ตอนที่ 11: หนี…หรือสู้
คืนหลังงานเลี้ยง ฝนตกลงมาปรอย ๆ คล้ายสายม่านบางจาก์
เหยียนซือหรงนั่งเงียบอยู่ริมหน้าต่าง แกะกล่องไม้เล็ก ๆ ที่บรรจุกลิ่นหอมอ่อนจากสมุนไพร
เธอยังไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน
“หมากเปิดแล้ว…ข้ารู้ว่าการโต้กลับจะมา”
“คำถามคือ—จะมาเมื่อใด…และด้วยวิธีใด”
…
เสิ่นเสี่ยวหานออกไปติดตามเบาะแสเกี่ยวกับจางฉือ
จวนจึงเหลือเพียงสาวใช้น้อยและทหารเฝ้ายามสองคน
นั่นคือสิ่งที่พวกมันรออยู่
…
ยามซื่อ (ราวตีสอง)
เสียงวัตถุบางอย่างกระทบหลังคา—เบาเกินกว่าจะปลุกใคร
ประตูหน้าต่างเลื่อนเปิดออกช้า ๆ เงาร่างสีดำทะมึนสามคนร่วงหล่นจากหลังคาลงบนพื้นเรือนเบา ๆ อย่างแมวป่า
พวกมันสวมหน้ากากหนัง ง้างมีดสั้นที่เคลือบด้วยพิษ
เป้าหมายมีเพียงหนึ่ง—สังหารเหยียนซือหรง
…
แต่ทันทีที่เท้าเหยียบเข้าเขตห้องนอน เสียง แกร๊ก! ดังขึ้นเบา ๆ
กับดักสลิงจากใต้พื้นดึงใบมีดเงาสะท้อนแสงจันทร์พุ่งเข้าใส่หนึ่งในนักฆ่าทันที!
“อึก!” ร่างหนึ่งทรุดลงพร้อมเืที่พุ่งจากต้นคอ
อีกสองคนชักมีดแล้วพุ่งเข้าประตู—ซึ่งเปิดออกพอดี
เหยียนซือหรงยืนอยู่ตรงนั้น ในมือคือกระบี่สั้นที่เธอไม่เคยเปิดเผยกับใครว่าฝึกมาตลอดหลายเดือนหลังฟื้นคืน
“เ้าคิดว่าข้า…จะไม่มีวันเตรียมตัว?”
ฟุบ!
นางปัดการแทงของอีกฝ่ายอย่างเฉียดฉิว และสวนกลับด้วยฝ่ามือดันเข้าหน้าอกอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ
แรงอัดทำให้นักฆ่าถอยหลังล้มไปกระแทกเสา
อีกคนพุ่งเข้าจากด้านหลัง—ซือหรงหมุนตัวหลบแล้วแทงสวนเข้าบริเวณสีข้าง
มือของเธอสั่นเล็กน้อย แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ
“ข้าเคยตายมาแล้ว…”
“ความกลัว…ข้ามิได้มีอีกต่อไป”
เสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาในขณะนั้น
ทหารเวรตื่นขึ้นพร้อมสาวใช้กรีดร้อง
แต่ก่อนที่ทุกคนจะเข้าถึงตัว
ซือหรงเหวี่ยงกระบี่แทงนักฆ่าคนสุดท้ายจนล้มลงข้างเท้าเธอ
…
“คุณหนู! เป็อะไรหรือไม่เ้าคะ!?”
“ข้าไม่เป็ไร”
เธอตอบด้วยเสียงนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ
“แต่จำหน้าเขาไว้ให้ดี…ส่งศพนี้ไปวังหลวง พร้อมข้อความว่า—”
‘นี่คือคำเตือนแรกของข้า… หากคิดใช้เงาเล่นงานข้าอีก’
‘ข้าก็จะลากพวกมันออกมาตายใต้แสง!’
…
เมื่อเสิ่นเสี่ยวหานกลับมาในรุ่งเช้า
เขาเห็นเพียงรอยเืแห้งบนพื้น และใบหน้าของหญิงสาวที่เยือกเย็นกว่าที่เขาเคยเห็นในชาติก่อนใด ๆ
“เ้าสู้คนเดียวงั้นหรือ?”
“ข้ามิได้อยู่คนเดียว…”
เธอยิ้มบาง
“ข้าอยู่กับอดีต…และความแค้นที่ยังไม่ได้ชำระ”