“คุยกับเ้า?”
ชายฉกรรจ์ระดับหลัง์ที่เป็หัวหน้ากลุ่มหัวเราะเยาะ “พวกข้ามาคุยธุระที่ต้องหลั่งเืกับเ้านายของเ้า เ้าอยากจะมาแทนเขาหรือไง?”
พูดจบ พวกสมุนล่ำบึกก็กรูเข้ามาล้อมรถขนเมล็ดพันธุ์ข้าวเอาไว้
ใบหน้าของลุงหยางเปลี่ยนเป็ซีดเผือด ส่วนเ้าหน้าที่ที่คอยอารักขาอยู่รอบ ๆ ต่างก็มีสีหน้าตื่นตระหนก!
เห็นได้ชัดว่าเ้าหน้าที่เหล่านี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสมุนโฉดจากตระกูลหลิวเลยแม้แต่น้อย!
ที่หน้าโรงธัญพืชตระกูลกู้ ยามนี้สถานการณ์พลันตึงเครียดขึ้นมาทันที!
ถนนสายยาวที่เคยพลุกพล่าน บัดนี้ผู้คนต่างหยุดเดิน บ้างก็หลบเข้าไปในโรงน้ำชา บ้างก็รีบวิ่งกลับบ้าน แล้วพากันแอบมองเหตุการณ์ผ่านหน้าต่างด้วยความหวาดเสียว
เสียงซุบซิบดังแว่วมาเป็ระยะ
“โรงธัญพืชตระกูลกู้ไปทำอีท่าไหนถึงไปหาเื่คนที่ไม่ควรยุ่งด้วยเข้าล่ะเนี่ย?”
“เ้ามาไม่ทันสินะ ไม่ได้ยินหรืออยางไรว่าคนพวกนี้เป็คนของตระกูลหลิวจากเมืองหลินเจียง...”
“ตายแล้ว! ตระกูลหลิวนั่นน่ะหรือ เห็นว่ามีอิทธิพลล้นฟ้า อีกไม่กี่ปีคงได้เป็ตระกูลขุนนางใหญ่แล้วกระมัง!”
“แล้วเหตุใดตระกูลหลิวถึงมาหาเื่ตระกูลกู้ได้เล่า?”
“เ้าโง่หรือไร ก็เป็พ่อค้าข้าวเหมือนกัน โรงธัญพืชตระกูลกู้ไปแย่งส่วนแบ่งกิจการเขาเข้าให้น่ะสิ!”
“เฮ้อ... คุณชายตระกูลกู้ทำกิจการอย่างมีจริยธรรมแท้ ๆ น่าเสียดาย...”
หลายคนรู้สึกเสียดายความดีของตระกูลกู้และเริ่มสวดภาวนาให้ แต่ก็มีคนบางส่วนที่อิจฉาตาร้อนและตั้งตารอดูฉากจบอย่างสนุกสนาน
ในตอนนั้นเอง ชายฉกรรจ์ระดับหลัง์ผู้นั้นมองลุงหยางด้วยสายตาดูแคลน
“ตาแก่ ข้าจะบอกความจริงให้ก็ได้นะ ที่ตระกูลกู้ของพวกเ้ากล้าขยายกิจการไปถึงอวิ๋นโจวและเซียงโจว แย่งลูกค้าตระกูลหลิวของพวกข้าไป นายท่านของข้าไม่พอใจมาก! จึงคิดจะเชิญคุณชายของเ้าไป ‘เจรจา’ ที่เมืองหลินเจียงสักหน่อย...”
“หากเ้ายังรักตัวกลัวตาย ก็รีบไปเรียกเขาออกมา พวกข้าจะปล่อยพวกเ้าที่เหลือไป!”
“อย่าคิดจะไปแจ้งทางการล่ะ ไม่งั้นจุดจบของพวกเ้าได้เลวร้ายยิ่งกว่าเดิมแน่!”
ทางการช่วยเหลือกันเอง ลุงหยางย่อมรู้ดี
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องมั่นใจว่าคุณชายจะปลอดภัย!
“ได้ขอรับ ท่านผู้กล้าทั้งหลายรอสักครู่ ข้า... ข้าจะรีบไปตามคุณชายมาเดี๋ยวนี้...”
ลุงหยางแสร้งทำเป็ยิ้มประจบประแจง
“ไอ้แก่ อย่าคิดจะโกหกแล้วหนีไปทางประตูหลังกับนายของเ้านะ!” คนฉลาดในหมู่สมุนะโขึ้น ก่อนจะชักดาบออกมาจ่อคอของเ้าหน้าที่ที่เหลือ “หากเ้าไม่กลับมา ทุก ๆ ครึ่งก้านธูปข้าจะฆ่าทิ้งหนึ่งคนจนกว่าจะหมด... เลือกเอา!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของลุงหยางก็แข็งค้าง เท้าของเขาเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้น!
ชาวบ้านที่แอบดูอยู่ต่างพากันใจสั่น!
“กลางวันแสก ๆ สมุนตระกูลหลิวกลับกล้าควักดาบฆ่าคนในเมืองหลวงเชียวรึ นี่ไม่มีกฎหมายบ้านเมืองแล้วหรือไร!”
“ตระกูลหลิวอิทธิพลสูงส่ง แค่เมืองหลินเจียงก็ทำอะไรตามอำเภอใจได้แล้ว!”
“เฮ้อ ตระกูลกู้ซวยเข้าให้แล้ว!”
“...”
‘หึ ขุนนางใช้อำนาจล้นฟ้าฆ่าฟันประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้ตามอำเภอใจ ดูิ่ชีวิตผู้คนเช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ดวงเมืองต้าจิ้งจะเสื่อมถอยลงแบบนี้…’
กู้หลานเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วก็ส่ายหน้าหัวเราะเยาะ
ในนิยายต้นฉบับ จักรพรรดินีอยากจะกอบกู้สถานการณ์ในครั้งเดียว แต่ไม่เคยมองลงมาที่ปัญหาเล็กน้อยพวกนี้ สุดท้ายเขื่อนที่ยิ่งใหญ่ก็พังทลายเพราะมดปลวกเหล่านี้นี่เอง
ท้ายที่สุดก็เป็แค่ราชวงศ์ศักดินาที่เน่าเฟะ!
กู้หลานวางถ้วยชา ดวงตาคู่คมดุจดวงดาวเย็นเยียบขึ้น เขาแอบใช้วิชาในใจ
'เคล็ดวิชาเซียน · ควบคุมิญญา!'
ไม่นึกเลยว่าที่แอบอ่านผ่าน ๆ ในวันนั้น วันนี้จะได้ใช้ แถมยังใช้ได้ถูกจังหวะเหลือเกิน...
“วันนี้ถือว่าทำบุญก็แล้วกัน ช่วยองค์จักรพรรดินีจัดระเบียบเสียหน่อย หวังว่า... การเชือดไก่ให้ลิงดูครั้งนี้จะได้ผล”
...
ที่หน้าโรงธัญพืช
กลุ่มชายฉกรรจ์เห็นอาการของลุงหยางก็รู้ทันทีว่าเขากำลังคิดอะไร จึงเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา!
“ไอ้แก่ แกคิดจะหลอกหัวพวกข้ารึ!”
“จัดการมันเลย แล้วเราบุกเข้าไปหาเอง!”
หัวหน้ากลุ่มระดับหลัง์ออกคำสั่ง สมุนที่เป็คนธรรมดาสองคนจึงวิ่งกรูกันเข้ามา พร้อมเงื้อดาบเตรียมจะฆ่าลุงหยาง
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
ดาบของทั้งสองคนกลับเปลี่ยนทิศทางพร้อมกัน ฟันฉับไปยังด้านข้างอย่างพร้อมเพรียง ปาดคอเพื่อนร่วมทางของตนเอง!
ฉึก! ฉึก!
เืพุ่งกระฉูด!
ร่างไร้หัวสองร่างล้มฟุบลงกับพื้นพร้อมกัน!
ผ่านไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ ลุงหยางก็รับรู้ได้ถึงไออุ่นบนใบหน้า จึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และต้องตกตะลึงจนตาค้าง!
ผู้คนที่แอบดูอยู่ต่างอ้าปากค้าง มองศพสองร่างบนถนนด้วยความมึนงง!
มีเพียงเหล่าสมุนตระกูลหลิวหลังจากตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ต่างก็ชักดาบออกมาเล็งไปที่ลุงหยางพร้อมกัน สีหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง!
“ระวังตัวไว้พวกเรา ไอ้แก่คนนี้ไม่ธรรมดา!”
“บัดซบ! มองไม่ออกเลยว่าไอ้แก่คนนี้จะแกล้งเป็หมูเพื่อกินเสือ!”
“...”
ทุกคน “...??!!”
ลุงหยาง “...???”
‘ให้ตายเถอะ! ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ พวกเ้าต่างหากที่จัดการพวกเดียวกันเอง!’
แม้เขาจะะโบอก ก็คงไม่มีใครเชื่อ!
เพราะการกระทำของกู้หลานนั้น หากไม่ใช่ยอดฝีมือเหนือระดับเซียน ย่อมไม่มีทางมองออกว่าใครเป็คนทำ!
เป็ที่รู้กันดีว่าลุงหยางเป็เพียงลูกจ้างของโรงธัญพืชตระกูลกู้ที่อายุมากหน่อย และปกติก็มีนิสัยสุภาพอ่อนโยนกับเพื่อนบ้านรอบข้าง แต่เมื่อเห็นท่าทีของพวกสมุนตระกูลหลิว!
ชาวบ้านที่มุงดูก็เริ่มคิดไปไกล!
“โอ้โฮ นึกไม่ถึงเลยว่าลุงหยางจะเป็ยอดฝีมือเร้นกาย ข้าอยู่ใกล้คนเก่งมาตลอดเลยหรือนี่!”
“แย่แล้ว ข้าติดเงินเขาอยู่สองตำลึง พรุ่งนี้คงต้องรีบไปคืนแล้ว!”
“ลุงหยางซ่อนตัวได้มิดชิดจริง ๆ แถมยังไม่มีท่าทางเลย สมเป็ยอดฝีมือตัวจริง!”
“...”
ในขณะที่ทุกคนกำลังจินตนาการไปเอง ลุงหยางเองก็ยังงงงวยไม่หาย!
กลุ่มสมุนเริ่มส่งสายตากันเอง
ทันใดนั้น พวกเขาก็พร้อมใจกันพุ่งเข้ามาหาลุงหยางพร้อมอาวุธ
แต่ทว่า!
แสงกระบี่สายหนึ่งพลันสว่างวาบ!
แสงนั้นพุ่งออกมาจากด้านหลังของพวกเขาเอง
ลุงหยางยกแขนขึ้นป้องตามสัญชาตญาณ และเมื่อเขาลดแขนลง สิ่งที่เห็นกลับเป็ร่างที่ขาดครึ่งท่อนเกลื่อนพื้น
สมุนกลุ่มนั้นถูกฟันขาดเป็สองท่อน
ในขณะที่ลุงหยางได้แต่นิ่งงัน เพราะคนที่ฟันดาบนี้ออกมา ก็คือหัวหน้ากลุ่มคนนั้น คนที่เพิ่งสั่งให้ฆ่าเขาและเป็เพียงคนเดียวที่มีระดับหลัง์!
ติ๋ง... ติ๋ง...
เืหยดลงจากคมดาบ หัวหน้ากลุ่มยืนนิ่งด้วยใบหน้าว่างเปล่า
แน่นอนว่า ฉากทั้งหมดนี้ผู้ที่มุงดูอยู่ด้านหลังย่อมมองไม่เห็น!
พวกเขาเห็นเพียงแค่หัวหน้ากลุ่มหักหลังพรรคพวก และใช้ดาบจัดการลูกน้องทั้งหมดในดาบเดียว!
‘โธ่เอ๊ย นี่เ้ามาหาเื่ หรือมาเล่นละครตบตากันแน่!?’
ความคิดที่เคยชัดเจนเมื่อครู่กลับกลายเป็ความสับสน พวกเขามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความมึนงง!
ในตอนนั้นเอง ภายในโรงธัญพืช กู้หลานกระตุกมุมปากแล้วเอ่ยคำสองคำ “คุกเข่า”
ภายนอก ชายฉกรรจ์คนนั้นดวงตาแข็งค้าง พลันพุ่งเข่าลงกับพื้นคุกเข่าต่อหน้าลุงหยาง
ทุกคน “...!!!”
ลุงหยาง “...???”
แล้วชายคนนั้นก็เอ่ยปากพูด
“ข้าน้อยชื่อหวังเฉียง เป็ทาสรับใช้ตระกูลหลิว วันนี้มาเพื่อทำลายโรงธัญพืชตระกูลกู้ และนำตัวกู้หลานไปเมืองหลินเจียงขอรับ”
ลุงหยางเบิกตากว้าง กระตุกมุมปาก “ข้า... ข้าไม่ได้ถามนะ...”
แต่แล้ว หวังเฉียงก็เริ่มสารภาพเื่ราวทั้งหมดที่เขารู้
ในสายตาคนรอบข้าง เหมือนลุงหยางกำลังรีดเค้นคำสารภาพจากเขาอยู่จริง ๆ !
“ข้าน้อย... เื้ัของหลิวเหวินเทียนคืออ๋องมู่อวิ๋นหลิวซี แม้ทั้งสองจะไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่หลิวเหวินเทียนทุ่มเงินมหาศาลเพื่อใช้ชื่อของท่านอ๋องมาข่มเหงผู้คนในเมืองหลินเจียงขอรับ”
“นอกจากนี้ยังมีเื่เมล็ดพันธุ์ของโรงธัญพืชตระกูลกู้ด้วย ก่อนหน้านี้พวกเราเคยดักปล้นชุดที่จะส่งไปยังเมืองอวิ๋นโจว แล้วแอบขนย้ายไปยังเมืองหลินเจียง ทำเอาหลิวเหวินเทียนตาเป็มันเลยทีเดียวขอรับ...”
“...”
เมื่อได้ฟังจบ ทุกคนต่างก็อ้าปากค้าง!
“ที่แท้หลิวเหวินเทียนก็อาศัยบารมีของอ๋องมู่อวิ๋นนี่เอง ถึงได้กล้าทำตัวเป็เ้าเมืองเถื่อน!”
“ตระกูลหลิวกล้าดักปล้นเสบียงทหารที่ส่งไปชายแดน นี่มันเสบียงกองทัพนะ! หากเื่แดงขึ้นมาต้องโทษปะาสถานเดียวไม่ใช่หรือ!?”
“อ๋องมู่อวิ๋นงานเข้าแล้ว คราวนี้ได้ซวยไปด้วยแน่!”
“บ่าวคนนี้ใช้ได้เลยนะเนี่ย ถามอะไรก็คายออกมาหมด!”
“...”
กู้หลานฟังรายงานจนจบ เขาพยักหน้าเบา ๆ มือที่ขาวสะอาดดุจหยกขยับเล็กน้อย
ภายนอกร้าน
หลังสารภาพจนหมด ศีรษะของหวังเฉียงก็หลุดลงมาจากบ่าอย่างไร้สุ้มเสียง!
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็ฝีมือของยอดคนเร้นกายอย่างลุงหยางอีกตามเคย
ผู้คนที่เฝ้ามองมาถึงตรงนี้ก็เริ่มเข้าใจเื่ราวทั้งหมด
กลุ่มสมุนที่ไร้ซึ่งฝีมือริอ่านมาหาเื่ แต่กลับโชคร้ายเจอ ‘ยอดคนเร้นกาย’ อย่างลุงหยาง จนต้องจบชีวิตอย่างอนาถกลางถนน!
แกล้งเป็หมูเพื่อกินเสือ…
ช่างน่ากลัวเสียจริง!
สายตาที่พวกเขามองลุงหยางเต็มไปด้วยความเกรงขาม แต่ลุงหยางกลับมีเพียงความมึนงง
ในเวลาเดียวกันที่จวนตระกูลกู้
หลิ่วเย่ซีเห็นร่างเงาในความมืดที่มุมหนึ่ง จึงเดินเข้าไปหา “เกิดอะไรขึ้น?”
เงาร่างนี้คือองครักษ์ลับแห่งสำนักเสวียนเทียนที่มีเพียงคนสนิทในวังเท่านั้นที่รู้จัก เป็องครักษ์เงาอันน่าสะพรึงกลัวที่แม้แต่เหล่าขุนนางใหญ่ยังต้องยำเกรง!
หากชุดปลาบินเป็ผู้นำสาร องครักษ์เงาก็คือคมมีดในมือจักรพรรดินีที่สามารถเด็ดหัวใครก็ได้โดยไร้สุ้มเสียง
ซึ่งโดยปกติแล้วองครักษ์เงาจะไม่ปรากฏตัวให้เห็น
“รับคำสั่งคุ้มครองคุณชายกู้ วันนี้โรงธัญพืชเกิดเื่ขอรับ” เสียงขององครักษ์เงาแหบพร่า
ใบหน้าของหลิ่วเย่ซีเปลี่ยนสี “คุณชายกู้เป็อย่างไรบ้าง?”
องครักษ์เงาส่ายหน้า ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง
หลิ่วเย่ซีถอนหายใจโล่งอก “เข้าใจแล้ว ไปจับตาดูให้ดี ชีวิตของกู้หลานสำคัญเท่ากับชีวิตของเ้า จำไว้!”
“ขอรับ!”
...
หลิ่วเย่ซีรีบไปที่ห้องหนังสือเพื่อเข้าเฝ้าจักรพรรดินี
มู่อวี่เยียนกำลังอ่านงานเขียนและพวกเศษกระดาษที่กู้หลานวาดเล่นด้วยความตั้งใจอย่างยิ่ง
“ฝ่าา โรงธัญพืชเกิดเื่แล้ว พวกสมุนตระกูลหลิวมาหาเื่ แต่ตอนนี้ถูกฆ่าตายหมดแล้วเพคะ...”
หลิ่วเย่ซีไม่กล้าอ้ำอึ้งเหมือนองครักษ์เงา นางรีบรายงานทุกอย่างให้มู่อวี่เยียนทราบโดยละเอียดเพื่อไม่ให้ฝ่าากังวล
“องครักษ์เงาลงมือหรือ? ไม่ถูกกู้หลานจับได้ใช่หรือไม่?” มู่อวี่เยียนเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย
นางไม่สนใจเื่ตระกูลหลิวจากเมืองหลินเจียงเลยแม้แต่น้อย แม้คนพวกนั้นจะมีความผิดฐานดักปล้นเสบียงกองทัพ หรือพัวพันกับอ๋อง...
“ทูลฝ่าา ไม่ใช่องครักษ์เงาเพคะ” หลิ่วเย่ซีอธิบาย “จากคำบอกเล่าขององครักษ์เงา ตอนที่เขากำลังจะลงมือ กลับเกิดเื่ประหลาดขึ้นกลางถนน...”
เื่ประหลาดที่ว่าคือ จู่ ๆ พวกสมุนก็ตีกันเอง
ทว่าหลิ่วเย่ซีมีข้อสันนิษฐานของตัวเอง
นางอยู่กับจักรพรรดินีมาตลอด นางรู้ดีว่าลุงหยางเป็เพียงคนธรรมดา ไม่ใช่ยอดคนเร้นกายที่ไหน ย่อมไม่เชื่อเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป
มู่อวี่เยียนขมวดคิ้ว “เช่นนั้นเ้าคิดว่า มีคนแอบลงมือหรือ?”
“เพคะ และจากคำอธิบายขององครักษ์เงา... หม่อมฉันคิดว่าเป็ผู้ฝึกิญญา!”
ผู้ฝึกิญญาเป็สาขาหนึ่งของการฝึกตนที่ลึกลับ วิชาของพวกเขาคาดเดาไม่ได้ ซึ่งสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลิ่วเย่ซีคิดต่อ “องครักษ์เงาไม่สามารถััได้ถึงตัวผู้ฝึกิญญาคนนั้น แสดงว่าเขาต้องมีพลังระดับาา หรืออาจจะ... ระดับจักรพรรดิ”
ในทุกระบบพลัง หากบรรลุระดับาาหรือจักรพรรดิ ในเมืองหลางโจวนี้ย่อมถือเป็ผู้ที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดินได้!
เื่ของกระบี่หงเิยังไม่กระจ่างและเพิ่งผ่านไปไม่กี่เดือน เมืองหลางโจวกลับมีผู้ฝึกิญญาปริศนาเพิ่มมาอีกคนแล้วงั้นหรือ?!
มู่อวี่เยียนขมวดคิ้ว แม้จะรู้ว่าตระกูลกู้ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มผู้ฝึกิญญามาก่อน แต่พอนึกถึงว่ากู้หลานอยู่ที่นั่น นางก็อดเป็ห่วงไม่ได้
นางวางกระดาษในมือลง แววตาเย็นเยียบ “เสี่ยวซี เตรียมรถม้า”