ซูลี่ 淑力 ชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้และแปลว่า พลังอำนาจอันงดงาม ชื่อนี้ถือว่าเชยมากในยุคศตวรรษที่ 23 นี้ แต่บุพการีทั้งสองก็ไม่เคยบอกว่าเหตุใดจึงใช้ชื่อนี้ ไม่มีสาเหตุและที่มาเลย เพียงบอกว่าชอบชื่อนี้เลยตั้งให้เท่านั้น
ซูลี่มีของเก่ามากมายในบ้าน ทั้งที่พ่อและแม่เป็นักวิทยาศาตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ท่านได้เลี้ยงดูซูลี่ไม่เหมือนลูกสาวผู้อื่น ให้ฝึกฝนการช่วยเหลือตนเองโดยไม่ใช้เครื่องมือสมัยใหม่มากนัก ใช้เพียงของเก่าที่มีในบ้าน ทั้งสอนการจุดไฟทั้งที่มีเครื่องมือจุดไฟมากมาย การทำอาหารด้วยตนเองโดยไม่พึ่งหุ่นยนต์เอไอ
มีเพียงชิปอัจฉริยะที่ท่านคิดค้นขึ้นมาฝังในร่างกายของซูลี่เท่านั้นที่ทันสมัยและล้ำยุคที่สุด ชิปตัวนี้มีปัญญาประดิษฐ์ช่วยเหลือให้คำแนะนำซูลี่ในทุกด้าน มีช่องเก็บสมบัติและสิ่งของได้มากมายที่สามารถดูดเข้าไปในห้วงหลุมดำในชิปนี้ได้เป็อีกมิติหนึ่งที่สร้างขึ้นมาสำหรับซูลี่ที่ชอบสะสมเกี่ยวกับวัตถุโบราณโดยเฉพาะ
ซูลี่ใช้เวลาหลังการเรียนในการฝึกฝนการต่อสู้เอาตัวรอดทุกรูปแบบ เล่นกีฬาแอดเวนเจอร์ ทั้งยังเรียนปากัวร์ ฟรีรันนิ่ง เล่นยิมนาสติกทุกอุปกรณ์ เพื่อสามารถทรงตัวได้และฝึกให้ร่างกายยืดหยุ่น ทั้งยังเล่นกีฬาผาดโผนแทบทุกชนิด พ่อแม่ของซูลี่สนับสนุนทุกด้านที่ซูลี่เลือกเรียน ทั้งยังเห็นดีเห็นชอบหาข้อมูลมาให้อย่างไม่คิดห้ามปรามหรือห่วงว่าจะเกิดอันตรายกับซูลี่เลย เพื่อนๆ ของซูลี่ไม่เคยมาเรียนด้วยเลยเพราะถูกพ่อแม่ห้ามปราม ทำให้ซูลี่เป็เด็กที่เลิกเรียนแล้วต้องรีบวิ่งไปเรียนเสริมกับสิ่งที่ตนชอบทันทีไม่ได้เที่ยวเตร่ที่ไหนเลยเช่นเด็กทั่วไป
การฝึกฝนเช่นนี้เริ่มั้แ่ซูลี่อายุได้ 10 ขวบ แม้ซูลี่จะเป็เด็กอัจฉริยะไอคิว 140 แต่ร่างกายต้องใช้เวลาในการฝึกฝนเช่นคนทั่วไปจึงจะคล่องแคล่ว ซึ่งพ่อแม่ของซูลี่วางแผนให้เริ่มเรียนั้แ่วัยนี้เพื่อพัฒนาร่างกายทุกด้าน จนกลายเป็เื่ปกติของเพื่อนๆ และคนที่รู้จักครอบครัวนี้ พ่อแม่ของซูลี่เองก็ชื่นชอบเช่นกัน เมื่อมีเวลาว่างก็มาเรียนด้วยกับซูลี่เป็บางครั้ง แม้ครอบครัวของซูลี่จะใช้ชีวิตผิดแผกไปจากผู้อื่น แต่ก็มีความสุขมากไม่ต่างกัน
ทุกคนต่างมองว่าพ่อแม่ของซูลี่เป็นักวิทยาศาสตร์ อาจจะมองการใช้ชีวิตแตกต่างกับคนทั่วไปก็เป็ได้ ที่ไม่พึ่งพาเทคโนโลยีมากนัก ทั้งที่เป็ผู้คิดค้นขึ้นมาเองหลายอย่างด้วยซ้ำ
ซูลี่ใช้ชีวิตเช่นนี้จนอายุ 18 ปี จนเรียนจบหลักสูตรโบราณคดีถึงขั้นระดับสูงสุด ด้วยความเป็อัจฉริยะและรู้ว่าตนชอบสิ่งใดจึงมุ่งมั่นเรียนสิ่งนั้นจนจบไวกว่าคนอื่นในรุ่นเดียวกัน
ก่อนจะขอพ่อแม่ออกไปท่องเที่ยวหาโบราณวัตถุตามเบาะแสที่ได้มาจากร้านขายของเก่าแห่งหนึ่งที่มีชายชราเฝ้าอยู่ แม้ชายชราจะหนวดเคราขาวไปหมดแล้วแต่เดินคล่องแคล่วเช่นคนหนุ่มจนน่าแปลกใจ
ร้านขายของเก่านี้ซูลี่บังเอิญพบเมื่อเดินทางไปวันเกิดเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งนานๆ ที ซูลี่จะออกนอกเส้นทางปกติที่เคยไปและเจอร้านนี้เข้า จนเกิดสนใจขึ้นมาเลยแวะเข้าไปหยิบจับดูสิ่งต่างๆ แต่สิ่งที่ดึงดูดให้ซูลี่เข้าไปใกล้กลับเป็กล่องไม้แดงโบราณสลักลวดลายดอกเหมยล้อมรอบเลี่ยมขอบทอง ซูลี่รู้สึกสนใจและเหมือนได้ยินเสียงเรียกหา จึงได้ซื้อกลับมาด้วย ชายชราผู้นั้นยังให้ชุดจีนโบราณแก่ซูลี่แถมมาด้วยชุดหนึ่งซึ่งเหมือนเสื้อคลุมตัวใหญ่มีลวดลายดอกเหมยไม่ต่างกับกล่องไม้นั้น ซูลี่จึงรับไว้อย่างไม่ขัดศรัทธา ซูลี่ชอบทุกอย่างที่ดูเป็ของโบราณน่าสะสม ของในระบบชิปมหัศจรยย์ของซูลี่มีแต่ของโบราณที่พ่อแม่หามาให้มากมาย เมื่อยามท่านได้ออกเดินทางไปต่างประเทศเพื่อวิจัยงานวิทยาศาสตร์หรือแนะนำเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ
พ่อแม่ของซูลี่เมื่อได้ทราบเื่เบาะแสที่ซูลี่พบในร้านขายของเก่าและขอออกไปค้นหา ทั้งคู่ก็มองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ทั้งยังไม่พูดสิ่งใดออกมา เพียงช่วยเก็บข้าวของจำเป็ให้ซูลี่มากมายเท่านั้น
“ซูลี่ดูแลตัวเองนะลูก ทุกอย่างที่พ่อแม่เคยสอนและสิ่งที่ลูกร่ำเรียนมาเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์นะ ไม่ต้องห่วงพ่อและแม่ ทำตามความเชื่อของจิติญญาตนเองนะลูก”
แม่ของซูลี่ลูบหัวของซูลี่เบาๆ อย่างรักใคร่ ไม่คิดห้ามปรามแต่อย่างใด
“ถ้าคิดถึงพ่อแม่ นี่เป็สร้อยคอที่พ่อทำขึ้นมาให้ในจี้มีรูปพ่อแม่และลูกอยู่ในนี้ด้วย ส่วนเข็มขัดนี้ถ้ากดปุ่มตรงหัวเข็มขัดมันจะยืดออกเป็ลวดสลิงขนาดยาวหลายสิบเมตรเด้งออกไปยึดเกาะสิ่งรอบตัวที่ AI จับสัญญาณได้ หากตกอยู่ในอันตรายหรือตกจากที่สูงจะได้เอามาใช้ได้นะลูก”
ซูลี่ได้แต่พยักหน้ารับคำ ทำไมพ่อแม่ดูห่วงใยมากนัก ทั้งยังสั่งเสียเหมือนจะจากกันนาน ซูลี่เพียงลองเดินทางไปดูตามเบาะแสเท่านั้น ยังไม่รู้ว่าจะเจอสิ่งใดเลย
การเดินทางของซูลี่ใช้ยานบินเล็กที่คล่องตัวนั่งได้เพียงคนเดียว ด้วยระยะทางถือว่าไกลพอสมควร ทั้งยังอยู่ในที่ๆ ไม่มีใครเดินทางไปเท่าใดนัก เรียกว่าอยู่นอกแผนที่ในโลกนี้เลยก็ว่าได้ ในใจแม้จะตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งแรกของตน แต่ก็แอบหวาดกลัวไม่น้อยเหมือนกันที่ต้องห่างพ่อแม่เป็ครั้งแรก ทั้งสองท่านมองดูซูลี่ออกเดินทางเหมือนกับทำใจไว้นานแล้ว ไม่มีน้ำตา ไม่มีคำกล่าวลาใดอีก อาหารแห้งและเสบียงพ่อกับแม่ขนให้ซูลี่เข้าในชิปมหัศจรรย์มากมายแทบจะทานได้เป็ปี
การเดินทางด้วยยานบินเล็กไปสิ้นสุดที่หน้าผาสูงชันแห่งหนึ่ง ซูลี่จึงต้องใช้เชือกโรยตัวลงหน้าผามาตามแผนที่หนังที่เจอในกล่องไม้แดงนั้น มันเหมือนเกมส์ค้นหาสมบัติจริงๆ ซูลี่เพียงคิดว่ามันอาจจะเป็ของเล็กน้อยประจำตระกูลเก่าแก่สักตระกูลหนึ่งเท่านั้น จึงเก็บไว้ในกล่องไม้อย่างดี ทั้งลูกหลานยังไม่เคยออกค้นหาเลย สิ่งของล้ำค่าไม่รู้ว่าถูกผู้อื่นขุดค้นมาบ้างหรือยังก็ไม่รู้
ซูลี่เดินตามไปยังทิศทางในแผนที่และไปหยุดที่หน้าถ้ำใหญ่โตแห่งหนึ่ง มันดูแปลกประหลาดมาก แม้ปากทางเข้าถ้ำจะเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นแต่ซูลี่กลับมองว่ามันไม่ได้หายากตรงไหน ทำไมดูเหมือนไม่เคยมีใครมาพบเจอเลย
ไม่มีการพัฒนาสิ่งใดเลยตลอดทางที่ซูลี่เดินทางมา เหมือนไม่เคยมีใครค้นพบที่แห่งนี้มาก่อน ช่างน่าแปลกนัก