ผ่านมาแล้วสองวัน เสี่ยวไท่ที่วิ่งเตลิดออกจากเรือนไม้หอมจนเปียกฝนมะลอกมะแลกก็ออกมาวิ่งเล่นพร้อมกับเสี่ยวชินและฟู่เจียนจื่อเ้านายของพวกมัน ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของเฮ่อหนานกับหวังจง
แต่จินป๋ายไช่กลับต้องนอนซมเพราะพิษไข้เวลานอนแซ่วอยู่บนเตียงทำให้นางได้หวนคิดถึงบุคคลในครอบครัวที่จากนางไป เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้นางกลายเป็กำพร้าต้องรอนแรมไปอาศัยบ้านญาติๆ จนได้มาอยู่บ้านสกุลฟู่หากว่านางไม่สร้างปัญหาจนเ้าของเรือนขับไล่นางไปเสียก่อนนางก็หวังให้บ้านสกุลฟู่เป็แหล่งพักพิงแห่งสุดท้ายของชีวิต
เ้าของร่างบางพลิกหันหน้าเข้าผนังนางเลื่อนผ้าห่มลงไปไว้ที่่เอวความชื้นของเหงื่อบนผิวกายบ่งบอกว่าไข้กำลังจะส่างพรุ่งนี้นางก็คงกลับมาแข็งแรงดังเดิมหญิงสาวรู้สึกดีที่จะได้เริ่มวันใหม่ด้วยสภาพร่างกายที่พร้อมจะดูแลคุณชายน้อยของนางอีก
วันนี้อากาศค่อนข้างดี ไร้เมฆฝนกวนใจด้านนอกเสียงหัวเราะของคุณชายตัวน้อยยังแว่วมาให้ได้ยินเป็ระยะและอีกหนึ่งเสียงที่ได้ยินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนนางจำได้ติดหูก็คือเสียงของนายท่าน เวลาเนิ่นนานที่นางได้ยึดเอาร่างกายนายท่านเป็ที่พึ่งพิงความอ่อนโยนและไออุ่นจากอ้อมอกเขาทำให้นางลืมถ้อยคำที่เขาเคยดุ เคยตวาดจนนางเอามาคิดน้อยเนื้อต่ำใจไปสิ้นแล้วเสียงกระซิบย้ำปลอบขวัญนางเมื่อวันฝนกระหน่ำช่างอ่อนโยนและตราตรึงอยู่ภายในใจจนยากจะลืมเลือน
แล้วจินป๋ายไช่ก็หน้าแดงก่ำเมื่อคิดถึงเื่หนึ่งขึ้นมา นางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าร่างกายของบุรุษเพศจะให้ความรู้สึกอบอุ่นมั่นคงมากถึงเพียงนี้นายท่านใช้เครื่องหอมอันใดหนอจึงทำให้มีกลิ่นเฉพาะตัวที่หอมดั่งไม้ใหญ่ในฤดูร้อนที่ยืนต้นมั่นคงแข็งแรงท่ามกลางแสงแดดแผดกล้า ความหนาวเหน็บในวันฝนกระหน่ำนั่นราวถูกไอร้อนจากร่างกายเขาขับไล่ไปเสียสิ้น
คงเพราะนายท่ายเห็นนางยังขาสั่นเป็เ้าเข้าขนาดก้าวขาไม่ออกกระมังเขาจึงมีเมตตาอุ้มนางขึ้นแล้วพาเดินกลับเรือน แม้นางได้เอ่ยปากห้ามออกไปแล้วถึงความไม่เหมาะสมแต่พอสบสายตาดุๆ เด็ดขาดของเขาแล้ว นางจึงต้องจำยอม และระหว่างทางที่เดินกลับเรือนแม้ใจสั่นกับความใกล้ชิดเกินฐานะนายบ่าวเพียงไรแต่นางก็อดไม่ได้จริงๆ จึงได้ลอบมองเสี้ยวหน้าคมคายที่อยู่ห่างแค่เพียง่หนึ่งนิ้วมือ
นางเป็เพียงบ่าวบ่าวที่รังแต่สร้างปัญหาและความขุ่นใจแก่นายท่านเขาจะทำเพิกเฉยปล่อยนางตามยถากรรมก็ย่อมทำได้ แต่นายท่านกลับมีน้ำใจสูงส่งนักนางสัญญากับตัวเองว่าจะเป็บ่าวที่ดีคอยปรนนิบัติรับใช้เขาและคุณชายน้อยเพื่อตอบแทนบุญคุณคนบ้านฟู่ให้ได้มากที่สุด...
ปลายฤดูฝน อากาศเย็นสบายคงอีกนานกว่าหิมะสายแรกของต้น ฤดูหนาวจะตกสมาชิกบ้านสกุลฟู่กำลังจะไปพักผ่อนที่เมืองเหยาอันซึ่งมีกิจการโรงเตี๊ยมของตระกูลตั้งอยู่เป็เวลาสิบวันและการเดินทางหนนี้นางฟู่หลันได้วางแผนจะให้ความสัมพันธ์ของบุตรชายกับหม่าฉางซิ่วแแ่ขึ้นกว่าเดิมขบวนรถม้าของสมาชิกทั้งสองตระกูลและบ่าวไพร่จำนวนหนึ่งจึงออกเดินทางั้แ่ย่ำรุ่งเพราะต้องใช้เวลาเดินทางสองวันจึงจะเข้าเขตตัวเมืองเหยาอัน
“อย่างไรเล่าป๋ายไช่ว่าที่ลูกสะใภ้ของข้า งามหรือไม่”
นางฟู่หลันถามขึ้นหญิงสูงวัยนอนเอนกายให้หญิงสาวบีบนวดอยู่ภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวจินป๋ายไช่ไม่ต้องคอยดูแลหลานชายของนาง เพราะนางส่งเขาไปนั่งในรถม้าอีกคันคันที่มีหม่าฉางซิ่วนั่งอยู่ และตอนนี้ฟู่หลิงเฉินก็คงจะขี่ม้าเลียบเคียงคู่กันไป
“เบาหน่อยเจียวเอ๋อร์อยากให้กระดูกยายแก่อย่างข้าหักหรืออย่างไร” นางฟู่หลันท้วงเมื่อผลจากคำถามของนางที่มีกับจินป๋ายไช่แสดงออกมาเป็แรงบีบนวดของสาวใช้คนสนิท
“บ่าวขออภัยเ้าค่ะก็เมื่อครู่รถมันตกหลุมพอดีนี่เ้าคะ บ่าวจึงใ” เจียวเอ๋อร์แก้ตัวตามเหตุการณ์ที่เป็จริง...บางส่วน
ใช่สิ...มืออย่างนางหรือจะนุ่มนวลเป็ที่ถูกอกถูกใจนายหญิงสู้คุณหนูฉางซิ่วนั่นได้น่าน้อยใจนัก
“เ้ายังไม่ตอบคำถามข้าเลยนะป๋ายไช่”
“คุณหนูฉางซิ่วงามมากเ้าค่ะ”คนถูกถามยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วยอย่างสัตย์จริง
จินป๋ายไช่รู้ว่านายหญิงวาดหวังเพียงใดที่จะได้คุณหนูบ้านหม่ามาเป็ลูกสะใภ้เพราะนายท่านฟู่หลิงเฉินกับนางนั้นเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกมิผิดเพี้ยน
“ข้าก็หวังว่าไปเที่ยวคราวนี้ลูกข้าและหลานข้าจะถูกใจนางมากกว่าเดิม”
การจะทำให้บุตรชายรักใคร่ชอบพอหม่าฉางซิ่วนั้นว่ายากแล้วแต่การจะทำให้หลานชายสุดรักของนางรักและอยากจะได้หญิงสาวมาเป็มารดานั้นนับว่ายากเป็สองเท่า โดยก่อนหน้านี้นางก็ถูกหลานชายค่อนขอดมาแล้ว เมื่อรู้ว่าจะมีคนอื่นรวมขบวนไปด้วย
‘หลานนึกว่าจะมีเพียงท่านย่าท่านพ่อ และหลานเท่านั้น’
‘ไปหลายๆคนน่าจะสนุกกว่า คนกันเองทั้งนั้น น้าฉางซิ่วน่ารักและใจดีออกเ้าก็เคยไปเล่นบ้านนาง นางก็เคยมาเยี่ยมเ้าที่บ้านเราออกบ่อยนี่นา’
‘ก็เพราะพบหน้ากันบ่อยแล้วไงขอรับท่านย่า’
จนด้วยคำตอบนางจึงตัดบทไป
‘ไม่รู้ละก็ย่ากับท่านยายเมิ่งจือตกลงกันแล้วว่าพวกเราจะไปเที่ยวด้วยกัน’
‘น่าเสียดายที่พาเสี่ยวชินและเสียวไท่ไปด้วยไม่ได้แต่ก็ยังดีที่หลานมีป๋ายไช่...’
นางฟู่หลันลอบมองพี่เลี้ยงสาววัยสิบหกของหลานชายนึกไม่ถึงว่าเจียนจื่อจะชื่นชอบนางมากเพียงนี้ทั้งที่แรกพบและความสัมพันธ์ก่อนหน้าหลายปีนั้นใช่ว่าจะดีนักนับว่าไม่เลวที่เด็กคนนี้สามารถมัดใจหลานชายของนางได้ ครั้นปรายตามองเจียวเอ๋อร์นายหญิงใหญ่บ้านฟู่ก็ลอบถอนลมหายใจเบาๆ เจียนจื่อไม่ค่อยถูกชะตากับนางเอาเสียเลยที่คิดจะให้นางเป็เมียน้อยของบิดาเขา เห็นทีคงไม่สำเร็จแน่ เพราะคนเป็พ่อแสดงออกชัดแจ้งว่าไม่เอาส่วนลูกชายก็ไม่สน ตนจึงรู้สึกผิดที่ไปให้ความหวังกับหญิงสาวจนนางหลงรักหลิงเฉินหมดใจการหาสามีที่ดีให้นางหลังจากจัดการเื่คู่ครองบุตรชายได้แล้วคงจะพอไถ่โทษกับความรู้สึกผิดนี่ได้บ้างกระมัง