บทที่ 19 หักหลัง
“จากข้อมูลของไนซ์ เราคำนวณได้แบบนี้” ฝนชี้ให้ทุกคนดูตัวเลขที่เธอเขียนบนไวท์บอร์ด
“ก่อนเกิดา โลกของเรามีคนประมาณแปดพันกว่าล้าน จากที่เรารู้ก่อนที่การสื่อสารจะถูกตัดขาดจากโลกส่วนอื่น นิวเคลียร์ถูกยิงประมาณเกือบๆร้อยลูก มีไอ้ชั่วบางตัวส่งไปะเิในชั้นบรรยากาศ หลายลูก สร้างคลื่นะเิEMP ครอบคลุมไปทุกทวีป ทำให้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์สมัยใหม่พังเกือบหมด แม้แต่กล่องควบคุมของรถยนต์รุ่นใหม่ๆก็เหมือนกัน ที่มันใช้ไม่ได้ไม่ใช่แค่เื่ของน้ำมันเท่านั้น ถ้าเราจะใช้รถยนต์ เราก็จำเป็ต้องมองรถรุ่นเก่า ที่ระบบการทำงานไม่ซับซ้อน ไม่ใช้เทคโนโลยีสูงนัก และมันเหมาะกับน้ำมันที่เรากลั่นเองด้วย” เธอมองไปที่ออด ที่ฟังอยู่ด้วยความสนใจ
“มันจะมีตัวเลขอยู่เยอะซักหน่อยนะคะ คนประมาณ..สามร้อยถึงห้าร้อยล้านคน ตายทันทีที่ นิวเคลียร์ลงกลางเมืองใหญ่ๆทั่วโลก จากนั้นด้วยสภาพโลกแบบนี้ จากการคำนวณร่วมกับข้อมูลที่นัทและไนซ์มี คนน่าจะตายจากความอดอยาก น้ำอาหารปนเปื้อนกัมมันตรังสี และความหนาวเย็น ไปไม่น้อยกว่า ห้าถึงหกพันล้านคนแน่นอน ทีนี้ มาดูกลุ่มที่เหลือรอดกัน” ฝนพูดพลางเขียนไปพลาง
“จากข่าวสุดท้ายก่อนที่เราจะออกจากท่าจันทร์มา พวกตัวสั่นน่าจะมีทั่วโลกประมาณ ห้าร้อยล้าน ถึงแปดร้อยล้านคน ซึ่งก็ไม่น้อยเลย มีเกือบๆหนึ่งในสิบของประชากรเดิม แต่มันกระจายกันทั่วโลกนะ ไม่ใช่มากระจุกอยู่ที่เดียวกับเรา” ฝนใช้เข็มนิตติ้ง จิ้มพุงหนึ่งที่นอนแผ่กางแขนขาอย่างเกียจคร้าน อยู่ที่โซฟาเก่าๆจนเขาสะดุ้งเฮือก
“คนธรรมดา ที่หลบในหลุมหลบภัยใต้ดินและฐานทัพลับทั่วทั้งโลก จะรับคนได้ประมาณไม่เกินร้อยล้านคน นี่คืออย่างมากแล้ว และที่เราคำนวณจาก จำนวนคนต่ออัตราการรอด พูดให้เข้าใจง่ายๆคือพวกที่วิวัฒนาการและปรับตัวให้เข้ากับโลกใบนี้แบบพวกเรามีแน่ๆ แต่ไม่น่าจะมากนัก ทั่วโลกคงไม่เกิน ห้าล้านคน มันน้อยมาก สำหรับโลกที่กว้างใหญ่นี้ ถ้ายึดตามนี้ ภาคตะวันออกที่เราอยู่ เราอาจเจอพวกรอดแบบเรา ประมาณ สิบกลุ่มบวกลบนิดหน่อย เราอย่าคิดว่าจะมีแค่เราที่หาวิธีอยู่รอดได้ คนอย่างไนซ์ หรือเก่งกว่าไนซ์ต้องมีอีกแน่นอน ”
“ทั้งหมดนี่ คือการคาดการณ์ จากข้อมูลของนักอ่านอย่างไนซ์ ความจำของนัท และการคำนวณของนักบัญชีอย่างหนู มันคงไม่ถูกต้องเป๊ะๆ แต่มันมีโอกาสเป็ไปได้สูงแน่นอน”
“ผมจำเป็ต้องเริ่มสร้าง อารยธรรม ขึ้นมาใหม่ เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวผม แต่ผมต้องถามความเห็นของน้า ว่าจะเอาด้วยไหม เพราะน้าคือผู้นำของชาวบ้าน ถ้าน้าไม่เห็นด้วย ผมก็จะทำเฉพาะส่วนของผม” หนึ่งถามออดผ่านจิตสำนึกร่วม ทั้งที่ยังนอนแผ่หลาอยู่
“สถานการณ์ตอนนี้ ผมจะบอกตรงๆ มันอาจไม่น่าฟัง เรายังไม่รอด แค่พวกตัวสั่นในเมืองรู้ว่าเราอยู่ที่นี่ โถมมาระลอกเดียว หนองนกเอี้ยงก็จบแล้ว และอย่างที่ฝนบอก มันยังมีคนกลุ่มอื่นอีกแน่นอน ครั้งล่าสุดที่ผมไปหลายวันเพราะผมออกไปไกลเลยหนองกอกทะลุป่าไปฝั่งจันท์ ผมรับรู้จากเสียงคลื่นต่ำว่ามีกลุ่มคนอยู่ และฝ่ายนั้นก็รับรู้การไปของผม ผมจึงถอยกลับมา มันมีกันกลุ่มใหญ่ทีเดียว”
“บ๊ะ มาถึงขั้นนี้แล้ว เอ็งต้องมาถามอะไรน้าวะ ถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว เอ็งคิดว่าน้าจะไม่รู้เหรอ ว่าเอ็งทำอะไรไปเพื่อน้าตั้งเยอะแยะ”
ขั้นตอนการรักษาการคลั่ง การเปลี่ยนสภาพ การกลายพันธุ์ หนึ่งและไนซ์ ปฏิบัติกับแต่ละคนแตกต่างกันออกไป สำหรับครอบครัวและคนใกล้ตัวของพวกเขา มันมีขั้นตอนแตกต่างจากชาวบ้านคนอื่นๆ ถึงไม่มีใครรู้ แต่ออดเป็ผู้ที่มีส่วนร่วมอยู่ในทุกเหตุการณ์ มีหรือที่จะไม่สังเกต คราวที่ลูกสาวและภรรยาของเขาเริ่มกลายพันธุ์ เขาก็ได้แต่เฝ้ามองเงียบๆ ไม่เคยขอร้อง ไม่เรียกร้องสิ่งใดเป็พิเศษ แต่ หนึ่งและไนซ์ กลับปฏิบัติกับครอบครัวของออดไม่ต่างกับคนของตัวเอง กระทั่งถึงคราวของออดก็เช่นกัน สิ่งนี้ เป็เหมือนการถักทอสัมพันธ์เหนียวแน่นโดยไม่ต้องใช้ถ้อยคำหรือใช้จิตสำนึกร่วมเลย
“แต่ก่อนจะเริ่มทำอะไร ปู่ต้องจัดการปัญหาของปู่เองก่อน ปู่รู้ใช่ไหมครับว่าผมหมายถึงอะไร” ไนซ์ที่ยืนพิงกรอบประตูพูดขึ้น
“คราวนี้หลายคนเลยนะปู่” นัทพูดทั้งที่ก้มหน้าก้มตาเช็ดถูลับคมมีดคู่ใหม่ เธอยังเห่อมันไม่เลิก แต่มีดทำครัวปลายแหลม และมีดปังตอ ที่ผ่านศึกมากับเธออย่างโชกโชน ก็ยังอยู่คู่กายไม่ไปไหน
“อืม ่นี้ใครมันต้มสมุนไพรอะไรนักก็ไม่รู้ กลิ่นมันแรงเหลือเกิน จมูกของปู่ล้าไปหมด ดมอะไรไม่รู้เื่เลย” ออดพูดยิงฟันหัวเราะเอิ๊กอ๊ากขณะกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเ้าเหนือที่แยกเขี้ยวหัวเราะฮี่ๆพร้อมดิ้นรนหนี เมื่อโดนจี้เอว
สองวันต่อมา
ฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งเดินเสียงสวบสาบในสวนปาล์มที่เริ่่มยืนต้นแห้งตาย
“ทำไมเอ็งทำแบบนี้วะ พด หรือมันเป็เพราะเื่ไอ้พิทพี่ของเอ็ง” ออดที่ถูกจับมัดปิดตามัดมือไพล่หลังพูดขณะถูกผลักบังคับให้เดินนำ แผ่นหลังของเขาถูกจี้ด้วยปากกระบอกปืนลูกซอง เรมิงตัน 870 ของออดเอง พด ไผ่ ดม เบิ้ม โต ทั้งห้าคนเดินตามหลังของเขา
ใบหน้า ออด ฟกช้ำบวมเป่ง คนอื่นก็สภาพไม่ดีไปกว่ากัน ปากแตกตาเขียวกันถ้วนหน้า
“มันก็เป็แค่ส่วนหนึ่ง” นิ้วของพดที่อยู่ในโกร่งไก สั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
“พิทมันจะตายหรืออยู่ ฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ดีเสียอีกที่มันตายไป ไม่อยู่เกะกะลูกตา แต่มันก็เสียหน้าน่ะ ใครก็มองว่าพี่ชายตัวเองตายทั้งคน แต่ฉันไม่มีปัญญาทำอะไร แถมยังต้องก้มหัวให้คนที่ร่วมกันฆ่ามันอีก หลังจากนี้ ฉันจะพาคนหนองนกเอี้ยงทุกคนไปถล่มบ้านไอ้หนึ่ง ความจริงพี่ออดแก่แล้วนา ถ้าพี่ออดวางมือไปซะ เราก็ไม่ต้องมาทำเื่แบบนี้กัน”
“ถุย! ถ้ากูหนุ่มกว่านี้ซักหน่อย ห้ารุมหนึ่งแถมลอบกัดแบบนี้ ไม่พอตีนกูหรอก! แล้วกูก็อยู่ของกูดีๆ ตำแหน่งอะไรกูก็ไม่มี จะให้กูวางมือวางตีนตรงไหน กูก็ดูแลแค่คนงานของกู มันเดือดร้อนอะไรพวกมึง”ออดแผดเสียงตามนิสัย
“มันก็ใช่อยู่ แต่ชาวบ้านมันก็ยอมรับกันให้พี่ออดเป็ผู้นำนี่” พดใช้ปลายกระบอกปืนดันหลังให้ออดเดินต่อ
“แล้วมันเป็ความผิดกูเรอะ! พวกมึงนี่มันบ้าหรือเปล่า!” ออดะโอย่างหงุดหงิด
“ก็ถ้าพี่ออดไม่อยู่ พวกชาวบ้านมันก็ต้องฟังฉันกับพวกแหละ”
“ใครจะฟังอะไรมึง มีแต่แบ่งพรรคแบ่งพวกฆ่ากันตายห่าหมด เพิ่งรอดตายกันมา มึงนี่เอาอีกแล้ว”
"ั้แ่เป็พวกรอด ฉันก็รู้สึกถึงพลังอำนาจ เรี่ยวแรงมหาศาล ฟื้นตัวรวดเร็ว ไอ้หนึ่งมันก็แค่คนดวงดีที่กลายเป็พวกรอดก่อนเราคนแรกๆเท่านั้นแหละ ตอนนั้นถ้าไอ้พิทไม่ประมาทก็ไม่มีทางแพ้หรอก ที่ไอ้ไนซ์เด็กเมื่อวานซืน ขว้างก้อนหินะเิหัวในทีเดียว พวกเราในตอนนี้ก็ทำกันได้ทุกคน ถ้าพวกรอดสามสิบกว่าคนในหมู่บ้านฟังข้า ครอบครัวมันแค่ไม่กี่คนจะมีอะไรมาสู้" พดพูดอย่างมั่นใจ
“แต่พี่คงไม่อยู่รับรู้ตอนนั้นแล้วล่ะ ที่ฉันพาพี่มาที่นี่เพราะรู้ว่าพวกตัวสั่นฝูงใหญ่อยู่ทางนี้ ถ้าพี่โดนพวกตัวสั่นฆ่า น่าจะลดปัญหาให้ฉันไปได้เยอะ… มัดแกไว้กับต้นปาล์มนี่แหละ” ประโยคท้าย พดสั่งไผ่ผู้เป็ลูกชาย
ไผ่ ลูกชายของพดเป็ชายวัยสี่สิบปลาย ร่างอ้วนกลม เดินขาเบียดอุ้ยอ้ายไขมันกระเพื่อมวูบวาบ เขาชายตามองพ่อด้วยความไม่พอใจ
“ดีแต่สั่ง ทำอะไรเป็มั่งวะ”คำพูดของเขา ไม่มีความเคารพเกรงใจผู้เป็บิดาแม้แต่น้อย แต่ก็ยังลงมือมัดตัวออดที่ถูกปิดตาและมือทั้งสองไพล่หลังอยู่เช่นเดิม
“มึงวางแผนกันมานานหรือยังวะ ไอ้กลิ่นสมุนไพรที่มึงบอกว่าต้มทำยานั้น เป็แผนที่ทำให้จมูกกูใช้งานไม่ได้ใช่มั้ย พวกมึงเลยเข้าถึงตัวกูได้ง่ายๆ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉลาดมากพี่ออด นอกจากนี้ ฉันยังรอจังหวะที่ทีมลาดตระเวนทั้งสามทีมออกจากหมู่บ้านไปหมดแล้ว บ้านไอ้หนึ่งมันก็ไม่รู้ไปไหนกัน เห็นขึ้นไปทางทิศเหนือกันทั้งบ้าน อีนุชไอ้เด่นก็พาลูกเมียพี่ออดไปหาเห็ดปลวกั์ จังหวะมันเหมาะจริงๆ โทษที่ดวงพี่มันถึงฆาตเองเถอะ ”
“ไอ้ทิดไข่ล่ะ” ออดถาม
“อยู่นี่ไงน้า” เสียงไข่ดังอยู่ใกล้ๆ พร้อมเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามา
“จมูกกูมันดมอะไรไม่รู้เื่แล้วจริงๆ ไม่รู้เลยว่าปล่อยงูพิษไว้ข้างตัว” ออดพึมพำ
“ทิดไข่มันย้ายฝั่งมาเป็มือขวาฉันนานแล้ว แผนครั้งนี้ก็เกิดจากมันนี่แหละ” พดบอก
“ทำไมเอ็งทำกับน้าอย่างนี้ล่ะทิดไข่” ออดที่ถูกปิดตา ก้มหน้าด้วยความผิดหวังเสียใจ
“ก็ไม่อยากทำหรอก แต่ตาพดแกบอกถ้างานนี้สำเร็จ ผมจะเลือกผู้หญิงคนไหนในหมู่บ้าน ใครก็ได้ กี่คนก็ได้ มันก็..หวั่นไหวกันบ้างแหละ จิ๋มมันบังตาอ่ะนะ” ไข่พูดยิ้มๆแล้วหัวเราะคิกคัก
“พด มึงยิงกูให้ตายเลยได้ไหม อย่าให้กูต้องตายทรมานเลย โดนหักหลังแบบนี้กูก็ไม่อยากอยู่แล้ว”
“ไม่ได้นา... น้าออด” ไข่รีบค้านขึ้นมาพลางหัวเราะคิกคัก
“ถ้ายิงตาย เืมันก็เลอะเทอะ แถมใครๆ ก็รู้ว่าพวกเราทำ”
“เราต้องปล่อยให้น้าค่อยๆ ถูกแทะ ถูกฉีกเนื้อทีละชิ้น... ให้มันดูเหมือนอุบัติเหตุจากพวกตัวสั่น มันจะได้ไม่มีหลักฐานอะไรเหลือไง ฮ่าฮ่าฮ่า” ไข่หัวเราะร่วนอย่างคนเสียสติ ออดฟังแล้วก็ได้แต่ก้มหน้านิ่งทอดถอนใจ
“กูรู้ว่าคนแพ้ ไม่มีสิทธิ์ขออะไร แต่ถ้ากูตายแล้ว ปล่อยลูกเมียกูไปได้ไหม อย่าไปยุ่งกันพวกมัน”
“อันนี้ไม่ได้เลย ลูกสาวของพี่ออดนี่ มันบึ้บบั้บอย่าบอกใคร ั้แ่กลายพันธุ์เป็พวกรอดมานี่ ฉันรู้สึกว่าร่างกายตัวเองมันจะปึ๋งปั๋งกว่าเดิมเยอะเลย”
“ถุย” เสียงไผ่ถ่มน้ำลาย
“พ่อไม่ต้องมาคิดเลอะเทอะ อีอ้อนนั่นมันต้องเป็ของข้า แถมยังมีคิวอีกหลายคนใช่มั้ย ตาเบิ้ม ตาดม ตาโต” ไผ่หันไปถามสหายรุ่นพ่ออีกสามคนของเขา
“เมียมึงก็ไม่เลวนะออด แบ่งๆกันไป” ดมเสริม
“ไอ้พวกบัดซบ!” ออดดิ้นรนอย่างโกรธแค้น
“ว่าแต่ทำไมพวกตัวสั่นยังไม่มาอีกล่ะ ไม่ได้กลิ่นหรือแรงะเืในระยะห้าร้อยเมตรนี่เลย” ไข่พึมพำ
“ไม่มีใครมาหรอก” เสียงของดอก ภรรยาออดดังมาจากด้านหลังของดม