ตอนที่ 22: ทักษะใหม่
ลมหายใจอุ่นๆ และแก้มใสที่ยังแดงซ่านชวนมองของเซียวรั่วเสวี่ยขยับซุกไซ้อยู่ข้างซอกคอของผม สองแขนเรียวเล็กนุ่มนิ่มของเธอกอดรัดรอบเอวผมไว้แ่าไม่ยอมปล่อย ราวกับลูกแมวตัวน้อยที่้าไออุ่นจากเ้าของ ร่างกายของเธอยังคงสั่นระริกแ่เบาจากความซ่านเสียวชวนฝันที่ยังหลงเหลือตกค้างอยู่ภายในร่างกาย ทรวงอกอวบอิ่มขาวผ่องบดเบียดเข้ากับแผ่นอกของผมทุกครั้งที่เธอหายใจ
แก๊กรักคุณหนูใหญ่มุมนองหงส์จ้องมองปุ่มสีเขียวบนหน้าจอโทรศัพท์สั่นระริก ก่อนที่เธอจะสูดหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะและสติอารมณ์ทั้งหมดที่มีเพื่อควบคุมเสียงหวานไม่ให้สั่นเครือ ก่อนจะกดปุ่มรับสายคุณปู่ของเธอ
"ค่ะ... คุณปู่..." รั่วเสวี่ยกรอกเสียงลงไปในสาย พยายามทำน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าความสุขสมที่รุนแรงจากการโดนแทรกซึมลึกซึ้งเมื่อครู่ยังคงทำให้ปลายเสียงของเธอนั้นสั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด
"รั่วเสวี่ย! ยัยหนู! หลานหายไปไหนมา?!" เสียงชราที่เปี่ยมไปด้วยความทรงพลังและแฝงความตื่นตระหนกกังวลใจของผู้นำตระกูลเซียวดังลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์จนผมได้ยินชัดเจน "คุณหมอหลวงและพยาบาลวิ่งวุ่นกันไปหมด ทั่วทั้งโรงพยาบาลแทบจะลุกเป็ไฟเมื่อจู่ๆ อาสองของแกบอกว่ามีคนลักพาตัวแกออกจากห้อง VVIP! ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน?! ปลอดภัยดีไหม?!"
รั่วเสวี่ยปรือตาหวานฉ่ำขึ้นมองสบตากับผม แววตาของเธอเต็มไปด้วยความภักดีและเสน่หาที่หลอมละลายจนหมดสิ้น เธอขยับกายบดเบียดเนื้อนุ่มเข้าหาผมมากขึ้นช้าๆ ก่อนจะตอบปลายสายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อน
"คุณปู่คะ... หนูปลอดภัยดีค่ะ ตอนนี้หนูอยู่ที่เพนท์เฮาส์ส่วนตัว..." รั่วเสวี่ยหยุดสูดหายใจเบาๆ เมื่อผมใช้นิ้วมือลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มของเธอเล่นเบาๆ สร้างกระแสเสียวซ่านจนเธอต้องขบเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะพูดต่อ "และ... และที่สำคัญที่สุด... โรคชีพจรเย็นของหนู... หายดีแล้วค่ะคุณปู่ หายขาดร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วจริงๆ..."
"อะไรนะ?!" เสียงคุณปู่เซียวตื่นตะลึงและะโดังลั่นจนสายแทบหลุด "หายดีแล้ว?! แกจะบอกว่าโรคหนาวอุดตันหัวใจที่แพทย์ทั่วโลกหมดหนทางรักษาบัดนี้หายขาดแล้วงั้นเรอะ?! ยัยหนู แกไม่ได้โกหกคุณปู่เพื่อไม่ให้กังวลใช่ไหม?! อุณหภูมิร่างกายของแกเป็ยังไงบ้าง?!"
"หนูพูดจริงค่ะคุณปู่... ตอนนี้ร่างกายของหนูอุ่นร้อนไปหมดแล้ว... รู้สึกมีพลังและกระปรี้กระเปร่ามากอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิตเลยค่ะ..." รั่วเสวี่ยแก้มแดงปลั่งพลางเหลือบมองท่อนลำั์ของผมที่ยังนอนสงบนิ่งชุ่มไปด้วยน้ำรักของเธอข้างตัว "ทั้งหมดนี้เป็เพราะ... คุณเย่เฉินค่ะ เขาใช้วิชาฝังเข็มทองลี้ลับร่วมกับการ... เอ่อ... การถ่ายโอนพลังปราณรักษาหนูจนหายขาดค่ะ..."
เธอยังไม่กล้าบอกตรงๆ ว่าวิชาฝังเข็มทองร่วมกับการถ่ายโอนพลังที่ว่านั้นคือการร่วมรักอย่างลึกซึ้งดุดันบนเตียง
"เย่เฉิน?! ไรเดอร์ส่งอาหารคนที่อาสองของแกสั่งจับกุมตัวงั้นเรอะ?!" คุณปู่เซียวเอ่ยถามด้วยความสับสนและทึ่งลึกๆ "นี่มันมหัศจรรย์เกินไปแล้ว... ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ที่แฝงตัวอยู่ในคราบคนธรรมดา! รั่วเสวี่ย... พรุ่งนี้คุณปู่้าพบบุคคลลึกลับผู้นี้ด้วยตัวเองเพื่อกราบขอบพระคุณที่ช่วยชีวิตหลานสาวคนโตของตระกูลเซียว! แกห้ามปล่อยให้เขาลอยนวลไปเด็ดขาดนะ!"
"ค่ะคุณปู่... หนูจะดูแลเขาอย่างดีที่สุดค่ะ..." รั่วเสวี่ยรับคำช้าๆ ก่อนจะกดวางสายลงไป
เมื่อวางสายแล้ว คุณหนูใหญ่หันกลับมาซบหน้าลงกับอกแกร่งของผมอีกครั้ง ร่างกายอุ่นร้อนของเธอเบียดชิดจนผมรู้สึกได้ถึงลอนกล้ามเนื้อเนียนละเอียดของเธอ
"เสี่ยวเฉินคะ... คุณได้ยินแล้วใช่ไหมคะ? คุณปู่ของฉัน้าพบคุณมาก..." รั่วเสวี่ยกระซิบเสียงหวาน ใบหน้าที่เคยเ็าดุจนางพญาหิมะบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความอ่อนหวานน่ารักดุจภรรยาตัวน้อยที่เพิ่งผ่านคืนเข้าหอ "แต่ตอนนี้... ฉันอยากให้คุณพักผ่อนก่อนนะคะ..."
"ผมไม่เป็ไรครับ" ผมคลี่ยิ้มพลางประคองร่างของเธอลุกขึ้นนั่งช้าๆ "แต่ผมอยากจะทดสอบอะไรบางอย่างหน่อย"
ผมก้าวลงจากเตียง สวมกางเกงสแล็กขายาวเพียงตัวเดียวเผยแผงอกแกร่งกำยำที่ประดับด้วยรอยข่วนจางๆ จากเล็บของคุณหนูใหญ่ รั่วเสวี่ยรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมเต้าเนื้ออูมโตเอาไว้แต่ดวงตาคมหงส์ยังคงจับจ้องแผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อบั้นเอวสอบของผมด้วยความหลงใหลและชื่นชม
ผมหลับตาลงเล็กน้อยเพื่อรวมรวบสมาธิ จากนั้นเรียกใช้ทักษะใหม่ล่าสุดที่เพิ่งได้รับจากระบบ **"เนตรดวงตาสแกนสมบัติ" (Treasure Scanning Eye)**
ทันทีที่ลืมตาขึ้นมา ั์ตาทั้งสองข้างของผมพลันเปล่งประกายแสงสีทองลึกลับวาบผ่านชั่วอึดใจ โลกในสายตาของผมแปลกประหลาดไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง สิ่งของเครื่องใช้ธรรมดาๆ ในห้องเพนท์เฮาส์หรูยังคงดูเหมือนเดิม ทว่าเมื่อสายตาของผมจับจ้องไปยังแจกันกระเบื้องเคลือบสีขาวน้ำเงินโบราณที่วางประดับอยู่บนตู้วางของมุมห้อง...
[วิ้ง!]
ออร่าแสงสีเขียวปนทองสว่างวาบขึ้นมาห่อหุ้มรอบแจกันใบนั้นทันที พร้อมหน้าต่างโปร่งแสงแสดงรายละเอียดข้อมููลทางประวัติศาสตร์ของระบบเด้งขึ้นมากลางอากาศในม่านตาของผม:
[วัตถุโบราณ: แจกันกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินขาว ลายัห้าเล็บ]
[ประวัติ: ผลิตในรัชสมัยฮ่องเต้เฉียนหลง แห่งราชวงศ์ชิง (อายุประมาณ 280 ปี)]
[คุณค่าความแท้: แท้ 100% (งานหลวงจากเตาเผาหลวง)]
[มูลค่าประเมินในตลาดปัจจุบัน: 8,500,000 หยวน (ประมาณ 42 ล้านบาท)]
"สุดยอด..." ผมพึมพำในใจด้วยความตื่นเต้นลึกซึ้ง สายตาเนตรดวงตานี้ใช้งานได้จริงและแม่นยำยิ่งกว่าเครื่องสแกนระดับโลกเสียอีก!
ผมกวาดสายตาต่อไปยังภาพวาดพู่กันจีนโบราณรูปทิวทัศน์ขุนเขาและม่านหมอกที่แขวนประดับเด่นอยู่กึ่งกลางกำแพงห้องนั่งเล่นของเพนท์เฮาส์ ทันใดนั้น ออร่าแสงสีม่วงแกมแดงที่เข้มข้นยิ่งกว่าแจกันใบแรกก็สว่างเรืองรองขึ้นมาทันที มันเป็แสงที่บ่งบอกถึงสิ่งของที่มีมูลค่าและอายุเก่าแก่ระดับสูงพิเศษ!
[วัตถุโบราณ: ภาพวาดพู่กันจีน "สายหมอกแห่งขุนเขาหนานซาน"]
[ผู้สร้าง: เสิ่นโจว (ศิลปินเอกในยุคราชวงศ์ิ)]
[คุณค่าความแท้: แท้ 100% (มีตราประทับและลายเซ็นต์แท้ซ่อนอยู่ใต้ชั้นกระดาษกันชื้นด้านหลัง)]
[มูลค่าประเมินในตลาดปัจจุบัน: 24,000,000 หยวน (ประมาณ 120 ล้านบาท)]
สายตาเฉียบคมของผมจับจ้องมองภาพวาดนั้นไม่วางตา จนรั่วเสวี่ยที่แต่งตัวด้วยชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวสะอาดเรียบร้อยก้าวเดินออกตามหลังมาเห็นเธอสังเกตเห็นสายตาของผมที่จ้องมองภาพวาดโบราณนั้นด้วยท่าทีสนใจลึกซึ้ง
"เสี่ยวเฉินคะ... คุณสนใจภาพวาดชิ้นนั้นเหรอคะ?" รั่วเสวี่ยก้าวเข้ามาควงแขนผมเบาๆ กลิ่นหอมฟีโรโมนอ่อนๆ จากร่างของเธอทำให้ผมรู้สึกสดชื่น "ภาพนี้คุณปู่ประมูลมาเมื่อสามปีก่อนในราคาแปดล้านหยวนค่ะ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกว่าเป็งานเลียนแบบที่ทำได้เหมือนจริงมาก แต่คุณปู่ชอบเพราะลายเส้นสวยงามเลยเอามาแขวนไว้ที่นี่..."
ผมคลี่ยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้าช้าๆ "ผู้เชี่ยวชาญเ่าั้สายตาฝ้าฟางครับรั่วเสวี่ย... ภาพวาดภาพนี้คืองานศิลปะของแท้ของเสิ่นโจว ศิลปินเอกยุคราชวงศ์ิอย่างแน่นอน และที่สำคัญ มูลค่าของมันในตลาดประมูลตอนนี้น่าจะไม่ต่ำกว่ายี่สิบสี่ล้านหยวน..."
รั่วเสวี่ยเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจตกตะลึง "จริงเหรอคะ?! คุณมีความรู้เื่วัตถุโบราณด้วยเหรอ?!"
ความเคารพและความทึ่งในตัวผมของเธอเพิ่มพูนขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ไรเดอร์หนุ่มที่มีวิชาฝังเข็มแพทย์แผนจีนระดับปรมาจารย์ และยังมีสายตาเฉียบแหลมมองขาดเื่ศิลปะและของล้ำค่าโบราณ! นี่มันไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว แต่เป็อัจฉริยะลี้ลับที่มาโปรดตัวเธอจริงๆ!
"ก็แค่พอมีความรู้บ้างครับ" ผมตอบถ่อมตัวพลางลูบผมยาวนุ่มสลวยของเธอเบาๆ
รั่วเสวี่ยคลี่ยิ้มหวานจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาเปี่ยมเสน่ห์ของผมก่อนเอ่ยปากชวน "ถ้าอย่างนั้นดีเลยค่ะ... พรุ่งนี้ค่ำตระกูลเซียวของฉันจะจัดงานเลี้ยงประมูลวัตถุโบราณและการกุศลครั้งใหญ่ประจำปีที่โรงแรมแชงกรีล่าปักกิ่ง ในงานจะมีของโบราณแปลกๆ และมีค่ามากมายจากทั่วประเทศมาเข้าร่วมประมูล เพื่อหาเงินเข้ามูลนิธิและโชว์บารมีของตระกูล... เสี่ยวเฉินคะ... คุณช่วยไปงานประมูลนี้คู่กับฉันในฐานะคู่ควงพิเศษของฉันได้ไหมคะ?"
แววตาหงส์ของคุณหนูใหญ่เต็มไปด้วยความหวังและความรักใคร่เอ็นดูอย่างเปิดเผย
ผมกำลังจะตอบตกลง ทว่าในวินาทีนั้นเอง หน้าจอระบบโฮโลแกรมโปร่งแสงสีทองอร่ามที่แสดงเฉพาะในม่านตาของผมพลันสว่างวาบขึ้นมาส่งเสียงแจ้งเตือนระบบหนักหน่วงสะกดสายตา:
[ติ๊ง! ระบบผู้ฝึกสอนศิลปะระดับเทพ ตรวจพบคลื่นพลังงานโบราณพิเศษ!]
【ระบบ: ตรวจพบคลื่นแสงสมบัติโบราณระดับตำนาน (God-tier Antique) ซ่อนตัวอยู่ภายในวัตถุจัดประมูลในงานประมูลการกุศลตระกูลเซียว!】
【ข้อมูลเบื้องต้น: สมบัติชิ้นดังกล่าวมีมูลค่าที่แท้จริงไม่ต่ำกว่า 100,000,000 หยวน (ประมาณ 500 ล้านบาท)!】
【ภารกิจย่อยใหม่: เข้าร่วมงานประมูลการกุศลและประมูลสมบัติระดับเทพชิ้นนั้นมาให้สำเร็จ!】
【รางวัลเมื่อภารกิจสำเร็จ: ปลดล็อกพลังหยางกายศิลา และเงินโบนัสระบบ 10,000,000 หยวน!】
ผมมองจ้องข้อความแจ้งเตือนระบบด้วยแววตาประกายสว่างวาบ ความร้อนรนลึกๆ ปะทุขึ้นมาในอกทันที สมบัติระดับร้อยล้านหยวนซ่อนอยู่และระบบให้เงินประมูลพิเศษมาสู้! งานนี้ผมไม่มีทางพลาดเด็ดขาด!
ผมหันไปสบตากับรั่วเสวี่ยที่จ้องรอคำตอบอย่างตื่นเต้น พลางคลี่ยิ้มเ้าเล่ห์เปี่ยมเสน่ห์ชวนลุ่มหลงสะกดใจ:
"ได้ครับรั่วเสวี่ย... พรุ่งนี้เราไปงานประมูลหรูนี้ด้วยกันครับ"