บทที่ 13 ออกตรวจตรา
เท้าคู่งามได้หยุดเดินพร้อมหันกลับมาถามบุรุษที่เดินตามหลังเอ่ยถามเสียงทุ่มต่ำ
“ตอนนี้ก็ส่งเด็ก ๆ เข้านอนเสร็จสิ้นแล้วท่านเอ่ยเื่ที่ท่านอยากพูดกับข้ามาเถิด "
“ข้าอยากจะถามเ้าเื่หย่า ตอนนี้ร่างกายของเ้าก็หายดีแล้วเมื่อไหร่เ้าจะไปแจ้งท่านพ่อของเ้าเสียที”
“ข้าก็คิดว่าเื่อันใด อย่างไรท่านเองก็ทนมาได้ตั้งห้าปี ช่วยทนต่ออีกสักนิดไม่ได้หรืออย่างไร ? หรือว่าท่านอยากจะใช้เวลาร่วมกับลู่ฟางในเร็ววัน เื่หย่าท่านไม่ต้องกังวลเมื่อถึงเวลาข้ายอมหย่าให้ท่านแน่แต่ยังไม่ใช่เวลานี้” คำพูดที่ออกจากปากของหานเสี่ยว์ทำให้เหิงเยว์ไม่พอใจเท่าไหร่นักที่นางพูดถึงลู่ฟาง
“นี่เ้าทำไมต้องเอ่ยถึงผู้อื่นด้วย แล้วทำไมต้องรอเวลาในเมื่อช้าหรือเร็วอย่างไรเ้ากับข้าก็หย่ากันอยู่ดี "
“ท่านไม่ต้องห่วงเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิข้าจะหย่าให้ท่านแน่นอน ส่วนเื่เหตุผลอะไรข้าไม่ขอเอ่ยหากหมดเื่จะคุยข้าต้องขอตัวก่อน” หานเสี่ยว์ไม่อยากจะสนทนาต่อจึงรีบเดินหนี เหิงเยว์ก็ยิ่งไม่เข้าใจนางจะหย่าเหตุใดต้องรอ แต่เื่นี้ก็ไม่ได้รีบร้อนเขามีเื่ที่ต้องจัดการเสียก่อน เป็เื่ที่ฝ่าามอบหมายเขาต้องออกเดินทางั้แ่รุ่งสางจึงได้เดินกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตนเองที่อยู่คนละฝั่งกับห้องของหานเสี่ยว์
รุ่งสางของอีกวันก็มาถึง
เหิงเยว์เตรียมตัวออกเดินทางพร้อมข้ารับใช้ส่วนตัวอีกคน ก่อนที่เขาจะมาที่เรือนของใต้เท้าเจียวหั่วเขาได้เข้าไปที่วังหลวงก่อน เมื่อมาถึงบ้านของใต้เท้าเจียวหั่วก็ได้สังเกตการณ์ก่อนที่จะเข้าไปพบอย่างเป็ทางการ แต่ทว่าเขากลับไม่พบเจอเื่ที่ฝ่าาได้รับรายงานมาแม้แต่น้อย แถมยังดูปกติเป็เพียงใต้เท้าชั้นผู้น้อยธรรมดาเท่านั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปพบใต้เท้าเจียวหั่วโดยให้บ่าวที่ติดตามมานั้นเดินสำรวจเรือนของใต้เท้าเจียวหั่วเพื่อมีเบาะแสอันใดน่าสนใจ
สตรีร่างอวบท้วมที่ตรวจตราดูงานของเหล่าบ่าวไพร่เห็นเหิงเยว์ควบม้าเข้ามาที่เรือนก็รีบเดินเข้าไปหาเพื่อตอนรับ ราวกับว่ารู้ว่าเขาจะมาที่นี่ทำให้เหิงเยว์ฉงนใจยิ่งนัก
“ท่านผู้ตรวจการมาเยือนที่เรือนของข้าวันนี้ต้องเป็วันที่ดีแน่ ๆ เชิญเข้าไปในเรือนของข้าก่อนเถอะเ้าค่ะ ส่วนม้าข้าจะให้บ่าวของข้านำไปมัดที่คอกไว้ให้เสียก่อน ช่างโชคดีจริง ๆ ที่ท่านมา่นี้ข้าได้เหล้าหมักมาพอดีเชิญท่านเข้าไปด้านในเถอะเ้าค่ะ ส่วนเ้าไปตามท่านใต้เท้าที่ห้องอ่านตำราว่าท่านผู้ตรวจการมาเยือนที่เรือนของเรา " ฮูหยินใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยได้ต้อนรับขับสู่เหิงเยว์อย่างกับเตรียมการเอาไว้ก่อน ทำให้เหิงเยว์แปลกใจได้ส่งสายตาให้บ่าวของตนไปสำรวจรอบตัวเรือนเมื่อเขาได้ไปด้านใน บ่าวรับใช้ที่แฝงกายแอบซ้อนอยู่แค่มองหน้าก็รู้ใจได้พยักหน้าตอบรับ
“ข้าผ่านมาแถวนี้จึงถือโอกาสเข้ามาทักทายใต้เท้าเจียวหั่วเสียหน่อย ว่าแต่ท่านสบายดีหรือฮูหยิน ข้าไม่ได้มาพบท่านนานนับปีท่านยังคงงดงามเช่นเคยเลย ข้าล่ะอยากกินฝีมือไก่ตุ๋นฝีมือท่านเสียจริง ข้าจำได้เมื่อคราวก่อนช่างเลิศรสยิ่งนัก แต่หากรบกวนท่านเกินไปข้าต้องขออภัยด้วย” เหิงเยว์เผยรอยยิ้มกว้างให้แก่สตรีที่ยืนตรงหน้า ฮูหยินใต้เท้าเจียวหั่วกัดริมฝีปากของตนก่อนจะยิ้มกว้างให้แก่เหิงเยว์
“เื่แค่นี้เหตุใดต้องถือเป็การรบกวนด้วยล่ะเ้าคะ เดี๋ยวข้าจะให้บ่าวไปจับไก่มาทำให้แก่ท่านผู้ตรวจการได้กินนะเ้าคะ โอ๊ะ!ท่านใต้เท้ามาพอดีเลยเช่นนั้นข้าขอตัวไปทำไก่ตุ๋นมาเป็ของกับแกล้มก่อนนะเ้าคะ” เมื่อเห็นสามีเดินมานางก็รีบขอตัวออกไปทันที
“ท่านผู้ตรวจการจะมาที่นี่เหตุใดไม่แจ้งข้าก่อนขอรับ ข้าไม่ได้ต้อนรับท่านอย่างสมเกียรติ "
“มิต้องกังวลไปข้าแค่แวะมาเท่านั้น ต้องเป็ข้าเสียมากกว่าที่ต้องขออภัยที่มาโดยไม่บอกกล่าว”
“มิได้ขอรับ ท่านมาที่เรือนของข้า ข้าก็ดีใจเป็อย่างมาก มาเถิดขอรับข้ามีเหล้าหมักมาวันนี้เองเชิญท่านมาดื่มด้วยกันเสียก่อนอย่างไรวันนี้ก็ใกล้ค่ำแล้วท่านกินอาหารเย็นพร้อมข้าก่อนจะเดินทางกลับเถิดขอรับ” แม้ใบหน้าของใต้เท้าเจียวหั่วจะยิ้มแย้มแต่ทว่าเหิงเยว์มองออกว่าเขากำลังปกปิดบางอย่างอยู่ ยิ่งเข้ามาด้านในห้องโถงเขาก็กวาดตามองไปรอบ ๆ ก็พบของที่มีราคาจัดตกแต่งเรือนอยู่หลากหลาย โถที่มีรวดลายสวยงามเป็ของหายากที่แม้แต่เหิงเยว์เองก็มิอาจมีแต่เหตุใดถึงมาอยู่ที่เรือนของใต้เท้าเจียวหั่วได้ และเสมือนว่าเขาเองจะจับตามองทุกฝีก้าวของเหิงเยว์จึงได้เอ่ยออกมาเมื่อเห็นเขามองโถเก่าแก่นั้นอยู่อย่างน่าสนใจ
“ท่านผู้ตรวจการชอบโถใบนั้นหรือขอรับ โถใบนั้นเป็เพียงของปลอมที่ข้าได้มาจากตลาดชาวบ้าน ข้าเห็นมันงดงามจึงซื้อมาในราคาเพียงไม่กี่อีแปะ หากท่านชอบวันหน้าข้าจะส่งมอบไปให้ท่านถึงที่เรือนขอรับ”
“ไม่ต้องเป็ธุระหรอก ข้าแค่มองดูเท่านั้น ว่าแต่ตอนนี้ข้าได้ยินมาว่าผลผลิตการเก็บเกี่ยวของชาวบ้านนั้นแห้งแล้งหรือถึงมีของไปที่เมืองหลวงน้อยนิด หากเป็เช่นนั้นเหตุใดท่านไม่แจ้งต่อฝ่าาจะได้ช่วยจัดการกับปัญหานี้ " เมื่อเหิงเยว์นั่งลงที่เก้าอี้ก็ได้เอ่ยออกมาอย่างถามเชิงดูการกระทำของใต้เท้าเจียวหั่ว เขากำลังรินสุราที่ยกออกมาลงจอกให้แก่เหิงเยว์ก็ต้องชะงักเล็กน้อยก่อนจะยิ้มสู้
“ท่านได้ยินมาจากที่ใดหรือขอรับ เื่นี้เป็ปัญหามาสักระยะแล้ว แต่ข้าคิดว่ายังพอมีทางแก้จึงยังไม่ได้แจ้งต่อวังหลวง ท่านไม่ต้องกังวลขอรับจากนี้ไปข้าว่าเื่ทั้งหมดจะดีขึ้น เราอย่าเอ่ยเื่ชวนปวดหัวเถิดขอรับนี่สุราที่ข้าได้มาในวันนี้ดื่มเถิดขอรับ” ใต้เท้าเจียวหั่วฉลาดหลักแหลมพอที่จะเอาตัวรอดจากคำถามของเหิงเยว์ เขาจะประมาทไม่ได้แม้แต่น้อย
ฝั่งด้านบ่าวคนสนิทของเหิงเยว์ก็ได้แฝงตัวเดินดูในส่วนต่าง ๆ ของเรือน ก็เห็นว่ามีรถม้าขนของคันหนึ่งอยู่ที่ด้านหลังเรือนพร้อมได้ยินเสียงคนใช้พูดคุยกัน เขาจึงได้เดินเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อแอบฟังบทสนทนานั้น
"เฮ้อ ! ไม่รู้ว่าท่านผู้ตรวจการอะไรนั้นจะมาทำไมวันนี้ หากมาวันที่ไม่ขนของพวกนี้ก็คงดี "
"ข้าได้ยินมาว่าสายของท่านใต้เท้าเจียวหั่วบอกว่าผู้ตรวจการได้รับมอบหมายมาตรวจดูการลักลอบของเข้าวังหลวงนะสิ แต่โชคดีนะที่เราไหวตัวทันเพราะสายของท่านใต้เท้าเจียวหั่วมิเช่นนั้นเราอาจจะต้องโทษไปด้วย"
"เป็เช่นนั้นหรือ งั้นเรารีบย้ายของไปไว้ที่ที่ท่านใต้เท้าเตรียมการไว้เถอะ "
"ดีเช่นกัน " ชายฉกรรจ์พูดคุยกันเสร็จก็ได้บังคับรถม้าไปยังที่เก็บของ ที่ที่ใต้เท้าได้นำของที่ยักยอกจากวังหลวงไปเก็บไว้ใช้ส่วนตน เมื่อบ่าวคนสนิทของเหิงเยว์ได้รับรู้ก็ได้ควบม้าตามไปด้วย โดยปล่อยให้เหิงเยว์อยู่ที่เรือนนี้เพียงลำพัง แต่ทว่าเขาตามไปติด ๆ ก็เหมือนชายฉกรรจ์ทั้งสองจะรู้ตัวว่ามีผู้ตามมา ทั้งสองจึงได้เปลี่ยนเส้นทางแทน ทำให้บ่าวของเหิงเยว์ตามไม่ทัน เขาจึงกลับไปหานายตนเองที่เรือนของใต้เท้าเจียวหั่ว