ตอนที่เจ็ด
เข้าร่วมการประลอง
หลังจากที่ได้พบกับเด็กน้อยผู้นั้นสิ่งที่หลิงเฉินให้เด็กน้อยผู้นั้นทำก็คือนำทางให้เขาไปที่ๆน่าจะเป็ที่ที่เขาสามารถหาเงินได้ เพราะว่าถ้าอยากซื้อยาเม็ดิญญามาเพิ่มพูนพลังิญญาเขาจำเป็ต้องมีเงินเสียก่อน
สถานที่ที่หลิงเฉินให้เด็กน้อยนำทางมาก็คือการประลองผิดกฏหมายหรือที่คนในเมืองหลวงมักจะเรียกว่าการประลองใต้ดิน มันเป็การพนันชนิดหนึ่งหลิงเฉินจำได้ว่าในยุคสมัยเมื่อห้าร้อยปีก่อนมันจะการประลองพวกนี้อยู่ในแทบจะทุกเมือง แถมมันยังเป็แหล่งเงินทุนมหาศาล
หลิงเฉินคิดว่าในยุคสมัยนี้เองมันก็น่าจะยังมีอยู่และมันก็เป็เช่นนั้นจริงๆ เด็กน้อยพาหลิงเฉินมาสถานที่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่ย่านลับๆของเมืองหลวง การเดินทางไปนั้นต้องเดินไปด้วยถนนที่ซับซ้อนและมืดมิดพอสมควร
โดยในยุคนี้การประลองใต้ดินก็ยังถึงว่าเป็สิ่งที่ผิดกฏหมายบ้านเมืองอยู่ แต่เพราะว่ามีคนใหญ่คนโตอยู่เื้ัมันจึงยังสามารถคงอยู่ได้
โดยเมื่อเดินทางมาถึงมันมิได้เป็อย่างที่หลิงเฉินคิดเลยสักนิด เพราะว่าการประลองใต้ดินนั้นเหลืออยู่แต่เพียงชื่อเท่านั้นเพราะว่าบัดนี้ที่ที่เป็สถานที่จัดการประลองใต้ดินมันก็เป็โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่
หลิงเฉินถึงกับผงะหยุดนิ่งไปชั่วขณะดวงตาสีดำของเขาสะท้อนภาพโรงเตี๊ยมที่สว่างไสวอยู่เบื้องหน้า เขามิคิดเลยว่าห้าร้อยปีผ่านไปมันจะเปลี่ยนไปขนาดนี้
“ นี่มันอันใดกันเ้าหนู… ”
“ ก็การประลองใต้ดินที่ท่านบอกอย่างไรขอรับ ”
“ ที่นี่งั้นหรือ ” หลิงเฉินยังคงแทบจะไม่เชื่อสายตาของตนเอง
“ ใช่ขอรับ!!! ”
หลิงเฉินได้กวาดสายตามองสังเกตุตรงประตูด้านหน้ามีชาวเมืองมากมายหลั่งไหลเข้าไปด้านใน กระนั้นคนเ่าั้ก็แต่งกายด้วยชุดดูดีต่างจากพวกเขาทั้งสอง พวกนั้นคงจะเป็พวกคนของตระกูลใหญ่ที่หวังจะมาหาความสุขในยามค่ำคืน
“ กลับกันเถอะขอรับพวกเราเข้าไปมิได้หรอกขอรับ ” เด็กน้อยหันไปพูดกับหลิงเฉินที่ยืนมองทางเข้าอยู่
ที่เด็กน้อยพูดออกมาเช่นนั้นกระนั้นเพราะว่าด้านหน้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้มีความยืนเฝ้าคอยตรวจตาคนเข้าออกอย่างจะมักขะเขม้น อย่างไรเสียเขาก็ไม่ปล่อยให้ผู้ที่แต่งกายเช่นนี้พวกเขาเข้าไปหรอก แต่หลิงเฉินเองก็ไม่ได้สนใจเื่นั้นเลยสักนิดเขามีอักขระอำพรางกายสามารถเดินเข้าไปได้อยู่แล้ว
“ นี่เ้าหนู… ”
“ ขอรับ ”
“ เ้ารอข้าที่ด้านนอกเนี่ยแหละเดี๋ยวข้าจะออกมา ” หลิงเฉินกล่าวออกมาก่อนที่เขาจะยกนิ้วมือของตนเองขึ้นมาวาดอักขระอีกครั้ง
เด็กน้อยที่ยืนมองอยู่ถึงกับตระหนกอีกครั้งเพราะว่าอยู่ๆร่างของหลิงเฉินก็หายไปต่อหน้าต่อตา ด้วยความลนลานใบหน้าของเด็กน้อยหันมองซ้ายขวาอย่างเลิ่กลั่ก “ เอ๋!!! หายไปไหนแล้ว!!! ”
“ อยู่เฉยๆแล้วรอข้าอยู่ตรงนี้อย่าไปไหน ” เสียงของหลิงเฉินดังขึ้นมาแม้ว่าจะไม่เห็นตัวแต่มันก็ทำให้เด็กน้อยที่กำลังลนลานได้สติแล้วสงบใจลงได้
หลิงเฉินได้เข้าไปด้านในโรงเตี๊ยมแห่งได้สำเร็จโดยการใช้อักขระอำพรางกายเข้าไป เมื่อเข้าไปด้านในได้สำเร็จด้านในมีผู้คนเต็มไปหมด โรงเตี๊ยมแห่งนี้ตรงกลางเป็เวทีขนาดใหญ่ที่ยังมิมีผู้คนขึ้นไปประลอง โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีความสูงถึงประมาณห้าชั้นโดยชั้นแรกที่เขาอยู่คงจะเป็พวกคนธรรมดาที่มารวมสนุกกับการประลองครั้งนี้ และชั้นสูงขึ้นไปก็คงเป็ของพวกตระกูลใหญ่ๆ
การที่หลิงเฉินมาที่สถานที่แห่งนี้ก็เพราะว่าเขาตั้งใจจะมาเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้เพื่อหาเงินในการไปซื้อยาเม็ดิญญา อย่างแรกที่หลิงเฉินต้องทำก็คือจัดการกับชุดของเขาเสียก่อน
ดวงตาของหลิงเฉินมองซ้ายมองขวาเพื่อหาสิ่งที่จะมาปกปิดชุดของเขาได้ จนดวงตาคู่นั้นก็ไปสะดุดเข้ากับผ้าผืนใหญ่ที่ตกอยู่ที่พื้น หลิงเฉินเดินตรงไปที่ผ้าผืนนั้นแล้วหยิบขึ้นมาคลุมร่างกายของตนเองเขาใช้งานมันปิดบังชุดที่โกโรโกโสของเขา
เด็กหนุ่มเดินตรงไปหาเถ้าแก่ของโรงเตี้ยมแห่งนี้ที่ยืนอยู่ไกลๆ หลิงเฉินมองหาเถ้าแก่คนนี้เอาไว้ั้แ่แรกตอนที่เขาเข้ามาแล้ว
เถ้าแก่วัยกลางคนร่างกายอ้วนท้วนมีส่วนสูงไม่มากนักใบหน้าอวบอิ่ม ตอนนี้ดูเหมือนเถ้าแก่คนนั้นกำลังทำท่าทางหงุดหงิดอะไรสักอย่างอยู่
“ เ้าบ้า!!! แล้วเ้านั้นมันหายไปไหนและ ” เถ้าแก่กำลังต่อว่าบ่าวของตนเองอยู่ด้วยความโกรธ
“ ขออภัยขอรับนายท่านอยู่ๆนักสู้คนนั้นก็หายตัวไปอย่างกะทันหันไม่ทราบสาเหตุ!!! ” บ่าวผู้นั้นกล่าวออกมาด้วยท่าทางร้อนรน ดูเหมือนว่าเขากำลังหวาดกลัวต่อความผิดครั้งนี้เป็อย่างมาก
“ ครั้งนี้จะเป็เช่นไรดีละการประลองรอบแรกก็กำลังจะเริ่มแล้ว ” เถ้าแก่ร่างกายอ้วนท้วนถึงกับกุมขมับเขาอยู่ดีๆก็มีเื่หนักหัวเข้ามาหา เพราะว่าอยู่ๆนักสู้ที่จะขึ้นประลองในวันนี้ก็หายตัวไปอย่างเป็ปริศนา แล้วตอนนี้การประลองก็จะเริ่มขึ้นแล้วถ้ามิมีคู่ประลองขึ้นประลองให้แขกได้ชม หัวของเขาคงจะรักษาเอาไว้มิได้ เพราะว่าแขกแต่ละคนที่จะมาชมการประลองครั้งนี้ล้วนมีแต่พวกตระกูลใหญ่ๆทั้งนั้น
“ เถ้าแก่ขอรับข้าอยากจะขอเข้าร่วมการประลองแทนได้หรือไม่ขอรับ ” เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นมาในขนาดที่เถ้าแก่ที่กำลังกุมขมับ โดยเถ้าแก่คนนั้นที่กำลังคิดไม่ตกก็หันกลับไปมองร่างของหลิงเฉินที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ อะไรกันเ้าหนูนี่!!! ” จะมิให้เถ้าแก่ผู้นี้ใได้เช่นไร อยู่ๆเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ปรากฏกายออกมาอย่างมิให้ซุ่มให้เสียง เด็กหนุ่มผู้นี้เป็ผู้ใดกันเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมมองหลิงเฉินด้วยความสงสัย
“ ถอยไปซะเ้าหนูที่นี่ไม่ได้มีไว้ให้เด็กเช่นเ้ามาเที่ยวเล่นหรอกนะ ”
“ อันใดกันขอรับเถ้าแก่ท่านหาคนที่ขึ้นประลองมิได้ไม่ใช่หรือขอรับข้าแค่อยากจะเสนอตัวเท่านั้นเอง ” หลิงเฉินกล่าวออกมาราวกับรู้บางอย่าง เด็กหนุ่มแสยะยิ้มที่มุมปากด้านขวา
คำพูดของหลิงเฉินราวกับไปนั่งอยู่ในใจของเถ้าแก่เพราะว่าคงมิมีผู้ใดกล้าขึ้นประลองในคืนนี้ เอาถืออย่างไรเสียก็ให้เด็กหนุ่มผู้นี้ขึ้นไปรับหน้าก่อนก็แล้วกันเพราะถ้ามิมีผู้ใดขึ้นประลองหัวของเขาคงจะหลุดออกจากบ่า
“ เอาเถอะข้าจะให้เ้าขึ้นก็ได้แต่ถ้าตายก็โทษกันไม่ได้นะ ”
“ ขอรับ!!! ”
จบตอน