วิถีปราณผกผัน: คู่มือเยียวยาชีวิต
ตอนที่ 12: คลินิกไร้นามและโรคลึกลับระดับชาติ
หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ปะทะบนดาดฟ้าโรงพยาบาล ชื่อเสียงของ "หมอนนท์" ในฐานะหมอฝึกหัดผู้สร้างปาฏิหาริย์ยังคงเป็ที่เล่าขาน แต่ทว่า นนท์กลับตัดสินใจยื่นใบลาออกจากโรงพยาบาลรัฐอย่างเป็ทางการ สร้างความเสียดายให้แก่ทีมแพทย์และลูกสาวของท่านเ้าสัวธนินท์เป็อย่างมาก
ณ ย่านเมืองเก่าที่เงียบสงบ ตึกอาคารพาณิชย์ทรงโบราณสองชั้นถูกรีโนเวตใหม่อย่างเรียบง่าย ป้ายไม้หนาหน้าอาคารสลักตัวอักษรจีนและไทยไว้อย่างทรงพลังว่า "คลินิกผกผัน" ที่นี่ไม่มีเครื่องมือแพทย์ราคาแพง ไม่มีเครื่องสแกนสมอง มีเพียงโต๊ะไม้สักตัวหนึ่ง และหมอหนุ่มในชุดลำลองสบาย ๆ นั่งจิบชาอยู่อย่างสงบ
กริ๊ง...
เสียงกระดิ่งหน้าประตูคลินิกดังขึ้น ชายวัยกลางคนในชุดคนงานก่อสร้าง เดินอุ้มลูกชายวัยแปดขวบเข้ามาด้วยสีหน้าสิ้นหวัง เด็กน้อยมีใบหน้าซีดเขียว ลมหายใจแ่เบา ร่างกายร้อนผ่าวราวกับไฟเผา
ชายคนงาน (น้ำตาคลอเบ้า): "คุณหมอครับ... ช่วยลูกผมด้วย! โรงพยาบาลใหญ่บอกว่าลูกผมเป็โรคติดเชื้อไม่ทราบสาเหตุ และให้ผมพาเขากลับบ้านไปทำใจ... ผมได้ยินคนในตลาดบอกว่าหมอที่นี่รักษาโรคแปลก ๆ ได้!"
นนท์วางแก้วชาลง ยิ้มบาง ๆ อย่างเป็มิตร เขาก้าวเดินเข้าไปหาเด็กน้อย สายตาผกผันส่องสว่างมองเห็นกลุ่มก้อน "ชี่พิษสีแดงเพลิง" หนักอึ้ง เกาะกินอยู่ที่ระบบประสาทและปอดของเด็ก
นนท์เพ่งจิตดูชี่พิษนั้น: *พิษจากพืชปราณอสูร... เด็กคนนี้น่าจะแอบไปเล่นแถวป่าโบราณ แล้วสูดดมเอาสปอร์พิษเข้าไป สำหรับแพทย์ปัจจุบันคงคิดว่าเป็เชื้อไวรัสชนิดใหม่ แต่สำหรับเรา... มันคืออาหารชั้นดี*
นนท์: "ไม่ต้องห่วงนะครับพ่อ... ลูกของคุณจะหายดีในไม่กี่นาทีนี้"
นนท์ยื่นมือขวาออกไปแตะที่หน้าอกของเด็กน้อย เพ่งจิตกระตุ้นวิชาผกผันเบา ๆ!
วูบ—!
ชี่พิษสีแดงเพลิงถูกดูดซับผ่านฝ่ามือของนนท์ เข้าสู่จุดชีพจรข้อมือ และถูกบดขยี้กลายเป็ปราณัฟ้าสีทองในเสี้ยววินาที! เด็กน้อยที่เคยนอนพะงาบ ๆ พลันสูดหายใจเข้าลึก ไข้ลดลงฉับพลัน ใบหน้ากลับมามีเืฝาดสดใสและลืมตาขึ้นมองพ่อของตน!
เด็กน้อย: "พ่อครับ... หนูหิวข้าว..."
ชายคนงานแทบจะคุกเข่าลงรวบตัวลูกชายไว้แน่นด้วยความซาบซึ้งใจ: "ลูกพ่อ! คุณหมอคะ... คุณหมอคือเทวดามาโปรดจริง ๆ! ค่ารักษาเท่าไหร่ครับ ผมจะพยายามหามาจ่าย!"
นนท์ (ยิ้มรับ): "คิดแค่ค่าชาสองร้อยบาทครับ ถือว่ารับขวัญน้อง"
เมื่อชายคนงานและลูกชายเดินออกจากคลินิกไปด้วยความสุข นนท์ก็ถอนหายใจยาว นั่งลงที่โต๊ะทำงาน เขาชอบชีวิตแบบนี้... การได้ใช้พลังช่วยคนบริสุทธิ์ โดยไม่ต้องขึ้นกับกรอบระเบียบยุ่งยากของโรงพยาบาล
ทว่า ในตอนนั้นเอง รถตู้สีดำติดกระจกนิรภัยและไซเรนพิเศษนับห้าคัน ก็ขับมาจอดปิดล้อมหน้าคลินิกผกผัน!
ชายในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม สวมแว่นตาดำและมีกลิ่นอายปราณเข้มข้น ก้าวลงมาจากรถ พร้อมกับทหารรักษาการณ์พร้อมอาวุธครบมือ! ชายผู้นั้นผลักประตูคลินิกเข้ามา ั์ตาคมกริบกวาดมองนนท์อย่างพิจารณา
ชายสูทน้ำเงิน: "คุณคือนายแพทย์ นนท์ ผู้วิชาผกผัน ใช่หรือไม่?"
นนท์ (นั่งจิบชาอย่างสงบนิ่ง ไม่มีความตื่นตระหนก): "ผมเองครับ... ไม่ทราบว่าพวกคุณจากหน่วยงานไหนกัน?"
ชายสูทน้ำเงินยื่นบัตรประจำตัวโลหะสลักตราครุฑพันดาบ ออกมาให้นนท์ดู
ชายสูทน้ำเงิน: "ผมชื่อ 'พลตรี วิทูร' หัวหน้าหน่วยความมั่นคงเื้ัแห่งชาติ... เรามาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากคุณในฐานะหมอผู้ทรงพลังปราณ"
นนท์ขมวดคิ้วเล็กน้อย: "หน่วยความมั่นคงเื้ั? เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือครับ?"
พลตรีวิทูร (สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดและดุดัน): "เมื่อสามวันก่อน เกิด 'โรคระบาดปริศนา' พุ่งเป้าโจมตีฐานทัพชายแดนและระบาดเข้าสู่เมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยนับร้อยคนมีอาการเืออกตามรูขุมขน และร่างกายเน่าเปื่อยภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง... ทีมแพทย์แผนปัจจุบันและหมอจากสำนักปราณใหญ่ ๆ ที่เราส่งไป ต่างถูกพิษนี้เล่นงานจนกลายเป็ผู้ป่วยไปหมดแล้ว!"
พลตรีวิทูรเว้นจังหวะ ก้าวเข้ามาใกล้นนท์อีกหนึ่งก้าว
พลตรีวิทูร: "จากผลการสืบสวน... พิษนี้ไม่ใช่โรคระบาดตามธรรมชาติ แต่เป็ 'พิษชีวภาพแฝงอักขระอธรรม' ที่ถูกปล่อยออกมาโดยองค์กรอสูรร้ายลับระดับสากลที่ชื่อว่า 'สมาคมไร้หน้า' และเป้าหมายต่อไปของพวกมัน... คือการปล่อยพิษนี้ใส่ระบบน้ำประปาของเมืองหลวง!"
นนท์เพ่งจิตฟังคำรายงาน ั์ตาสว่างวาบด้วยแสงสีทองจาง ๆ
นนท์คิดในใจขณะเพ่งมองตราสัญลักษณ์ของหน่วยงาน: *สมาคมไร้หน้า... องค์กรอธรรมระดับสากลที่ใช้พิษและอักขระมืดงั้นหรือ? พิษระบาดที่สามารถกลืนกินผู้ฝึกตนและหมอปราณได้มากมายขนาดนี้... แสดงว่ามันต้องเข้มข้นและหนาแน่นกว่าพิษของสำนักเบญจพิษหลายเท่าตัว!*
นนท์ยกมุมปากยิ้มอย่างมีความหมาย สายตาฉายประกายความตื่นเต้นและทรงพลัง
นนท์: "พิษชีวภาพแฝงอักขระอธรรมงั้นหรือ... ฟังดูน่าสนใจดีนี่ครับ ผู้พัน"
นนท์ลุกขึ้นยืน สะบัดเสื้อกาวน์เรียบง่ายขึ้นสวม ั์ตาสีทองส่องสว่างดุจพญาัพร้อมล่าเหยื่อ
นนท์: "นำทางไปเลยครับ... มาดูกันสิว่า 'พิษร้าย' ที่พวกมันภาคภูมิใจนักหนา จะพอเพียงให้วิถีผกผันของผม ดูดซับมาเป็อาหารยกระดับพลังัฟ้าได้มากแค่ไหน!"