.
.
"แล้วแม่นางแต่งตัวบางอย่างนั้นไม่หนาวหรือ? ฟูววว"
"หืม? ฮิ?"
และตอนนี้นางก็ให้แอบตลก
ที่ชายหนุ่มพูดแล้วก็พ่นไอน้ำออกจากปากมาเป็นละอองยามสะท้อนแสงแดดอ่อนๆ
เสื้อผ้าของเฉินอันในยามนี้นั้นไม่ได้เป็นแนวคุณชายเรียบร้อย
แต่ปกคลุมไปด้วยขนสัตว์ห่มหนา เพราะอากาศยามหัวค่ำของดินแดนเหมันต์
ช่างหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจโดยเฉพาะบริเวณท่าเรือนาวาที่มีโขดหินน้ำแข็งอยู่รอบๆ
พริ้ว...
ทว่าหม้อจื่อกลับสวมเพียงชุดขาวบางเบาผ้าลื่นเน้นทรวดทรงองค์เอวอันแสนจะงดงามจับนัยตา
ด้วยความหนาวไม่สามารถทำอะไรผู้มีพลังวัตรสายเย็นไหลเวียนทั่วกายามาตั้งแต่อ้อนแต่ออก
.
"หึหึ... ข้าน่ะฝึกวิชาไอเย็นตั้งแต่สามขวบ อย่าว่าแต่ลมหนาว
ให้ข้าลงไปว่ายน้ำในทะเลเสียตอนนี้ก็ยังได้"
ว่าเข้าไปนั่น เจ้าสำนักสาวขอขิงสักเล็กน้อย
ทำตัวเป็นสาวน้อยช่างจำนรรจา ที่นางไม่ค่อยได้ทำกับผู้ใดดูสักหน่อย
.
"ฮ่าฮ่า... ข้าก็อยากเห็นเจ้าลงไปว่ายน้ำในตอนนี้นะ
เรือนร่างขาวๆอวบอัดของเจ้า คงเป็นบุญตาของข้าและคนเรือเหล่านี้เป็นแน่"
"เอ๋... ฉ่าา! ทะลึ่งอ้าา! ใครว่าข้าจะลงไปว่ายน้ำเปลือยๆกันเล่า?"
สาวเจ้าไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มจะแอบมีมุกทะเล้นทะลึ่งอยู่ไม่น้อย
"หืม? ไม่เปลือยเหรอ?"
"ไม่เปลือย! บู่ๆ!" "ฮ่าฮ่า!"
หม้อจื่อหน้าแดงและเดินกระทืบเท้าทำปากจู่นำชายหนุ่มขึ้นเรือไป
โดยไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเขาต้องเป็นคนนำทางให้นางต้องไปไหนไม่คิดคอย
.
ปึก! โอ๊ะ? ขะ...ขอโทษค่ะ?
ฉับพลันนางก็ชนเข้ากับชายหนุ่มผู้หนึ่ง ตรงสะพานเรือ
เขารูปร่างสูงโปร่ง ชนแล้วแทบไม่สะเทือน
แสดงให้เห็นว่าเป็นหนึ่งในผู้ฝึกวิชามีกำลังแก่กล้าอยู่ภายใน
"โอ๊? ไม่เป็นไรๆ ฮึ-ฮื่อ! โบราณว่าเอาไว้
การได้ชนกับนางฟ้านั้นถือว่าเป็นบุญวาสนา!"
เห?
แถมท่าทางของเขายังเป็นชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่มีวิธีการพูดจาอันสนุกสนาน
ตรงข้ามกับเฉินอันที่เรียบเฉยและแอบจะมีน้ำเสียงที่เย็นชาทั้งท่าทาง
อืมม?
ใบหน้าของเขาก็หล่อเหลาเอาการ ดวงตาเป็นรูปโค้งเวลายิ้มแสนน่ารัก
และแต่งกายด้วยชุดสีเหลืองคุมโทนสีสว่างโดดเด่นจากผู้คนแบบจัดๆ
.
"อ้าว? มาพอดีเลย พี่หยิน!"
"เห? พี่หยิน?"
หม้อจื่อนางไม่นึกว่าทั้งสองคนจะรู้จักกันก่อนจนกระทั่งเฉินอันนั้นเอ่ยทัก
"ใช่แล้วแม่นาง?"
"เอ้อ... ข้า...ใหหญี่?"
"โอ้! เอาจริงดี! ใหหญี่!? ฮ่าฮ่าฮ่า! ใหหญี่! ชื่อดีๆ!"
ว้ายย!? ฉ่าา?
ดูเหมือนว่าพี่หยินคนนี้ จะเป็นอีกคนที่รู้ว่าชื่อของนางผวนได้ว่าเช่นไร
ในดินแดนตอนใต้ของผู้แต่งกวี?
.
"ยินดีที่ได้พบแม่นางใหหญี่ ผู้ช่าง...อึ๊! ใหญ่?"
งื๊ออ? ฮ่าฮ่า!
เขาแสร้งพูดล้อสาวงามอย่างจงใจ ยื่นใบหน้าหล่อใส
เข้ามาหัวเราะหยอกนางอย่างไม่มีสงวนในท่าทีเพื่อแอ๊บใส?
เฉินอันเรียกเขาว่าพี่หยิน แต่ดูแล้วอายุเขาไม่น่าจะเยอะกว่าเฉินอันสักเท่าไหร่
ยังดูเป็นจอมยุทธหนุ่มวัยรุ่น ที่มีลักยิ้มแสนเสน่ห์และแววตาอันเล่ห์ร้ายให้หัวใจต้องว้าวุ่น
"ส่วนข้านี้คือแหยนเท่าไข่!"
"แหยนเท่าไข่?!"
"ฮ่าฮ่า! อยากลองมั้ย? ใหญ่เท่าแขนเลยน้า?"
"บะ...บ้า! เมื่อกี้ยังว่าชื่อหยินไม่ใช่รึไง!"
"ฮ่าฮ่า!"
ชายหนุ่มยังคงหัวเราะอ้าปากกว้าง มันเป็นสเน่ห์ของเขา
ที่ไม่จำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์เคร่งขรึม ยามมีความสุขสนุกก็หัวเราะ
ฮิฮิ...
และหม้อจื่อเองก็เผลอหัวเราะตามไปกลับชายหนุ่มผู้แสนสว่างไสว
แค่เดี๋ยวเดียวเขาก็ทำให้นางรู้สึกเริ่มเคยคุ้น
.
"ฮ่าฮ่า... เดี๋ยวจะไม่ได้รู้จักกันพอดี ข้าแนะนำให้ท่านเอง
คนนี้คือพี่หยินต้าให่ ฉายามือวิเศษแห่งฉิมพลี"
"มือวิเศษ?"
"ใช่แล้ว! มือข้าน่ะวิเศษมากนะ แม่นางคนสวยอยากรู้มั้ยล่ะ?"
ฟึ่บๆๆๆๆๆๆ!
ว้ายย!?
ฮ่าฮ่า!
หม้อจื่อออกเสียงร้อง เพราะมือของชายหนุ่มที่ยกขึ้นมา
นั้นทำท่าเหมือนสอดนิ้วล้วงควักรูหีและเขี่ยขยี้ใส่เม็ดติ่งใต?
แค่เห็นลีลาการขยับนิ้วเร็วระรัวของเขา นางก็รู้สึกเสียววูบวาบลงเบื้องล่างไปกันใหญ่
เพราะว่านิ้วเรียวยาวของเขามันขยับได้อย่างพันลึก
แม้ดวงตามองแทบไม่ทัน แต่ก็มีจังหวะอย่างโคตรพิลึกพิลั่นสั่นหงึกๆ?
แค่เพียงเห็นก็ให้จินตนาการลามกไปไกล
ว่าหากโดนชอนโดนไชโดนล้วงเข้าไปมันจะรู้สึกเช่นไรให้ระทึก?
.
"ฮ่าฮ่า! เอาอีกแล้วนะ ท่านเนี่ยชอบแหย่แขกผู้หญิงของข้าอยู่เรื่อย"
"แหม... ข้าก็แหย่เฉพาะแขกผู้หญิงสวยๆ
แต่เจ้านั่นแหละ พามาแต่แขกสวยๆตลอด!"
"อุ๊? แหม... พี่หยิน ท่านก็พูดไปเรื่อย...?"
อุ? วาวว?
หม้อจื่อแอบเก็บข้อมูลท่าทางเขินอายอันแสนน่ารักของเฉินอัน
มันไม่แปลกหรอกหากหนุ่มหล่อมาดเข้มลึกลับอย่างเขาจะมีสาวๆมากมายมาติดพัน
แต่สีหน้าที่นางยังไม่เคยเห็น
ก็คือยามที่เขาถูกล้อให้เขินจนหลบตาไปอีกทางได้เช่นนั้น
ดูเหมือนว่าหยินต้าให่ผู้นี้จะมีความสนิทไม่น้อยเลยกับเฉินอัน
.
"แล้วตกลงมือวิเศษของท่านเนี่ย ใช้ทำอะไรกันแน่?"
หม้อจื่อตัดสินใจเข้าร่วมการสนทนา
"ฮะฮะ...อยากรู้เหรอ?"
ฟึ่บ..
"อึ๊? อยากรู้ซี่..."
เขายังคงโชว์มือขาวๆเรียวๆมาใกล้ใบหน้าของนาง
ด้วยท่าทางช่างเป็นคนชอบโออวดอะไรแบบนั้น
"งั้นดูนี่สิ....นี่มันของใครเอ่ย?"
ฟึ่บบ! กริ๊งง!
"เอ๋? วะ...ว้าย!?"
แล้วพลันเมื่อชายหนุ่มพลิกฝ่ามือ ก็ปรากฏถุงเงินถุงหนึ่ง
ซึ่งหม้อจื่อจำได้ว่าเป็นถุงเงินของนางเองนั่น
"ฮ่าฮ่า... แม่นางนี่นับว่ามีฐานะดี เกินกว่าจะเป็นแค่ชาวยุทธนะ
หรือว่าจริงๆแล้วท่านเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่?
เงินในถุงเนี่ยข้าว่ามากกว่าพันชั่งซะอีกล่ะมั้ง?"
"อะ...เอาคืนข้ามานะ!" ฉ่าา...
หม้อจื่อไม่ได้แค่อายที่ถูกแซว แต่ยังอายตัวเอง
ที่ถูกฉกถุงเงินไปจากอกเสื้อโดยที่นางไม่รู้ตัวเลย ทั้งที่วรยุทธของนางนั้นสูงส่งหนักหนา
.
"หึหึ... ข้าบอกแล้วไงว่าฉายาของเขาคือมือวิเศษ"
"ชะ...เชอะ...ที่แท้ก็พวกฉกชิงวิ่งราว..."
เจ้าสำนักสาวพูดอย่างแก้เก้อ เมื่อเฉินอันพูดถึงสหายของเขาอย่างภูมิใจ
ทั้งที่หมอนั่นทำให้นางอับอายจนหน้าชา
"น่าๆ... อย่าโกรธไปเลยแม่นาง เพราะว่าเงินเนี่ยข้าไม่เอาหรอก
สิ่งที่ข้าอยากขโมยน่ะเป็นหัวใจของเจ้าเสียมากกว่า..."
กริ๊ก... ชะ...เชอะ?
หญิงสาวรับถุงเงินของนางคืนอย่างหัวใจไม่ค่อยจะสงบ
ที่นางถูกเขาขโมยเงินไปได้ตอนเดินชนกัน
ก็เพราะวิชาการขโมยนั้นแตกต่างจากวิชายุทธ
มันไม่มีจิตสังหาร แต่ถึงกระนั้นนางที่ควรจะรู้ตัวจากการจู่โจมกลับพลาดพลั้ง
ต้องยอมรับเลยว่าวิชาฝ่ามือของเขาก็ชั้นครูอยู่เอาการ
การล้วงอกเสื้อของนางไปขโมยถุงเงินโดยที่นางไม่รู้สึกตัว
แค่จะฝึกให้สำเร็จยังเป็นวิชาที่ได้แค่คิดฝัน?
.
"งั้นเจ้าสินะ? ที่เป็นสายข่าวเรื่องบุปผาหยกพันปี?"
"หึหึ... ใช่แล้ว... สายข่าวของข้านั้นมีทั้งนอกใน
ไม่ว่าวังอัคคี หรือวังบุปผาน้ำแข็ง หรือที่ไหนก็ย่อมมีอยู่เช่นกันนนน!"
"เฮอะ....น้อยๆหน่อย ศิษวังบุปผาน้ำแข็งล้วนจงรักภักดี"
หม้อจื่อพูดออกมาอย่างเริ่มไม่ค่อยชอบหน้าหยินต้าให่ผู้นี้
"ฮึ...ฮื่อ! จริงอยู่ว่าศิษวังบุปผาน้ำแข็งนั้นล้วนจงรักและภักดี
แต่พอโดนลีลามือวิเศษของข้าเข้าไป..."
ฟึ่บๆๆๆ! อุ๊? อื๊ออ! ฟึ่บบ! ฮ่าฮ่า!?
นางปัดมือของหยินต้าให่ที่ยกมากระดิกวนกวนใจนางไม่เลิกไปสักที
"ไม่ว่านางคนไหนก็อ้าปากบอกข้าหมดทุกอย่าง...ฮ้าา..."
ฮึ?
เจ้าสำนักสาวสวยฟังแล้วมองบน แม้จะยอมรับว่าที่ชายหนุ่มพูดมีความจริงอยู่บ้าง
ด้วยตอนนี้นางมีประสบกามมามากมายแล้ว
จึงรู้ว่าหากชายหนุ่มหล่อเหลาเช่นเขา
มาปลุกเล้ามอมเมาให้นางสุขสมถึงสวรรค์จนสรรพเสร็จ
นางเองก็คงเชื่ออกเชื่อใจเล่าความลับให้ฟังหลายอย่าง
เพียงแต่ว่าวังบุปผาน้ำแข็งของนางนั้นเข้มงวด
ลูกศิษระดับล่างไม่มีทางรู้ความลับระดับสูง
นั่นทำให้ถึงหยินต้าให่มีสายข่าวในสำนักจริงๆนางเองก็ยังไม่ห่วงนัก
.
"ว่าแต่คืนนี้ แม่นางคนสวยจะมาลองลีลามือวิเศษของข้า
หรือว่าจะลองวิชาอันหน้าเบื่อของชุมนุมเงาทมิฬที่ห้องนอนของน้องอันกันล่ะ?"
"หา? ที่ห้อง?"
"อ้า...โทษที... ข้าลืมบอกไป
เนื่องจากการจองตั๋วแบบฉุกละหุกมันทำได้ยาก
ทำให้เราได้ห้องมาแค่สองห้อง แต่ไม่ต้องห่วงนะแม่นาง
เจ้าเอาไปห้องหนึ่ง ส่วนข้าจะไปนอนกับพี่หยินเอง"
"เห้ยๆ! อะไรเล่า? มีสาวสวยมาด้วยทั้งที
จะมานอนกับผู้ชายด้วยกันให้ชีช้ำกะหล่ำปลีไปทำไม?
ทำยังกับว่าเจ้ายังไม่เคยนอนกับนางอย่างงั้นแหละ?"
.
ว้ายย!?
"เฮ้ยย? อย่าบอกนะว่ายังไม่เคย!"
หนุ่มน้อยขี้เล่นพูดแล้วเพ่งมองมายังนางที่กระตุกสีหน้าอย่างชัดเจนเลย
"โอ้... อย่างงี้นี่เอง งั้นเอาอย่างนี้ คืนนี้ข้ายกให้เจ้านะน้องเฉิน เชิญเล่นกันให้เพลินเลย"
"ทะ...ท่านพี่พูดบ้าอะไรเนี่ย?"
"เฮ่ย...ไม่เอาน่า... เจ้าก็นอนกับผู้ร่วมงานหญิงของเจ้าทุกคนอยู่แล้ว อย่ามาทำเป็นคนดีหน่อยเลย
อีกอย่างผู้ร่วมงานหญิงทุกคนก็หวังจะงาบเจ้ากันทั้งนั้นอยู่แล้ว..."
อุ๊? ฉ่าา...?
หม้อจื่อที่ไปไหนไม่ได้จากตรงนั้น ได้แต่เหลือกตามองบน
ที่หยินต้าให่พูดมาอย่างไม่มีกั๊กเลย แน่ล่ะว่านางก็แอบอยากได้อยากโดนเฉินอัน
มาตั้งแต่โดนผู้ชายเอาในโรงเตี๊ยมครวญครางให้เขาได้ยินได้แซวตั้งหลายครั้ง
แต่นางก็สงวนท่าที ไม่ได้แสดงมันออกมา ทว่าไอ้บ้าต้าให่นี่กลับพูดออกมาซะเสียงดัง
"มะ...แม่นาง ไม่ต้องห่วงนะครับ ข้าไม่เอาเปรียบผู้หญิง"
"อ้า...คะ...ค่ะ?"
ท่าทางของชายหนุ่มที่พูดมานั้นฟังดูเป็นใจจริง
แต่หัวใจของเจ้าสำนักหญิงนี่สิ อยากให้เขาเอาเปรียบอยู่หรือไม่กันนะ?