ตอนที่7 กระบี่จักรพรรดิเยือกแข็ง
“ท่านลุงตระกูลเทียนของข้าเป็เช่นใดบาง”เทียนถางรีบกล่าวถามออกมาทันทีนั้นทำให้ฉิงเทียนและชายชราตกตะลึงเล็กน้อยเพราะว่ามิคิดว่าเทียนถางจะได้ยินเช่นนี้
“ข้าก็มิได้อยากจะกล่าวหรอกเพราะตอนนี้ตระกูลเทียนกำลังแย่”ฉิงเทียนกล่าวออกมาอย่างเศร้าใจเล็กน้อยเทียนถางขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีเพราะมันรับรู้จากน้ำเสียงของเทียนถางได้ว่าฉิงเทียนนั้นกำลังทำให้ความรู้สึกของมันเบาลง
“มันคงรุนแรงสินะ”เทียนถางนั้นกล่าวออกมาเบาๆเท่านั้น
“ใช้แล้วระแต่ตอนนี้ตระกูลฉิงกำลังสนับสนุนตระกูลเทียนเต็มที่”ฉิงเทียนกล่าวตอบนั้นทำให้เทียนถางเต็มไปด้วยความสับสนเล็กน้อยภายในจิตใจของมันเต็มไปด้วยความปั่นป่วนเทียนถางหลับตาลงนั้นทำให้ฉิงเทียนและชายชราเข้าใจและเดินจากไปเทียนถางเพ่งสมาธิลงไปในตันเถียนมันเกิดความปั่นป่วยที่รุนแรงโดยที่มีพายุหิมะขนาดใหญ่อย่างรุนแรงอยู่เทียนถางเต็มไปด้วยความหงุดหงิดก่อนที่จะบังคับให้ บ่อน้ำแห่งาาภูต หมุนวน
“ฟูมมมมม”พายุหิมะทั้งหมดถูกดูดซับเข้าไปอย่างรวดเร็วและส่งเดข้าไปที่ต้นไม้แห่งชีวิตทั้งหมดแต่เทียนถางก็ยังคงเต็มไปด้วยความสับสนเกิดการสั่นะเืของตันเทียน เทียนถางจึงได้เลิกสนใจทุกสิ่งอย่างและเริ่มเพ่งสมาธิลงไปเพื่อปรับสภาพของตันเถียนให้กับมาเป็เช่นเดิมอย่างรวดเร็วมินานพลังปราณในร่างกายของเทียนถางก็กลับมาเป็เช่นเดิม
“เทียนโจถึงข้าจะมิรู้จักเ้ามานักแต่ตอนนี้เ้าคือบิดาของเทียนถางและข้าข้าจะกลับไปปกป้องเ้าแน่มินานข้าเวลาข้าสักเล็กน้อย”เทียนถางลืมตาขึ้นเมื่อจิตใจสงบลงมันจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวมากมายก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างสงบแววตาของมันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเทียนถางเข็นรถกับไปที่ห้องอาบน้ำก่อนที่จะเข้านอน
“นายท่านฉิงเทียนได้ให้ข้ามาเรียนว่าท่านมิว่างที่จะไปที่ตำหนักตำรากับท่านคะ”ยี่หลานเดินเข้ามาในบ้านพักของเทียนถางในตอนเช้าพร้อมกับอาหารเช้าเมื่อมาถึงนางก็กล่าวออกมา
“งั้นหรือ”เทียนถางกล่าวตอบเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะทานอาหารเช้าก่อนที่จะมุ่งหน้าไปที่ตำหนักตำราและแสดงตราประจำนิกายให้ผู้ดูแลดั้นทำให้ชายชราตกตะลึงเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้าและคืนตราให้เทียนถางจึงได้ขึ้นไปที่ชั้นสองทันทีเทียนถางรับรู้จากความทรงจำที่ฉิงเทียนกล่าวได้ว่าบนชั้นสองมีตำราระดับสี่และห้าอยู่เทียนถางจึงได้ยกลอยขึ้นไปบนอากาศลงบนชั้นสองก่อนที่จะเริ่มค้นหาตำราที่มัน้าผู้คนที่อยู่บนชั้นสองสนใจเทียนถางเล็กน้อย
“เ้าคงเป็ผู้ชนะการประลองประจำปีนี้สินะ”เสียงของบางคนดังขึ้นเทียนถางจึงได้หันไปจ้องมองเล็กน้อยปรากฏหญิงสาวเส้นผมดำและมีดวงตาสีดำ
“ข้าเอง”เทียนถางกล่าวตอบเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะเขียนรถจากไปโดยที่มิได้สนใจนางเลยนั้นทำให้นางหงุดหงิดแต่ก็เปลี่ยนเป็ดุร้ายแต่ก็มีพลังที่รุนแรงพุ่งเข้าหานางนั้นจึงทำให้นางจ้องมองไปที่ผู้ที่ปลดปล่อยพลังเข้าใส่นางก็พบเมียงโจที่กำลังเดินขึ้นมาจากบันไดเทียนถางมิได้สนใจเหตุการณ์นั้นมันค้นหาตำราตามที่มัน้าอีก
“เ้าคิดจะทำสิ่งใด อวี่เฉียง”เมียงโจกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความดุร้าย
“ข้าก็แค่ทักทายศิษย์ใหม่เท่านั้นว่าแต่เ้ากำลังจะเข้าทดสอบเป็ศิษย์ภายในมิใช้หรือเหตุใดจะต้องเข้ามาปกป้องเด็กนั้นด้วยละ”อวี่เฉียงกล่าวออกมาด้วยความดุร้ายนางจ้องมองไปทีเมียงโจด้วยสีหน้าเ็าทั้งสองเต็มไปด้วยความดุร้ายพลังอำนาจของผู้ที่อยู่ในระดับอสูรทั้งสองะเิเข้าปะทะกันอย่างดุร้ายแต่นี้ก็มิได้ทำให้เทียนถางสนใจแม้แต่น้อย
“เ้าคิดจะเปิดศึกกับกลุ่มสุริยะผลาญฟ้าหรือ”อวี่เฉียงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าดุร้าย
“ถ้าเ้าแตะต้องเขาข้าและกลุ่มจักรพรรดิทั้งหมดก็พร้อมจะเปิดศึก”เมียงโจกล่าวตอบโดยมิได้ลังเลเลยนั้นทำให้อวี่เฉียงประหลาดใจมากเมื่อนางได้ยินทั้งสองคนนั้นเต็มไปด้วยความดุร้ายแต่ก็มิได้สู้กันก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเทียนถางในตอนนี้พบเ้าและได้อ่านตำราไปจำนวนมากในเวลาสั้นๆ ทั้งตำราของทักษะระดับสี่และห้าไปหลายสิบเล่มแล้ว
“กระบี่จักรพรรดิเยือกแข็งทักษะระดับห้า”เทียนถางนั้นเต็มไปด้วยความสุขเพราะว่าจากตำราจำนวนมากที่มันอ่านมีเพียงเล่มเดียวเท่านั้นที่เหมาะสมกับมันเทียนถางกล่าวนามของตำราออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขเทียนถางจึงได้อ่านเล็กน้อยก่อนที่จะนำตำราไปให้ผู้ดูและตรวจสอบและกลับไปที่บ้านพักพร้อมกับที่เริ่มศึกษาตำราทักษะกระบี่จักรพรรดิเยือกแข็ง
ทักษะ กระบี่จักรพรรดิเยือกแข็ง มีทั้งหมดสี่บทบทที่หนึ่ง ควบคุมน้ำแข็งเพื่อสร้างให้เป็รูปร่าง บทที่สองการควบคุมอำนาจของน้ำแข็งให้เข้มข้นขึ้นอย่างแท้จริง บทที่สาม สร้างกระบี่จากน้ำแข็งที่มีระดับอสูรบทที่สี่ สร้างกระบี่จากน้ำแข็งที่มีระดับัเทียนถางนั้นรับรู้ได้ว่าทักษะนี้มันแข็งแกร่งเป็อย่างมากเทียนถางรวบรวมพลังอำนาจของธาตุน้ำออกมาจากร่างกายของมันและเปลี่ยนให้เป็น้ำแข็งก่อนที่จะเริ่มเปลี่ยนรูปร่างของก้อนน้ำแข็งนั้น
“ฟุม”มินานพลังบางอย่างก็ไหลเข้าสู่ร่างของเทียนถางซึ่งมันรับรู้ได้ว่ามันได้สำเร็จบทที่หนึ่งแห่งทักษะกระบี่จักรพรรดิเยือกแข็ง ได้อย่างง่ายได้แต่พลังที่ไหลเข้ามาในร่างกายของมันนั้นก็ยังมิได้ทำให้มันเลื่อนสู่ระดับเดรัจฉานขั้นที่เจ็ดได้มันจึงเริ่มฝึกบทที่สองต่อเลยโดยที่เทียนถางจะต้องได้ทำให้พลังของก้อนน้ำแข็งที่มันสร้างเข้มข้นและบริสุทธิ์ขึ้น
สามวันต่อมา
“ฟุมมมมม”ฟุมพลังของความเย็นะเิออกมาจากก้อนน้ำแข็งที่เทียนถางสร้างขึ้นและมีพลังที่รุนแรงและเย็นะเืไหลเข้าสู่ร่างกายของเทียนถางและทำให้พลังปราณของเทียนถางบริสุทธิ์และเข้มข้นขึ้นอย่างมหาศาลนั้นทำให้เทียนถางเต็มไปด้วยความยินดีเพราะว่าเทียนถางตอนนี้ทั้งแข็งแกร่งขึ้นและยังเลื่อนเข้าสู่ระดับเดรัจฉานขึ้นเจ็ดแล้วเทียนถางยิ้มเพราะว่าตอนนี้มันยังมิได้โอสถลิ้นัเลยสักเม็ดและตอนนี้มันได้บรรลุบทที่สองแห่งทักษะ กระบี่จักรพรรดิเยือกแข็งแต่พลังปราณของเทียนถางมิอาจที่จะสร้างกระบี่ระดับอสูรขึ้นมาได้แน่
“ข้าคงต้องฝึกยุทธต่อเพื่อเพิ่มระดับก่อน”เทียนถางพึมพำออกมาและเริ่มโคจรพลังปราณในร่างกายไปมาด้วยความเร็วสูงต้นไม้ชีวิตและดอกไม้แห่งอำนาจเริ่มขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเทียนถางได้เรียกโอสถลิ้นัออกมาหนึ่งเม็ดและโยนเข้าไปในปากก่อนที่พลังอำนาจของโอสถลิ้นัก็ะเิออกมาพลังปราณมากมายพุ่งไปทั่วทุกทิศในร่างกาย
“ทรงพลังอำนาจจริงๆ”เทียนถางอุทานออกมาเพราะว่าตอนนี้พลังอำนาจของมันพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่งปรากฏพลังอำนาจที่รุนแรงราวกับหมอกที่หนาแน่นเต็มตันเทียนไปหมด บ่อน้ำาาภูตเริ่มหมุนวนอย่างรุนแรงดูดซับพลังของโอสถลิ้นัเข้าไปด้วยความเร็วสูงพร้อมกับที่มันทำให้ต้นไม้ชีวิต ดอกไม้แห่งอำนาจขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
สองวันต่อมา
“ฟุมมมมม”พลังปราณที่รุนแรงะเิออกจากร่างกายของเทียนถางในสองมานี้เทียนถางได้ใช้โอสถลิ้นัทั้งสิบเม็ดจนหมดนั้นทำให้พลังของมันอยู่ในระดับครึ่งก้าวก่อนที่จะเข้าสู่ระดับมนุษย์ต้นไม้แห่งชีวิตและดอกไม้แห่งอำนาจใหญ่โตอย่างยิ่งใหญ่เทียนถางนั้นรวมรวบพลังจากผืนฟ้าและผืนโลกเข้าสูงร่างกายอย่างรวดเร็ว บ่อน้ำาาภูตหมุนวนอย่างรวดเร็วดูดซับทุกอย่างทั้งหมดอย่างรวดเร็วนั้นทำให้เทียนถางกำลังจะเลื่อนระดับสู่ระดับมนุษย์
“กระแสปั่นป่วนนี้หรือว่าท่านเทียนถางจะเลื่อนระดับ”ยี่หลานที่อยู่ด้านข้างของฉิงเทียนเห็นกระแสของอากาศนางจึงกล่าวออกมาเพราะจุดที่เกิดขึ้นนั้นคือบ้านพักของเทียนถาง
“เราไปกันเถอะ”ฉิงเทียนกล่าวพร้อมกับเดินออกไปชายชราและยี่หลานเดินตามออกไปทันทีภายในร่างกายของเทียนถางที่ตันเถียนเหล่าดอกไม้แห่งอำนาจได้ขยับไปตามพื้นเกาะและเข้าไปมัดต้นไม้แห่งชีวิตนั้นทำให้เทียนถางประหลาดใจมากดอกไม้แห่งอำนาจจากทั่วทั้งเกาะตันเถียนได้เข้ามัดต้นไม้แห่งชีวิตทั้งหมดและบ่อน้ำาาภูตก็ขยายตัวขึ้นจนมีขนาดได้ครึ่งหนึ่งของเกาะตันเถียนนั้นทำให้เทียนถางยิ่งรู้สึกสับสนก่อนที่จะปรากฏก้อนพลังบางอย่างมันมีสีน้ำเงินเข้ม
“นั้นคือสิ่งใดกัน”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างสับสนเพราะในความทรงจำที่มันมีมิเคยกล่าวถึงก้อนพลังนี้เลยแต่มันสามารถที่จะรับรู้ได้ว่ามันได้เลื่อนเข้าสู่ระดับมนุษย์แล้วและกงจักรหยกสีรุ้งก็ใกล้ที่จะเลื่อนเข้าสู่ระดับอสูรเต็มที่แล้วมันดูดซับพลังจำนวนมหาศาลภายในสองวันที่ผ่านมานี้เทียนถางจ้องมองไปยังกงจักรอย่างพอใจก่อนที่จะกลับออกมายังโลกภายนอก
“มิน่าเชื่อ หลานข้าเ้าใช้เวลาเพียงแค่ห้าวันในการเข้าสู่ระดับมนุษย์”ฉิงเทียนกับกลุ่มตกตะลึงมากเมื่อได้เห็นการเติบโตของเทียนถางมันกล่าวออกมาอย่างมีความสุข
“ใช้ขอรับท่านลุง”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างมีความสุขเช่นกันนั้นทำให้ทั้งสามที่มาหามันเต็มไปด้วยความตกตะลึงและความสุขเช่นกันหลังจากนั้นงานเลี้ยงที่บ้านพักของตระกูลฉิงที่นิกายแสงตะวัน เทียนถางนั้นเริ่มรู้สึกกับสิ่งที่เรียกว่าความสุขหลังจากผ่านมาหลายล้านปีแห่งการเป็เทพเ้าสูงสุดโอดินมันนั้นได้รับความสุขถึงจะเป็เพียงเล็กน้อยก็ตามแต่งานเลี้ยงนี้ก็ยังเป็ความลับของคนในนิกายอยู่ดีมีเพียงแค่ตระกูลฉิงแค่บางคนเท่านั้นที่รับรู้
หลังจากงานเลี้ยงจบลงก็ผ่านไปสิบวันในที่สุดเทียนถางก็สามารถที่จะสร้างกระบี่จักรพรรดิเยือกแข็งระดับอสูรได้สำเร็จมันแข็งแกร่งและทรงพลังมากมีพลังที่รุนแรงไหลเข้าสู่ร่างกายของเทียนถางด้วยความเร็วสูงและนั้นทำให้พลังปราณในร่างกายของมันป่วนเทียนถางขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนที่จะเพ่งสมาธิลงไปในตันเถียนปรากฎพายุหิมะที่มีรูปร่างเหมือนกับกระบี่จำนวนมหาศาลพุ่งไปทั่วเกาะตันเถียนเทียนถางทำให้บ่อน้ำาาภูตหมุนวนอย่างรวดเร็วดูดซับพายุกระบี่หิมะเข้าไปอย่างรวดเร็ว
กระบี่จักรพรรดิเยือกแข็งที่อยู่ด้านหน้าของเทียนถางปรากฏแสงสว่างขึ้นและมันแข็งแกร่งขึ้นเป็อย่างมากเทียนถางรับรู้ได้ว่าพลังของพายุกระบี่หิมะที่เทียนถางดูดซับเข้าไปทำให้พลังของทักษะกระบี่จักรพรรดิเยือกแข็ง เทียนถางเปลี่ยนแปลงกระบี่ที่งดงามของมันให้มีรูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามแทนพร้อมกับที่มันได้ควบคุมไปมาด้วยความเร็วสูง
“ยอดเยี่ยมแต่มันยังคงมีพลังมิเท่าเทียบกับกงจักรหยกสีรุ้งอาจจะเป็เพราะว่ามันถูกสร้างขึ้นจากปราณเป็แน่”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ดุร้ายขึ้นเพราะมันมิอาจที่จะสร้างศาสตราวุธจากปราณให้มีพลังทัดเทียบกับศาสตราวุธที่มีพลังเท่ากับศาสตราวุธของจริงได้เป็แน่คงเพราะว่ามันมิมีตัวที่จะส่งพลังปราณลงไปเพื่อให้มันทำงาน
“ข้าต้องหาคนแคระอีกครั้งเพื่อให้พวกมันสร้างศาสตราวุธให้ข้า”เทียงถางกล่าวออกมาอย่างจริงจังเพราะว่ามัน้าศาสตราวุธที่มีพลังทัดเทียบกับกุงเนียร์หรือค้อนโยลเนียร์ให้ได้มันจึงได้เริ่มหาเป้าหมายเพิ่มหนึ่งแข็งแกร่งขึ้นสองทำลายล้างนิกายกระจ่างฟ้าสามตามหาผู้สร้างศาสตราวะที่ทรงอำนาจชิ้นใหม่ให้กับตัวของมันเอง
“ถ้าเป็ตอนนี้ข้าคงพอที่จะไปทำภารกิจได้แล้ว”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างจริงจังมินานมันก็เดินทางไปยังบ้านพักของกลุ่มจักรพรรดิฟ้าเทียนถางมิใดหึความสนใจผู้ใดมันเดินทางเข้าไปหาเมียงโจทันทีเมื่อเมียงโจและกลุ่มเห็นเทียนถางเดินทางเข้ามาพวกมันก็เต็มไปด้วยความสุข
“มีสิ่งใดหรือน้องถาง”เมียงโจกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“ข้ามาที่นี้เพื่อหาคนไปทำภารกิจด้วย”เทียนถางกล่าวตอบอย่างดุร้ายเช่นเดิมนั้นทำให้เมียงโจและกลุ่มใเล็กน้อยก่อนที่จะพูดคุยกันต่อเกี่ยวกับเื่นี้เมียงโจจึงได้ให้ช่างเว่ยและิจูกับเนียจิงที่สนิทกับเทียนถางออกไปทำภารกิจด้วย ทั้งสี่เดินทางไปที่ตำหนักภารกิจเพื่อเลือกภารกิจที่พวกมันจะทำเทียนถางจ้องมองไปรอบๆด้วยความสนใจในตำหนักเต็มไปด้วยหยกมากมายที่ห้อยอยู่ที่กำแพงเทียนถางจึงสนใจมากยิ่งขึ้น
“ภารกิจจะถูกแบ่งออกมาเป็ระดับหนึ่งถึงสิบและมีสามขั้นคือต่ำ กลาง สูง”เนียจิงที่ยืนอยู่ด้านข้างของเทียนถางก็กล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
“ระดับของพวกเราตอนนี้คงทำได้เพียงภารกิจระดับสามหรือสี่เท่านั้น”ช่างเว่ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจังเช่นกันนั้นทำให้อีกสองคนพยักหน้าเห็นด้วยเทียนถางประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้นเพราะมันมิเคยคิดว่าช่างเว่ยที่อยู่ในระดับมนุษย์ขั้นที่เก้าจะทำภารกิจได้เพียงแค่ระดับสามหรือสี่เท่านั้นเทียนถางจึงได้คนหาภารกิจระดับสี่ที่น่าสนใจเท่านั้น
“ข้าว่านั้นน่าจะดี”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจังและมุ่งมั่นนั้นทำให้ทั้งสามหัวไปจ้องมองทันทีปรากฏภารกิจระดับสี่ขั้นสูงที่มีนามว่าสังหารกลุ่มกลุ่มโจรหมื่นซากศพ รางวัลก็คือเงิน สี่ล้านเหรียญและศาสตราวุธระดับมนุษย์สองชิ้นและตำราระดับสี่สองเล่มเหตุการณ์ สังหารเหล่าโจรที่สังหารผู้บริสุทธิ์ไปจำนวนหลายหมื่นคน ผู้เป็หัวหน้ากลุ่มโจรอยู่ในระดับอสูรจำเป็ต้องนำหัวของหัวหน้าโจรมายืนยันการสำเร็จภารกิจนี้
“งั้นยืนยันการรับภารกิจกันก่อนเถอะ”ิจูกล่าวออกมาอย่างจริงจังและทั้งสี่ก็เดินทางไปรับภารกิจถึงผู้ดูแลตำหนักภารกิจจะตกตะลึงเล็กน้อยแต่มันก็ยอมให้เทียนถางและกลุ่มรับภารกิจได้หลังจากรับภารกิจเสร็จทุกคนก็ออกเดินทางทันทีโดยที่เทียนถางกับกลุ่มไปกล่าวลาฉิงเทียนเล็กน้อยถึงฉิงเทียนจะเป็ห่วงแต่มันก็สามารถที่จะอนุญาตให้เทียนถางจากไป
“เราต้องเดินทางกันอีกราวสองเดือนก่อนที่จะถึงป่าศิลาเทา”ช่างเว่ยที่ได้เช่ารถม้ามาเพื่อให้เทียนถางสามารถที่จะนั่งได้หลังจากที่ทุกอย่างถูกจัดเตรียมจนเสร็จสิ้นทั้งสี่ก็ออกเดินทาง
“ในการเดินทางนี้เราจะผ่านป่าหยกเย็นหุบเขาอสูรแดง และที่ราบอสนีกู้ร้อง”เนียจิงนั่งดูแผนที่ที่พึ่งซื้อมาก่อนที่จะกล่าวออกมา
“ข้าว่าเราน่าจะไปดูสักเล็กน้อยเพื่อหาสมุนไพรหรือล่าสัตว์อสูรตามภารกิจอื่นด้วยนะ”ช่างเว่ยกล่าวออกมาอย่างจริงจังนั้นทำให้ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยแม้แต่เทียนถางเองก็ตามการเดินทางเป็ไปได้ด้วยดีเมื่อถึงยามค่ำคืนกองไฟก็ถูกจุดขึ้นเทียนถางและกลุ่มนั่งทานอาหารกันอย่างสนุกสนานแต่แล้วเสียงของบางสีก็ดังขึ้นปรากฏร่างเงาที่รวดเร็วและกลิ่นอายที่รุนแรงขึ้น
“ผู้ที่้าชีวิตของข้าหรือ”เทียนถางรัยรู้ได้ก่อนใครมันกล่าวออกมาอย่างดุร้าย
“พวกมันเป็ใคร”ทั้งกลุ่มได้ยินทันทีแต่ก็ยังสงบได้อยู่ช่างเว่ยทำเหมือนมิได้มีสิ่งใดเกิดขึ้นมันถามออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเทียนถางนั้นเล่าเื่ตอนนี้ที่มันทดสอบเพื่อเข้านิกายให้ทั้งสามได้ฟังนั้นทำให้ทั้งสามเข้าใจว่าผู้ที่้าชีวิตของเทียนถางคือผู้าุโ เจียงหนิงหนึ่งในผู้าุโที่มีระดับพลังอยู่ในระดับัของนิกายแสงตะวันเป็คู่แข่งของผู้าุโฉิงเทียนนั้นเอง
“เราจะทำเช่นใดดีพวกมันมีกันอยู่ห้าคนและทั้งห้าอยู่ในระดับอสูร”เนียจิงเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดกลัวมันกล่าวออกมาอย่างจิงจัง
“มิต้องคิดมา”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างดุร้ายก่อนที่จะเรียกกระบี่จักรพรรดิเยือกแข็งและกงจักรหยกสีรุ้งออกมาและสะบัดมืออย่างรวดเร็วศาสตราวุธทั้งสองพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วนั้นทำให้ผู้ที่ติดตามมาทั้งห้าตกตะลึงพวกมันรีบพุ่งเข้าใส่เทียนถางทันทีปรากฏรอยยิ้มที่หน้าของเทียนถางและกลุ่มคนที่นั่งอยู่กับเทียนถางก็กลายเป้นเพียงแค่ก้อนน้ำแข็งเท่านั้น
“ฟุม ฟุม ฟุม”ช่างเว่ยิจูและเนียจิงพุ่งออกมาจากต้นไม้ด้านหลังของชายสามคนก่อนที่กระบี่แดงฉิงเหลี่ยนทวนสีเทาัเงาและดาบใหญ่สยบฟ้า จะโจมตีเข้าใส่ชายสามคนนั้นทำให้อีกสองตกตะลึงแต่มันก็เต็มไปด้วยความระวังตัวก่อนที่จะมีศาสตราวุธของเทียนถางทั้งสองพุ่งเข้าใส่หลังของพวกมันทั้งสองแต่พวกมันสามารถที่จะรับมือได้อย่างเหนื่อยล้าก่อนที่จะกระเด็นเข้าไปหาทั้งสามที่รออยู่ด้านหลังปรากฏคลื่นดาบทวนและกระบี่พุ่งเข้าใส่มันทั้งสองพร้อมกับัน้ำแข็งอีกสามตัวที่พุ่งมาจากด้านหลังของพวกมัน
“เคล็ดวิชาโบราณะเิปลิดชีพหมู่”หนึ่งในชายทั้งสองนั้นเมื่อมันนั้นไร้ซึ่งหนทางหนีมันจึงคำรามออกมาอย่างดุร้ายก่อนที่ร่างกายของมันจะะเิออกมาเทียนถางสร้างโล่น้ำแข็งปกป้องมันและให้ัน้ำแข็งรับการแรงะเิแมนกลุ่มของิจูช่างเว่ยและเนียจิงทันทีเมื่อะเิสงบลงเทียนถางก็สลายพลังอำทั้งหมดปรากฏว่ามิได้เกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อครู่นี้คือะเิที่สร้างแสงได้เท่านั้นแต่มันก็ทำให้เทียนถางระวังตัวเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
“พวกมันจากไปแล้ว”เนียจิงนั้นกล่าวออกมาอย่างโล่งใจ
“ต้องขอบคุณแผนของเ้ามิเช่นนั้นเราคงมิอาจที่จะรับมือกับผู้ที่อยู่ในระดับอสูรถึงห้าคนได้เช่นนี้เป็แน่”ช่างเว่ยเดินเข้ามาเทียนถางด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างยินดีอีกสองคนด้านหลังต่างพยักหน้าพวกมันทั้งสี่เต็มไปด้วยความสุขจากการได้รับชัยชนะที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ในร่างไร้ิญญาของสามผู้ที่อยู่ในระดับอสูรนั้นมีแหวนอยู่สามวงทั้งสี่ตรวจสอบของด้านในมีเม็ดยาปราณเงินจำนวนมหาศาลแต่เทียนถางมิได้้าจึงยกให้ทั้งสามและยังมีศาสตราวุธระดับมนุษย์อีกหนึ่งชิ้นและระดับเดรัจฉานอีกสามชิ้นเทียนถางเองก็มิได้้าแต่สิ่งที่มันอย่างได้คือตำราทักษะระดับห้าที่มีนามว่าอาณาเขตเยือกแข็ง์มันคือทักษะโจมตีวงกว้างซึ่งทั้งสามให้เทียนถางโดยมิได้ลังเลเลยแม้แต่น้อยนั้นทำให้เทียนถางประหลาดใจเล็กน้อย