ตอนที่ 11ทศสิบทิศ
หลังจากที่ชายหนุ่มผู้อ่อนเยาว์แต่กลับมากด้วยคุณวุฒิผู้นี้จากไปหลายชั่วโมงต่อมาทศก็รีบวิ่งกลับมายังบริเวณเทือกเขาจุดนั้น
เขามีท่าทีร้อนรนเล็กน้อยด้วยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ตนบ้าง หรือว่าพ่อแม่ตนเกิดทำอะไรให้เ้าเพียรมันโกรธความใคร่สงสัยมีอยู่มากล้นเต็มอกของเขา
ครั้นเมื่อเวลาล่วงเลยจึงรีบวิ่งแจ้นใช้เวทอภินิหารต่างๆ กลับมาโดยพลัน ไม่ได้รักษามาดเหมือนครั้งตอนหันหลังจากไป
เมื่อทศปรากฏตัวในอาณาเขตของสองผู้เฒ่าทั้งสองก็สามารถรับรู้ได้ทันทีและก็พากันรีบออกมาต้อนรับลูกชายในศาลเ้าที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
ทศร้อนรนมาถึงยังไม่ทันกล่าวสวัสดีสองผู้เฒ่าก็รีบพูดเข้าเื่“พ่อแม่เป็ยังไงบ้างจ๊ะ เกิดเื่อะไรขึ้นหรือเปล่า?”
ทางด้านสองผู้เฒ่าก็คล้ายอยู่ไม่สุขเช่นกันพากันช่วยกันบอกเื่ราวที่เกิดขึ้น
ทศถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“ยังโชคดีที่ผมเตรียมการเอาไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นมีหวังเราต้องซวยแล้วแน่ ๆ”
ผู้เป็พ่อซึ่งครองตำแหน่งเ้าป่าขมวดคิ้วและถามลูกชายกลับไปว่า “นี่เอ็งหมายถึงไอ้หนุ่มที่โดนของเข้าคนนั้นหรือ?”
“ใช่จ้ะพ่อ…”จากนั้นทศก็เริ่มอธิบายแผนของตัวเองให้ทั้งสองได้ฟัง
สองผู้เฒ่าต่างก็มีสีหน้าใเพราะครั้งนี้ลูกชายตนจ่ายไปไม่ใช่น้อยเลยจริง ๆ ถึงกับยอมมอบ ‘เขาควาย’วัตถุดิบชั้นสูงนั่นให้อีกฝ่าย ทั้งสองคนจนใจได้แต่มองหน้ากัน
ทศเห็นพ่อแม่ก็บอกว่า“ถือเสียว่าฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกันจ้ะ…ของเ่าั้เดียวฉันหาใหม่เอาก็ได้อย่าไปคิดมากเลยสิ่งสำคัญนั่นคือเราผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัยก็เป็พอ…”แม้เขาจะรู้สึกเสียดายอยู่มากก็ตาม
“หลังจากนี้ไปพ่อกับแม่ต้องดูแลผู้คนภายใต้ขอบเขตอำนาจตนให้ดี อย่าได้ให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด!”ทศพูดด้วยท่าทีที่จริงจัง
ผู้เป็แม่ที่ครองตำแหน่งเ้าเขาพูดเื่ที่สงสัยออกมาว่า “เอ่อ…แล้วแบบนี้มันไม่เป็การละเมิดกฎหรอกหรือมีคนตายไปหนึ่งคน แถมยังดูเหมือนจะเกิดจากแผนพวกเรา?”
“มันเป็ราคาที่เราต้องจ่ายส่วนเื่เป็ตายนั่นฉันไม่แน่ใจ” ทศหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดว่า“ถ้าไอ้เ้าเพียรมันเก็บศพไปด้วย…อาจจะมีทางรอดก็ได้”ประโยคนี้เขาพูดออกมาอย่างไม่มั่นใจมากเท่าไหร่นัก
หลังจากพูดจบเสียงโทรศัพท์มือถือของทศก็ดังขึ้น“พวกเพื่อนในกระทรวงโทรมา” เขาบอกกล่าวกับพ่อแม่ไปตามตรงเพราะถึงขั้นนี้คงไม่มีอะไรต้องปกปิด อีกทั้งยังเป็พ่อแม่แท้ ๆ ด้วยแล้วครอบครัวเดียวกันล่มหัวจมท้ายมีอะไรให้ต้องกลัว
ทศกดรับโทรศัพท์พร้อมพูดขึ้น“ว่าไงมึง…”
เสียงจากปลายสายสอบถามเข้าประเด็นน้ำเสียงแฝงไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ “เฮ้ยไอ้ทศเป็ไงบ้างว่ะสถานการณ์ฝั่งโน้นยังดีอยู่มั้ย?”
“ก็พอประคองตัวไปได้”เขาตอบกลับแบบเลี่ยง ๆ
“เฮ้ยไม่เอาน่ามีเื่อะไรก็บอกกันหน่อยสิวะเพื่อน!”
สายตาของทศเปล่งประกายวูบวาบจากนั้นก็ค่อย ๆ ยกยิ้มที่มุมปากขึ้นอย่างห้ามไม่ได้เหมือนตนจะฉุดคิดอะไรขึ้นมาได้
สองผู้เฒ่าเห็นรอยยิ้มของลูกชายที่ดูมีเลศนัยก็เกิดความสงสัยขึ้นภายในใจ หากแต่เก็บข่มอารมณ์ที่สงสัยนั่นไว้
“ก็ไม่มีอะไรมากกูก็แค่เจอกับเ้าเพียรมัน…” ทศเริ่มอธิบายสถานการณ์แบบอ้อมโลกไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด เพียงไม่นานก็กดวางสายไป
จากนั้นเขาก็หันไปทางพ่อแม่ตนพร้อมพูดขึ้นว่า“ดูท่าแล้วพวกเราคงจะได้ถอนกำไรคืนก้อนใหญ่เป็แน่…ถ้าหากว่าแผนมันเป็ไปตามที่ผมคาดไว้นะ”เขาหัวเราะอย่างชั่วร้าย
หลังจากนั้นไม่นานสายเรียกเข้าก็ดังขึ้นมาอย่างไม่ขาดสายผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงบางคนถึงขั้นยอมต่อสายมาด้วยตัวเองทำเอาทศได้แต่แสยะยิ้มชั่วร้ายด้วยตัวเขาเองก็ไม่ใช่คนโง่รู้อยู่แล้วว่าต้องมีคนสนใจเื่นี้มากเป็ธรรมดา
จึงได้แต่ตอบกลับไปแบบกระอักกระอ่วนเพื่อพยายามเรียกราคาให้ตนเองและถือโอกาสนี้สานสัมพันธ์กับผู้ใหญ่บางคนในกระทรวงไปในคราเดียว
บางคนยอมใช้เงินเพื่อง้างปากเขาส่วนพวกผู้ใหญ่ก็สัญญาว่าจะให้การดูแลเพื่อแลกกับการที่ตนบอกกล่าวเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าทุกคนพุ่งเป้าไปที่‘เพียร’ ดูเหมือนว่าหลายคนจะ้ารู้ขีดจำกัดของเ้าตัว…ว่าจะไปสุดแค่ไหน
ั้แ่บ่ายแก่ ๆจวบจนกระทั่งถึงเที่ยงคืน เขาก็พึ่งจะมีโอกาสได้พักหายใจและแน่นอนว่าเมื่อรับสายของคนมากมาย ‘ข้อมูลข่าวสาร’ก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาสู่ตนเอง
ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้ของเ้าเพียรจะเป็การจัดเตรียมที่พวกคนในกระทรวงต่างก็ช่วยกันกำหนดเส้นทางให้
การที่พ่อแม่ของตนเป็รายแรกที่บังเอิญมาพบกับท่านผู้ตรวจการ ดูเหมือนจะไม่ใช่เื่บังเอิญเสียทีเดียวส่วนเหตุผลที่ตัวเขาไม่ค่อยมั่นใจมากสักเท่าไหร่นักนั่นก็เป็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้สามเหลี่ยมทองคำไม่ไกล…
ภายในใจของทศก็กรุ่นโกรธเล็กน้อยที่ตนต้องกลายมาเป็หนังหน้าไฟ แต่เพียงครู่เดียวก็เริ่มสงบลงอย่างรวดเร็วเพราะแต่ละคนที่วางแผนการนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างตนจะไปมีเื่ได้ด้วยเลยดูได้จากรายชื่อผู้หลักผู้ใหญ่ที่โทรเข้ามา
……
ห้องประชุมแห่งหนึ่งภายในกระทรวงเวทมนตร์
ภายในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยผู้คนซึ่งนั่งกันจนเกือบล้นห้อง ทุกคนค่อนข้างมีสีหน้าเคร่งเครียด
เสียงทุ้มใหญ่ดังขึ้นมาจากชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง“หลังจากที่พวกเราช่วยกัน ‘ง้างปาก’ เอาข้อมูลจากไอ้ทศมาได้ก็พอที่จะคาดคะเนถึงขีดจำกัดของเ้าเพียรมันออกมาได้เล็กน้อยเพราะนี่เป็เพียงครั้งแรก”
“ถูกต้องนี่เป็เพียงครั้งแรกเท่านั้นใครจะรู้ว่าไอ้หมอนี่มันจะไปสุดที่ตรงไหน…” เสียงชายปริศนาอีกคนพูดขึ้น
“แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ต้องกันไม่ให้ไอ้หนูนี่ไปที่ ‘เชียงใหม่’ ได้อย่างเด็ดขาด!”พอสิ้นเสียงนี้ทุกคนต่างพยักหน้ารับ
อีกคนหนึ่งพลันเสนอขึ้น“แล้วเราจะจัดการอย่างไงกับพวกกลุ่มก๊วนอื่น? หากมันบีบให้มาทางเชียงใหม่จริงๆ”
“พวกมันไม่กล้าหรอกน่า!”หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งพูดขึ้นมา
ชายคนหนึ่งส่ายหน้าก่อนที่จะพูดว่า “ไม่มีอะไรไม่กล้าหรอก…พอถึงเวลาจวนตัวขึ้นมาถึงอย่างไรก็ต้องมีคนหาทางรอดจนได้”