ทหารโพกผ้าเหลืองที่เอ่ยปากผู้นั้น ชี้นิ้วชี้ไปทางหลิวจง
"เ้านี่ผิวพรรณผุดผ่องละเอียดอ่อน ไม่เหมือนพวกเราเลยสักนิด"
พวกเขากองฏโพกผ้าเหลืองแต่เดิมล้วนเป็ชาวนาไม่ก็พวกผู้ลี้ภัย ย่อมไม่มีทางผิวพรรณผุดผ่องละเอียดอ่อน ได้รับการบำรุงเป็อย่างดีเหมือนหลิวจง มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ชาวบ้านร้านตลาดที่ตกยาก
สายตาของทหารโพกผ้าเหลืองคนอื่น ๆ พลันจับจ้องมาที่หลิวจงเป็จุดเดียว ทำเอาหลิวจงใจนร่างสั่นสะท้าน
"มันเป็ใครกัน!"
นายทหารผู้นำคนนั้นนึกขึ้นได้ ตามข่าวรายงาน คนที่มาชิงตัวหลิวจงไปปลอมตัวเป็ทหารโพกผ้าเหลืองมา
ทหารโพกผ้าเหลืองสองร้อยกว่าคน หยางเจาไม่ได้เก็บมาใส่ใจอยู่แล้ว ที่ยอมเออออตามก่อนหน้านี้ เพราะเกรงว่าหากเปิดฉากสู้รบจะดึงดูดฏกลุ่มอื่นเข้ามา แล้วจะปกป้องคนคนเดียวได้ลำบาก
ในเมื่อถูกจับผิดได้แล้ว หยางเจาจึงไม่ลังเลอีกต่อไป ตวาดลั่นว่า "ฟางรุ่ย คุ้มกันอ๋องกานหลิง จัดการพวกมัน!"
สิ้นเสียงคำราม เขากระชับหอกยาวแทงออกไปข้างหน้าทันที!
นายทหารผู้นำฝ่ายตรงข้ามเพิ่งจะแน่ใจว่าคนตรงหน้าคือหลิวจง กำลังจะสั่งการลงมือ ทว่าดาบยังไม่ทันถูกชักออกจากฝัก หอกยาวของหยางเจา ก็แทงทะลวงร่างของเขาจนมิดเล่มเสียแล้ว
"ฆ่า!"
ทหารคนอื่น ๆ ดุร้ายดุจพยัคฆ์กระโจนเข้าใส่ การปะทะกันระหว่างคนห้าร้อยคนกับทหารโพกผ้าเหลืองสองร้อยกว่านาย ไร้ซึ่งความกดดันแม้แต่น้อย พริบตาเดียว ศพนับสิบร่างก็ล้มทับถมอยู่บนพื้น
ขณะที่พวกหยางเจาใกล้จะสังหารศัตรูตรงหน้าจนหมดสิ้น เสียงร้องะโก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
"คนอยู่นี่! รีบมาเร็วเข้า!"
ทหารโพกผ้าเหลืองที่ไล่ตามมาจากทิศเมืองกานหลิง ในที่สุดก็มีส่วนหนึ่งตามมาถึง เมื่อเห็นทหารโพกผ้าเหลืองสองฝ่ายกำลังห้ำหั่นกัน ก็เข้าใจได้ทันทีว่า มีฝ่ายหนึ่งเป็ทหารราชสำนักปลอมตัวมา
"รีบโอบล้อมเข้าไป!"
ทหารโพกผ้าเหลืองกลุ่มนี้ มีจำนวนกว่าห้าร้อยนาย
"หยางซือหม่า ช่วยชีวิตข้าด้วย! ข้ายังไม่อยากตาย!"
หลิวจงเห็นภาพนี้ก็แทบจะร้องไห้โฮออกมา
ฟางรุ่ยนำทหารสิบกว่านาย ปักหลักคุ้มกันอยู่ข้างกายหลิวจง
พวกทหารโพกผ้าเหลืองเมื่อเห็นดังนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่ได้รับการคุ้มกันคือหลิวจง ต่างพากันพุ่งเข้าใส่ฝั่งฟางรุ่ยอย่างบ้าคลั่ง
หยางเจาจัดการศัตรูรอบกายเสร็จ ก็หมุนตัวตลบหลังกลับมาช่วยฝั่งหลิวจง ตอบโต้ทหารโพกผ้าเหลืองที่หมายจะแย่งตัวหลิวจงจนถอยร่น พร้อมตวาดสั่งว่า "ตีฝ่าวงล้อมออกไปก่อน รีบไป!"
เดิมทีทุกอย่างราบรื่นดีแท้ สามารถใช้อุบายหลอกลวง ปลอมแปลงตัวตน หลบเลี่ยงการตรวจสอบของทหารโพกผ้าเหลืองกลุ่มอื่นได้ แต่ใครจะไปคิดว่า ข้อผิดพลาดจะมาเกิดขึ้นที่ตัวหลิวจงเสียได้
หลิวจงเองก็ไม่อยากให้เป็เช่นนี้ แต่ใครให้เขาใช้ชีวิตสุขสบายเกินไปในอดีตกันล่ะ
ยามนี้เขาได้แต่น้ำตาตกใน ไร้ซึ่งหยดน้ำตาจะไหลออกมาแล้ว
ในบรรดากำลังพลห้าร้อยนายของหยางเจา ยามนี้มีทหารพลีชีพไปแล้วสิบกว่านาย
พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็ทหารเจนศึกจากทัพเหนือห้าค่าย ฝีมือและศักยภาพเหนือกว่าทหารโพกผ้าเหลืองทั่วไปมากนัก แม้่แรกจะวุ่นวายไปบ้าง แต่พอหยางเจากระชับกำลังพล ก็รวมกลุ่มตั้งหลักบุกสังหารสวนกลับได้ทันที
หยางเจาบุกฝ่าสังหารเปิดเส้นทางนองเื สั่งให้ฟางรุ่ยพาตัวหลิวจงล่วงหน้าไปก่อน ส่วนพวกเขาจะอยู่สกัดหลัง พากันสังหารศัตรูที่เหลือจนถอยร่น แล้วค่อยควบม้าตามพวกฟางรุ่ยไป
"รีบไปเร็ว!"
ด้วยเกรงจะมีศัตรูตามมาอีก พวกเขาจึงไม่กล้าหยุดพักแม้แต่น้อย
หากแต่เดินทางไปได้เพียงไม่กี่ลี้ หลิวจงก็หอบหายใจรวยรินกล่าวว่า "ไม่ไหวแล้ว ข้าก้าวขาไม่ออกแล้ว ใครก็ได้มาแบกข้าที? กลับไปได้ ข้าจะไม่ทอดทิ้งพวกเ้าแน่นอน"
คำมั่นสัญญาปากเปล่าเช่นนี้ ทหารทุกคนต่างมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว แต่ก็ไม่อาจปล่อยทิ้งเขาไว้ตามลำพังได้
"ฟางรุ่ย เ้าแบกท่านอ๋องไป!" หยางเจาออกคำสั่ง
โชคดีที่หลิวจงแม้จะเสพสุขสบาย แต่ก็ไม่ได้อ้วนฉุเป็หมู
ฟางรุ่ยแบกเขาขึ้นหลัง ยังคงออกเดินต่อได้โดยไม่ถ่วงความเร็วของกองทัพ แต่เดินทางไปได้ไม่ไกล ศัตรูอีกกลุ่มก็แกะรอยตามร่องรอยการสู้รบเมื่อครู่มาจนทัน
"อ๋องกานหลิงอยู่นี่!"
ศัตรูกู่ร้องไล่ตามมา
หยางเจานึกเสียใจอยู่บ้าง หากรู้แต่แรกว่าหลิวจงเป็ตัวปัญหาและตบตาได้ยากถึงเพียงนี้ เมื่อคืนควรจะเร่งเดินทางตลอดทั้งคืนเสียก็ดี การเจตนาถ่วงเวลาไปหนึ่งคืน เดิมทีก็เพื่อรอให้ศัตรูตามมารุกกระชั้นขึ้น หวังสร้างสถานการณ์อันคับขันให้แก่การหลบหนี
ทหารที่โลติดส่งมาช่วยอ๋องกานหลิงจะได้ดูสมจริงยิ่งขึ้น เพื่อหลอกให้เตียวก๊กติดกับบุกตีค่ายใหญ่ของโลติด ยามนี้กลับกลายเป็เล่นใหญ่เกินไปเสียแล้ว
"ฟางรุ่ย พาตัวท่านอ๋องไปเร็ว!"
หยางเจาะโสั่ง เขาหมุนตัวกลับไปรับหน้าที่สกัดหลังต่อ
คนที่ไล่ตามมาคราวนี้มีจำนวนกว่าหนึ่งพันนาย ต่อให้มีหยางเจาคอยสกัดหลัง แต่ก็ยังมีศัตรูหลุดรอดไล่ตามหลังพวกฟางรุ่ยไปได้อยู่ดี
"ท่านอ๋อง ล่วงเกินแล้ว!"
ฟางรุ่ยจำต้องปล่อยหลิวจงลงจากหลัง ชักดาบออกมาสู้กับศัตรูที่ไล่ตามมา
หยางเจาสกัดหลังวนสังหารอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นฟางรุ่ยต้านทานไว้ไม่ไหว ก็ต้องกลับมาช่วยสนับสนุน
การสกัดหลังล้มเหลวทำได้เพียงสังหารไปถอยร่นไป เขาร้องสั่งเสียงดัง "มารวมตัวข้างกายข้า เร็วเข้า!"
ทหารราชสำนักเสียชีวิตเพิ่มไปอีกหลายสิบนาย
คนที่เหลืออยู่รีบรวมกลุ่มกันอย่างรวดเร็ว บุกตีฝ่าวงล้อมห้ำหั่นกันต่อ
"หยางซือหม่า ท่านไม่ได้บอกหรือว่า วันนี้จะมีคนมารับตัวพวกเรา?"
หลิวจงเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก
หยางเจาพยักหน้ารับ "มีคนมารับตัวไม่ผิดแน่ แต่ข้าไม่อาจรับประกันได้ว่าพวกเขาจะพบพวกเราในทันที"
การสื่อสารในยุคโบราณย่ำแย่ยิ่งนัก การเดินทางเองก็ยากลำบาก ทั้งยังไม่มีสิ่งใดไว้ระบุตำแหน่ง
หยางเจาพาอ๋องกานหลิงหลบหนี แม้ทิศทางจะมุ่งตรงไปยังค่ายใหญ่เมืองกว่างผิง แต่เส้นทางกลับสุ่มเลือก จึงไม่อาจติดต่อกับคนที่มารับตัวได้ จากที่นี่กลับไปกว่างผิง สิ่งใดก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้น คนที่มารับตัวก็ไม่อาจระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้เช่นกัน
การรับตัวครั้งนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนสูงยิ่ง
หลิวจง "..."
เขารู้สึกว่าตนเองถูกหยางเจาหลอกเข้าให้แล้ว
"รีบไป!"
หยางเจาบุกสังหารเปิดทางอีกครั้ง
พวกเขากำลังจะพาตัวอ๋องกานหลิงหนีต่อ แต่เดินทางไปได้ไม่ไกลนัก ทหารโพกผ้าเหลืองอีกกลุ่มจำนวนหลายร้อยคน ก็พุ่งทะลวงออกมาจากบริเวณใกล้เคียง
"พบตัวอ๋องกานหลิงแล้ว!"
ศัตรูโถมเข้าใส่ประหนึ่งฝูงผึ้ง
หยางเจาต่อให้เก่งกล้าสามารถเพียงใด ก็เป็เพียงพละกำลังของคนคนเดียว ไม่อาจเป็ตัวแทนของคนทั้งหมดได้
ยามนี้มีทหารพลีชีพไปแล้วร้อยกว่านาย
หยางเจาขบฟันแน่น ตอนที่เขากำลังคิดจะทอดทิ้งตัวปัญหาอย่างอ๋องกานหลิง แล้วนำกำลังคนที่เหลือบุกตีฝ่าออกไปนั้นเอง ด้านนอกก็มีคนกลุ่มหนึ่งพุ่งตรงเข้ามา
"ด้านในคนที่ถูกพวกโจรแมลงเม่าไล่ล่าคือผู้ใด!"
สุ้มเสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า มันดังขึ้นจากด้านนอกวงล้อม สยบเสียงกู่ร้องสังหารไปในพริบตา
ทุกคนตกตะลึงพากันหันไปมองตามเสียงโดยพร้อมเพรียง ถึงขั้นลืมเลือนการเข้าห้ำหั่นไปชั่วขณะ
หยางเจาเองก็เงยหน้าขึ้นมอง เห็นเพียงชายฉกรรจ์ผิวทึบตัวใหญ่ถือทวนงูเลื้อย ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ด้านหลังยังมีทหารชาวบ้านอีกกว่าห้าร้อยคน
พวกเขาก็คือสามพี่น้องสวนท้อที่เร่งเดินทางมาตลอดทั้งคืนนั่นเอง
หยางเจาเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดทำร้ายคนกันเอง ได้สั่งให้ทหารทิ้งผ้าผูกหัวสีเหลืองไปนานแล้ว
เล่าปี่และพวกพ้องเคยได้ยินมาว่า กลุ่มทหารที่ไปช่วยอ๋องกานหลิงจะปลอมตัวเป็พวกฏโพกผ้าเหลือง เตียวหุยจึงได้เอ่ยถามเช่นนั้นออกมา
'เ้าหมอนี่ คงไม่ใช่เตียวหุยหรอกนะ?'
สายตาของหยางเจามองสำรวจอย่างรวดเร็ว แล้วไปหยุดอยู่ที่ร่างของคนอีกสองคน คนหนึ่งหูยาวถึงบ่า แขนยาวเลยเข่า อีกคนหน้าแดงดั่งผลท้อสุก เป็สามพี่น้องสวนท้อไม่ผิดแน่ จึงรีบเอ่ยขึ้นว่า "อ๋องกานหลิงอยู่นี่ พี่น้องด้านนอก รีบมาช่วยข้าสังหารศัตรูเร็วเข้า!"
"ใครมาช่วยข้าได้ ข้าจะมอบอนาคตอันรุ่งโรจน์ให้..."
หลิวจงหวาดกลัวจนขวัญเสีย เมื่อเห็นกองทัพราชสำนักมาช่วยอีกกลุ่ม ก็ตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ออกมา
"น้องรอง น้องสาม รีบไปช่วยคน!"
เล่าปี่รู้ว่าโอกาสสร้างผลงานของตนเองมาถึงแล้ว จริงดังคาด สามารถเดินทางมาพบอ๋องกานหลิงได้ก่อนค่ายตุนฉี การเร่งเดินทางตลอดคืนไม่เสียเที่ยวจริง ๆ
"น้องสาม ช่วยคน!" กวนอูตวาดสั่ง
สองพี่น้องกวนเตียวยกอาวุธในมือขึ้น นำทหารชาวบ้านกว่าห้าร้อยคนบุกตะลุยเข้าใส่ทันที
เมื่อมีพวกเขามาร่วมศึก แรงกดดันของพวกหยางเจาก็พลันคลี่คลายลงในพริบตา
หยางเจาตวาดลั่น "ฆ่า!"