทางดีใจขนาดนั้น" แจ้หลีนั่งมองเธออย่างตั้งใจยิ่งเขาเห็นท่าทางดีใจจนกลั้นไม่อยู่ของเธอ มันยิ่งทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าตลอดเวลาที่เขาหายไป เธอมีความเป็อยู่อย่างไร
แค่วันแรกที่ได้หวนกลับมาเจอกันหวังแจ้หลีคนนี้ก็เปย์เธอกว่าแสนหยวน หมดไปกับการปรับแต่งการแต่งตัวให้เธอเขาเหมาเสื้อผ้าทั้งร้านให้เธอคนเดียว
"ท่านประธานคะแบบนี้ฉันจะใช้หนี้คุณหมดได้ยังไง"ผิงหว่านมาลองคำนวณดูแล้วเป็เงินกว่าแสนหยวน เธอรู้ดีว่า่ชีวิตที่ตกอับนี้ไม่สามารถหาเงินมากขนาดนั้นมาคืนเขาได้แน่ระหว่างที่เดินเล่นอยู่นั้นเธอแอบทำสีหน้ากังวลอยู่ตลอด
"ผิงหว่าน จำเอาไว้ ทั้งหมดเป็ของคุณผมไม่เคยเรียกคืนหยวน อีกอย่างหากคุณอยากชดเชยผมจริงๆล่ะก็คุณก็อยู่กับผมไปตลอดชีวิตสิ นั่นแหละวิธีจ่ายของผม" แจ้หลีกระซิบข้างหูเธอพูดคำพูดที่ชวนขนหัวลุก
เขาเดินหันหลังให้เธอ พร้อมกับพูดว่า"ต่อไปนี้เลิกเรียกผมท่านประธานได้แล้ว ฟังดูขัดหูเป็บ้า... "
"เรียกผม... แจ้หลีก็พอ"
"แต่ท่านประธานคะ นั่นเป็ชื่อจริงของคุณ"
*ตามธรรมเนียมจีน การจะเรียกชื่อเล่นของใครบางคนได้แสดงว่าต้องสนิทกับคนนั้นๆมากๆ โดยเฉพาะกับหัวหน้าจะต้องใช้ลำดับขั้นของตำแหน่งมาเป็ตัวขั้นพนักงานไม่สามารถเรียกเ้านายอย่างเป็กันเองได้ตลอด*
"คุณจะไปถือธรรมเนียมเก่าๆพวกนั้นไปทำไมในเมื่อผมจบนอก ตกลงว่าให้เรียกผมว่าแจ้หลีก็แล้วกัน ไม่งั้นผมจะไล่คุณออก"แจ้หลีเอาหน้าที่การงานมาขู่เธออีกตามเคย
"ค่ะๆๆ คุณแจ้หลี"ผิงหว่านก็ยังคงมีท่าทีเงอะงะ เกร็งเนื้อเกร็งตัวอยู่
"นั่นมันอะไร คุณแจ้หลี ? "
"ผิงหว่าน คุณล้อผมเล่นหรือเปล่า ผมไม่ตลกด้วยนะ คุณเรียกเป็ทางการเกินไป"
"ไหนลองพูด แจ้หลี...ซิ "แจ้หลีไม่ยอมปล่อยผ่าน เขาอยากให้เธอสนิทสนมเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้รีบจีบเธอซะ
"จะ จะ แจ้หลี"
"ใช่!!! แบบนี้เลย ต่อไปนี้เรียกผมแบบนี้"เขาพอใจมาก ในที่สุดบอสผู้เ็าก็หลุดยิ้มออกมาหลังจากนั้นพวกเขาใช้เวลาหมดวันไปด้วยการเดินเล่น แจ้หลีมีความสุขมากสมกับที่เขารอคอยเธอมานาน
**********
ณคอนโดเล็กๆเขตนอกเมือง
"คุณกลับมาแล้วหรอไม่ดูหรือไงว่าตอนนี้มันกี่โมงแล้ว ผมหิวจนไส้จะขาด"เทาหานตั้วพูดทักท้วงแฟนสาวั้แ่เธออยู่หน้าประตู
"ทำไมคุณต้องโมโหประชดประชันฉันด้วย ฉันไปทำงานนะไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นแบบคุณ" ยังไม่ทันได้นั่งทั้งสองก็มีปากเสียงกัน
"แล้วนี่มันอะไรรอยลิปสติกผู้หญิงบนเสื้อของคุณมันหมายความว่าไง"ผิงหว่านบังเอิญเหลือบไปเห็นมันบนเชิ้ตสีขาวที่เขาใส่อยู่
"คุณจะคิดมากไปทำไมคุณก็รู้ว่าผู้หญิงพวกนั้นเข้าหาผมเองทั้งนั้น " หานตั้วแก้ตัวแบบข้างๆคูๆ
"เมื่อไหร่คุณจะเลิกเป็แบบนี้ซะที!!หานตั้ว...เราคบกันมานานแล้ว คุณไม่คิดจะมอบอนาคตดีๆให้ฉันเลยหรอฉันก็เหมือนผู้หญิงทั่วๆไปที่อยากแต่งงานมีลูกแต่นี่ฉันต้องทำงานหนักอยู่ฝ่ายเดียว ส่วนคุณทำงานหนักแต่เอาเงินไปกินเหล้าจนหมดแล้วต่อไปเราจะอยู่ยังไง ฉันแบกรับทั้งหมดนี้ไม่ไหวหรอกนะ "ผิงหว่านะเิความในใจ เธอร้องไห้หนัก วิ่งพรวดออกมาหน้าคอนโด
"ไอ้บ้านั่นทำเธอร้องไห้อีกแล้ว!!!"แจ้หลีไม่สนิทใจ หลังจากที่มาส่งเธอที่นี่ เขาจอดรถหลบอยู่มุมอับเฝ้ามองเธอเดินจากไปจนสุดสายตา แต่ระหว่างที่เขากำลังจะออกรถ กลับเห็นเธอวิ่งออกมาพร้อมรอยน้ำตา
แจ้หลีฉุนหนักรีบเหยียบเบรกจนไฟหน้ารถสาดใส่เธอเต็มๆไม่พอแค่นั้นเขายังพลั้งมือตบพวงมาลัยรถอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์มันทำให้เสียงแตรรถดังขึ้นจนเธอรู้ตัว
"จะ แจ้หลี..." ผิงหว่านทิ้งกระเป๋าลงเธอดูเขินอายและพร้อมจะจากไปเดี๋ยวนั้น
"เดี๋ยวก่อน ผิงหว่าน " แจ้หลีรีบวิ่งลงจากรถเขาถอดเสื้อโค้ท คลุมตัวให้เธอไม่หนำซ้ำเขายังช้อนมืออุ่นๆอุ้มเธอขึ้นรถหรู
"ผิงหว่าง!! จริงด้วย เป็คุณที่นอกใจผมไปหาไอ้คนนิสัยรวยนั่น ถึงว่าล่ะทำไมวันนี้ทั้งวันผมโทรหายังไงคุณก็ไม่รับสาย" หานตั้วที่วิ่งตามลงมาเขาหวังจะมาง้อเธออีกตามเคย แต่ครั้งนี้ดันช้าไปหนึ่งก้าวเมื่อคนที่เคยเอาใจเธอมาโดยตลอดอย่างเขาถึงคราวต้องแพ้ให้กับคู่แข่งหน้าใหม่อย่างทายาทมหาเศรษฐีหวังแจ้หลี