หยางตงเทียนเดินตามถนนไปเรื่อยๆ ตลอดสองข้างทางนั้นมีเหล่าจอมยุทธมาตั้งแผงขายของกันอยู่มากมาย
ระหว่างทางเขาก็สำรวจสินค้าเ่าั้ไปด้วย มันทีทั้งสมุนไพร อาวุธ ชิ้นส่วนสัตว์อสูร และแร่เหล็กต่างๆ ของเหล่านี้มีทั้งที่เขารู้จักและไม่รู้จัก
"เอ๊ะ!!!!จริงสิข้ามีเนตรส่อง์อยู่ไม่ใช่รึ!? ข้าควรจะใช้มันให้เป็ประโยชน์! บางที่ข้าอาจจะโชคดีเจอสมบัติล้ำค่าก็ได้ฮิฮิ!!"ชายหนุ่มกล่าวอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ
จากนั้นเขาก็หมุนเวียนลมปราณไปที่ดวงตาและเปิดใช้งานเนตรส่อง์ทันที จากนั้นเขาก็มองสำรวจสินค้าเ่าั้ต่อ
……........
##หญ้าสีชาด
--ระดับ : สอง ขั้น ต่ำ
--สรรพคุณ : ใช้ห้ามเื เป็ส่วนผสมรองในการหลอมโอสถไม่เกินระดับสองหลายชนิด
- สามารถพบเห็นได้ทั่วไป
………..,..
## ดอกฟ้าคราม
-- ระดับ : สอง ขั้น สูง
-- สรรพคุณ : เป็ส่วนผสมหลัก และส่วนผสมรองในการหลอมโอสถที่ต่ำกว่าระดับสามหลายชนิด
-- สามารถเติบโตได้เฉพาะใกล้กับแหล่งน้ำเท่านั้น
…………
## แก่นอสูร หมูป่าขนทอง
-- ระดับ : สอง
-- สรรพคุณ : เป็วัตถุดินในการหลอมอาวุธระดับหนึ่งขั้นต่ำ บางชนิด
-- พบได้ทั่วไปตามป่าที่เป็แหล่งอาศัยของสัตว์อสูร
………….
## แก่นอสูร หมาป่าวายุ
-- ระดับ : สาม
-- สรรพคุณ : เป็ส่วนผสมในการหลอมอาวุธบางชนิด และสามารถดูดซับลมปราณในแก่นอสูรได้ขณะฝึกวิชาที่เกี่ยวกับความเร็ว สามารถทำให้ฝึกวิชาได้เร็วขึ้น
-- พบได้ตามป่าที่เป็แหล่งอาศัยของสัตว์อสูร มักอยู่กันเป็ฝูง
………………
"แก่นอสูรชิ้นนี้ไม่เลวเลย แต่เสียดายระดับต่ำไปหน่อย"หยางตงเทียนกล่าวขึ้นในใจ
"เฮ้อ...ของเหล่านี้ไม่มีสิ่งใดหน้าสนใจเลย!? ระดับของพวกมันต่ำเกินไป เห็นทีข้าคงไม่มีโชคเหมือนกลับพระเอกในนิยายแล้วหล่ะ!?"หยางตงเทียนยังคงบ่นกลับตนเองในใจต่อไปพร้อมกับเดินสำรวจไปเรื่อยๆ
เขาใช้เนตรส่อง์ สำรวจผู้ผู้ยุทธที่ขายของ และผู้ฝึกยุทธที่เดินผ่านไปผ่านมา ร่วมไปถึงไม่ลืมสำรวจสินค้าที่เขาเดินผ่านด้วย
เขาเดินไปเรื่อยๆ จนเกือบจะสุดแผงขายสินค้าแล้ว และสายตาของเขาก็ไปสะดุดเขากลับแผงขายของแผงหนึ่งที่มีผ้าเก่าๆ สีซีดๆ ถูกปูอยู่บนพื้น ในนั้นมีแผ่นป้ายที่ทำจากไม้สีดำ ขนาดเล็กกว่าฝามือวางอยู่ รวมกลับตำราเก่าๆ อีกสองเล่ม
โดยเ้าของแผงเป็บุรุษคนหนึ่งที่นั่งหลับตานิ่งไม่ไหวติง หน้าตาคมเข้มดูดุดัน แต่ก็หล่อเหล่า รูปรางสูงโปร่ง ร่างกายกำยำมีกล้ามเป็มัดมัด แม้ว่าดูจากภายนอกแล้วเหมือนกับบุรุษที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงทั่วไป แต่นั้นก็เป็เพียงแค่ภายนอกเท่านั้น
………….
## เซียนกระบี่เดียวดาย (ตงฟางหยู)
– อายุ : 45 ปี
-- ระดับพลัง : เซียน ขั้นเจ็ด (ใช้พลังได้เพียงแค่ระดับจักรพรรดิเท่านั้น เนื่องจากเส้นลมปราณฉีกขาด ตันเถียนแตกร้าว ต้องรักษาก่อนถึงจะสามารถกลับมาอยู่ระดับเซียนขั้นเจ็ดตามเดิม)
-- กายา : มนุษย์
-- พร์ : ระดับชั้นยอด
-- ขุมกำลัง : ผู้ฝึกตนอิสระ
……………
"หืม!? ...เซียนที่าเ็ ฮุๆๆๆ ข้านี้ช่างโชคดีจริงๆ หากข้ารักษาเขาให้หาย และรับเขาเข้าร่วมูเาเทพเซียน ในตำแหน่งผู้าุโ! ูเาเทพเซียนของข้าก็จะมีเซียนครบสองคน และกลายเป็ขุมกำลังขั้นหนึ่งในทันที!! ฮิฮิฮิๆ..."หยางตงเทียนพูดกลับตนเองพร้อมกลับหัวเราะขึ้นในใจด้วยความชั่วร้าย
…………
## วิชา ฝามือฝนดาวตก
-- ระดับ : จักรพรรดิ ขั้น กลาง
-- สามารถสร้างฝามือปราณนับไม่ถ้วนโจมตีศัตรูประดุจห่าฝน
………….
## วิชา กระบี่วายุรำพัน
-- ระดับ : มหาจักรพรรดิ ขั้น สูง
-- เป็วิชากระบี่ที่สามรถโจมตีได้ว่องไวประดุจสายลม หนักหน่วงดั่งพายุคลั่ง
………….
# วิธีสร้างหุ่นเชิด (ถูกนึกไว้ด้วยค่ายกล)
"หืม...แผ่นป้ายนี้ไม่ธรรมดา?! ขนาดใช้เนตรส่อง์ส่องดู กลับสามารถมองออกแค่เพียงชื่อเท่านั้น ค่ายกลที่ถูกสร้างไว้เพื่อซ้อนวิธีสร้างหุ่นเชิดนี้จะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ เก็บแผ่นป้ายนี้ไว้ก่อน! ไว้มีเวลาค่อยหาวิธีแก้ค่ายกลนี้แล้วกัน!?"
หยางตงเทียนกล่าวขึ้นในใจ จากนั้นเขาก็นั่งยองๆ ลงที่หน้าแผงขายของของตงฟางหยู จากนั้นเขาก็หยิบป้ายไม้แผ่นนั้นขึ้นมาดู พร้อมกับใช้พลังปราณสร้างอาณาเขตตัดบริเวณนนี้ออกจากโลกภายนอก
"ท่านเป็ใคร?! ้าอะไรจากข้า!?"ตงฟางหยูกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง พร้อมกลับความหวาดระแวง แม้ว่าคนตรงหน้านี้จะมีใบหน้างดงามราวกับเทพเซียนลงมาจากฟากฟ้าก็เถอะ
แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างที่งดงามนั้น มันกลับสร้างความกดดันให้กลับเขาเป็อย่างมาก! ถึงแม้ว่าจะเป็ตอนที่เขามีร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมอยู่ในระดับสูงสุด
เขาก็รู้สึกว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนผู้นี้!? คนผู้นี้ต้องมีระดับพลังเกินกว่าเซียนขั้นเจ็ดอย่างแน่นอน หากเขาหลงใหลในรูปลักษณ์ที่งดงามนี้ ไม่ใช่ว่าเขาจะตกตายอย่างง่ายดายหรอกหรือ!?
"หึหึ...ช่างสมกับเป็...เซียนขั้นเจ็ดในอดีตเสียจริง!!!"หยางตงเทียนแสร้งกล่าวออกมาอย่างแปลกใจพร้อมกลับรอยยิ้มที่หวานหยดย้อย โดยไม่ลืมเน้นคำว่า ‘เซียนในอดีต’ หนักๆ เพื่อนกระตุ้นคนตรงหน้า!!
"กร๊อด!!! ท่าน้าสิ่งใดก็พูดมา!! จะฆ่าก็ฆ่า!!!"ตงฟางหยูกัดฟันอย่างเครียดแค้นพร้อมกลับกล่าวออกมาเสียงดัง!
เขาใช้สายตาอาฆาตจ้องมองหยางตงเทียนอย่างเอาเป็เอาตาย เพราะว่าตอนนี้ร่างกายของเขาไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย เพราะโดนพลังปราณของอีกฝ่ายกดเอาไว้
"เฮ้อ!!!...เ้าเป็คนแรกเลยนะที่ไม่หลงใหลในรูปร่างหน้าตาของข้า แถมยังมองข้าเป็คนชั่วร้ายเช่นนี้อีก!? ..."หยางตงเทียนถอนหายใจออกมา และกล่าวออกมาด้วยสีหน้าใสซื่อ พร้อมกับยื่นมือออกไปััลูบไล้กรอบหน้าของตงฟางหยูไปมาอย่างสนุกสนาน
พอตงฟางหยูโดนมือเรียวยางนั้นัักลับใบหน้าของตนเอง ดวงตาของเขาก็จองมองใบหน้าใสซื้อนั้นไม่วางตา หัวใจของเขาเต้นระรัวสั่นระริก ลมหายใจสะดุด...ขาดห้วงเกือบที่จะเคลิบเคลิ้มไปกับมัน ตอนนี้เขารู้สึกคิดผิดอย่างมหันต์ที่จ้องมองไปที่ใบหน้านั้น
"อันตรายมาก!!..เกือบไปแล้ว ฮู้!!!"เขากล่าวกับตัวเองในใจพร้อมกับพ้นลมหายใจออกมา
"เหอะ!! ท่านแข็งแกร่งถึงเพียงนี้แต่กลับมารังแกคนไม่มีทางสู้เช่นข้า! ท่านไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือ!!? หากเื่นี้ถูกแพร่งพรายออกไปท่านไม่กลัวผู้คนทั่วยุทธจะวิพากษ์วิจารณ์ว่าร้ายท่านรึ!!?"
ตงฟางหยูกล่าวขึ้นมาเพื่อหวังว่าหยางตงเทียนจะปล่อยเขาไป เขาพยายามค้นความทรงจำของตนเองว่าอีกฝ่ายเป็ใคร เขาเคยไปล่วงเกินอีกฝ่ายหรือไม่! ทำไม่อีกฝ่ายถึงต้องมารังแกเขา!? แต่เขาก็ไม่เคยพบคนผู้นี้!!?
"ข้าไม่สนว่าผู้อื่นจะมองหรือวิจารณ์ข้าเช่นไร เพราะไม่ว่าจะเป็สิ่งใดก็ตามที่ถือกำเนิดขึ้นมาเป็ส่วนหนึ่งของโลก ก็ย่อมต้องถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็ สมุนไพร โอสถ อาวุธ เคล็ดวิชา สัตว์อสูร หรือแม้แต่สิ่งที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง ก็ล้วนแล้วต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์"
"ต่างกันแค่เื่ที่ผู้คนนำมาวิพากษ์วิจารณ์นั้นจะเป็เื่ดีหรือร้ายก็เท่านั้น แต่ถึงอย่างไรไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ล้วนแล้วแต่เป็คำวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี เหตุใดข้าต้องใส่ใจกลับมันด้วยเล่า?"
หยางตงเทียนกล่าวตอบกลับไป
"นี่!!!..."พอตงฟางหยูได้ฟังเขาถึงกับพูดไม่ออก ตอนนี้เหมือนว่าเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่างเขาจึงรีบหลับตาลงและทำความเขาใจมันในทันที
"หือ!? ..บรรลุเจตจำนงหรือ? นึกไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่คำพูดของข้าจะทำให้เขาบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้!!"หยางตงเทียนกล่าวในใจ
ต้องรู้ก่อนว่าการที่คนคนหนึ่งจะบรรลุเจตจำนงได้นั้นเป็สิ่งที่ยากมาก มันไม่เกี่ยวกลับระดับของการฝึกฝน แต่มันเกี่ยวกลับความเข้าใจในวิถีที่คนผู้นั้นวิ่งตาม.. ในโลกนี้มีเจตจำนงอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็เจตจำนงกระบี่ เจตจำนงหอก เจตจำนงหมัด ฯลฯ ยังมีเจตจำนงอื่นอีกมากมาย
เจตจำนงกระบี่ที่ตงฟางหยูกำลังบรรลุอยู่ตอนนี้ หยางตงเทียนก็บรรลุได้แล้วเช่นกัน ตอนที่เขาฝึกฝนอยู่ในมิติเอกเทศน์ แต่ที่เขาสามารถบรรลุได้อย่างรวดเร็วเพราะเขามีเนตรส่อง์เป็ตัวช่วย
ซึ่งมันทำให้เขามองเห็นสรรพสิ่งได้อย่างชัดเจน เขาจึงสามารถเข้าใจและสามารถบรรลุเจตจำนงกระบี่ได้ในที่สุด แต่ตงฟางหยูกลับต่างออกไป
การที่เขาจะบรรลุได้นั้นเขาต้องใช้เวลายาวนานในการทำความเข้าใจในวิถีที่ตนเลือกเดิน เขามีความเข้าใจมันจนใกล้จะบรรลุแล้ว พอได้ฟังสิ่งที่เขากล่าวมันเลยทำให้เขาเข้าใจอะไรบางอย่างจากคำกล่าวของเขาได้ มันเลยทำให้เขาบรรลุเจตจำนงได้อย่างง่ายดาย!!
***หมายเหตุ พร์นั้นถูกแบ่งออกเป็ห้าระดับได้แก่
1.พร์ระดับต่ำ
2.พร์ระดับกลาง
3.พร์ระดับสูง
4.พรสวรรรค์ระดับสูงสุด
5.พร์ระดับสุดยอด
ยิ่งคนคนนั้นมีพร์สูงมากเพียงใดก็จะทำให้คนคนนั้นสามารถเข้าใจตำราวรยุทธได้ดีกว่าคนทั่วไป สามารถฝึกฝนวรยุทธและดูดซับลมปราณได้เร็วกว่าคนที่มีพร์ที่อยู่ในระดับที่ต่ำ