“ทัวร์นาเมนต์อย่างงั้นหรอ”
“ใช่แล้วละอีกประมาณหนึ่งเดือนจะมีการจัดทัวร์นาเมนต์ขึ้น ซึ่งเป็กิจกรรมของโรงเรียนน่ะเ ห็นเขาบอกว่าไม่จำเป็ต้องอยู่ชมรมประลองวิเศษก็ได้นะ เราจะไปดูกันไหมเผื่อนายสนใจ”
“ได้สิ”
ซินซินที่รู้สึกสนใจทัวร์นาเมนต์ที่พูดถึงอยู่แล้วก็รีบตอบรับคำของฟินน์ไปทันที
เมื่อทั้งสองคนเดินมาถึงหน้าโดมของชมรมประลองวิเศษ ก็ต้องใกับนักเรียนจำนวนมากที่กำลังต่อแถวกันอยู่ ผิดกับครั้งแรกที่เข้ามาก่อนหน้านี้ที่ว่าเยอะแล้ว แต่ครั้งนี้คนเยอะกว่ามาก
ทั้งสองคนเดินหาหางแถวจากหน้าโดมไปเรื่อยๆ จนถึงท้ายแถวที่อยู่ห่างออกไปมาก ถึงแม้ทั้งสองคนจะรู้สึกท้อกลับความยาวของแถวแต่ทั้งคู่ก็ตัดสินใจไปต่อคิว และดูเหมือนว่าทั้งคู่จะไม่ได้ต่อคิวนานอย่างที่คิด นักเรียนแต่ละคนที่อยู่ข้างหน้าของซินซินต่างเดินกันอย่างไม่หยุด จนทำให้การต่อคิวเป็ไปอย่างรวดเร็วและใช่เวลาเพียงแค่แป๊บเดียว ซินซินและฟินน์ ก็ต่อคิวจนกลับมายังด้านหน้าของโดมสนามประลองวิเศษอีกครั้ง
“ทุกคนที่ต่อคิวอยู่ เตรียมบัตรนักเรียนให้พร้อมนะพวกเธอสามารถเดินเอาบัตรไปสแกนที่เครื่องแล้วแยกย้ายได้เลย เพราะถือว่าสมัครเสร็จแล้วเมื่อถึงวันเวลาที่มีการประลองวิเศษ จะมีการแจ้งล่วงหน้าว่าใครจะประลองที่สนามไหนอีกทีนะ
ส่วนเื่ความอันตรายขอให้ทุกคนหายห่วงได้เลยทางเราจะให้นักเรียนทุกคนสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันก่อนเริ่มการประลอง เมื่ออุปกรณ์ป้องกันได้รับความเสียหายตามที่กำหนดเธอจะถูกปรับแพ้ทันทีโดยไม่เกิดผลกระทบอะไรต่อร่างกาย เมื่อกลับไปบ้านแล้วสามารถเอาคำพูดของครูไปอธิบายต่อผู้ปกครองพวกเธอได้เลย เพื่อให้พวกท่านได้สบายใจนะ”
เสียงประกาศที่อธิบายเื่กฎกติกาและระเบียบนั้น เป็เสียงครูที่ปรึกษาประจำชมรมประลองวิเศษที่เป็กรรมการให้กับ ซินซินและลีออนก่อนหน้านี้
เพราะการลงสมัครนั้นแค่ใช้บัตรประจำตัวนักเรียนไปสแกนที่เครื่องก็สำเร็จแล้วเลยทำให้การต่อคิวเป็ไปอย่างรวดเร็ว จนถึงคิวของซินซินเขาจึงได้นำบัตรไปสแกนที่เครื่องเหมือนกับนักเรียนคนอื่นก่อนหน้าเขา
“สมัครเสร็จเรียบร้อยแล้วสินะ”
“มันเร็วกว่าที่คิดเยอะเลย ตอนแรกว่านึกว่าจะต้องต่อคิวนานซะแล้วสิ” ซินซินที่ได้ยินฟินน์ถามขึ้นมาก็หันไปคุยกับเขา
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วงั้นฉันไปทำกิจกรรมของชมรมอาสาก่อนนะซินซิน”
เมื่อเห็นว่าการสมัครเสร็จเรียบร้อยดีแล้วฟินน์จึงโบกมือบ๊ายบายให้แก่ซินซินและแยกตัวออกไป
ส่วนซินซินก็รีบมุ่งหน้าไปหาชายเร่ร่อนไร้บ้านทันทีเพื่อให้เข้ารับเป็ลูกศิษย์
“อาจารย์ครับช่วยรับผมเป็ลูกศิษย์ด้วย”
เด็กหนุ่มพูดขึ้นมาทันที ที่เจอกับชายเร่ร่อนพร้อมกับคุกเข่าลงกับพื่นให้กับชายเร่ร่อนคนนั้น
การคุกเข่าของเด็กหนุ่มนั้นสร้างความประหลาดใจให้กับคนที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างมากเนื่องจากสมัยนี้แล้วการคุกเข่าให้ใครเป็เื่ที่เห็นได้ยากของประเทศวาเรีย ชายไร้บ้านที่เห็นอย่างนั้นจึงพยักหน้าอย่างพอใจ ในความจริงใจของซินซิน และรีบดึงซินซินเข้าไปที่ด้านหลังของมินิมาร์ท
“เป็ยังไงบ้างยาวิเศษของฉัน ดีถึงขนาดต้องมาคุกเข่าขอฉันเป็อาจารย์เลยหรอ”
ชายไร้บ้านคนนั้นพูดออกมาด้วยท่าทีภูมิใจ เขาพยายามแอ่นตัวของเขาให้มากที่สุดเพื่อแสดงว่าเขาภูมิใจของเขาว่ามีมากขนาดไหน
“ใช่ครับผมไม่เคยรู้สึกว่ามีวิเศษมากขนาดนั้นมาก่อนเลย….แต่ว่าผลของยาวิเศษมันอยู่ได้แค่แป๊บเดียวเอง”
ซินซินที่ตอนแรกพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นนั้น ก็เปลี่ยนเป็หดหู่ทันทีเมื่อพูดถึงผลของยาที่อยู่แค่แป๊บเดียว
“มันเป็เื่ปกติอยู่แล้ว ของอย่างนี้มันต้องฝึกกันอีกนาน จากแป๊บเดียวมันจะกลายเป็นานขึ้น จากนานขึ้นมันจะกลายเป็นานขึ้นไปอีก จากนานขึ้นไปอีกก็อาจจะกลายเป็ตลอดไปเลยก็ได้”
ชายไร้บ้านที่เห็นสีหน้าผิดหวังของเด็กหนุ่ม ก็เลยพูด ให้กำลังใจเขาออกมาพร้อมกับอวดสรรพคุณของมัน
“อย่างงั้นหรอครับแปลว่าผม สามารถแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้ได้จริงๆ ด้วย
ผมจะเก่งขึ้นทันหนึ่งเดือนไหมครับอาจารย์”
“1เดือน..ทำไมเธอถึงรีบร้อนขนาดนั้นล่ะ เด็กน้อยอย่างเธอควรจะค่อยเป็ค่อยไปนะ”
เมื่อได้ยินคำร้องขอของเด็กหนุ่ม อยู่ๆ ชายเร่ร่อนก็มีสีหน้าลำบากใจขึ้นมา
“อีกหนึ่งเดือนที่โรงเรียนจะมีการจัดกิจกรรมการแข่งขันขึ้น ผมจำเป็ต้องเอาชนะคนคนหนึ่งให้ได้ และเขาก็ต้องลงแข่งด้วยแน่นอน ผมอยากเอาชนะเขาจริงๆ ครับอาจารย์”
“ที่โรงเรียนอย่างงั้นหรอ! นี่มันโรงเรียนบ้าอะไรกันทำไมปล่อยให้เด็กแข่งเื่อย่างนี้กันในโรงเรียนได้”
ชายไร้บ้านที่ได้ยินคำพูดของซินซินก็อุทานขึ้นมาด้วยความใเขารู้สึกประหลาดใจมากเมื่อได้คำว่าโรงเรียน ก่อนที่จะถอนหายใจเล็กน้อยออกมา
“เอาเถอะเอาเถอะฉันจะช่วยเธอเต็มที่ละกัน เธอคงจะต้องมาฝึกฝนกับฉันทุกวันนับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป แต่จงจำไว้ให้ดีว่าถ้าไม่ไหวหรือรู้สึกผิดปกติรีบบอกฉันทันทีนะ มันอันตรายมากสำหรับเด็กอย่างเธอ”
“ขอบคุณมากครับท่านอาจารย์ขอบคุณมากครับ” ซินซินที่ได้ยินอาจารย์ของเขารับปากก็รีบขอบคุณเขาออกมายกใหญ่ทันที
“ว่าแต่อาจารย์ชื่ออะไรหรอครับผมจะได้เรียกชื่อของอาจารย์ถูก”
“เด็กอย่างเธอไม่รู้จักชื่อฉันจะดีกับตัวเธอมากที่สุดนะ เอาเป็ว่าเรียกฉันแค่อาจารย์ ก็พอแล้ว”
เมื่ออาจารย์พูดจบเขาก็หยิบแคปซูลยาวิเศษออกมาอีกสองแคปซูล พร้อมกับยิ้มออกมาให้กับซินซิน
“เอาล่ะได้เวลาฝึกกันแล้ว”
“ครั้งนี้ผมต้องกินถึงสองแคปซูลเลยหรอครับ”
“ไม่ใช่หรอกของเธอหนึ่งของฉันหนึ่ง ฉันจะเป็คนช่วยให้เธอเข้าถึงมันให้ได้มากที่สุดเอง”
“ครับอาจารย์”
ซินซินที่เห็นความใจดีของอาจารย์ของเขาก็รับยาพิเศษไว้และกลืนเข้าปากทันที เมื่ออาจารย์ของซินซิน เห็นว่าเขากินยาวิเศษไปแล้ว เขาจึงกินยานั้นตามไปด้วย
“เอ้าไอ้หนูเอ็งชื่ออะไรรีบบอกออกมาเร็ว”
“ซินซินครับ”
“ดีมากดีมากซินซิน รีบหลับตาลงเร็ว เดียวลืมตาได้เมื่อไหร่ฉันจะเป็คนบอกเธอเอง”
ซินซินที่เคยรับยานี้ไปแล้ว และรู้ถึงผลข้างเคียงของมันดีเขาจึงรีบหลับตาลงและทิ้งตัวลงนอนลงบนพื้นหลังมินิมาร์ทนั้นทันที ผิดกับอาจารย์ของเขาที่เลือกที่จะนั่งพิงไปกับกำแพงแทน ทั้งคู่หลับตาอยู่อย่างนั้นสักพักจนเสียงของอาจารย์ดังขึ้น
“เอาล่ะค่อยๆ ลืมตาได้”
เมื่อได้ยินสัญญาณจากอาจารย์ทั้งคู่ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
“ซินซินเธอเห็นอะไรบ้าง อธิบายออกมาให้ละเอียดนะอาจารย์จะพยายามเชื่อมจินตนาการเข้ากับเธอ”
“พลังพิเศษของผมคือธาตุแสงครับ รูปแบบของวิเศษที่ปล่อยออกมาก็เลยเป็ธาตุแสง ตอนนี้ผมกำลังเห็นแสงที่เป็วิเศษของผมวิ่งไปมา จนอัดแน่นไปทั่วพื้นที่ และเริ่มทะลักขึ้นไปข้างบนเรื่อยๆ แล้วครับ”
“ดีมากดีมากอาจารย์เริ่มประสานเข้ากับภาพพลังของเธอได้แล้ว”
อาจารย์ที่กำลังประสานจินตนาการเข้ากับเด็กหนุ่ม เขาก็เริ่มเห็นแสงสีขาว ลอยไปมาอยู่ตรงหน้าเขา จนเริ่มขยายไปเรื่อยๆ จนเต็มพื้นที่ เหมือนกับภาพที่ซินซินเห็น
“สวยเหลือเกินสวยจริงๆ เธอช่างเป็เด็กที่มีพร์อะไรขนาดนี้”
อาจารย์ที่ผสานจินตนาการเข้ากับเด็กหนุ่ม ได้อย่างเต็มที่แล้ว ก็ต้องตกตะลึงกับพลังของซินซินที่สวยงามเป็อย่างมาก
“ต่อจากนี้เธอต้องคอยจินตนาการตามที่อาจารย์บอกนะ เพราะถ้าเธอใช่ผลของยาขนาดนี้ผลของมันจะหมดไว”
“ได้ครับอาจารย์”
ในทุก่เวลาหลังพักเที่ยงซินซินจะแอบออกจากโรงเรียนทันทีโดยไม่เข้าร่วมกิจกรรมเหมือนเด็กคนอื่นเพื่อไปฝึกฝนกับอาจารย์ของเขาวันแล้ววันเล่า จนกระทั่งซินซินนึกบางอย่างออกมาได้หลังจากพึ่งฝึกเสร็จ
“อาจารย์ครับ แล้วเื่ค่าใช้จ่ายที่ช่วยฝึกให้ผมละครับ”
“ไม่ต้องหรอก แค่มีเธอเป็ลูกศิษย์ก็ดีแล้ว ใครจะคิดว่าไอ้เด็กที่มาโวยวายใส่ฉันจริงๆ จะเปลี่ยนมาเป็เด็กที่เคารพฉันขนาดนี้ คงจะคิดเงินไม่ลงหรอก”
“จะดีหรอครับ แค่ผมเคารพอาจารย์ก็ไม่ต้องเสียเงินแล้วหรอ”
“เด็กอย่างเธอคงยังไม่เข้าใจ เพราะได้ความรักจากครอบครัวอยู่ แต่คนที่ไม่มีอะไรอย่างฉันแค่มีคนให้ความสำคัญก็รู้สึกดีมากแล้ว”
“อย่างงั้นหรอครับ…แต่อาจารย์ไม่อยากได้เงินไปใช้ชีวิตสบายๆ บ้างหรอครับ”
“ฉันไม่สนโลกใบนี้แล้ว อยู่อย่างนี้และมีความสุขที่สุด แล้วเธอละซินซินอะไรที่จะทำให้เธอมีความสุข”
“ได้รับใช้ท่านอดุลมั้งครับ อาจารย์ก็เป็คนของเลฟเดนเหมือนกันคงรู้ว่าท่านเป็คนดีขนาดไหน ถ้าได้สนับสนุนท่านคงสร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้อีกเยอะเลยครับ”
“คนดีอย่างงั้นหรอ อาจจะไม่ใช่ก็ได้นะซินซิน เขาอาจจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิดก็ได้ ฮาๆๆๆ อดุล ฮาๆๆๆๆ”
“เอ้ะ”
เสียงหัวเราะร่า และการตั้งข้อสงสัยต่ออดุลที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนของซินซินก็ทำให้เด็กหนุ่มใเล็กน้อย ก่อนที่จะพยายามทำเป็ไม่สนใจมัน
การฝึกฝนของซินซิน เป็อย่างงี้ตลอด ระยะเวลาหนึ่งเดือนทุกๆ วันเขาจะรีบพุ่งตรงมาหาอาจารย์ของเขาทันทีโดยที่ไม่ได้สนใจกิจกรรมชมรมของโรงเรียนเลย แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็เป็ที่น่าพอใจอย่างมาก พัฒนาการทางพลังวิเศษของซินซินดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อน อย่างเห็นได้ชัด
จนมาถึงวัน ก่อนที่จะเริ่มการประลอง
“พรุ่งนี้แล้วสินะที่เธอจะต้องไปแข่งไปนะ”
“ใช่ครับ”
ซินซินที่กำลังสะลึมสะลือจากฤทธิ์ ของยาที่เขาเพิ่งฝึกเสร็จ
ก็พยายามตอบอาจารย์ของเขาไป
“อ้าวรับนี่ไปสิ เป็ส่วนของพรุ่งนี้”
อาจารย์พูดขึ้นพร้อมกับยื่นยาวิเศษให้เขาอีกสองเม็ด
“นี่มันอะไรกันครับอาจารย์”
ซินซินที่มึนงงกับการกระทำของอาจารย์ก็เอ่ยถามออกไป
“ก็ยาวิเศษยังไงล่ะกินอยู่ทุกวันลืมแล้วหรอ”
“ไม่ใช่อย่างงั้นครับอาจารย์อาจารย์จะให้ผมมาทำไมกัน”
“ก็เอาไว้แข่งขันวันพรุ่งนี้ยังไงล่ะ ฉันให้เผื่อไว้ให้สองเม็ด ถ้าเม็ดเดียวไม่พอ
เธอค่อยกินอีกเม็ดหนึ่ง สำหรับความสามารถของเธอในตอนนี้ คงจะสามารถรับยาวิเศษได้ถึงสองเม็ดแล้ว”
“ขอบคุณมากครับท่านอาจารย์ แต่ว่าผมยังไม่แน่ใจเลยนะครับว่าพรุ่งนี้จะได้สู้กับลีออนรึเปล่า เพราะว่าการแข่งขันนั้นจัดต่อเนื่องไม่รู้กี่วันเหมือนกัน”
“จะกี่วันก็ช่าง เธอก็ใช้ตามสมควรเถอะ อาจารย์จะคอยเอาใจช่วยเธอเอง”
“ครับผมขอบคุณครับอาจารย์”
ซินซินเมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์ก็มีน้ำตาเอ่อออกมาเล็กน้อย จากดวงตาของเขา จนสร้างรอยยิ้มให้กับอาจารย์ที่เห็นว่าลูกศิษของเขานับถือตัวเขาขนาดนี้