ตู้เหิงรีบสำทับทันที“ใช่ๆ ข้าน่ะเป็คนบริสุทธิ์จริงใจงั้นข้าก็ไม่ได้ป่วยทางใจสินะ!”
หลิงจือกลอกตามองบนเอ่ย “ข้ายังพูดไม่จบเลยนะ! คนประเภทนี้ ความคาดหวังในชีวิตต่ำชอบให้ทุกอย่างเรียบง่ายที่สุด สรุปคือ ขาดความมุ่งมั่นไม่มีใจแสวงหาความก้าวหน้า นี่แหละคือปัญหาใหญ่ของเ้า!”
ตู้เหิงขมวดคิ้วเล็กน้อยสีหน้าปรากฏร่องรอยของความไม่พอใจ แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็รอยยิ้ม
“ข้าไม่มุ่งมั่นก็ไม่เป็ไรหรอก ภรรยาข้ามุ่งมั่นคนเดียวก็พอแล้วสามีภรรยาเสริมซึ่งกันและกัน ดียิ่ง! ดียิ่ง!”
“ต้องยอมแพ้เ้าจริงๆ…” หลิงจือกลอกตา ฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกครั้ง
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันประตูโรงหมอก็ถูกเปิดออก ตู้เหิงและหลิงจือรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที มองไปทางประตูอย่างพร้อมเพรียง
เห็นแค่เพียงหญิงใส่ชุดสีเขียวหยกสวมหมวกสานไม้ไผ่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้บนหมวกมีผ้าโปร่งสีขาวคลุมอยู่อีกชั้นหนึ่ง ปกปิดใบหน้าของนางไว้อย่างมิดชิดมองแวบเดียว ก็ไม่อาจแยกออกได้ว่าเป็ลูกสาวบ้านไหน
ตู้เหิงรีบตั้งท่าตรวจคนไข้เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม “แม่นางท่านนี้ไม่สบายตรงไหนหรือ?”
หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถอดหมวกสานออก เผยให้เห็นใบหน้างดงามมีเสน่ห์ทว่าหางตาปลายคิ้วกลับปรากฏแววเศร้าโศก
“อ้อ ที่แท้ก็คุณหนูซูนี่เอง”
ตู้เหิงจำได้ว่าแม่นางผู้นี้คือคุณหนูจวนคหบดีซูซูเมิ่งเสวี่ย
“คุณหนูซูหากท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหน ส่งให้ข้ารับใช้มาแจ้งข้าก็ได้ข้าก็จะเป็คนไปตรวจอาการท่านที่จวนเอง” ตู้เหิงเอ่ยอย่างนอบน้อม
หลิงจือที่อยู่ข้างๆ กลับแววตาโตเป็ประกาย พลางครุ่นคิดในใจเธอจ้องสังเกตทุกการกระทำของซูเมิ่งเสวี่ยั้แ่นางเดินเข้ามา
การกระทำของซูเมิ่งเสวี่ยดูน่าสงสัยทั้งยังสวมหมวกสานไม้ไผ่ปิดบังใบหน้าเห็นได้ชัดว่าไม่้าให้ใครเห็นว่าตนมาที่นี่ และหากเป็การหาหมอรักษาโรคทั่วไปก็คงไม่ต้องทำลับๆ ล่อๆ เช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นตู้เหิงยังบอกอีกว่าแต่ก่อนก็ไปตรวจถึงที่จวนตระกูลซูตลอด ดังนั้นหลิงจือขอฟันธงเลยว่าการมาถึงโรงหมอครั้งนี้ ไม่ใช่มาเพื่อพบตู้เหิง แต่มาเพื่อพบเธอและแน่นอนว่าจะต้องเป็ความลับอะไรบางอย่างที่ยากจะเปิดเผย
ซูเมิ่งเสวี่ยค่อยๆ นั่งลง กระซิบเสียงเบา “ได้ยินมาว่าที่เหลียนหลี่ถังนี้สามารถรักษาโรคทางใจได้…”
หลิงจือรีบแสดงรอยยิ้มแบบจิตแพทย์มืออาชีพพูดอย่างใกล้ชิดสนิทสนม “ใช่แล้วหากคุณหนูซูมีเื่ไม่สบายใจอะไร สามารถมาระบายให้ข้าฟังได้”
เอ่ยจบหลิงจือก็พาซูเมิ่งเสวี่ยเดินไปยังห้องที่เพิ่งต่อเติมขึ้นมาได้ไม่นานตู้เหิงรู้สึกสนอกสนใจจึงเดินตามเข้ามาด้วย
หลิงจือหันกลับหันมาจ้องเขาดุเสียงเข้ม “ออกไป!”
ตู้เหิงเบ้ปาก“ขอดูก็ไม่ได้หรือ?”
หลิงจือไม่แม้แต่คิดจะตอบใช้แรงดันเขาออกไป
“โธ่ก็แค่ให้เป็ผึ้ง...ไปเก็บน้ำหวานไม่ใช่หรือ? มีอะไรให้ดูไม่ได้กัน? ลึกลับขนาดนั้นเชียว…”ตู้เหิงพึมพำ
หลิงจือยิ้มเอ่ยกับเขา“ผึ้งน้อย เด็กดี! ไปเก็บน้ำหวานเล่นก่อนนะ!”
“หึ่งๆๆๆ…” แล้วตู้เหิงก็ “บิน” จากไป
หลิงจือเดินเข้ามาด้านในชี้ไปที่เก้าอี้เอนตัวหนึ่งตรงมุมห้อง เอ่ยเสียงนุ่ม “คุณหนูซูเชิญนั่งพิงตามสบาย”
ซูเมิ่งเสวี่ยรู้สึกไม่คุ้นชินเล็กน้อยแต่ลังเลได้ไม่นานก็นั่งพิงลงไปตามคำบอก
เก้าอี้เอนตัวนี้เป็เก้าอี้ที่หลิงจือกระชับให้ตู้เหิงช่วยทำให้เป็พิเศษในยุคปัจจุบัน ตอนทำจิตบำบัดเธอจะมีเก้าอี้แบบซิกมันด์ ฟรอยด์ไว้ใช้โดยเฉพาะซึ่งท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนเช่นนี้ จะช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดรู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด
จากนั้นหลิงจือก็จุดธูปหอมรมควันดอกหนึ่งกลิ่นหอมอ่อนๆ แผ่ปกคลุมไปทั่วห้อง ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาในทันทีซึ่งธูปหอมนี้ ตู้เหิงก็เป็คนทำตามที่หลิงจือบอกมาเช่นกันวัตถุประสงค์ก็คือเพื่อให้จิตใจของผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย
“คุณหนูซูตอนนี้พอจะบอกข้าได้หรือยัง ว่าท่านกำลังลำบากใจเื่อะไร?” หลิงจือเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแบบหนึ่งซึ่งทำให้คนฟังรู้สึกใจสงบ
ซูเมิ่งเสวี่ยเอียงตามองหลิงจือถามอย่างระมัดระวัง “เื่ที่ข้าจะบอกท่าน สัญญาได้ไหมว่าจะไม่บอกใคร?”
หลิงจือเผยรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกมั่นใจพูดเสียงเรียบ “วางใจเถิด นี่คือจรรยาบรรณขั้นพื้นฐานที่สุดของผู้เป็จิตแพทย์”
“ได้...งั้นข้าจะบอกท่าน…” ซูเมิ่งเสวี่ยหลับตาลงเบาๆ ค่อยๆ เล่าด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า
ที่แท้เมื่อครึ่งปีก่อน ในงานวันเกิดอายุครบ 40 ปีของคหบดีซูได้เชิญคณะงิ้วหลีเซียงหยวนมาแสดงวันนั้นคุณหนูซูเผอิญทำกำไลหยกหล่นหายพอดี และก็บังเอิญอีกที่ไป๋เสี่ยวโหลวนักแสดงอู่เซิงพระเอกบู๊ของคณะงิ้วบังเอิญเก็บได้ และนำมาคืนให้นางซูเมิ่งเสวี่ยเห็นท่าทางสุภาพอ่อนน้อม หน้าตาเคร่งขรึมของเขาก็รักแรกพบแทบจะทันที
ั้แ่วันนั้นมานางมักจะพาสาวใช้ไปเป็เพื่อนดูงิ้วที่หลีเซียงหยวนเป็ประจำและให้รางวัลกับไป๋เสี่ยวโหลวอยู่ไม่ขาดเดิมทีคิดว่าไป๋เสี่ยวโหลวยังไงก็น่าจะมีปฏิกิริยาบ้าง แต่หลายๆ ครั้งที่นางให้สาวใช้ไปส่งจดหมายให้เพื่อขอพบหน้าเขากลับถูกปฏิเสธตลอด ตัวซูเมิ่งเสวี่ยเองพอไม่ได้พบหน้าไป๋เสี่ยวโหลวก็ยิ่งโหยหาเขามากขึ้นไปอีก
หลายวันก่อนมีแม่สื่อมายังจวนตระกูลซู คหบดีซูเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมาจากตระกูลภูมิหลังฐานะดีก็เห็นดีเห็นงามด้วย แต่ซูเมิ่งเสวี่ยยังตัดใจจากไป๋เสี่ยวโหลวไม่ได้จึงตกอยู่ในวังวนแห่งความโศกเศร้า
“ข้ารู้ดีว่าเื่ใหญ่เช่นแต่งงานพ่อแม่เป็ผู้ตัดสินใจ แม่สื่อเป็คนดำเนินการ ผู้เป็ลูกสาวไม่ควรมีความคิดเอาแต่ใจเช่นนี้ พูดออกมา ผู้อื่นก็รังแต่จะเยาะเย้ยดูถูกข้าจึงไม่กล้าเล่าความรู้สึกนี้ให้ใครฟัง” ซูเมิ่งเสวี่ยเอนตัวกึ่งนอนบนเก้าอี้กล่าวด้วยแววตาเลื่อนลอย “จนกระทั่ง...ได้ยินว่าโรงหมอแห่งนี้สามารถรักษาโรคทางใจได้รวมถึงอาการไข้ใจของลูกสาวเถ้าแก่ร้านแลกเงิน ‘เหิงไท่’ ก็เป็เ้าที่ช่วยรักษาให้หายดังนั้นข้าจึงอยากลองดูบ้าง ตู้ฮูหยินขอท่านได้โปรดช่วยรักษาไข้ใจของข้าให้ทุเลาลงด้วยเถิด…”
หลิงจือฟังจบก็อดแอบลอบอุทานในใจไม่ได้ เป็หญิงยุคโบราณไม่ง่ายเลยจริงๆ ความจริงเื่รักชอบใครเป็เื่ธรรมดาไม่ควรจะต้องรู้สึกอับอาย แต่พวกนางกลับต้องทนรับแรงกดดันทางใจหนักหน่วงขนาดนี้
“คุณหนูซูความหมายของท่านคือ ้าให้ข้าช่วยให้ท่านตัดใจจากไป๋เสี่ยวโหลวได้?”หลิงจือถาม
ซูเมิ่งเสวี่ยพยักหน้าเบาๆ เอ่ยอย่างหมดหวัง“ในเมื่อเขาไม่ได้มีใจให้ข้า...เหตุใดข้าจะต้องอาลัยเขา แล้วมาปวดใจเองด้วยเล่า?ท่านช่วยให้จินหลิ่วเอ๋อร์ตัดใจได้อย่างไร ก็โปรดช่วยข้าเช่นเดียวกันด้วยเถิด!”
หลิงจือหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้คิดในใจ จะให้ข้าหลอกท่านว่าไป๋เสี่ยวโหลวตัดแขนเสื้องั้นหรือ?ถ้ามีหญิงสาวหมกมุ่นในรักแบบนี้มาอีก แล้วใช้วิธีเช่นนี้เหมือนกันหมดดูท่าผู้ชายตำบลผิงอันคงได้ฉายาว่ามีรสนิยมตัดเสื้อกันไปหมดเป็แน่
“สถานการณ์ของแต่ละคนต่างกันจะใช้วิธีการเดียวกันได้อย่างไร?” หลิงจือพูดเสียงเรียบ “เหมือนป่วยโรคเดียวกันแต่คนมีสภาพร่างกายต่างกัน หมอย่อมต้องให้ยาที่แตกต่าง โรคใจก็เช่นเดียวกันวิธีที่ใช้รักษาจินหลิ่วเอ๋อร์ มันไม่เหมาะกับท่านหรอก”
“อ้าว?” ซูเมิ่งเสวี่ยจ้องหลิงจือตาโต “เช่นนั้น...ตู้ฮูหยินคิดว่ากรณีของข้าควรใช้วิธีรักษาเช่นไร?”
หลิงจือครุ่นคิดก่อนเอ่ย“ก่อนอื่น ข้าต้องแน่ใจก่อนว่า ไป๋เสี่ยวโหลวไม่ได้มีใจกับท่านจริงๆ หากเขามีใจกับท่าน แล้วท่านกลับตัดสัมพันธ์ท่านจะไม่รู้สึกเสียใจไปชั่วชีวิตหรือ?”
ซูเมิ่งเสวี่ยร่างกายแข็งทื่อจ้องมองหลิงจือตาปริบๆ ในแววตามีเปลวไฟแห่งความหวังลุกโชนขึ้นอีกครั้ง...
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/29dcc53d184b6208da3a5c6049a2d19e
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจกที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก#ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจก #readAwrite ด้วยน้า