เขาอยากจะพักผ่อนดีๆ เพราะตั้งแต่กลับมาที่พักก็คือเรือนนักศึกษาในสำนักศึกษาที่ไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าใดนักมาถึงบ้านที่อ้างว้างอย่างน้อยก็เป็นที่คุ้นเคย
แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเรือนที่โล่งกว้างสวนที่เวิ้งว้างเพราะเขาไม่ค่อยได้อยู่และเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดูแลจึงไม่มีต้นไม้มากนักแต่ว่า
เมื่อเดินผ่านสวนก็เข้าห้องนอนก็พบว่ากลางสวนมีศาลาเล็กๆ ที่สามารถใช้อ่านหนังสือและในสวนเต็มไปด้วยกระถางหน้าตาประหลาดที่มีผักสีเขียวสดใสจัดวางอย่างสวยงาม
โดยไม่รู้ตัวเขาเดินมาชมผักใบเขียวในสวยและเดินเข้าไปที่ห้องหนังสือปรากฏว่ามีการติดตั้งบันไดที่มีล้อที่สามารถเลื่อนไปได้เหมาะสำหรับคนตัวเล็กที่เอื้อมไม่ถึงหนังสือชั้นบน
และบันไดที่มีล้อก็สะดวกในการเคลื่อนย้าย
“นี่นางบุกเข้ามาถึงในนี้เลยหรือ” ฉินมู่หยาง
เขาสำรวจและพบว่าการจัดวางหนังสือเป็นแบบใหม่ในตอนแรกเขาค่อนข้างหงุดหงิดแต่เมื่อพิจารณาดูดีๆ แล้วกลับกลายเป็นว่าเขาชอบวิธีการจัดเป็นหมวดหมู่อย่างนี้เพราะได้ง่ายกว่า
“เสิ่นเยี่ย” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋อง” เสิ่นเยี่ย
“อีกสองวันเจ้าเข้าไปตรวจสินค้าและขอดูสินค้าใหม่ที่นางเสนอมาด้วย” ฉินมู่หยาง
“ขอรับ” เสิ่นเยี่ย
เขาตรงไปแจ้งกับเว่ยหมิงผู้เป็นบุตรชายของแม่นมสีก่อนออกไปจัดการเรื่องอื่นให้ท่านอ๋อง
ส่วนทางคนที่ไม่ยอมออกไปต้อนรับสามีก็นั่งเล่นกล่องไม้อยู่
“คุณหนูเจ้าคะแย่แล้ว” ลู่จื่อทำหน้าที่นักข่าวภาคสนาม
“อะไร” หยวนเข่อชิง
“ท่านอ๋องเจ้าค่ะท่านอ๋องเขาเอ่อ” ลู่จื่อ
“ว่ามา” หยวนเข่อชิง
“ท่านอ๋องยื่นหนังสือหย่ากับชายารองทั้งสองและอนุทั้งสี่เจ้าค่ะ” ลู่จื่อ
“อะไรนะแล้วมีของข้ามั้ย!” หยวนเข่อชิงลุกขึ้นทันที
“จะไปไหนเจ้าคะ” ลู่จื่อ
“ไปเอาหนังสือหย่าน่ะสิข้าไม่น่าขี้เกียจเลยเขาให้พวกนั้นแสดงว่าต้องให้ข้าด้วย” หยวนเข่อชิง
“ไปตอนนี้ไม่ได้เจ้าค่ะข้างนอกวุ่นวายน่าดูท่านอ๋องจับได้ว่าชายารองยักยอกเงินในคลังและขโมยสินเดิมของท่านหากออกไปตอนนี้พวกนางต้องเอาเรื่องแน่ๆ เจ้าค่ะ” ลู่จื่อ
“แต่ว่าหนังสือหย่าของข้าล่ะ” หยวนเข่อชิง
“ไปตอนนี้ก็ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะท่านอ๋องทรงพักผ่อนแล้วบอกว่าห้ามกวนจนกว่าท่านจะเรียก” ลู่จื่อ
“อยู่ต่ออีกหน่อยก็ได้” หยวนเข่อชิง
“คุณหนูเจ้าคะ” แม่นมสีหน้าตายิ้มแย้มเข้ามา
“ว่าไงแม่นมได้พบลูกชายของท่านหรือไม่” หยวนเข่อชิง
“ได้พบเจ้าค่ะเขาฝากมาขอบคุณท่านบอกว่าผ้าห่มของท่านแม้จะบางแต่อุ่นมากช่วยให้นอนหลับได้เยอะแล้วบะหมี่ของท่านทำให้ทหารมีความหวังที่จะได้กลับบ้านมากดังนั้นทุกคนไม่ยอมตาย” แม่นมสีคุกเข่าลง
“แม่นมสีทำอะไรลุกขึ้นมา” หยวนเข่อชิง
“คุณหนูลูกชายข้าเล่าให้ฟังก่อนที่ของจะไปส่งทุกคนหมดอาลัยตายอยากหมดแล้วการศึกที่เนิ่นนานกลืนกินจิตวิญญาณของพวกเขาแต่บะหมี่ที่ท่านส่งไปทำให้พวกเขารู้ว่าต้องกลับบ้านเขาจะกลับมาหาคนที่รัก” แม่นมสี
“ท่านพูดเกินไปแล้วที่จริงพวกเขามีกำลังใจเพราะความรักของครอบครัวต่างหากบะหมี่น่ะกินไปก็หมดแต่ความรักความห่วงใยของพวกท่านต่างหากที่พวกเขาสัมผัส” หยวนเข่อชิง
การมีคนให้คอยห่วงใยมันก็ดีเช่นนี้เพียงแต่ว่า
หนังสือหย่านั่นนางไม่ควรพลาดเลยให้ตายเถอะ
“อ้อขอบคุณเว่ยหมิงลูกชายข้าบอกว่าอีกสองวันท่านเสิ่นเยี่ยจะเข้ามาดูสินค้าและขอดูผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ท่านเสนอไปด้วยเจ้าค่ะ” แม่นมสี
“เข้าใจแล้ว” หยวนเข่อชิง
แล้วพรุ่งนี้ท่านอ๋องจะเอาหนังสือหย่ามาให้หรือไม่ถ้ามาพรุ่งนี้ต้องย้ายออกเลยหรือว่าออกหลังจากตรวจสินค้าจะว่าไปท่านอ๋องนี่คงจะแก่มากเพราะลู่จื่อบอกว่าหนวดเครารุงรังเวลาออกศึกก็มักจะสวมหน้ากากที่ดูเหมือนยักษ์
ก็อายุมากกว่าเธอสิบปีเชียวนะแต่ทำไมหญิงสาวเหล่านั้นถึงอยากแย่งเขาอย่างเอาเป็นเอาตายอาจจะเป็นเพราะเป็นท่านอ๋องเหรอ
ก็ไม่น่าจะใช่เป็นเมียเทพสงครามดีตรงไหนร้อยวันพันปีไม่เคยอยู่บ้านแถมออกรบเป็นอาชีพอย่างนั้นคนที่อยู่ทางนี้ก็คอยระแวงว่าเขาจะอยู่ดีหรือตายกลางสนามรบ
และหากเขาตายพวกนางก็จะเป็นแค่แม่หม้ายแถมแต่ละคนก็ยังไม่มีลูกสืบสกุลอีกมันมีดีตรงไหนหรือว่าจะได้ชื่อว่าเป็นพระชายา
แต่ว่าเป็นพระชายาของเหล่าองค์ชายที่ทั้งหนุ่มกว่าหน้าตาดีกว่าไม่ใช่เหรอแต่พวกนางไม่ได้เป็นลูกภรรยาเอกการจะได้แต่งงานกับราชนิกุลคงจะเป็นไปไม่ได้
หยวนเข่อชิงนั่งหาเหตุผลที่ผู้หญิงเหล่านั้นต้องการแย่งชิงชายโฉดผู้นี้ได้ก็สบายใจ
ส่วนคนโฉดที่ถูกวิเคราะห์อยู่ก็สามารถนอนได้เต็มอิ่มจนตัวเองแปลกใจห้องของเขาไม่มีเครื่องเรือนมากนักเห็นได้ชัดว่าไม่มีอะไรเพิ่มเข้ามาแต่เขากลับรู้สึกสบายและโล่งมากขึ้น
แต่สังเกตอย่างหนึ่งว่าที่นอนสูงขึ้นจึงเปิดที่นอนปรากฏว่าด้านล่างมีที่ที่นอนอีกชั้นเปิดดูด้านในคือถ่านไม้ไผ่สีเงิน
“พ่อบ้าน” ฉินมู่หยางเสียงเข้ม
“ท่านอ๋อง” พ่อบ้านหวางที่รีบวิ่งเข้ามา
“นี่คืออะไร” ฉินมู่หยางชี้ไปที่ห่อถ่านไม้ไผ่
“นี่คือที่นอนถ่านไม้ไผ่ที่อนุหยวนเป็นคนทำขอรับ” พ่อบ้านหวาง
“แล้วทำไมถึงเอามาวางไว้ที่นี่” ฉินมู่หยาง
“ที่จริงนางทำให้พวกที่เรือนของนางข้าน้อยได้ยินว่าคนที่ใช้รองนอนแล้วอาการปวดเมื่อยดีขึ้นมากข้าจึงขอซื้อมารองนอนแล้วเห็นว่าดีจึงขอจากนางมาขอรับ” พ่อบ้านหวาง
“ขอเหรอ” ฉินมู่หยาง
“ขอรับนางบอกจะทำให้เพราะถือว่าใช้สถานที่ของท่านในการทำสวนแนวตั้งจึงให้คนมาวัดและทำให้เป็นพิเศษ” พ่อบ้านหวาง
“ใครอนุญาตให้นางใช้ที่ของข้า!” ฉินมู่หยาง
“เอ่อ….ฮ่องเต้ขอรับ” พ่อบ้านหวาง
เขาเล่าทุกคำพูดที่ฮ่องเต้อนุญาตว่าอย่างไรซึ่งก็ไม่ต่างกับที่โจวจื่อหยวนเล่าให้ฟังแต่ติดไม่ถึงเลยว่าหยวนเข่อชิงจะฉวยโอกาสใช้พื้นที่ลามมาถึงเรือนของเขา
“ที่จริงอนุหยวนก็ไม่คิดว่าท่านอ๋องจะกลับมาเร็วน่ะขอรับข้าน้อยเลย” พ่อบ้านหวาง
“พ่อบ้านหวางข้าไม่ค่อยอยู่บ้านจนเจ้าคิดว่าที่นี่ไม่มีเจ้าของสินะ!” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋องโปรดอภัยข้าน้อยไม่ได้มีเจตนาร้ายที่นอนนี่ดีจริงๆ บ่าวได้ลองใช้แล้วจึงตัดสินใจมาวางให้ท่านส่วนผักในสวนอนุหยวนบอกว่าหากท่านกลับมาสามารถใช้ผักเหล่านี้ปรุงอาหารให้ท่านได้” พ่อบ้านหวาง
ฉินมู่หยางถึงกับถอนใจทำไมทุกคนต่อต้านเขากันหมดแค่เรื่องพื้นที่ส่วนตัวยังกล้ามา
“ใครใช้ให้เจ้าตัดสินใจแทนข้า” ฉินมู่หยาง
“ท่านอ๋องข้าผิดไปแล้วแต่ว่าเรื่องนี้แม้แต่ฮองเฮาและหลีกงกงก็บอกมาว่าหากท่านได้นอนบนที่นอนนี่คงจะดีนางตรัสว่าท่านออกรบมาแรมปีร่างกายต้องทรมานมามากที่นอนนี้จะช่วยให้ท่านสบายขึ้น” พ่อบ้านหวาง
“ข้าเองก็คิดแค่อยากให้ท่านสบายดีที่นอนนี้ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถซื้อได้อนุหยวนส่งให้ฮองเฮาแต่ไม่ส่งให้ฮ่องเต้เพราะอ้างว่าผิดระเบียบวังแม้แต่องค์รัชทายาทอยากได้ยังต้องรอ” พ่อบ้านหวาง
“นางมีสัมพันธ์ที่ดีกับฮองเฮาหรือ” ฉินมู่หยาง
“ขอรับหากไม่มีฮองเฮาไม่รู้ว่าพวกชายารองจะเข้าไปทำร้ายอนุหยวนจนตายไปแล้ว” พ่อบ้านหวาง
“แต่คนก่อเรื่องไม่ทำอะไรเลยสินะ” ฉินมู่หยาง