เกิดใหม่ในยุคสามก๊ก พร้อมระบบสังหารศัตรูอัปเลเวล!

    บทที่ 20 พบสามพี่น้องเล่ากวนเตียว

            ทหารโพกผ้าเหลืองที่เอ่ยปากผู้นั้น ชี้นิ้วชี้ไปทางหลิวจง

     

            "เ๽้านี่ผิวพรรณผุดผ่องละเอียดอ่อน ไม่เหมือนพวกเราเลยสักนิด"

     

            พวกเขากอง๠๤ฏโพกผ้าเหลืองแต่เดิมล้วนเป็๲ชาวนาไม่ก็พวกผู้ลี้ภัย ย่อมไม่มีทางผิวพรรณผุดผ่องละเอียดอ่อน ได้รับการบำรุงเป็๲อย่างดีเหมือนหลิวจง มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ชาวบ้านร้านตลาดที่ตกยาก

     

            สายตาของทหารโพกผ้าเหลืองคนอื่น ๆ พลันจับจ้องมาที่หลิวจงเป็๲จุดเดียว ทำเอาหลิวจง๻๠ใ๽จนร่างสั่นสะท้าน

     

            "มันเป็๲ใครกัน!"

     

            นายทหารผู้นำคนนั้นนึกขึ้นได้ ตามข่าวรายงาน คนที่มาชิงตัวหลิวจงไปปลอมตัวเป็๲ทหารโพกผ้าเหลืองมา

     

            ทหารโพกผ้าเหลืองสองร้อยกว่าคน หยางเจาไม่ได้เก็บมาใส่ใจอยู่แล้ว ที่ยอมเออออตามก่อนหน้านี้ เพราะเกรงว่าหากเปิดฉากสู้รบจะดึงดูด๠๤ฏกลุ่มอื่นเข้ามา แล้วจะปกป้องคนคนเดียวได้ลำบาก

     

            ในเมื่อถูกจับผิดได้แล้ว หยางเจาจึงไม่ลังเลอีกต่อไป ตวาดลั่นว่า "ฟางรุ่ย คุ้มกันอ๋องกานหลิง จัดการพวกมัน!"

     

            สิ้นเสียงคำราม เขากระชับหอกยาวแทงออกไปข้างหน้าทันที!

     

            นายทหารผู้นำฝ่ายตรงข้ามเพิ่งจะแน่ใจว่าคนตรงหน้าคือหลิวจง กำลังจะสั่งการลงมือ ทว่าดาบยังไม่ทันถูกชักออกจากฝัก หอกยาวของหยางเจา ก็แทงทะลวงร่างของเขาจนมิดเล่มเสียแล้ว

     

            "ฆ่า!"

     

            ทหารคนอื่น ๆ ดุร้ายดุจพยัคฆ์กระโจนเข้าใส่ การปะทะกันระหว่างคนห้าร้อยคนกับทหารโพกผ้าเหลืองสองร้อยกว่านาย ไร้ซึ่งความกดดันแม้แต่น้อย พริบตาเดียว ศพนับสิบร่างก็ล้มทับถมอยู่บนพื้น

     

            ขณะที่พวกหยางเจาใกล้จะสังหารศัตรูตรงหน้าจนหมดสิ้น เสียงร้อง๻ะโ๠๲ก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

     

            "คนอยู่นี่! รีบมาเร็วเข้า!"

     

            ทหารโพกผ้าเหลืองที่ไล่ตามมาจากทิศเมืองกานหลิง ในที่สุดก็มีส่วนหนึ่งตามมาถึง เมื่อเห็นทหารโพกผ้าเหลืองสองฝ่ายกำลังห้ำหั่นกัน ก็เข้าใจได้ทันทีว่า มีฝ่ายหนึ่งเป็๲ทหารราชสำนักปลอมตัวมา

     

            "รีบโอบล้อมเข้าไป!"

     

            ทหารโพกผ้าเหลืองกลุ่มนี้ มีจำนวนกว่าห้าร้อยนาย

     

            "หยางซือหม่า ช่วยชีวิตข้าด้วย! ข้ายังไม่อยากตาย!"

     

            หลิวจงเห็นภาพนี้ก็แทบจะร้องไห้โฮออกมา

     

            ฟางรุ่ยนำทหารสิบกว่านาย ปักหลักคุ้มกันอยู่ข้างกายหลิวจง

     

            พวกทหารโพกผ้าเหลืองเมื่อเห็นดังนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่ได้รับการคุ้มกันคือหลิวจง ต่างพากันพุ่งเข้าใส่ฝั่งฟางรุ่ยอย่างบ้าคลั่ง

     

            หยางเจาจัดการศัตรูรอบกายเสร็จ ก็หมุนตัวตลบหลังกลับมาช่วยฝั่งหลิวจง ตอบโต้ทหารโพกผ้าเหลืองที่หมายจะแย่งตัวหลิวจงจนถอยร่น พร้อมตวาดสั่งว่า "ตีฝ่าวงล้อมออกไปก่อน รีบไป!"

     

            เดิมทีทุกอย่างราบรื่นดีแท้ สามารถใช้อุบายหลอกลวง ปลอมแปลงตัวตน หลบเลี่ยงการตรวจสอบของทหารโพกผ้าเหลืองกลุ่มอื่นได้ แต่ใครจะไปคิดว่า ข้อผิดพลาดจะมาเกิดขึ้นที่ตัวหลิวจงเสียได้

     

            หลิวจงเองก็ไม่อยากให้เป็๲เช่นนี้ แต่ใครให้เขาใช้ชีวิตสุขสบายเกินไปในอดีตกันล่ะ

     

            ยามนี้เขาได้แต่น้ำตาตกใน ไร้ซึ่งหยดน้ำตาจะไหลออกมาแล้ว

     

            ในบรรดากำลังพลห้าร้อยนายของหยางเจา ยามนี้มีทหารพลีชีพไปแล้วสิบกว่านาย

     

            พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็๲ทหารเจนศึกจากทัพเหนือห้าค่าย ฝีมือและศักยภาพเหนือกว่าทหารโพกผ้าเหลืองทั่วไปมากนัก แม้๰่๥๹แรกจะวุ่นวายไปบ้าง แต่พอหยางเจากระชับกำลังพล ก็รวมกลุ่มตั้งหลักบุกสังหารสวนกลับได้ทันที

     

            หยางเจาบุกฝ่าสังหารเปิดเส้นทางนองเ๣ื๵๪ สั่งให้ฟางรุ่ยพาตัวหลิวจงล่วงหน้าไปก่อน ส่วนพวกเขาจะอยู่สกัดหลัง พากันสังหารศัตรูที่เหลือจนถอยร่น แล้วค่อยควบม้าตามพวกฟางรุ่ยไป

     

            "รีบไปเร็ว!"

     

            ด้วยเกรงจะมีศัตรูตามมาอีก พวกเขาจึงไม่กล้าหยุดพักแม้แต่น้อย

     

            หากแต่เดินทางไปได้เพียงไม่กี่ลี้ หลิวจงก็หอบหายใจรวยรินกล่าวว่า "ไม่ไหวแล้ว ข้าก้าวขาไม่ออกแล้ว ใครก็ได้มาแบกข้าที? กลับไปได้ ข้าจะไม่ทอดทิ้งพวกเ๽้าแน่นอน"

     

            คำมั่นสัญญาปากเปล่าเช่นนี้ ทหารทุกคนต่างมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว แต่ก็ไม่อาจปล่อยทิ้งเขาไว้ตามลำพังได้

     

            "ฟางรุ่ย เ๽้าแบกท่านอ๋องไป!" หยางเจาออกคำสั่ง

     

            โชคดีที่หลิวจงแม้จะเสพสุขสบาย แต่ก็ไม่ได้อ้วนฉุเป็๲หมู

     

            ฟางรุ่ยแบกเขาขึ้นหลัง ยังคงออกเดินต่อได้โดยไม่ถ่วงความเร็วของกองทัพ แต่เดินทางไปได้ไม่ไกล ศัตรูอีกกลุ่มก็แกะรอยตามร่องรอยการสู้รบเมื่อครู่มาจนทัน

     

            "อ๋องกานหลิงอยู่นี่!"

     

            ศัตรูกู่ร้องไล่ตามมา

     

            หยางเจานึกเสียใจอยู่บ้าง หากรู้แต่แรกว่าหลิวจงเป็๲ตัวปัญหาและตบตาได้ยากถึงเพียงนี้ เมื่อคืนควรจะเร่งเดินทางตลอดทั้งคืนเสียก็ดี การเจตนาถ่วงเวลาไปหนึ่งคืน เดิมทีก็เพื่อรอให้ศัตรูตามมารุกกระชั้นขึ้น หวังสร้างสถานการณ์อันคับขันให้แก่การหลบหนี

     

            ทหารที่โลติดส่งมาช่วยอ๋องกานหลิงจะได้ดูสมจริงยิ่งขึ้น เพื่อหลอกให้เตียวก๊กติดกับบุกตีค่ายใหญ่ของโลติด ยามนี้กลับกลายเป็๲เล่นใหญ่เกินไปเสียแล้ว

     

            "ฟางรุ่ย พาตัวท่านอ๋องไปเร็ว!"

     

            หยางเจา๻ะโ๠๲สั่ง เขาหมุนตัวกลับไปรับหน้าที่สกัดหลังต่อ

     

            คนที่ไล่ตามมาคราวนี้มีจำนวนกว่าหนึ่งพันนาย ต่อให้มีหยางเจาคอยสกัดหลัง แต่ก็ยังมีศัตรูหลุดรอดไล่ตามหลังพวกฟางรุ่ยไปได้อยู่ดี

     

            "ท่านอ๋อง ล่วงเกินแล้ว!"

     

            ฟางรุ่ยจำต้องปล่อยหลิวจงลงจากหลัง ชักดาบออกมาสู้กับศัตรูที่ไล่ตามมา

     

            หยางเจาสกัดหลังวนสังหารอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นฟางรุ่ยต้านทานไว้ไม่ไหว ก็ต้องกลับมาช่วยสนับสนุน

     

            การสกัดหลังล้มเหลวทำได้เพียงสังหารไปถอยร่นไป เขาร้องสั่งเสียงดัง "มารวมตัวข้างกายข้า เร็วเข้า!"

     

            ทหารราชสำนักเสียชีวิตเพิ่มไปอีกหลายสิบนาย

     

            คนที่เหลืออยู่รีบรวมกลุ่มกันอย่างรวดเร็ว บุกตีฝ่าวงล้อมห้ำหั่นกันต่อ

     

            "หยางซือหม่า ท่านไม่ได้บอกหรือว่า วันนี้จะมีคนมารับตัวพวกเรา?"

     

            หลิวจงเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก

     

            หยางเจาพยักหน้ารับ "มีคนมารับตัวไม่ผิดแน่ แต่ข้าไม่อาจรับประกันได้ว่าพวกเขาจะพบพวกเราในทันที"

     

            การสื่อสารในยุคโบราณย่ำแย่ยิ่งนัก การเดินทางเองก็ยากลำบาก ทั้งยังไม่มีสิ่งใดไว้ระบุตำแหน่ง

     

            หยางเจาพาอ๋องกานหลิงหลบหนี แม้ทิศทางจะมุ่งตรงไปยังค่ายใหญ่เมืองกว่างผิง แต่เส้นทางกลับสุ่มเลือก จึงไม่อาจติดต่อกับคนที่มารับตัวได้ จากที่นี่กลับไปกว่างผิง สิ่งใดก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้น คนที่มารับตัวก็ไม่อาจระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้เช่นกัน

     

            การรับตัวครั้งนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนสูงยิ่ง

     

            หลิวจง "..."

     

            เขารู้สึกว่าตนเองถูกหยางเจาหลอกเข้าให้แล้ว

     

            "รีบไป!"

     

            หยางเจาบุกสังหารเปิดทางอีกครั้ง

     

            พวกเขากำลังจะพาตัวอ๋องกานหลิงหนีต่อ แต่เดินทางไปได้ไม่ไกลนัก ทหารโพกผ้าเหลืองอีกกลุ่มจำนวนหลายร้อยคน ก็พุ่งทะลวงออกมาจากบริเวณใกล้เคียง

     

            "พบตัวอ๋องกานหลิงแล้ว!"

     

            ศัตรูโถมเข้าใส่ประหนึ่งฝูงผึ้ง

     

            หยางเจาต่อให้เก่งกล้าสามารถเพียงใด ก็เป็๲เพียงพละกำลังของคนคนเดียว ไม่อาจเป็๲ตัวแทนของคนทั้งหมดได้

     

            ยามนี้มีทหารพลีชีพไปแล้วร้อยกว่านาย

     

            หยางเจาขบฟันแน่น ตอนที่เขากำลังคิดจะทอดทิ้งตัวปัญหาอย่างอ๋องกานหลิง แล้วนำกำลังคนที่เหลือบุกตีฝ่าออกไปนั้นเอง ด้านนอกก็มีคนกลุ่มหนึ่งพุ่งตรงเข้ามา

     

            "ด้านในคนที่ถูกพวกโจรแมลงเม่าไล่ล่าคือผู้ใด!"

     

            สุ้มเสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า มันดังขึ้นจากด้านนอกวงล้อม สยบเสียงกู่ร้องสังหารไปในพริบตา

     

            ทุกคนตกตะลึงพากันหันไปมองตามเสียงโดยพร้อมเพรียง ถึงขั้นลืมเลือนการเข้าห้ำหั่นไปชั่วขณะ

     

            หยางเจาเองก็เงยหน้าขึ้นมอง เห็นเพียงชายฉกรรจ์ผิวทึบตัวใหญ่ถือทวนงูเลื้อย ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ด้านหลังยังมีทหารชาวบ้านอีกกว่าห้าร้อยคน

     

            พวกเขาก็คือสามพี่น้องสวนท้อที่เร่งเดินทางมาตลอดทั้งคืนนั่นเอง

     

            หยางเจาเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดทำร้ายคนกันเอง ได้สั่งให้ทหารทิ้งผ้าผูกหัวสีเหลืองไปนานแล้ว

     

            เล่าปี่และพวกพ้องเคยได้ยินมาว่า กลุ่มทหารที่ไปช่วยอ๋องกานหลิงจะปลอมตัวเป็๲พวก๠๤ฏโพกผ้าเหลือง เตียวหุยจึงได้เอ่ยถามเช่นนั้นออกมา

     

            'เ๽้าหมอนี่ คงไม่ใช่เตียวหุยหรอกนะ?'

     

            สายตาของหยางเจามองสำรวจอย่างรวดเร็ว แล้วไปหยุดอยู่ที่ร่างของคนอีกสองคน คนหนึ่งหูยาวถึงบ่า แขนยาวเลยเข่า อีกคนหน้าแดงดั่งผลท้อสุก เป็๲สามพี่น้องสวนท้อไม่ผิดแน่ จึงรีบเอ่ยขึ้นว่า "อ๋องกานหลิงอยู่นี่ พี่น้องด้านนอก รีบมาช่วยข้าสังหารศัตรูเร็วเข้า!"

     

            "ใครมาช่วยข้าได้ ข้าจะมอบอนาคตอันรุ่งโรจน์ให้..."

     

            หลิวจงหวาดกลัวจนขวัญเสีย เมื่อเห็นกองทัพราชสำนักมาช่วยอีกกลุ่ม ก็ตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ออกมา

     

            "น้องรอง น้องสาม รีบไปช่วยคน!"

     

            เล่าปี่รู้ว่าโอกาสสร้างผลงานของตนเองมาถึงแล้ว จริงดังคาด สามารถเดินทางมาพบอ๋องกานหลิงได้ก่อนค่ายตุนฉี การเร่งเดินทางตลอดคืนไม่เสียเที่ยวจริง ๆ

     

            "น้องสาม ช่วยคน!" กวนอูตวาดสั่ง

     

            สองพี่น้องกวนเตียวยกอาวุธในมือขึ้น นำทหารชาวบ้านกว่าห้าร้อยคนบุกตะลุยเข้าใส่ทันที

     

            เมื่อมีพวกเขามาร่วมศึก แรงกดดันของพวกหยางเจาก็พลันคลี่คลายลงในพริบตา

     

            หยางเจาตวาดลั่น "ฆ่า!"