ตอนนี้ผมจอดรถอยู่หน้าบ้านอ้อมกอด แต่ยังไม่ได้เลี้ยวรถเข้าไป พูดตรงๆครับผมไม่รู้จะง้อคนอย่างอ้อมกอดยังไง เธอเป็คนน่ารักๆแต่เวลาโกรธก็เ็าเอามากๆ แต่ก็ไม่ใช่คนที่ไม่มีเหตุผล ผมคิดว่าการที่จะอธิบายเื่ที่เกิดคงต้องใช้เหตุผลคุยกับเธอเช่นกัน เห่อ!นอกจากแม่แล้วผมไม่เคยต้องง้อผู้หญิงคนไหนเลยครับยังไงซะวันนี้ผมต้องง้ออ้อมกอดให้สำเร็จ เพราะว่าผมรับปากคุณหญิงแก้วไว้ว่จะพาว่าที่สะใภ้ไปหาในวันอาทิตย์ ผมตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าบ้านเธอและเปิดประตูรถลงพร้อมของฝากคุณแม่ยาย คุณพ่อตา และไม่ลืมที่จะซื้อกุหลาบสักช่อมาง้อเธอ ผมำม่รู้หรอกว่าเธอชอบดอกไม้อะไร แต่จากการมาบ้านคราวก่อนสวนบ้านเธอเต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีขาว สีแดง เลยคิดเอาว่าเธอคงชอบกุหลาบ
ดินทร์ : สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ สวัสดีครับน้องกอด (เมื่อเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นเธอและคุณพ่อคุณแม่ของเธอนั่งกันพร้อมหน้าพร้อมตาดูเมื่อว่ากิจกรรมยามว่างจะเป็การดูหนัง)
คุณสุขประเสริฐ : อ้าวว่าไงลูกตาดินทร์ (ครับได้ยินไม่ผิดหรอกผมเป็ลูกชายบ้านนี้แล้ว ฮ่าๆๆ) มาไงเนี่ยทำไมไม่โทรมาบอกก่อนว่าจะมา จะได้เตรียมอะไรอร่อยไว้ให้
คุณอุ่นเรือน : นั่นสิตาดินทร์ แม่ไม่เตรียมอาหารไว้เลย ไม่ได้การล่ะเดี๋ยวแม่ไปเตรียมทำกับข้าวกับปลาดีกว่า จะทานกัน ยัยลูกนี่ก็เหลือเกินน่าจะบอกหน่อยว่าพี่เค้าจะมา
อ้อมกอด : ลูกก็ไม่ทราบคะว่าพี่เค้าจะมา พี่เค้าไม่ได้บอก(นี่ไปสนิทกันั้แ่เมื่อไหร่ คุณพ่อคุณแม่งั้นเหรอ)
ดินทร์ : ต้องขอโทษคุณพ่อคุณแม่ครับที่มาแบบไม่บอกล่วงหน้า (ยิ้มหวานให้ทั้งสองท่าน) พ่อดีมีเด็กแถวนี้งอนครับเลยมาง้อครับ นี่ครับของฝากเล็กๆน้อยของคณพ่อคุณแม่ครับ (เค้ายืนให้คุณพ่อคุณแม่) ส่วนนี่กุหลาบสำหรับเด็กขี้งอนครับ ( ใครทำให้งอนยะ)
อ้อมกอด : พี่ดินทร์! ( นี่ทำไมถึงเป็คนพูดตรงขนาดนี้ ฉันถึงกับอ้าปากค้างกับคนตัวโตที่กล้าพูดอะไรตรงๆ)
คุณสุขประเสริฐ : อ้าวงอนอะไรกัน มีอะไรก็คุยกันดีนะ อย่าให้อารมณ์ ใช้เหตุและผล เป็ตัวนำทางในการดำเนินชีวิต เอ้างั้นคุยกันนะเดี๋ยวพ่อจะไปช่วยแม่เค้าทำกับข้าว ป่ะแม่เดี๋ยววันนี้พ่อจะเป็ลูกมือให้แม่เอง ( พ่อของฉันเตือนสติแล้วเดินออกไปพร้อมคุณแม่เพื่อเปิดโอกาสให้เราได้ปรับความเข้าใจ มันน่าแปลกมากที่พ่อฉันมีท่าทีที่เปลี่ยนไปมันทำให้ฉันอยากรู้ว่าวันนั้นเค้าคุยอะไรกับคุณพ่อ ทำไมคุณพ่อถึงได้ปลื้มเค้านัก)
ดินทร์ : ขอบคุณครับคุณพ่อคุณแม่ (เค้าขอบคุณเสร็จก็หันหน้ามาหาฉัน ซึ่งในตอนนี้เราทั้งคู่นั่งอยู่โซฟาตัวเดียวกัน)
อ้อมกอด : พี่ดินทร์มาทำไมคะ (ฉันเปิดประเด็นถามเพราะอยากรู้เอามากๆว่าเค้าจะแก้ตัวว่าอย่างไร อันที่จริงฉันไม่ใช่คนที่จะโกรธ หรืองอนโดยไม่มีเหตุ แต่ตอนที่ฉันเห็นภาพที่มีผู้หญิงนั่งตักเค้าและตัวเค้าก็ไม่ได้พยามยามที่จะปฏิเสธเธอคนนั่นแลย ถึงแม้เค้าจะอธิบายเหตุผลของเค้าบ้างแล้วแต่พูดตรงๆตอนนั้นฉันไม่พร้อมจะฟังอะไรทั้งสนั้น)
ดินทร์ : กอดครับ พี่อยากอธิบายเื่ทั้งหมดให้ฟังครับ ได้โปรดฟังพี่ก่อนได้ไหมครับ (ฉันเงียบ) คือผู้คนนั้นเธอชื่อลิลลี่ เราเป็เพื่อนกัน อ่าอาจจะเกินเลยกว่าเพื่อนบ้างในก่อนหน้าที่พี่จะพบกับกอด วันนั้นพี่ไม่ได้นัดเธอมา เธอมาของเธอเอง ก่อนหน้าพี่อาจจะมีเื่ผู้หญิงมาบ้างแต่ั้แ่มีกอดพี่ก้หยุดทุกอย่างแล้วนะครับ พี่สาบานเลยก้ได้ครับว่าพี่ไม่เคยนอกใจหรือแม้กระทั่ง..นอกกายกอดเลยครับ (น้ำเสียงจริงจัง ฉันมองหน้าเคาอย่างจะหาความจริงจากการอ่านสายตาเราสบตากัน เค้าว่ากันว่าสายตาโกหกกันไม่ได้ แล้วฉันก็เชื่อแบบนั่น) กอดครับอย่าเงียบสิ พูดอะไรหน่อย
อ้อมกอด : แล้วทำไมพี่ไม่ปฏิเสธคุณลิลลี่ ปล่อยให้เค้านั่งตักทำไม ไม่ใช่เพราะชอบเธอคะถึงได้ปล่อยให้เค้านั่งตักนานขนาดนั่น ( ฉันนั่งกอดอกหลังพิงโซฟา และหวังว่าได้คำตอบจากเค้า เอะเดี๋ยวนี่ฉันหึงเหรอ นี่ฉันกลายเป็คนขี้หึงเหรอ)
ดินทร์ ; พี่พยามยามแกะมือเค้าออกแล้วนะครับแต่เค้าไม่ยอม
อ้อมกอด ; แหม ใจดีจังเลยนะคะ
ดินทร์ : ไม่เอาสิครับกอด อย่าโกรธพี่เลยนะ ครั้งนี้พี่คิดว่าพี่ไม่มีความผิดนะครับ อยู่ดีๆเื่ก็เข้ามาหา พี่กับลิลลี่เราตัดความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกันนานแล้วครับเหลือแค่ความเป็เพื่อนครับ (อันทีจริงฉันก็เชื่อเค้าั้แ่จองตาเค้าแล้วแววตาของเค้าจริงจังมาก แต่ฉันก็แค่อยากจะแกล้งสักหน่อยโทษฐานใจดีเกินไป)
อ้อมกอด : จริงเหรอคะ ( ฉันยกยิ้ม แต่ก็แสดงออกให้เค้ารู้ว่ารอยยิ้มนั่นฉันไม่ได้เชื่อเค้ามากนัก)
ดินทร์ : นี่แกล้งพี่เหรอ เชื่อพี่แล้วใช่ไหม ( นี่ฉันโกหกไม่เก่งขนาดนี้เลยเหรอ โดนจับได้ซะแล้ว )
อ้อมกอด : เชื่อก็ได้คะ แต่นี้จะเป็เื่ผู้หญิงเื่สุดท้ายที่กอดจะให้อภัยนะคะ ถ้าเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีก จะไม่มีโอกาสครั้งที่สองคะ ( ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่จริงจังมาก)
ดินทร์ : ขอบคุณครับ แต่พี่รับรองเลยว่าจะไม่มีเื่อย่างนี้อีก (ส่งยิ้มหวานให้ฉัน ทำไมฉันถึงได้หลงรอยยิ้มนี่จังเลยนะ)