ระหว่างทาง เป้ยอิงอิง ก็ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ หลิวจื้อโหยว ให้ลุงหลงฟัง “ เ้าจะบอกว่า แขกท่านนั้นเป็เด็กชายอายุสิบกว่าปีนี้นะ” ยิ่งได้ฟังเป้ยอิงอิงบอกกล่าว ลุงหลง ผู้เฒ่าตื่นตะลึงเป็อย่างมาก เด็กชายคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ สามารถนำต้นปราณตะวัน ออกมาจากป่าพฤกษา์เขตกลางได้ยอมเป็คนที่มีความสามารถ หรือไม่อาจารย์ของเขาต้องเป็ผู้ยิ่งใหญ่ซักท่านหนึ่ง หากโรงประมูลเราสามารถเชื่อมสัมพันธไมตรีกับเขาได้ โรงประมูลต้องเจอเื่ที่ดีอย่างไม่คาดฝันแน่นอน
ลุงหลิว คิดคำนึง “อิงอิง เ้าต้องดูแลคุณชายจื้อโหยวให้ดีๆนะ อย่าให้เขาไม่พอใจ หากสร้างความประทับใจให้เขาได้
ข้าสังหรณ์ใจว่า การค้าครั้งนี้ต้องสร้างชื่อเสียงมาให้แก่โรงประมูลเราอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าสมาคมการค้าประจำเมืองต้าจง ต้องได้รับการยกฐานะขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง” เ้าเป็บุตรีของท่านผู้นั้น อย่าทำให้เสียชื่อโดยเด็ดขาด เขากล่าวกับเป้ยอิงอิง ด้วยความเอ็นดู
ไม่นานก็มาถึงห้องรับรองแขก เป้ยอิงอิง แนะนำตัวลุงหลงแก่หลิวจื้อโหยว
”คุณชายจื้อโหยว นี้คือท่านผู้าุโหลงยี่เทา” ท่านผู้าุโหลง นี่คุณชายจื้อโหยว เ้าค่ะ” สีหน้าและท่าทางของหญิงสาวเปลี่ยนไป เป็ทางการขึ้น เพื่อให้บรรยากาศในการชื้อขายที่ดี “คำนับท่านผู้าุโ” หลิวจื้อโหยว ประสานมือและโค้งคำนับอย่าง
น้อบมัอม “คุณชายจื้อโหยวกล่าวหนักไปแล้ว ตาแก่ คนนี้ยังไม่มีความสามารถถึงขั้นนั้น โปรดอย่าได้เกรงใจ” เขากล่าวขึ้น พร้อมกับเข้าไปกุมมือเด็กหนุ่ม
“มา มานั่งก่อน ขอภัยที่ทำให้คุณชายรอนาน” เมื่อบรรยากาศภายในห้องเป็กันเอง ลุงหลง ก็ถามถึงที่ไปที่มาของหลิวจื้อโหยว แต่ก็ไม่ถึงกับละลาบละล้วงเกินไป เพื่อไม่ให้หลิวจื้อโหยวเกิดความไม่พอใจ “อิงอิง เ้าไปบอกหญิงรับใช้นำน้ำชาที่ดีสุดของโรงประมูลมาต้อนรับคุณชายจื้อ” เป้ยอิงอิง ที่ยืนอยู่หน้าประตูรับคำแล้วค่อยปิดประตู เพื่อไปดำเนินการตามคำสั่งของลุงหลง
หลังจากพูดคุยไปพักหนึ่ง ลุงหลงยังไม่ทราบเลยว่าประวัติความเป็มาของหลิวจื้อโหยว ที่แท้จริงเป็ยังไง แค่สรุปใจความสำคัญได้ว่า เด็กหนุ่มอายุ 9-10 ปี เป็กำพร้า บิดามารดาถูกสัตว์ร้ายสังหาร ระหว่างเดินทางไปทำการค้า เหลือแค่เด็กหนุ่มคนเดียว โชคดีที่อาจารย์ผู้มีพระคุณผ่านมา และได้ช่วยเหลือให้เขารอดชีวิตมาได้ จากนั้นก็คำนับเป็ศิษย์และฝึกฝนวิชาปรุงยากับอาจารย์มานานหลายปี
ปีนี้ครบกำหนดที่อาจารย์ต้องกลับไปสำนัก เพื่อเตรียมตัวทะลวงขั้นฝึกยุทธ์ จึงได้ให้เด็กหนุ่มลงเขาเพื่อฝึกฝนการปรุงยาให้เป็นักปรุงยาที่สามารถปรุงยาระดับกลางให้ได้
เมื่อลุงหลงประมวลภาพรวมเสร็จก็ตื่นใ ตอนนี้เขาสามารถปรุงยาระดับต่ำได้แล้ว อีกไม่กี่ปีก็น่าจะปรุงยาระดับกลางได้ ลมปราณก็หนาแน่น ไม่แน่ว่าจะฝึกถึงขั้นสร้างเถียนตันได้แล้ว “เป็เด็กหนุ่มที่น่ากลัวจริงๆ อัจฉริยะรุ่นเยาว์ในเมืองต้าจง ไม่มีใครสู้เขาได้แน่นอน ไม่แน่อนาคตอาจเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในยุทธ์จักรนี้ก็ได้”
หลังจากที่เป้ยอิงอิง ยกน้ำชาเข้ามา ลุงหลงก็ได้ยื่นกล่องหยกที่บรรจุต้นปราณตะวันคืนให้แก่ เด็กหนุ่ม แล้วกล่าวว่า “เห็นอิงอิง บอกว่า คุณชายได้นำสมุนไพรระดับกลาง มาเข้าร่วมประมูล ไม่ทราบว่านอกจากต้นปราณตะวัน นี้แล้วคุณชายยังมีความ้าที่จะนำสมบัติชิ้นอื่นๆหรือสมุนไพรระดับกลาง ต้นอื่นเข้าร่วมประมูลอีกหรือไม่”
หลิวจื้อโหยว ยิ้มกริ่ม และยื่นมือไปรับกล่องหยกแล้วว่างไว้ด้านหน้า พร้อมกับหัวเรอะและกล่าวขึ้นว่า “ 555 ท่านผู้าุโ ร้ายกาจ จริงๆแค่พูดจาไม่กี่คำ ก็มองข้าทะลุปรุโปร่งแล้ว นับถือ นับถือ”
”คุณชายจื้อ อย่างได้เกรงใจ 555”
ลุงหลงตอบโต้
จากนั้นบนโต๊ะก็ปรากฏสมบัตมากมายกองใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยกระดูกสัตว์อสูร เขี้ยว กรงเล็บ แม้กระทั่งไข่นกอินทรีย์เหล็กดำ แต่เขาไม่ได้นำสมุนไพรระดับกลางอีก 4 ต้น ออกมา เนื่องจากเขาพิจารณาแล้วว่า สมุนไพรระดับกลางนั้นเป็สิ่งที่หาอยาก แล้วมีราคาแพง และที่สำคัญเขายังมีความจำเป็ที่จะต้องใช้พวกมันในการฝึกฝนการปรุงยา
แต่ถึงยังไง ลุงหลงกับเป้ยอิงอิง ก็เก็บอาการไว้ไม่ไหว เป้ยอิงอิง ถึงกับยกมือน้อยๆขึ้นมาปิดปากตัวเอง พร้อมกับสายตาที่ตกตะลึงและอุทานว่า “คุณชายจื้อ”
ส่วนลุงหลงยิ่งแล้วใหญ่ เขาถึงกับยืนขึ้น สายตามองไปที่กองสมบัติสลับกับใบหน้าที่ยิ้มน้อยๆของหลิวจื้อโหยว มือไม้สั่น ไม่สามารถเป่งคำใดออกมาจากปากได้
หลังจากเห็นอาการของทั้ง 2 คนแล้ว หลิวจื้อโหยว ก็ยิ้มกว้างและกล่าวว่า “ผู้าุโหลง ไม่ทราบว่าสิ่งของพวกนี้พอจะนำเข้าร่วมประมูลได้หรือไม่” เมื่อได้ยินเสียงหลิวจื้อโหยว ลุงหลงกล่าวขึ้นว่า “เสียอาการแล้ว น่าขายหน้าจริงๆ คุณชายจื้อท่านทำให้ข้าอายุสั้นลงไปอีกหลายปี 555” อิงอิง เ้ารีบไปตามผู้าุโอีก 3 ท่านมาเร็ว ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ให้วางมือไว้ก่อน รีบไปรีบมา”
เ้าค่ะ
หลังจากเป้ยอิงอิงปิดประตู หลิวจื้อโหยว ก็พูดขึ้นว่า “ ผู้าุโหลง นี้คือสมบัติที่ท่านอาจารย์ข้ามอบให้ก่อนที่ท่านจะออกเดิน ซึ่งท่านได้เก็บสะสมมาหลายปี ตอนนี้ข้ายังไม่มีความสามารถที่จะทำอะไรกับพวกมันได้ มีแต่ต้องนำออกมาแลกเปลี่ยนเป็เหรียญทอง หรือว่าเป็หินลมปราณเท่านั้น”
คุณชายกล่าวหนักไปแล้ว ในความเห็นส่วนตัวของผู้เฒ่าคิดว่า ต้นปราณตะวัน ท่านควรเก็บไว้เพื่อฝึกฝนปรุงยาดีกว่า เนื่องจากการที่จะปรุงยาระดับกลางได้นั้น วัตถุดิบหลักที่สำคัญที่สุดก็คือสมุนไพรระดับกลาง บางตำรับยาใช้สมุนไพรระดับกลางมากถึง 2 ชนิด เป็อาชีพที่สิ้นเปลืองจริงๆ” แม้กระทั่งสรรพนามเรียกตัวเองยังเปลี่ยนไป แสดงว่าลุงหลงชื่นชมและชื่นชอบ หลิวจื้อโหยว เป็อย่างมาก