บทที่ 4 ครั้งยังเคยรัก
สภาพจิตใจของหญิงสาวตอนนี้เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆไม่เหมือนวันแรก ๆ ที่มาอยู่เอาแต่ร้องไห้ โดยวันนี้กัลยาพาไปฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชนมาและทำเื่ส่งตัวไปฝากครรภ์ที่อังกฤษต่อตอนนี้เอกสารทุกอย่างก็ใกล้จะเรียบร้อยแล้วอาทิตย์หน้าทั้งสองคนจะเดินทางกลับเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่...ที่บ้านเกิดของตนเอง
ไพลินทร์ตัดสินใจอยู่นานว่าจะโทรหาไปพ่อแม่หรือไม่เพราะกลัวว่าทุกคนจะเสียใจที่เธอตัดสินใจอย่างนั้นพอได้ฟังที่กัลยาพูดนั่นแหละถึงตัดสินใจโทรกลับไปหาครอบครัวที่อังกฤษ
(ฮัลโหล) น้ำเสียงคุ้นหูเมื่อปลายสายกดรับทำให้หญิงสาวร้องไห้ออกมาอย่างหยุดไม่ได้
“คุณแม่...” ร่างบางพยายามกลั้นเสียงสะอื้นลงคอทว่าช่างยากเหลือเกิน
(ยัยหนูเหรอลูกเป็อะไรหรือเปล่าเสียงถึงเป็อย่างนั้น” มารดาส่งความห่วงใยมาตามสาย หญิงสาวเลยเล่าเื่ทั้งหมดให้แม่ฟัง“ทำไมเขาถึงทำกับลูกแม่อย่างนี้)
“ใครโทรมาหรือคุณ ทำหน้าเครียดเชียว”เสียงบิดาลอดมาให้ได้ยิน ไพลินทร์ยิ่งสะอื้นไห้หนักกว่าเดิมจนกัลยาที่ให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ต้องกอดปลอบ
(ยัยหนูน่ะค่ะ) พูดตอบเช่นนั้นแล้วบิดาเลยจะคุยกับเธอเอง
(หนูจ๋า) เสียงคุณไพศาลเรียกชื่อลูกคนสุดท้องเมื่อได้ฟังเื่ราวจากปากภรรยาคู่ชีวิต
“แด๊ดขา หนูจ๋าขอโทษขอโทษที่ทำให้แด๊ดกับมัมเสียใจ”
(ไม่เป็ไรนะลูก เดี๋ยวป๋ากับแม่จะนั่งเครื่องไปหาหนูให้เร็วที่สุด)
“อย่าเลยค่ะ อาทิตย์หน้าหนูก็เดินทางกลับแล้วอีกอย่าง...” พูดถึงตรงนี้เธอถึงกลับพูดไม่ออก “หนูท้องค่ะ!!”
“จริงเหรอ ถ้างั้นแด๊ดก็ได้เป็คุณตาแล้วสิ”
“ใช่ค่ะ”
ไพลินทร์พูดคุยกับไพศาลและพลอยเพชรต่ออีกเล็กน้อยก็ขอวางสายก่อนเพราะไม่อาจคุยต่อไปได้อีกด้วยกลัวว่าจะทำให้พ่อแม่เสียใจมากกว่านี้ เพราะไม่มีแม้แต่คำต่อว่าท่านกับพูดให้กำลังใจเธอมากกว่า เพราะเข้าใจดีว่าทุกอย่างเป็ความ้าของเธอเพื่อพิสูจน์ความรักของตนเองที่มีต่อเมฆา
แต่ตอนนี้เธอประจักษ์แจ้งแล้วว่า ความรักมันกินไม่ได้ความดีงามไม่สามารถทดแทนที่ชื่อเสียงเงินทองวงศ์ตระกูลได้เลยสักนิดต่อให้ทำดีแค่ไหน แม่สามีก็หน้ามืดตาบอดมองไม่เห็นเพราะหยิ่งยโสในอำนาจและชื่อเสียง มากกว่าความสุขของลูกตัวเอง
เธอไม่ใช่ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าแบบที่ทุกคนเข้าใจไม่ใช่วิศวะสาวที่กำพร้าพ่อแม่แต่เธอเป็ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษสาเหตุที่ทุกคนไม่รู้ว่าเธอเป็ใครเพราะเป็คำขอของคุณปู่ที่ไม่ยอมให้เปิดเผยเพื่อป้องกันจากศัตรูทางธุรกิจ
*********
หลายปีก่อนเธอถูกส่งมาอยู่เมืองไทยกับคุณลุงคุณป้าั้แ่จบมัธยมเธอและกัลยาเลยสมัครเรียนกับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง...ที่สุดแล้วทั้งสองต่างสอบติดวิศวะของมหาวิทยาลัยชื่อดังเลยเป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอกับพี่เมฆเจอกัน เมื่อเขาเป็รุ่นพี่ในคณะด้วยความบังเอิญที่เธอได้อยู่ในสายรหัสเดียวกัน จากนั้นก็มีพูดคุยกันจนเริ่มสนิท และเขามักชวนไปกินข้าวด้วยกันแต่ส่วนมากเธอจะปฏิเสธ เพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรกับเขาเกินเลยไปมากกว่าพี่น้อง
แต่แล้ว...หลังวันรับปริญญาเขามาสารภาพรักกับเธอและขอเป็แฟน แต่ด้วยฐานะที่แตกต่างกันเธอเลยปฏิเสธทว่าไม่สามารถที่จะทำให้พี่เมฆยอมแพ้ เขาบอกว่าไม่สนใจว่าเธอจะเป็ใครเขารักในสิ่งที่เธอเป็มากกว่าเงินทองหรือชื่อเสียงนั่นแหละความประทับใจแรกที่เธอมีต่อเขา
ในที่สุดเธอก็ยอมให้โอกาสเขาจนเมื่อเธอเรียนจบปริญญาแล้วเข้าทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งความสัมพันธ์ของเธอกับเมฆาเริ่มดีขึ้น เพื่อน ๆ ต่างรับรู้ เวลานั้นเธอมีความสุขจนบอกไม่ถูกเลยโทรไปเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้กับครอบครัวฟังพวกท่านต่างดีใจมากที่เธอมีคนคอยดูแล
ทว่าความรักของเธอกับชายหนุ่มไม่ได้มีความสุขเสมอไปเมื่อมารดาของพี่เมฆรู้เื่ว่าบุตรชายคบหากับวิศวะสาวคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรท่านเลยส่งคนมาขู่สารพัด เื่นี้พี่เมฆาก็รู้เื่ เขาคอยปกป้องตลอดมาและเข้าข้างเธอทุกครั้งยามที่มารดาด่าทอเธอ
ความรักของเราสองคนมาถึงจุดอิ่มเอมเมื่อเขาทำเซอร์ไพรส์ขอเธอแต่งงานในวันเกิดของเขาซึ่งอายุครบ 26 ปีความรู้สึกตอนนั้นเธอดีใจจนบอกไม่ถูก และตกลงแต่งงานกับเขาอย่างไม่ต้องคิดอะไร
เธอคิดว่าคุณหญิงรัตนายอมรับในความดีของเธอแต่ไม่ใช่เลยคุณอานนท์สามีต่างหากล่ะที่เป็คนพูดเกลี้ยกล่อมยอมให้มีงานแต่งงานขึ้นเพื่อความสุขของลูกชายคนโต คุณหญิงเลยไม่สามารถที่จะขัดขวางอะไรได้
หลังจากนั้นหนึ่งเดือน งานของเธอกับพี่เมฆาถูกจัดอย่างใหญ่โตทุกคนต่างมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างท่วมท้นรวมทั้งคุณลุงคุณป้าที่มาเป็ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายของเธอตอนแรกกะจะเปิดเผยตัวต้นที่แท้จริง แต่สุดท้ายต้องยุติลง หากเปิดเผยความจริงคุณหญิงต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือแน่
เธอเลยอยากให้ท่านยอมรับในตัวตนจริง ๆของเธอมากกว่าชื่อเสียงเงินทองพวกนั้น ซึ่งไม่ได้การันตีว่าคนนั้นคนนี้จะเป็คนดีหากเมื่อไรที่มั่นใจว่าสามารถเอาชนะใจท่านได้ เมื่อนั้นเธอจะบอกความจริงทั้งหมด
แต่งกันได้ไม่นานเธอก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านฐานะสะใภ้ตระกูลไพรเลิศทองกุลทุกคนต้อนรับเป็อย่างดี น้องชายและน้องสาวของพี่เมฆต่างให้ความเป็กันเองเหลือเพียงมารดาเท่านั้นที่จงเกลียดจงชังในตัวเธอ
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวเดียวกันนะคะพี่หนูจ๋า”เสียงหวานใสของปลายฟ้า น้องสาวคนเล็กของบ้านกล่าวต้อนรับ
ดูเหมือนว่าทุกอย่างนั้นจะเป็ปกติดีทว่าไม่ใช่เลย...เหมือนทะเลที่เงียบสงบมากกว่าแต่กลับมีคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะซัดเข้าฝั่งอย่างแรง
“หึ!คิดว่าฉันอยากได้แกมาเป็ลูกสะใภ้เหรอ...นังหนูจ๋าฉันไม่้าผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าแบบเธอมาร่วมวงศ์ตระกูลเดียวกับฉันเพียงแค่หายใจร่วมกับเธอฉันก็สะอิดสะเอียดเต็มทน จำใส่หัวสมองไว้เลยนะว่าฉันจะทำทุกอย่างเพื่อกำจัดแกออกไปจากที่นี่ให้ได้!!!”
เมื่อได้ประกาศศึกคุณหญิงรัตนาก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เมฆาเข้าใจผิด ใส่ร้ายว่าเธอคบชู้สู่ชายแต่...ไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันได้ และทุกครั้งเธอจะเอาตัวรอดพ้นแผนการของคุณหญิงได้ตลอดแต่ครั้งนี้เธอเองแหละที่ชะล่าใจ คิดว่าคุณหญิงคงหยุดที่จะหาเื่แล้วแต่ที่ไหนเธอกลับพลาดท่าเสียเอง
ไพลินทร์นั่งนึกถึงเื่ราวที่ผ่านมาก็อดโกรรธแค้นไม่ได้กับสิ่งที่ทำกับเธอไว้อย่างหนัก
เธอเกลียด!! ที่เขาไม่เชื่อใจ!ไม่ยอมให้เธอได้พิสูจน์หาความจริง
เธอโกรธ!! ที่ยัดเหยียดความอดสูมาให้ราวกับเป็ตราบาปติดตัว
แต่...ต้องขอขอบคุณที่มอบของขวัญล้ำค่ามาให้
หาก...วันไหนที่เธอเข้มแข็งพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้วันนั้นจะกลับมาลงทัณฑ์คนพวกนั้นให้สาสมกับที่สร้างาแไว้กับเธอ!!!
********
“ยัยจ๋า เอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้วขึ้นเครื่องวันนี้ตอนเที่ยงคืนนะ”
กัลยาพูดระหว่างนั่งทานอาหารค่ำกันอยู่โต๊ะอาหารในห้องที่วันนี้จะเป็วันสุดท้ายที่จะได้อยู่ที่นี่
“ขอบใจแกมากนะยัยกุลที่คอยอยู่เคียงข้างฉัน”
“ไม่เป็ไร เราสองคนเป็เพื่อนกันนิแกแน่ใจแล้วใช่มั้ยที่จะทำแบบนี้”
“แน่ใจสิ ฉันจะกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อังกฤษเมื่อไรที่ฉันเข้มแข็ง ฉันจะขอคุณปู่ให้เปิดตัวในฐานะทายาทคนเล็กของตระกูล”
“ตามใจแก ฉันคงห้ามอะไรไม่ได้”
เธอคงได้แต่มองความเสียใจของเพื่อนอยู่ห่าง ๆถ้าไพลินทร์คิดหรือพูดอะไรออกมาแล้วก็ยากที่จะมีใครขัดใจได้ หลังทานข้าวเรียบร้อยสองสาวต่างพากันไปนอนพักผ่อนรอเวลาขึ้นเครื่อง
สองสาวที่เดินอยู่ท่ามกลางอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศไฟล์เที่ยวบินกรุงเทพ-ลอนดอน เวลาเที่ยงคืนยี่สิบห้าซึ่งมาก่อนเวลาเกือบชั่วโมงและไม่บอกลาใครที่นี่ส่วนกัลยาส่งเอกสารใบลาออกไปยังบริษัทที่เธอทำงานอยู่และไม่ยอมบอกสาเหตุใด ๆทั้งนั้น
ั์ตาคู่สวยจับจ้องมองครอบครัวของคนอื่น ๆที่มาส่งบุตรหลานพร้อมหน้าพร้อมตา ครั้งหนึ่งเธอเคยฝันว่าอยากมีครอบครัวที่อบอุ่นแต่ต้องดับสลายไป
และแล้วก็ถึงเวลาที่เครื่องบินลำใหญ่พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าในยามค่ำคืนไพลินทร์ปาดน้ำตาบนแก้มออก หลังจากนี้เป็ต้นไปเธอจะเริ่มต้นชีวิตที่บ้านเกิดทิ้งอดีตที่เ็ปไว้ข้างหลัง
ลาก่อน...ประเทศไทยแล้วพบกันใหม่เมื่อเธอพร้อม...
******************************************