วันถัดมาจวินหลิงหยางชุนขึ้นรถม้าไปพร้อมกับพี่ใหญ่และเสี่ยวไป๋เพื่อเดินทางไปยังจวนตระกูลหยางที่เขาได้ส่งจดหมายแจ้งข่าวไว้ล่วงหน้านี้แล้ว และวันนี้ตัวเขาเองก็มีของนำไปให้เยี่ยนถิงด้วยซึ่งก็คือที่คั้นน้ำทับทิมที่เขาขอให้พี่สามช่วยสั่งทำจากกรมช่างฝีมือมาอีกหลายเครื่องเลยทีเดียว
เพราะนอกจากจะเอามาฝากไว้ที่จวนหยางแล้ว เขายังต้องการนำมันไปมอบให้กับกรมการเกษตรอีกสองเครื่อง ส่วนที่เหลือก็ถูกส่งไปประจำยังตำหนักในแต่ละตำหนักของพี่ชายกับ'เสด็จแม่ทุกคน'ของเขา เพื่อที่จะสามารถคั้นน้ำทับทิมทานได้แบบที่เขาไม่ต้องหอบเครื่องไปมา
"เสี่ยวชุน! อ๊ะ ถวายการคำนับองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะกับเสี่ยวชุนพ่ะย่ะค่ะ"
หยางเยี่ยนถิงที่เห็นองค์รัชทายาทอุ้มพี่ชายเสี่ยวชุนตัวน้อยลงมาเขาก็ร้องเรียกอีกฝ่ายเสียงดังอย่างลืมตัว จนโดนท่านย่ามองดุใส่ เขาจึงได้รีบโค้งทำความเคารพองค์รัชทายาทรวมถึงลูกพี่ลูกน้องของเขาตามธรรมเนียมปฏิบัติอย่างนอบน้อม
องค์รัชทายาทพยักหน้าตอบรับการทักทายของทุกคนจากนั้นก็เดินไปยังห้องรับรองและปล่อยให้น้องชายตัวน้อยของเขาได้พูดคุยกับญาติคนอื่นๆ ตามสบาย
"ข้าคิดถึงท่านมากเลยเสี่ยวชุน ไม่เจอกันไม่กี่วันเองท่านดูงามขึ้นรึเปล่านะ"
หยางเยี่ยนถิงมองสำรวจดวงหน้าน่ารักของพี่ชายตัวน้อย ที่ดูเปล่งปลั่งมากขึ้นอย่างอธิบายไม่ถูก
"เจ้าควรทักว่าข้าสูงขึ้นต่างหาก นี่ๆ ดูสิตอนนี้ข้าสูงเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งชุ่นในเวลาไม่กี่วันเลยนะ"
องค์ชายน้อยทำหน้ามุ่ย เมื่อคืนเขากับระบบลองวัดส่วนสูงของตัวเองกับเครื่องมือวัดที่เป็นแผ่นไม้สูงๆ แล้วมีขีดบอกความสูงกำกับเอาไว้ เขาสูงขึ้นกว่าเดิมตั้งหนึ่งชุ่นแน่ะ!
เขากับระบบโห่ร้องด้วยความดีใจจนยิ้มหน้าบานมาจนถึงเมื่อกี้ที่ถูกหยางเยี่ยนถิงทักว่าเขาดูงดงามขึ้นนั่นแหละ อารมณ์ดีๆ ของเขาถึงได้หมดลงอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่ว่าเขาไม่รับรู้ว่าร่างกายของตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดูสวยขึ้นไม่ว่าจะผิวพรรณหรือรูปลักษณ์ ซึ่งเสี่ยวไป๋ก็หาสาเหตุมาให้แล้วว่ามันเกี่ยวข้องกับสรรพคุณสำคัญอีกอย่างของทับทิมสมุนไพรวิญญาณที่มีวิตามินเกี่ยวกับการบำรุงด้านความงามค่อนข้างเยอะ
เขาที่ดื่มน้ำทับทิมสมุนไพรวิญญาณแทบจะดื่มต่างน้ำจึงได้รับผลของมันไปเต็มๆ
ความตั้งใจของเขาที่ต้องการใช้สรรพคุณบำรุงกระดูกเพื่อเพิ่มส่วนสูงของตัวเองจึงถูกพ่วงมาด้วยรูปลักษณ์ที่เปล่งประกายน่ามองขึ้นมาเดิมไปด้วย
เสี่ยวไป๋บอกว่าเพื่อแลกกับส่วนสูงที่เพิ่มมากขึ้นพวกเขาทำได้เพียงยอมรับความสวยที่ไม่ต้องการนี้เท่านั้น
"เสี่ยวชุนก็สูงขึ้นเหรอ ท่านแม่บอกว่าข้าก็สูงขึ้นมาสามชุ่นเหมือนกันนะ โอ๊ะ พอมาเทียบกันดีๆ แล้ว ข้าสูงกว่าท่านมากกว่าวันก่อนอีก"
หยางเยี่ยนถิงพาตัวเองเดินไปเทียบความสูงกับคนตัวเล็กจากนั้นก็ประเมินด้วยสายตาของตัวเอง
ว่าไงนะ!
'เสี่ยวไป๋ ทำไมเยี่ยนถิงถึงได้สูงขึ้นเยอะขนาดนี้ได้ล่ะ ทั้งที่ไม่ได้ทานทับทิมสมุนไพรวิญญาณเหมือนพวกเราเลยสักนิด ทำไมสวรรค์ถึงได้ลำเอียงขนาดนี้กัน!'
จวินหลิงหยางชุนถามออกมาด้วยน้ำเสียงข้องใจแกมตัดพ้อชะตาชีวิตของตัวเองกับเสี่ยวไป๋
[ระบบคิดว่าปัญหามันจากสุขภาพร่างกายของดั้งเดิมของท่านขอรับที่ยังต้องได้รับการฟื้นฟูอีกเยอะ ส่วนเจ้าเด็กคนนี้อายุใกล้ 11 ปีแล้ว ส่วนสูงเกินเกณฑ์เด็กวัยเดียวกันมาเล็กน้อย คงเป็นเพราะชื่นชอบในการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงอย่างการต่อสู้และการฟันดาบ กระดูกเลยยืดไวขอรับ]
ร่างเล็กเงยหน้ามองเยี่ยนถิงพร้อมกับพองลมจนแก้มป่อง ปากจิ้มลิ้มบึนออกอย่างไม่พอใจในความแข็งแกร่งของร่างกายที่ต่างกันเกินไปของเขากับน้องชายตัวโตคนนี้ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีนอกจากรีบตามหาและรวบรวมสมุนไพรวิญญาณระดับห้าให้ได้เยอะๆ เท่านั้นที่จะช่วยเขาได้
ใบหน้าหล่อเหลาของหยางเยี่ยนถิงจ้องมองท่าทางไม่พอใจแสนน่ารักของเสี่ยวชุนตาไม่กะพริบ เขายกนิ้วลูบบนแก้มอมชมพูที่พองออกอย่างชอบใจ ยิ่งอีกฝ่ายถลึงตามองใส่เขาก็ยิ่งยิ้มกว้างก่อนจะยอมละมือออก ถึงแม้ความจริงแล้วเขาจะอยากลองบิดแก้มนุ่มนี่ดูสักหนก็ตาม
"จากจดหมายเสี่ยวชุนส่งมาข้าให้คนเก็บผลทับทิมใส่หีบเตรียมไว้แล้ว ท่านอยากไปดูต้นทับทิมอีกรอบไหม ต้นนี้ยังมีบางลูกที่สุกแล้วแต่ยังไม่ได้เก็บอยู่บ้าง ที่เหลือก็เป็นผลที่รอให้แก่กว่านี้อีกสักวันสองวันจึงจะเก็บได้"
องค์ชายน้อยที่ถูกเปลี่ยนเรื่องไปยังผลทับทิมสมุนไพรรีบพยักหน้าตอบทันที หลังจากนั้นเขาก็ถูกมือใหญ่ของอีกฝ่ายจูงไปที่สวนเหมือนเมื่อครั้งก่อน
ผลทับทิมที่เคยขึ้นอย่างหนาแน่นบนต้นทับทิมสูงใหญ่บางลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเห็นแปลงปลูกต้นกล้าทับทิมสวรรค์ที่เขาฝากท่านตานำมาให้ถูกปลูกอยู่รอบๆ สวน เท้าเล็กรีบก้าวเข้าไปดูทันที เมื่อเขาสำรวจดูแล้วว่าวิธีการปลูกถูกต้องตามที่เขากำกับมาในจดหมายก็ยกยิ้มและเอ่ยชมออกมา
"ต้นกล้านี้ปลูกได้ดีมาก เมื่อเติบโตขึ้นพร้อมๆ คงสวยน่าดู มันเป็นต้นไม้มงคลด้วยใช่ไหม"
"ใช่ นับเป็นต้นไม้มงคลขนิดหนึ่ง ต้นกล้าที่ท่านส่งมา ข้าเป็นคนมือปลูกเองล่ะ ข้าเก่งมากใช่หรือไม่ ต้นทับทิมพวกนี้เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างพวกเรา ข้าจะดูแลมันให้ดีที่สุด เสี่ยวชุน ท่านต้องสัญญากับข้านะว่าถ้าต้นทับทิมพวกนี้ออกผลครั้งแรกเมื่อไหร่ ท่านจะมาทานพวกมันพร้อมกับข้า"
"อื้อ ข้าสัญญา มาเกี่ยวก้อยสัญญากันเถอะ"
จวินหลิงหยางชุนยื่นนิ้วก้อยน้อยๆ ของเขาออกไปด้านหน้า เขาเห็นเยี่ยนถิงเอียงศีรษะมองอย่างสงสัยชั่วครู่หนึ่งแต่ก็ยอมทำตามเขา ยื่นนิ้วก้อยที่ยาวกว่ามาเกี่ยวกันไว้
"นี่คือวิธีการทำสัญญาของระหว่างเราสองคนเหรอ ข้าชอบมาก"
"อื้อ ข้าดีใจที่เจ้าชอบมันนะ การเกี่ยวก้อยสัญญาแบบนี้ศักดิ์สิทธิ์มากนะ หากใครผิดสัญญาจะต้อง...จะต้องอะไรดีล่ะ"
ร่างเล็กคิดไม่ออกว่าคนที่ผิดคำพูดจะต้องทำอะไรดี เพราะถ้าจะให้ดูฮึกเหิมเหมือนภาพยนตร์ที่เขาเคยดูที่บอกว่า 'ใครผิดสัญญาจะต้องกลืนเข็มพันเล่ม' มันจะน่ากลัวไปสำหรับเด็กสิบขวบตรงหน้าเขารึเปล่า
"อืม ถ้าใครผิดสัญญาจะต้องกินผักขมๆ ดีรึเปล่า ข้าเกลียดพวกมันที่สุดเลย"
หยางเยี่ยนถิงเสนอในสิ่งที่เขาขยาดมากที่สุดในชีวิตออกไป เพราะเขาเชื่อมั่นในตัวเองมากว่าจะไม่มีทางผิดสัญญากับคนตัวเล็กแน่นอน
"ตกลง! ใครผิดสัญญาจะต้องกินผักขมๆ ให้หมดหนึ่งชาม!"
"เสี่ยวชุนอย่าลืมมาเล่นกับข้าบ่อยๆ นะ"
หยางเยี่ยนถิงที่ออกมายืนส่งลูกพี่ลูกน้องกับองค์รัชทายาท มองไปยังเสี่ยวชุนด้วยสายตาละห้อยด้วยเสียดายที่วันนี้มีเวลาอยู่ด้วยกันไม่มาก เนื่องจากเสี่ยวชุนต้องเดินทางไปยังกรมการเกษตรเพื่อทำงานของตัวเอง
ตอนที่ได้ยินท่านตาเล่าว่าตอนนี้เสี่ยวชุนได้ลงมือทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งแคว้นจากการค้นพบพืชกลายพันธุ์อย่างต้นพลับสวรรค์ ฟักทองสวรรค์และกระเทียมสวรรค์
ไหนจะต้นทับทิมสวรรค์จากจวนของเขาที่ถ้าวันนั้นเสี่ยวชุนไม่ดูชื่นชอบมันมาก เขาคงไม่ได้เก็บเป็นของฝากให้อีกฝ่ายกลับวังไป และเสี่ยวชุนก็คงไม่ได้ค้นพบว่าไม่ใช่ผลทับทิมทุกลูกจะมีรสชาติเปรี้ยวจนทานไม่ได้ แต่มีบางผลที่มีรสชาติแสนอร่อยจนเขายังหยุดกินไม่ได้ด้วยซ้ำ
เขารู้สึกทึ่งในสิ่งที่ลูกพี่ลูกน้องของเขาทำเป็นอย่างยิ่งกับการนำของอร่อยมาแบ่งปันให้กับทุกคนอย่างไม่หวงแหนและแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัว หากเป็นเขาที่เจอของอร่อยเช่นนี้คงเก็บเงียบไว้เพียงแค่ในครอบครัวของตัวเองเท่านั้น
เสี่ยวชุนตัวน้อยที่สุขภาพร่างกายไม่ดีคนนี้ยังวิ่งวุ่นไปมาเกี่ยวกับขยายพันธุ์ของพืชพวกนั้นโดยที่เขาไม่เห็นอีกฝ่ายเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด อย่างวันนี้เขาก็เห็นแต่ความตื่นเต้นและกระตือรือร้นที่อยากให้ทุกคนได้ลองชิมน้ำทับทิมสวรรค์ที่หอมหวานอร่อย อมเปรี้ยวชื่นใจ
ซึ่งเขาได้รับรู้จากองค์รัชทายาทว่าเสี่ยวชุนเป็นคนต้นคิดอยากได้เครื่องคั้นน้ำผลไม้โดยขอความช่วยเหลือจากองค์ชายสามให้ช่วยหาวิธีประดิษฐ์มันขึ้นมา
เจ้าเครื่องคั้นน้ำทับทิมนี้ยังยกให้กับจวนหยางเพื่อที่พวกเขาจะได้สามารถทำน้ำทับทิมกินได้อย่างง่ายดายด้วยความใจกว้างของเสี่ยวชุน
ท่านพ่อเคยกล่าวกับเขาไว้ว่าลูกพี่ลูกน้องของเขาผู้นี้สมควรแล้วที่เกิดมาในราชวงศ์เพราะมีความคิดอ่านไม่หวังผลประโยชน์ส่วนตัว ทุกอย่างที่ทำล้วนเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
เขารับฟังและเห็นด้วยกับบิดาทันที หัวใจของเขานั้นนับถือและชื่นชมพี่ชายเสี่ยวชุนตัวน้อยมากและหวังว่าในอนาคต เขาจะมีกำลังช่วยเหลืออีกฝ่ายที่ต้องแบกรับหน้าที่ขององค์ชายได้มากกว่านี้ เสี่ยวชุนจะได้ไม่เหนื่อยมากนัก
"เยี่ยนถิง เจ้าอยากไปเยี่ยมชมกรมการเกษตรกับข้าไหม ถ้าเจ้า..."
"ข้าไป! ข้าอยากไป!"
ไม่จำเป็นต้องรอให้อีกฝ่ายพูดจบหยางเยี่ยนถิงก็รีบตอบรับขึ้นมาอย่างเสียงดังด้วยความดีใจทันที เขาเกือบจะกระโดดกอดพี่ชายตัวน้อยคนนี้แล้วด้วยซ้ำแต่ถูกพี่ใหญ่ดึงรั้งคอเสื้อไว้ก่อน
องค์ชายห้ายิ้มขำให้กับเด็กชายตัวโต เขาเดินมากุมมือของอีกฝ่ายก่อนจะเดินไปตรงหน้าของท่านลุงหยางอี้เทาพร้อมทำน้ำเสียงออดอ้อนขอพาตัวเยี่ยนถิงออกไปเที่ยวด้านนอกด้วยกัน
"ท่านลุงขอรับ หลานสัญญาว่าจะดูแลเสี่ยวถิงอย่างดีขอรับ ท่านลุงอนุญาตให้หลานพาเสี่ยวถิงไปที่กรมการเกษตรด้วยได้หรือไม่ขอรับ"
หยางอี้เทาย่อกายลงคุยหลายชายตัวน้อยของเขาหลังจากเห็นว่าองค์รัชทายาทพยักหน้าอนุญาตแล้ว ผู้เป็นลงยิ้มรับตอบรับคำขอ ก่อนจะหันไปเอ่ยย้ำกับบุตรชายคนเล็กของตัวเองว่าห้ามดื้อรั้นและซุกซนเด็ดขาด ร่วมถึงให้ระมัดระวังกิริยามารยาทของตัวเองด้วยเพราะไปในฐานะคนขององค์ชายห้า หากทำตัวไม่ดีจะส่งผลเสียไปถึงองค์ชายห้าได้
หยางเยี่ยนถิงตอบรับอย่างหนักแน่นพร้อมเอากำปั้นเล็กๆ ทุบลงบนอกของตัวเองแล้วบอกว่าจะไม่ทำให้ใครมาว่ากล่าวได้แน่นอนและจะช่วยองค์รัชทายาทดูแลเสี่ยวชุนอีกด้วย
รถม้าคันใหญ่ขับเคลื่อนเข้าไปในเขตของกรมการเกษตรที่มีเหล่าขุนนางและเจ้าหน้าที่หลายคนออกมารอต้อนรับ เพ่ยซูเจินเองก็ยืนรอองค์รัชทายาทกับองค์ชายห้าอยู่ข้างบิดา
เมื่อประตูรถม้าเปิดออกด้วยมือขององครักษ์ ร่างสูงขององค์รัชทายาทก้าวลงมาอย่างสง่างาม คนต่อไปที่ลงมาควรจะเป็นองค์ชายห้าตัวน้อย แต่กลับเป็นเด็กชายผู้หนึ่งที่นางจำไม่ได้ว่าเป็นใครจนสังเกตเห็นสัญลักษณ์ของตระกูลหยางของเสนาบดีหยางที่ป้ายหยกห้อยข้างเอว นางจึงจำได้ว่าอีกฝ่ายคือหยางเยี่ยนถิง บุตรชายคนเล็กของหยางอี้เทาว่าที่ผู้นำคนต่อไปของตระกูลหยาง
และในที่สุดคนที่นางรอคอยก็ลงมาจากรถม้าพร้อมกับลูกแมวสีขาวเสี่ยวไป๋ในอ้อมกอดของเจ้านายที่ถูกองค์รัชทายาทอุ้มลงมาจากรถม้า
นางและคนอื่นๆ ทำความเคารพองค์รัชทายาทกับองค์ชายห้า หลังจากนั้นองค์รัชทายาทก็เอ่ยแนะนำหยางเยี่ยนถิงว่าเด็กชายคนนี้มาที่นี่เป็นเพื่อนองค์ชายห้า และฝากฝังเจ้าหน้าที่ให้ช่วยดูแลอีกคน ทุกคนล้วนตอบรับด้วยความยินดี ลูกหลานของตระกูลขุนนางนั้นมักถูกอบรมสั่งสอนกิริยามารยาททุกอย่างตั้งแต่ยังเล็ก พวกเขาจึงไม่กังวลว่าหลายชายของเสนาบดีหยางติงถงคนนี้จะซุกซนจนทำให้พวกเขาวุ่นวายเลยสักนิด
ภายในใจของขุนนางบางคนนึกอิจฉาและเสียดายเสียด้วยซ้ำที่เสนาบดีหยางสามารถผลักดันหลายชายคนนี้ของตัวเองให้เป็นสหายขององค์ชายห้าได้ เนื่องจากในเวลานี้องค์ชายห้านับเป็นองค์ชายองค์สำคัญอีกคนหนึ่งแห้งแคว้นหลางหลิงแล้วจากคุณงามความดีของอีกฝ่าย ไหนจะความโปรดปรานที่ฮ่องเต้มีแก่องค์ชายน้อยรวมทั้งองค์ชายพระองค์อื่นก็ทรงเอ็นดูเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้พวกเขายังได้รับข่าวสารที่น่าตกใจจากในวังหลวงมาอีกว่า แม้แต่ฮองเฮาที่แสนเข้มงวดเย็นชาก็ยังรักใคร่และเสน่หาในตัวอีกฝ่ายเหมือนกับพระโอรสแท้ๆ เช่นกัน พระสนมซ่งเจาอี๋ถูกฮองเฮาลงโทษกักบริเวณถึงสามเดือนเพียงเพราะพูดจาหมิ่นพระเกียรติองค์ชายห้าแค่สองประโยค นี่นับเป็นเรื่องที่ทำให้พวกเขาตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก
เพราะนั่นหมายความว่าคนที่มีอำนาจมากที่สุดในแคว้นอย่างฮ่องเต้และฮองเฮากำลังดันหลังองค์ชายห้าผู้นี้อยู่
[นายท่านขอรับ! ไปที่แปลงปลูกต้นบ๊วยก่อนเลยขอรับ มีสมุนไพรวิญญาณระดับหนึ่งอยู่ที่นั่นเต็มไปหมดเลย ภารกิจรวบรวมสมุนไพรวิญญาณชนิดที่ 6 คือผลบ๊วยขอรับ!]
'จริงเหรอ! เสี่ยวไป๋ ผลบ๊วยนี่อร่อยไหม?'
จวินหลิงหยางชุนตอบระบบอย่างตื่นเต้นและเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง เขายังไม่ได้ลองชิมผลบ๊วยที่คุณหนูเพ่ยซูเจินนำไปให้เลย แต่ถึงจะชิมยังไงก็คงไม่อร่อยอยู่ดีเพราะเป็นเพียงวัตถุดิบระดับต่ำเท่านั้น
[ไม่อร่อยเลยขอรับ... จะผลดิบ ผลสุกก็ล้วนมีรสชาติเปรี้ยวปนฝาด จากข้อมูลที่ระบบได้มาในโลกก่อนของนายท่านล้วนนิยมนำไปแปรรูปอย่างการดองเค็ม ดองหวาน หรือนำไปทำเป็นเหล้าบ๊วยก็ได้ทั้งนั้นขอรับ จากนั้นจึงนำไปปรุงในอาหารอีกทีจึงจะได้รสชาติอร่อยและได้รับประโยชน์จากบ๊วย เพราะบ๊วยสดจะมีสารบางอย่างคล้ายไซยาไนด์ ซึ่งถือเป็นสารอันตรายอย่างหนึ่ง หากทานมากเกินไปจะไม่เกิดผลดี]
'ทำไมดูน่าอันตรายจังเลยล่ะ แล้วทำไมถึงได้มาอยู่ในภารกิจได้นะ'
'เพราะสรรพคุณของบ๊วยมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างมากขอรับนายท่าน หากใช้เป็นยาจะนำผลที่ใกล้สุกมาใช้ขอรับ ซึ่งปริมาณสารอันตรายจะเข้มข้นน้อยลงกว่าผลที่ยังไม่สุกมาก สารไซยาไนด์จากธรรมชาติยังมีอยู่ในผลไม้อีกหลายอย่างที่นายท่านน่าจะรู้จักดีมันสำปะหลังที่ควรทานหลังจากนำมาปรุงสุกแล้วเท่านั้น ส่วนผิวกั่วหรือลูกท้อจะดีกว่าหน่อยตรงที่สะสมอยู่ในเมล็ด เนื้อผลไม้สามารถทานได้ตามปกติ'
จวินหลิงหยางชุนเอ่ยฟังสิ่งที่ระบบอธิบายอย่างสนใจ แต่ก็ยังสามารถแยกประสาทของตัวเองในการเดินไปเอ่ยกับคุณหนูเพ่ยซูเจินว่าเขาอยากไปดูที่แปลงต้นบ๊วยก่อน
เมื่อเจ้าหน้าที่ที่ดูแลแปลงต้นบ๊วยออกมาแนะนำตัวและเดินนำไปยังแปลงที่ตัวเองรับผิดชอบ มือเล็กก็คว้ามือใหญ่ของหยางเยี่ยนถิงมากุมไว้ก่อนจะเดินไปด้วยกันอย่างสนิทสนม ไม่สนใจสายตาของคนอื่นที่จ้องมองมาอย่างสนใจกับความใกล้ชิดของทั้งคู่
สองร่างที่ความสูงแตกต่างกันของเด็กชายเดินนำลิ่วจนทิ้งคุณหนูเพ่ยซูเจินและองค์รัชทายาทไว้ด้านหลัง
Talk หนึ่งชุ่น ประมาณ 3.33 เซนติเมตรค่ะสูงขึ้นแล้วน้า มาอัพเดตส่วนสูงกัน เสี่ยวชุนกับระบบตอนนี้ 103.3 เซนติเมตร ส่วนเสี่ยวถิงสูง 157.9 เซนติเมตรค่ะ ส่วนสูงเด็กผู้ชายอายุ 11 ปี จะอยู่ในช่วง 129-153 เซนติเมตร โดยจะมีปัจจัยที่ส่งผลต่อส่วนสูงคืออาหาร การนอนหลับ กิจกรรมทางกาย รวมถึงกรรมพันธ์จากครอบครัวที่จะทำให้แตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน