ความเ็ปค่อยๆกระตุ้นเด็กชายให้ตื่นจากการอาการหมดสติเด็กน้อยเมื่อรู้สึกตัวภาพสุดท้ายก่อนสลบไปก็แวบขึ้นเข้ามาให้หัว
“ท่านแม่!พี่สาว!” เว่ยเมิ่งะโเสียงดัง
เว่ยเมิ่งพบว่าตนเองถูกมัดอยู่และเขาก็อยู่ในป่าทันใดนั้นเบื้องหน้าของเขาก็มีร่างๆหนึ่งเดินมา เป็บุรุษในชุดสีดำปกปิดทั้งตัวรวมไปถึงใบหน้าละเว้นไว้เพียงตรงดวงตาที่เย็นเยียบอำมหิตบุรุษคนนั้นไม่พูดอะไรแต่ยกมือขวาตบไปที่แก้มของเด็กชายอย่างรุนแรง
เว่ยเมิ่งถูกตบจนหน้าหันในปากรับรู้ได้ถึงรสคาวของเืบุรุษผู้อำมหิตดึงผมของเด็กน้อยขึ้นมาก่อนพูดด้วยเสียงแห้งผากแต่สะท่านไปถึงิญญา“หากเ้าพูดอีกซักคำ....ครั้งหน้าจะเป็ลิ้นของเ้าที่หายไป”
มันสะบัดหัวเด็กน้อยทิ้งอย่างไม่ไยดีเด็กน้อยเม้มปากดวงตาจ้องเขม็งแต่ไม่ได้จ้องไปที่บุรุษที่ตบมันแต่กวาดมองไปรอบๆเพื่อหาตัวแม่กับพี่สาวของตน
เมื่อมองไปรอบๆก็เห็นมีบุรุษชุดดำอีกห้าคนร่วมเ้าคนเมื่อกี้ก็เป็หกสายตาของเด็กน้อยหยุดลงที่สองร่างที่กำลังนอนสลบอยู่ตรงต้นไม้ ‘ท่านแม่! พี่สาว!’ เด็กน้อยไม่รู้ว่าทั้งสองเป็อะไรหรือเปล่าก็ร้อนใจลมหายใจหอบถี่ ดวงตาเครียดแค้นจ้องไปยังเหล่าบุรุษในชุดสีดำ
เหล่าบุรุษในชุดสีดำแม้จะรับรู้ถึงสายตาอาฆาตของเด็กน้อยแต่ก็หาได้ใส่ใจไม่มันยังสนทนากันต่อ
“เสียกันไปเท่าไร?”
“นอกจากพวกเราก็ทั้งหมดเลยพี่ใหญ่”
“......................”
บรรยากาศในหมู่ชายชุดดำเคร่งเครียดบุรุษที่ตบหน้าเว่ยเมิ่งไปเมื่อครู่ออกความคิดเห็น“เช่นนั้นก็เชือดคอเ้าพวกนี้ทิ้งไว้เถอะ ถือว่าเซ่นให้พวกพี่น้องที่เหลือ”มันออกความเห็นด้วยความอำมหิต
“เก็บไว้ยังพอมีประโยชน์อยู่”เสียงเ็าตอบมา
“ใช่ๆพี่ใหญ่พูดถูกแล้วนะพี่สามของสวยๆงามๆเช่นนี้ทิ้งไปเลยก็เสียดายแย่ให้ข้าสนิทสนมซะก่อนก็ได้กระมั้ง?” หนึ่งในบุรุษชุดดำเอ่ยด้วยความหยาบโล้น
ตอนนั้นเองร่างๆหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเว่ยเมิ่งจำได้มันคือหนึ่งในคนที่เดินตามหลังเด็กหญิงที่มาในหมู่บ้านวันนี้....
“ซูอวิ้น......สลัดพวกมันหลุดหรือไม่”เสียงเ็าที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่เอ่ยถามซูอวิ้นหัวหน้าองค์รักษ์ที่แข็งแร่งที่สุดในเผ่าลู่ที่ตอนนี้บนบ่าแบกไว้ด้วยร่างของเด็กสาวที่มันควรจะปกป้องส่ายหัว“ไม่ พวกมันกำลังแกะรอยมาอีกไม่นานก็คงมาถึงพวกเรารีบออกเดินทางกันเถอะ”
คนที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่พยักหน้าพวกมันทุกคนเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางซูอวิ้นที่เห็นเว่ยเมิ่งกับอีกสองคนที่นอนสลบอยู่ขมวดคิ้วพี่ใหญ่มือสังหารที่เห็นสีหน้าของซูอวิ้น ก็หันไปบอกคนอื่น“ตัวประกันมีคนเดียวก็พอ”
เสียงเย็นเฉียบที่เป็คำสั่งปะาทำให้พวกบุรุษชุดดำหันมามองพวกเว่ยเมิ่ง“พี่ใหญ่ข้าขอเก็บแม่นางคนนี้ไว้ได้หรือไม่ เชือดสองเด็กนี้แทนเถอะ” เสียงหยาบโลนดังขึ้นคนที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายโบกมือไปมาบอกรีบจัดการให้เรียบ
ร่างที่มีเสียงหยาบโลนเดินไปหาเสวี่ยฟางกับตงฟางฮูหยินและตอนนั้นเองเสวี่ยฟางก็ค่อยๆได้สตินางอึ้งไปเล็กน้อยแต่เมื่อคดได้ว่าเกิดอะไรขึ้นรีบะโขอความช่วยเหลือ
“ช่วยด้ว-”ยังไม่ทันสิ้นเสียงของนางร่างที่มีเสียงหยาบโลนก็ใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่ศีรษะนางเสียก่อน เด็กสาวร่างล้มลงไปพร้อมกับเืที่ไหลลงมาหน้าผากร่างที่มีเสียงหยาบโลนขมวดคิ้วฝ่ามือเมื่อครู่ควรจะะเิหัวของเด็กสาวนี่ไปแล้วแต่เด็กสาวเพียงแค่หน้าผากแตก
“อ้าาาาาา”เว่ยเมิ่งที่เห็นเสวี่ยฟางล้มลงไป ส่งเสียงร้องดังลั่นดวงตาของเด็กชายเบิกกว้างทั้งน้ำตา ความเครียดแค้นและความเ็ปผสมปนเปกันไปร่างที่มีเสียงหยาบโล้นเดาะลิ้น “เ้าจะร้องไปทำไมเดียวเ้าก็ตามไปอยู่กับพี่สาวเ้าแล้ว ส่วนของมารดาเ้าคงต้องรอหน่อยแต่ไม่นานหรอกแค่จนกว่าข้าจะเบื่อเท่านั้นเอง” ร่างหยาบโล้นยิ้มหัวเราะ
“รีบๆจัดการได้แล้ว!” พี่ใหญ่ของมันเร่ง ร่างหยาบโล้นยิ้มขอโทษแต่ทันใดนั้นมันก็สลายรอยยิ้มร่างๆหนึ่งปรากฏขึ้นข้างเด็กชาย เหล่าบุรุษชุดดำเบิกตากว้างยังไม่ทันที่พวกมันจะทันได้ตอบสนองเสียงสนั่นลั่นก็ดังขึ้นร่างของชายหยาบโลนกระเด็นตดต้นไม้กระอักเืออกมาคำโต
ร่างปริศนาปรากฏขึ้นอีกครั้งที่ข้างหลังซูอวิ้นซูอวิ้นใจหายวาบมือสะบัด กระแทกไปข้างหลังอย่างเต็มกำลังจนต้นไม้หลายต้นแตกกระจุยไปเป็ซากทว่าการโจมตีนั้นกลับไม่โดนร่างปริศนาเลยแม้แต่น้อย ซูอวิ้นพลันรู้สึกชาวาบทั้งตัวที่แท้มันโดนกดจุดชาไว้ เหล่าบุรุษชุดคำรามร่างปริศนาปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกมันหนึ่งในพวกมันพุ่งไปทางตงฟางฮูหยินคิดจับนางเป็ตัวประกัน
ทว่าความคิดของมันยังไม่ทันสำเร็จร่างปริศนาก็ปรากฏขึ้นข้างหน้าของมันหมัดตรงพุ่งเข้าที่หัวของมันและพรากชีวิตของมันไป
ร่างแล้วร่างเหล่าล้มลงไปนอนชายที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่เบิกตากว้างมองดูพวกพ้องที่ผ่านภารกิจด้วยกันมานับไม่ถ้วนล้มตายไปทีละคน“ยอดฝีมือระดับเก้า” มันพูดด้วยโทนเสียงราบเรียบ ร่างปริศนายืนจ้องตามันชายที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ท่านเป็ใคร”
“นั้นไม่ใช้เื่ที่คนตายจะสงสัย”เสียงเ็าตอบกลับมา
พี่ใหญ่บุรุษชุดดำคำรามสองมือสะบัดออกด้วยท่าไม้ตายแต่ยังไม่ทันที่กระบวนท่าจะทันได้แสดงอานุภาพหัวของมันก็ถูกร่างปริศนาใช้ฝ่ามือตะปบหลุดจากบ่าไปเสียก่อน
“แฮ่กแฮ่ก” ร่างหยาบโลนเป็บุรุษชุดดำคนเดียวที่ยังเหลืออยู่ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ใกล้จะตายแล้ว ลมปราณในร่างกายแตกซ่าน เส้นชีพจรก็เสียหายหนักตอนนี้ก็ทำได้แต่รอความตายสถานเดียวทันใดนั้นมันก็รู้สึกเหมือนมีคนมาอยู่ใกล้ๆเมื่อมองไปที่แท้ก็เป็เว่ยเมิ่งที่หลุดจาการโดนมัดนั้นเองในมือของเด็กชายถือก้อนขนาดเท่ากำปั้นก้อนหนึ่ง
ร่างหยาบโลนหายใจหอบถี่กว่าเดิม“อย่า-”
ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!
“มันตายแล้ว”เสียงจากร่างปริศนาดังบอกกับเด็กชาย ทว่าเด็กน้อยยังคงไม่หยุดถึงแม้ใบหน้าของชายหยาบโลนจะแหลกเหลวถึงแม้ลมหายใจของมันจะหมดไปทว่าเว่ยเมิ่งก็ยังคงไม่หยุดใช้ก้อนหินทุบไปเรื่อยๆ
“เสวี่ยฟางยังไม่ตาย”เพียงเท่านั้นเด็กน้อยมองไปยังร่างปริศนา ร่างของเด็กน้อยสั่นเทา“ท่านปู่ฟง...พี่สาว....นาง?” เด็กน้อยถามอีกครั้ง
“เมื่อครู่ข้าตรวจสอบชีพจรของนางไปแล้วถึงแม้จะแ่เบาไปหน่อยแต่นางก็ยังคงมีชีวิตอยู่” ปู่ฟงถอนหายใจและก็ต้องขยับไปรับตัวเด็กชายอย่างรวดเร็วเพราะเว่ยเมิ่งหมดสติเป็ลมไปแล้ว
ปู่ฟงส่ายหน้าชายชรามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและดีดนิ้วส่งลมปราณขึ้นฟ้า ลมปราณจากนิ้วพุ่งขึ้นท้องฟ้าและแตกระจายะเิออกเป็เสียงดังเป็สัญญาณว่าทุกคนอยู่ที่นี่
ชายชราหันไปมองซูอวิ้นที่พยายามคลายจุดชาอย่างสุดชีวิตก็เลิกคิ้ว“หากเ้าไม่ชอบจุดชานัก งั้นข้ากดจุดตายให้เอามั้ย?” เท่านั้นเองซูอวิ้นนิ่งเงียบไม่ขยับและยอมรับความชาไปแต่โดยดี
เว่ยเมิ่งค่อยลืมตาขึ้นช้าๆกลิ่นสมุนไพร์อบอวนไปทั่วห้องเด็กน้อยมองห้องที่คุ้นเคยก็นึกได้ว่านี่เป็ห้องของตนเองเด็กน้อยกระพริบตาสองสามทีก็พยายามดันตัวเองขึ้นจากเตียง
“เ้าตื่นแล้ว?” เสียงชายชราที่คุ้นเคยดังขึ้น เป็ตงฟางซานที่เดินเข้ามาพอดีเด็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็ท่านปู่ก็รีบถามคำถามออกมาทันที
“ท่านปู่!พี่สาวล่ะ! พี่สาวเป็อย่างไรบ้าง!?” เว่ยเมิ่งรีบถามถึงอาการคนที่าเ็หนักที่สุดตงฟางซานที่เห็นอาการร้อยรนของหลายชายก็ยกห้าม
“ไม่ต้องห่วงพี่สาวเ้าปลอดภัยดี....” พูดถึงเสวี่ยฟางสีหน้าของตงฟางซานก็เริ่มมีสีหน้าแปลกๆเด็กน้อยที่สังเกตเห็นก็รีบถาม “มีอะไรหรือ ท่านปู่?”
ตงฟางซานเกาหัว“เอาเป็ว่าเ้าไปพบนางเองก็แล้วกัน”
“เอ๋?” เว่ยเมิ่งเอียงคอสงสัย
สองปู่หลานเดินมาจนถึงห้องของเสวี่ยฟางเด็กน้อยได้ยินเสียงพี่สาวของตนในห้องของนาง แต่..เว่ยเมิ่งไม่เคยได้ยินการพูดแบบนี้จากพี่สาวผู้มากมารยาทมาก่อน
“แม่งเอ้ยย!นอกจากจะตายโง่ๆอย่างเม็ดมังคุดติดคอแล้วนี่ฉันยังต้องมานั่งใช้ชีวิตต่อที่ต่างโลกอีกเหรอวะเนี่ยยย!”เสียงของเสวี่ยฟางดังลั่นออกมานอกห้อง
“พี่สาว?” เว่ยเมิ่งมีสีหน้าแปลกๆไม่ต่างจากตงฟางซาน
“ม่ายยยฉันอยากกินทุเรียนนน หมอนทองลูกแม่ วันพรุ่งนี้ก็กำลังจะมาส่งแล้วแท้ๆ!”
เว่ยเมิ่งกำหมัดแน่นดวงตาของเด็กชายปรากฏความเครียดแค้นเพราะพวกมันแท้ๆ พี่สาวของเขาถึงต้องมาประสาทกลับแบบนี้หากหัวของพี่สาวไม่ได้กระทบกระเทือนละก็
“โนววตั๋ว vip blackpink ของฉันน!” เสียงโหยหวนของเสวี่ยฟาง
เว่ยเมิ่งหลับตาลงด้วยสีหน้าเ็ปเด็กน้อยลอบสาบานกับตนเองในใจ ‘ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้!จะต้องแข็งแกร่งจนไม่มีใครกล้าทำอะไรครอบครัวของข้า! ข้าไม่อยากเห็นใครเป็อะไรอีกแล้ว’
“ไม่ต้องห่วงเว่ยเมิ่งปู่จะให้สาวใช้คอยดูแลพี่สาวเ้าเอง”ตงฟางซานปลอบโยนหลานชายที่พี่สาวาเ็จนประสาทกลับ(?) เด็กน้อยพยักหน้าเดินหันหลังกลับและปล่อยให้พี่สาวได้มีเวลาส่วนตัว
หากในอนาคตศัตรูของเว่ยเมิ่งรู้ว่าศัตรูสุดอันตรายคนนี้กำหนดขึ้นมาได้อย่างไรละก็............พวกมันจะต้องควาญหาตัวต้นเหตุและสับตัวต้นเื่ที่หาเื่ให้พวกมันต้องปวดหัวเป็หมื่นๆชิ้นแน่นอน.........