ความวุ่นวายเริ่มก่อตัวขึ้นในสำนักเมฆาเขียวดุจระลอกน้ำที่ถูกก้อนหินมหึมาทิ้งลงกลางสระ ข่าวลือเื่ "ศิษย์ลึกลับ" ที่บุกปล้นโรงพนันในเงามืดและสั่งสอนเหล่าศิษย์รุ่นพี่ฝีมือฉกาจแพร่สะพัดไปทั่วราวกับไฟลามทุ่ง ทว่าท่ามกลางพายุข่าวลือนี้ เยี่ยฉินยังคงใช้ชีวิตตามปกติด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยและแววตาที่ดูเลื่อนลอย ราวกับคนขี้ขลาดที่หวาดกลัวแม้แต่เงาของตัวเอง
‘ความโกลาหลคือม่านบังตาที่ยอดเยี่ยมที่สุด’ เยี่ยฉินคิดขณะกวาดลานสำนักด้วยท่าทางเนือยๆ ‘ยิ่งพวกเขามองหาปีศาจที่ไม่มีตัวตนมากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น’
ความลำเอียงของโชคชะตา
ที่ลานฝึกวรยุทธ์ ผู้าุโมู่เฉิงกำลังตรวจสอบระดับพลังของเหล่าศิษย์ใหม่ เมื่อถึงคิวของเยี่ยฟาน ผู้าุโถึงกับคลี่ยิ้มออกมาอย่างปิดไม่มิด
"เยี่ยฟาน! ก้าวเข้าสู่ ััปราณ ขั้นที่ 2 ได้อย่างมั่นคงในเวลาเพียงไม่กี่วัน! พร์ระดับ์ช่างน่าอัศจรรย์นัก" มู่เฉิงกล่าวพลางลูบเคราขาว "เพื่อเป็การสนับสนุนอัจฉริยะของสำนัก ข้าจะมอบ 'ศิลาจิตภูตระดับกลาง' ให้เ้าเพิ่มอีก 5 ก้อน!"
เสียงฮือฮาด้วยความอิจฉาดังขึ้นรอบทิศ ศิลาจิตภูตระดับกลางมีค่ามากกว่าศิลาทั่วไปถึงสิบเท่า! ในขณะเดียวกัน เมื่อสายตาของมู่เฉิงเลื่อนมาที่เยี่ยฉิน แววตานั้นก็เปลี่ยนเป็เ็าทันที
"เยี่ยฉิน... แม้เ้าจะเข้าสู่ขั้นที่ 2 ได้ด้วยโชคช่วย หรืออาจจะเป็เพราะน้องชายของเ้าแบ่งปันเคล็ดลับให้ แต่รากฐานของเ้ายังคงสั่นคลอนนัก จงทำงานรับใช้สำนักให้หนักขึ้น และอย่าได้ริอ่านไปรบกวนการฝึกของเยี่ยฟาน เข้าใจหรือไม่?"
"ขอรับ ผู้าุโ" เยี่ยฉินก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มหยัน
ในใจของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้นต่อความลำเอียงนี้แม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าระบบของสำนักถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมผู้ที่แข็งแกร่งและเหยียบย่ำผู้อ่อนแอ หากเขาเป็เ้าสำนัก เขาก็คงทำเช่นเดียวกัน แต่วันนี้... เขาจะใช้ระบบที่เน่าเฟะนี้ให้เป็ประโยชน์
หลังจากการฝึกซ้อม เยี่ยฟานเดินเข้ามาหาเยี่ยฉินด้วยสีหน้าลำบากใจ ในมือของเขากำถุงศิลาจิตภูตระดับกลางไว้แน่น
"ท่านพี่... ท่านเอาศิลาพวกนี้ไปใช้เถอะ ข้ามีพร์ระดับ์ การบ่มเพาะของข้าก้าวหน้าเร็วอยู่แล้ว แต่ท่าน..."
เยี่ยฉินมองดูน้องชายผู้แสนดี แววตาของเยี่ยฟานเต็มไปด้วยความจริงใจ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เยี่ยฉิน "รังเกียจ" ที่สุด ความเมตตาที่เกิดจากความรู้สึกเหนือกว่าคือการดูิ่อย่างร้ายแรงสำหรับจอมมาร
"เก็บไว้เถอะเยี่ยฟาน" เยี่ยฉินผลักมือน้องชายกลับไป "ศิลาระดับกลางมีกลิ่นอายปราณที่แรงเกินไปสำหรับร่างกายข้าตอนนี้ หากข้าใช้มัน ทะเลลมปราณระดับน้ำของข้าอาจจะแตกซ่านได้ เ้าควรใช้มันเพื่อขึ้นสู่ ััปราณ ขั้นที่ 3 ให้เร็วที่สุด เพื่อที่เ้าจะได้ปกป้องข้า... พี่ชายที่ไร้ค่าคนนี้ไงเล่า"
เยี่ยฟานนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าด้วยแววตามุ่งมั่น "ข้าเข้าใจแล้วท่านพี่! ข้าสัญญาว่าจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อไม่ให้ใครมารังแกท่านได้!"
เยี่ยฉินมองตามแผ่นหลังของน้องชายที่เดินจากไป
‘ดีมาก... จงเป็โล่ที่เปล่งประกายต่อไปเถอะ เพราะยิ่งเ้าเด่นชัดเท่าไหร่ เงาของข้าก็จะยิ่งมืดมิดและไร้ร่องรอยมากขึ้นเท่านั้น’
ตกกลางคืน เยี่ยฉินไม่ได้นอนพัก เขาสวมชุดสีดำและเร้นกายออกจากเรือนนอน เป้าหมายของเขาไม่ใช่การไปฝึกฝน แต่เป็การมุ่งหน้าไปยัง "หอกลั่นยา" สถานที่เก็บรักษาวัตถุดิบปรุงภูต
เขารู้ว่าคืนนี้จางหู่และสมุนจะถูกส่งมาเวรยามที่นี่ จางหู่ที่ขวัญเสียจากเหตุการณ์ในป่ากลายเป็เบี้ยที่เยี่ยฉินควบคุมได้ง่ายที่สุด
เยี่ยฉินปรากฏตัวขึ้นเื้ัจางหู่ดุจิญญาพราย จางหู่สะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะร้องะโ แต่ฝ่ามือที่เย็นเยียบของเยี่ยฉินกลับปิดปากเขาไว้เสียก่อน
"จำที่ข้าบอกได้ไหม? ข้า้าความวุ่นวาย..." เยี่ยฉินกระซิบ "ข้าจะทิ้ง 'หญ้าภูตหลอนประสาท' ไว้ที่นี่ พรุ่งนี้เช้าเมื่อศิษย์สายในมาเบิกยา พวกเขาจะพบว่าวัตถุดิบสำคัญหายไป และเ้า... ต้องเป็คนชี้ตัวว่าเห็น 'เงาของคนที่มีรูปร่างคล้ายเยี่ยฟาน' วนเวียนอยู่แถวนี้"
"ทะ... ท่านจะใส่ร้ายน้องชายตัวเองหรือ?" จางหู่สั่นรัว
"ใส่ร้าย?" เยี่ยฉินหัวเราะในลำคอ "ข้าแค่้าทดสอบว่า 'อัจฉริยะคนโปรด' จะยังได้รับการคุ้มครองหรือไม่เมื่อกลายเป็ผู้ต้องสงสัย และในระหว่างที่ทุกคนวุ่นวายกับการตรวจสอบเยี่ยฟาน... ข้าจะเข้าไปในถ้ำหยดพิรุณโดยไม่มีใครขัดขวาง"
เมื่อกลับมาถึงห้อง เยี่ยฉินนั่งลงกลางห้องที่มืดสนิท เขาเรียก ภูตแกนกลางกาลเวลา ออกมา แสงสีทองสลัวๆ หมุนวนรอบนิ้วมือของเขา
ในชาติก่อน ภูตตัวนี้คือสาเหตุที่ทำให้เขาถูกตามล่าจนต้องะเิตัวเอง แต่วันนี้ มันคือกุญแจสำคัญที่จะทลายคอขวดของพร์ระดับน้ำ
"กาลเวลาคือสิ่งเดียวที่ยุติธรรมที่สุดในโลก... ไม่ว่าอัจฉริยะหรือขยะ ทุกคนมีเวลาเท่ากัน แต่ข้า... จะเป็ผู้ถือครองข้อยกเว้นนั้น"
เขาส่งพลังปราณจากภูตหยาดน้ำสังหารเข้าไปกระตุ้นภูตแกนกลางกาลเวลา ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวเขาก็เริ่มบิดเบี้ยว เสียงนาฬิกาทรายที่มองไม่เห็นดังขึ้นในโสตประสาท
วิชาเร่งเวลาอาณาเขต: ขั้นต้น!
ภายในรัศมีหนึ่ง่แขน เวลาเริ่มไหลเร็วขึ้นเป็สองเท่า เยี่ยฉินเริ่มดูดซับศิลาจิตภูตที่ซ่อนไว้ทันที ภายใต้ผลของภูตแกนกลางกาลเวลา การบ่มเพาะหนึ่งชั่วโมงของเขาจะเท่ากับสองชั่วโมงของคนทั่วไป และหากเขาสามารถยกระดับภูตตัวนี้ได้... สัดส่วนนั้นจะทวีคูณขึ้นไปอีก
เหงื่อเย็นไหลโซมกายเยี่ยฉิน ทะเลลมปราณของเขาพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด
‘พรุ่งนี้เช้า สำนักเมฆาเขียวจะลุกเป็ไฟ เยี่ยฟานจะถูกทดสอบด้วยความอยุติธรรมที่ข้าเคยเจอในชาติก่อน และข้า... จะก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่อีกระดับ’
เขาลืมตาขึ้น ดวงตาสีดำเข้มบัดนี้มีวงแหวนสีทองบางๆ ซ้อนทับอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนจะหายไป
"โลกใบนี้คือกระดานหมาก และข้าคือผู้เล่นเพียงคนเดียว ส่วนที่เหลือนั้น... เป็เพียงเบี้ยที่รอถูกเขี่ยทิ้ง"
เสียงพึมพำนั้นหายไปพร้อมกับแสงรำไรของรุ่งอรุณที่กำลังจะมาถึง รุ่งอรุณที่จะเปลี่ยนชีวิ
ตของสองพี่น้องตระกูลเยี่ยไปตลอดกาล