บทที่ 3 ข้ากินไข่ไก่ได้ด้วยหรือ? (รีไรต์)
เด็กน้อยเกาะขอบโต๊ะ พยายามเงยหน้าขึ้น พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวาน ๆ ให้กับป้าสะใภ้
"ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านป้าสะใภ้"
‘เด็กคนนี้น่ารักยิ่งนัก’ ไป๋เสี่ยวเฟิ่งถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา นางหันไปพูดกับแม่สามีว่า
"ท่านแม่เ้าคะ ดูสิ! ซิ่งซิ่งนี่ช่างน่ารักจริง ๆ นะเ้าคะ" พูดจบ นางก็ตักข้าวต้มจากหม้อ โดยตั้งใจตักส่วนที่มีเนื้อเยอะ ๆ ให้
แม่สามีมองเห็นทุกอย่าง สายตาที่มองไป๋เสี่ยวเฟิ่งเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้รับคำชมจากแม่สามี กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็ได้ยินแม่สามีสั่งว่า "เอาไข่ต้มให้ซิ่งซิ่งด้วย"
หะ!
คราวนี้ต้องแย่แน่
รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋เสี่ยวเฟิ่งหายวับไปในทันที!
ข้าวต้มผักที่ทุกคนกินได้นั่นก็ว่าไปอย่าง เพราะไม่ใช่เสบียงของนางคนเดียว นางใจกว้างแบ่งปันสักหน่อยก็ไม่เป็ไร และยังเป็การเอาใจแม่สามีไปในตัว แต่ไข่ไก่นี่สิ มันจะไปเหมือนกันได้อย่างไร!
ไข่ไก่เป็ของมีค่าขนาดไหน! นางอยากกินยังไม่มีให้กินเลย!
ไม่ใช่แค่ไป๋เสี่ยวเฟิ่งที่ตักข้าวอยู่ถึงกับพูดไม่ออก คนอื่น ๆ ในห้องก็ต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
หลี่ชุนฮวาพูดติด ๆ ขัด ๆ ออกมาว่า "ท่านแม่... นี่... นี่มันไข่ไก่นะเ้าคะ..."
แม่เฒ่าเว่ยจ้องเขม็ง "ไข่ไก่แล้วอย่างไร! ไข่ไก่ตั้งเจ็ดฟอง ลูกชายบ้านเ้าสองคน คนละฟอง ก็เอาไปสองฟองสิ ส่วนลูกชายบ้านเ้ารอง มีสองคน ก็เอาไปสองฟอง บ้านเ้าสามมีลูกชายคนเดียว เอาไปหนึ่งฟองพอ ที่เหลือสองฟอง ข้ากับพ่อเ้าคนละฟองไม่ได้รึ?"
หลี่ชุนฮวาโดนถามจนพูดติดอ่าง "แต่... แต่ว่า..."
"ข้าบอกแล้ว ข้าจะประหยัดมาจากข้าวของข้าเองเพื่อเลี้ยงเด็กคนนี้!" แม่เฒ่าเว่ยขัดหลี่ชุนฮวาอย่างหงุดหงิด แล้วหันไปจ้องลูกชายคนโตอย่างโกรธเคือง "เ้าใหญ่ ตอนนี้แม้แต่ไข่ไก่ฟองเดียวก็จัดการเองไม่ได้แล้วใช่หรือไม่?!"
แม้ว่าอวี้ต้าหนิวจะเสียดายไข่ไก่ แต่คำพูดของแม่คือเื่ใหญ่สำหรับเขา ไม่สามารถขัดขืนได้
อวี้ต้าหนิวรีบพูดออกมาว่า "ท่านแม่ แน่นอนว่าท่านแม่จัดการได้แน่ขอรับ! ในบ้านนี้ ท่านแม่จัดการได้ทุกอย่าง!" เขาต่อว่าหลี่ชุนฮวา
"ข้าว่าเ้าลืมตัวแล้วนะ! กินข้าวของเ้าไปเถอะ!"
หลี่ชุนฮวาไม่กล้าพูดอะไรอีก ก้มหน้ายอมรับแต่โดยดี
แม่เฒ่าเว่ยอารมณ์เสียเพราะไข่ไก่ต้ม บนโต๊ะอาหารจึงไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก
แล้วไป๋เสี่ยวเฟิ่งก็รีบทำตัวประจบ นางฉีกยิ้มกว้าง รีบหยิบไข่ต้มมาวางไว้ตรงหน้าซิ่งซิ่ง "ซิ่งซิ่ง กินไข่เร็ว"
ซิ่งซิ่งมีท่าทีหวาดกลัวเล็กน้อย เด็กหญิงเอามือจับขอบโต๊ะ พลางเงยหน้ามองคนนั้นทีคนนี้ที ดูลังเลและค่อนข้างเก้ ๆ กัง ๆ ขณะรับไข่ต้มมาปอกอย่างระมัดระวัง
สีหน้าของแม่เฒ่าเว่ยถึงได้ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
พ่อเฒ่าอวี้ไอออกมาหนึ่งครั้ง แล้วพูดว่า "รีบกินข้าวกันได้แล้ว เมื่อคืนฝนตก วันนี้มีงานต้องทำอีกเยอะ! กินข้าวเสร็จ พวกเ้าพี่น้องไปที่นาพร้อมข้า"
พวกผู้ชายตระกูลอวี้ขานรับเป็เสียงเดียวกัน
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งเห็นว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารไม่ค่อยดีนัก จึงรีบเรียกให้เด็ก ๆ มากินไข่ "มากินกันเร็ว เด็ก ๆ พี่ไหว เ้าก็ลองชิมเร็วสิ ชอบกินไข่แดงเยิ้ม ๆ มิใช่หรือ? อาสะใภ้รองต้มแบบไข่แดงเยิ้ม ๆ ให้หลานโดยเฉพาะเลยนะ..."
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็ดูผ่อนคลายลงบ้าง
ทุกคนรีบตักผักดองเข้าปาก ก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มผักข้น ๆ อย่างเอร็ดอร่อย
ไม่นานบนโต๊ะก็มีแต่เสียงคนกินข้าวดังซู้ด ๆ
ซิ่งซิ่งจดจ่ออยู่กับการต่อสู้กับเปลือกไข่อย่างขะมักเขม้น
เด็กน้อยค่อย ๆ แกะมันอย่างระมัดระวัง พยายามอยู่นาน โชคดีที่ไข่ขาวเนียนนุ่มไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย
เมื่อแกะไข่ต้มอันล้ำค่าเสร็จแล้ว ซิ่งซิ่งก็ค่อย ๆ วางไข่ขาวเนียนนั้นลงในชามของแม่เฒ่าเว่ย และตอนนั้นแม่เฒ่าเว่ยกำลังคีบหัวไชเท้าดองอยู่ นางเหลือบมองชามโดยไม่รู้ตัว เห็นไข่สีขาวสะอาดวางอยู่ในชามของตน แม่เฒ่าเว่ยถึงกับพูดไม่ออก
ซิ่งซิ่งเงยหน้าขึ้นมองแม่เฒ่าเว่ย และยิ้มอย่างอ่อนหวาน "ท่านย่า ทานสิเ้าคะ ซิ่งซิ่งไม่ทาน" เด็กหญิงตัวน้อยพูดพลางกลืนน้ำลาย
หัวใจของแม่เฒ่าเว่ย เหมือนโดนอะไรบางอย่างทิ่มแทงอย่างแรงจนตะเกียบในมือสั่น
นางไม่ได้พูดอะไร สีหน้าก็ดูไม่ค่อยดี
ซิ่งซิ่งรู้สึกกังวล ว่าเหตุใดท่านย่าของนางจึงย่าไม่ทานเล่า?
เด็กน้อยรีบพูดขึ้นว่า "ท่านย่า ซิ่งซิ่งล้างมือแล้วนะเ้าคะ มือไม่สกปรกจริง ๆ ดูสิ!" ซิ่งซิ่งแบมือออกอย่างร้อนรนให้แม่เฒ่าเว่ยดู
มือของนางไม่ได้สกปรกจริงๆ
"ท่านย่ารีบกินเถิด กินอันนี้ อันนี้กินแล้วไม่ป่วย แถมร่างกายยังแข็งแรงอีกด้วย!"
นางครุ่นคิดอย่างหนัก พยายามนึกถึงข้อดีของไข่เท่าที่ตนเองรู้ ร้อนใจอยากจะโน้มน้าวให้แม่เฒ่าเว่ยกินให้ได้
แม่เฒ่าเว่ยรู้สึกะเืใจยิ่งกว่าเดิม
พ่อเฒ่าอวี้ยื่นปากไปทางแม่เฒ่าเว่ยแล้วพูดว่า "ไข่ต้มนี่น่ะ ซิ่งซิ่งตั้งใจปอกให้นะ กิน ๆ เข้าไปเถอะ"
พูดจบ พ่อเฒ่าอวี้ก็รีบปอกไข่ต้มที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว แล้ววางลงในชามของซิ่งซิ่ง
ซิ่งซิ่งใ รีบพูดว่า "ท่านปู่ กินเถอะ... ข้าไม่ควรกิน"
พ่อเฒ่าอวี้อมยิ้มแล้วพูดว่า "ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะ เด็กดี นี่ปู่ปอกให้เ้าแล้วนะ"
ในความทรงจำอันเลือนรางของนาง ไข่นั้นมีค่ามาก มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เสียงของใครบางคนที่หน้าตาไม่กระจ่างชัดพลันปรากฏขึ้นในความทรงจำ หญิงผู้นั้นมักจะตะคอกใส่นางเสมอ บอกว่าเด็กไร้ค่าอย่างนางไม่คู่ควรที่จะได้กินไข่
น้ำตาค่อย ๆ เอ่อล้นขึ้นมาในตาของซิ่งซิ่ง
ไข่ไก่เนี่ยนะ นางกำลังจะได้กินมันจริง ๆ หรือ?
พ่อเฒ่าอวี้นั่งมองเด็กหญิงตัวน้อยอย่างเหม่อลอย ดวงตากลมโตคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เห็นแล้วน่าสงสารจับใจ
"โอ๋ ๆ" พ่อเฒ่าอวี้รีบปลอบ "เด็กดี ไข่ต้มฟองเดียวเอง เ้าจะไม่กินหรือ? รึว่าเ้ารังเกียจมือสกปรกของปู่"
พูดจบ พ่อเฒ่าอวี้ยังแกล้งยื่นมือออกมาตรงหน้าซิ่งซิ่งอย่างตั้งใจ
ซิ่งซิ่งรีบปฏิเสธ "ไม่ใช่เ้าค่ะ ข้าไม่ได้รังเกียจ ข้า... ข้ากินค่ะ"
เด็กหญิงน้อยเพื่อพิสูจน์ว่านางไม่ได้รังเกียจพ่อเฒ่าอวี้ จึงรีบใช้ตะเกียบคีบไข่ต้มสีขาวสวยเข้าปาก แต่ด้วยความที่กินเร็วเกินไป ทำให้ติดคอ หน้าแดงก่ำ ตาเหลือกขึ้นมา
แม่เฒ่าเว่ยที่เห็นก็รีบเข้าไปลูบหลังช่วยให้หายติดคอ พร้อมกับพูดว่า "ค่อย ๆ กินสิ ค่อย ๆ กิน"
พ่อเฒ่าอวี้ก็ใ รีบเข้าไปถามซิ่งซิ่งด้วยความเป็ห่วงเป็ใย "ดีขึ้นรึยัง หายติดคอรึยัง ปู่ไปรินน้ำให้ไหม?"
ซิ่งซิ่งเคี้ยวไข่ต้มที่ไม่เคยกินมาก่อนในชีวิต แผ่นหลังได้รับการลูบอย่างอ่อนโยนจากแม่เฒ่าเว่ย เสียงที่แม่เฒ่าเว่ยกับปู่อวี้พูดด้วยความเป็ห่วงเป็ใยดังอยู่ข้างหู
ในที่สุด น้ำตาที่นางพยายามกลั้นก็ไหลรินอาบแก้ม
เมื่อทานอาหารเสร็จ ใจของหลี่ชุนฮวาก็รู้สึกสับสนปนเปไปหมด
นางเห็นไป๋เสี่ยวเฟิ่งกำลังเก็บโต๊ะ ก็เลยส่งสายตาเป็สัญญาณให้ออกไปคุยกันข้างนอก
ทั้งสองคนเลยพากันยกถ้วยชามไปที่ห้องครัว คืนนี้โชคดีที่ฝนตกหนักทั้งคืน ภาชนะทุกใบในบ้านที่ใส่น้ำได้ก็เลยเต็มไปด้วยน้ำ ทำให้ล้างจานได้สะดวกขึ้น ไป๋เสี่ยวเฟิ่งเอาผ้าจุ่มน้ำเช็ดถ้วยพลางพูดกับหลี่ชุนฮวาด้วยน้ำเสียงเบาว่า "พี่สะใภ้ ข้าดูท่าทางแม่กับพ่อแล้ว พวกเขาคงจะอยากเลี้ยงเด็กคนนั้นจริง ๆ"
หลี่ชุนฮวาโดนแม่สามีดุไปสองครั้งตอนอยู่ที่โต๊ะอาหาร ทำเอาหมดแรงไปเลย พอได้ยินแบบนั้นก็เลยพูดเสียงเศร้า ๆ ว่า "ก็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ข้าดู ๆ แล้วนางก็เรียบร้อยดี หากท่านแม่อยากเลี้ยงก็ให้นางเลี้ยงไปเถอะ พวกเราเป็ลูกสะใภ้จะไปพูดอะไรได้"
พูดจบ หลี่ชุนฮวาก็เปิดม่านออกไปข้างนอก
ทว่าไป๋เสี่ยวเฟิ่งดูเหมือนจะยังไม่ยอมแพ้ คิดจะกลับไปถามสามีตัวเองทีหลัง
แต่ตอนนั้นเอง แม่สามีก็ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องแล้วเรียกหลานชายทั้งสี่คนให้เข้าไปหา
ไม่นานนัก หลานชายทั้งสี่คนของแม่สามีก็ยืนเรียงกันอยู่ตรงหน้า มีทั้งคนตัวสูงและตัวเตี้ย
แม่สามีขมวดคิ้ว มองออกไปข้างนอกแล้วถามว่า "แล้วเ้าจวี๋ล่ะ อยู่ไหน?"
ก่อนที่ซิ่งซิ่งจะมา ‘อวี้หย่งจวี๋’ เป็เด็กผู้ชายที่อายุน้อยที่สุดในบ้านตระกูลอวี้ เป็ลูกชายคนเดียวของบ้านสาม ปีนี้เพิ่งจะสี่ขวบ
พี่ใหญ่ ‘อวี้หย่งไหว’ รีบตอบกลับไปว่า "ท่านย่า เมื่อครู่สะใภ้สามบอกว่า น้องจวี๋อาหารไม่ค่อยย่อย เลยพาออกไปเดินเล่นข้างนอกขอรับ"
แม่เฒ่าเว่ยทำท่าไม่ค่อยพอใจ บ่นพึมพำว่า "ตอนกินข้าวก็ไม่เห็นว่า เ้าจวี๋จะมีอาการอาหารไม่ย่อยตรงไหนเลยนะ สะใภ้สามเลี้ยงลูกแบบประคบประหงมเกินไปแล้วกระมัง"
‘อวี้หย่งจวี๋’ เป็ลูกชายคนเดียวของบ้านสาม แม่ของเขาก็คือ ‘ซูโหรวเอ๋อร์’ เป็หญิงสาวที่แต่งงานเ้ามาจากในเมือง ท่าทางการวางตัวในชีวิตประจำวันจึงค่อนข้างต่างจากคนในชนบท อวี้หย่งจวี๋อายุสี่ขวบ ถูกแม่เลี้ยงดูมาแบบเอาใจพอสมควร ส่วนพ่อของเขาก็ตามใจภรรยา ไม่ค่อยใส่ใจเื่นี้เท่าไหร่นัก แม่เฒ่าเว่ยจึงอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาบ้าง
อย่างไรก็ตาม แม่เฒ่าเว่ยก็เพียงบ่นออกมาประโยคเดียว จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่พูดกับหลานชายอีกสี่คนด้วยน้ำเสียงค่อนข้างจริงจังว่า "พวกหลานก็ได้เจอกับซิ่งซิ่งแล้ว ต่อไปนี้ ซิ่งซิ่งคือน้องสาวของพวกหลาน พวกหลานต้องรักและเอ็นดูนางเหมือนน้องสาวแท้ ๆ ห้ามรังแกน้องเด็ดขาด ถ้าคนอื่นมารังแกน้อง พวกหลานต้องปกป้องน้อง เข้าใจหรือไม่?"