เหนือชั้นเมฆ...หยานเฉินไคยังคงก้าวเดินอยู่บนอากาศอย่างสงบนิ่ง สายลมพัดผ่านเรือนผมสีขาวยาวสลวย ดวงตาสีแดงทอดมองแผ่นดินจีนเบื้องล่าง
ทันใดนั้น...เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น แหบพร่า อ่อนล้าแต่คุ้นเคยจนไม่มีวันลืม"อี้เอ๋อร์..."
ฝีเท้าของหยานเฉินไคหยุดลงทันทีดวงตาที่สงบนิ่งพลันสั่นไหว"..."
"ข้าอยากให้เ้าตอบแทนแล้ว...กลับมา"เสียงนั้น...เป็เสียงที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดหลายปี เสียงของชายผู้เปลี่ยนชีวิตเขาโจวหยาง
ฟุ่บ!
โดยแทบไม่ต้องคิด ร่างของหยานเฉินไคหันกลับในทันที เขาทะยานผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงสุด เมฆนับไม่ถ้วนถูกฉีกออกเป็ทางยาว ในหัวของเขา ภาพอดีตค่อย ๆ ผุดขึ้นทีละภาพ
เด็กชายตัวเล็กผู้เดินไม่เป็ ชายชราคอยจับมือเดินทีละก้าว เด็กน้อยที่จับพู่กันผิดวิธี ชายชรานั่งจับมือเขียนอักษรจีนทีละขีด ร่างเล็กที่ล้มระหว่างรำกระบี่
โจวหยางเพียงยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม"ลุกขึ้น ผู้ฝึกกระบี่...ไม่มีผู้ใดไม่เคยล้ม"
ภาพของชายชราที่ตบไหล่เขา สอนให้แกะสลักไม้ สอนให้เป่าขลุ่ย สอนให้มองโลก สอนให้ใช้ชีวิต ทุกความทรงจำ...ไม่เคยเลือนหาย
เพียงไม่นาน หยานเฉินไคก็มาถึงดินแดนลับอีกครั้ง ยอดเขาทั้งห้ายังคงตั้งตระหง่าน แต่บรรยากาศกลับแตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง ต้นไม้จำนวนมากเหี่ยวเฉา พลังปราณของฟ้าดินเบาบางลง
แม้แต่สายลมยังดูอ่อนแรง หยานเฉินไครีบเดินไปยังลานหน้าตำหนัก แล้วร่างของเขาก็หยุดนิ่ง บนบัลลังก์ัไม้ ชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ เส้นผมที่เคยดำปนขาว บัดนี้ขาวโพลนทั้งหมด
ใบหน้าซูบตอบ ร่างกายผอมแห้ง ิัเต็มไปด้วยรอยแตกละเอียดคล้ายเครื่องลายครามที่ใกล้จะแตกสลาย แม้เพียงนั่งเฉย ๆ ก็ยังััได้ว่าพลังชีวิตกำลังดับลงอย่างรวดเร็ว
หยานเฉินไคเบิกตากว้าง"บิดาบุญธรรม..."
โจวหยางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น รอยยิ้มอ่อนโยนที่คุ้นเคยยังคงอยู่"กลับมาแล้วหรือ...อี้เอ๋อร์"
หยานเฉินไคเดินเข้าไปช้า ๆ เป็ครั้งแรกในชีวิต ที่ฝีเท้าของเขาดูหนักอึ้ง เขาหยุดอยู่เบื้องหน้าชายชรา นั่งคุกเข่าลง"เกิดอะไรขึ้น"
โจวหยางเพียงหัวเราะเบา ๆ"เ้าตัวสูงกว่าข้าแล้ว เมื่อก่อน...เ้าตัวเล็กนิดเดียว ต้องเงยหน้ามองข้าตลอด"
หยานเฉินไคไม่ได้หัวเราะ เขาเพียงมองใบหน้าของชายชราเงียบ ๆ "ผู้ใดทำ"
โจวหยางส่ายหน้า"ไม่มีผู้ใด ข้าทำตัวเอง"
คำตอบนั้นทำให้หยานเฉินไคขมวดคิ้ว
โจวหยางเงยหน้ามองท้องฟ้า"ข้าพยายามทะลวงระดับจักรพรรดิ...ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ล้มเหลว ทุกครั้ง ข้าไม่ยอมแพ้ จนครั้งล่าสุด..."เสียงของชายชราค่อย ๆ แ่ลง"ทัณฑ์์...มาในร่างั"
หยานเฉินไคเงียบฟัง"มันไม่ได้ลงมือ แต่มันเตือนข้า หากยังฝืนทะลวงอีกครั้ง...โลกใบนี้ จะถูกทำลาย"ลานหินทั้งลานตกอยู่ในความเงียบ
โจวหยางหัวเราะกับตัวเอง"น่าขันไหม"ข้าฝึกฝนมาทั้งชีวิต เป้าหมายมีเพียงก้าวไปถึงระดับจักรพรรดิมนุษย์ แต่สุดท้าย...กลับไม่มีโอกาสแม้แต่จะลองอีกครั้ง"
เขาก้มมองฝ่ามือตนเอง มือที่เคยมั่นคง บัดนี้สั่นเล็กน้อย "ร่างกายของข้า...เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน"
หยานเฉินไครีบกล่าวทันที"ข้าจะหาวิธี โลกนี้ต้องมีสมุนไพร หรือวิชาใดสักอย่าง ที่ช่วยท่านได้"
โจวหยางยิ้มพลางส่ายหน้า"ไม่มี หากมี...ข้าคงใช้มันไปนานแล้ว"
หยานเฉินไคยังไม่ยอมแพ้"ข้าจะออกไปค้นหาทั้งโลก หากโลกนี้ไม่มี ข้าจะออกไปนอกโลก จนกว่าจะพบ"
โจวหยางมองบุตรบุญธรรมของตน ดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ"เ้า...โตแล้วจริง ๆ"ชายชราค่อย ๆ หลับตาลง ก่อนกล่าวเบา ๆ
"่ที่ข้าหายไป ข้ากลับไปหาหลงหรง นาง...ยังเป็สตรีที่อ่อนโยนเหมือนเดิม ไม่เคยโกรธข้าเลย ทั้งที่ข้าหายไปหลายร้อยปี"
รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่อิดโรย"เสวี่ยเอ๋อร์เอง...เติบโตเป็เด็กดี ข้ามอบวิชาทั้งหมดที่ควรถ่ายทอดให้นางแล้ว ต่อจากนี้...นางเดินต่อได้ด้วยตัวเอง"
โจวหยางค่อย ๆ หันกลับมามองหยานเฉินไค แววตาของเขาเปลี่ยนเป็จริงจัง"ส่วนเ้า...คือความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของข้า อี้เอ๋อร์ ข้าไม่เคยเสียใจ ที่เก็บเ้ามาเลี้ยงในวันนั้น"
หยานเฉินไคนิ่งเงียบ มือที่กำแน่นเริ่มสั่น
โจวหยางสูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยประโยคที่หนักอึ้งที่สุดในชีวิต"ถึงเวลาที่เ้าจะตอบแทนข้าแล้ว"
หยานเฉินไคพยักหน้าทันที"ไม่ว่าคือสิ่งใด ข้ายินดี"
โจวหยางยิ้มบาง ๆ ก่อนกล่าวช้า ๆ ที ละคำ"ช่วย...สังหารข้า"
ทั่วทั้งยอดเขา ตกอยู่ในความเงียบงัน แม้แต่สายลม ก็ราวกับหยุดพัด
ดวงตาสีแดงของหยานเฉินไคเบิกกว้าง หัวใจที่ไม่เคยหวาดหวั่นต่อผู้ใด ในวันนี้กลับสั่นะเืเป็ครั้งแรก"ข้า...ทำไม่ได้"
เสียงของเขาแ่เบา แหบพร่าราวกับคำพูดนั้นกำลังฉีกหัวใจของตนเองออกเป็ชิ้น ๆ
โจวหยางค่อย ๆ หลับตา ก่อนยิ้มอย่างอ่อนโยน
"อี้เอ๋อร์...นี่คือความปรารถนาสุดท้ายของข้า จงต่อสู้กับข้า...ในฐานะศิษย์...และในฐานะบุตรของข้า"
พื้นที่รกร้างทางเหนือของนิกาย...
ห่างออกไปกว่าหมื่นกิโลเมตร ผืนดินแห่งนี้ไร้ผู้คนมานานนับพันปี ูเาสูงนับร้อยลูกตั้งเรียงราย พื้นดินแตกระแหง ไร้แม่น้ำ ไร้ต้นไม้ มีเพียงลมหนาวที่พัดผ่านอย่างเงียบงัน
โจวหยางยืนอยู่บนยอดผาสูง ชุดสีเทาเก่าซีดสะบัดไปตามสายลม ร่างกายซูบผอม
ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแต่เพียงยืนอยู่ตรงนั้น กลับให้ความรู้สึกดุจคมกระบี่ที่ไม่เคยถูกชักออกจากฝัก
หยานเฉินไคเดินเข้ามาช้า ๆ กระบี่ไม้โพธิ์ยังสะพายอยู่ด้านหลัง ดวงตาสีแดงเต็มไปด้วยความลังเล"บิดาบุญธรรม..."
โจวหยางยิ้ม"ในสนามแห่งนี้...ไม่มีบิดาบุญธรรม มีเพียงนักกระบี่สองคน"สิ้นเสียง ชายชราค่อย ๆ ยกมือขวาขึ้น ไม่มีอาวุธ ไม่มีพลังปราณ มีเพียงนิ้วสองนิ้ว
ฟุ่บ...
เสียงกระบี่พลันดังก้องไปทั่วฟ้าดิน แม้ไม่มีดาบอยู่ในมือ แต่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้น ย่อมรู้ได้ทันที
โจวหยาง...คือกระบี่ กระบี่...ก็คือโจวหยาง
หยานเฉินไคหลับตาลงเมื่อเปิดขึ้นอีกครั้งความลังเลทั้งหมดหายไปเหลือเพียงจิตแห่งนักกระบี่ เขาชักกระบี่ไม้โพธิ์ออกช้า ๆ เสียงไม้เสียดสีกับฝักดังเบา ๆ กลับทำให้บรรยากาศรอบด้านตึงเครียดขึ้นหลายเท่า"ศิษย์...ขอรับคำชี้แนะ"
โจวหยางหัวเราะเสียงดัง"ดี!"
ตูม!
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองะเิพร้อมกัน ทั้งคู่หายไปจากจุดเดิมในเสี้ยวพริบตา
เคร้ง!
เสียงกระทบดังสนั่น หมัดของโจวหยางปะทะกับคมกระบี่ไม้โดยตรง คลื่นอากาศะเิออกเป็วงกว้าง ูเาสามลูกด้านหลังแตกออกครึ่งหนึ่ง
หยานเฉินไคถอยหลังหลายสิบก้าว
ในขณะที่โจวหยางเพียงขยับเท้าไปครึ่งก้าว"แรงน้อยไป!"ชายชราะโ"ใช้ทุกอย่างที่ข้าสอน!"
ฟุ่บ!
หยานเฉินไคพุ่งกลับเข้าไปอีกครั้ง
กระบี่วายุ!
ฉัวะ!
คมลมสีเขียวหลายพันสายกวาดออกไปทั่วผืนฟ้า อากาศทั้งบริเวณกลายเป็คมดาบ ูเานับสิบลูกถูกตัดขาดพร้อมกัน
โจวหยางเพียงใช้นิ้วฟันลงเบา ๆ
ฉับ!
คลื่นกระบี่สีทองสายเดียว
ตัดพายุทั้งหมดจนสลายหายไป"วายุ...เ้าควบคุมได้แล้วแต่ยังไม่เข้าใจมัน"
ตูม!
ชายชราปรากฏตัวตรงหน้า ศอกกระแทกใส่หน้าอกหยานเฉินไค ร่างของเขาปลิวทะลุูเาไปกว่าสิบลูก ฝุ่นหินฟุ้งกระจายเต็มท้องฟ้า
ฟุ่บ!
ร่างสีดำทะยานกลับออกมาอีกครั้ง มุมปากมีโลหิตไหล แต่แววตากลับคมกว่าเดิม กระบี่เพลิง!
วูม!
เปลวเพลิงสีแดงทองลุกโชนยาวหลายกิโลเมตร ทุกการฟันกลายเป็ทะเลเพลิง อุณหภูมิสูงจนพื้นดินหลอมละลาย
โจวหยางยังคงยืนนิ่ง นิ้วสองนิ้วสะบัดเบา ๆ
เคร้ง!
ทะเลเพลิงทั้งหมด ถูกผ่าออกเป็สองซีก"เพลิง...ไม่ได้มีไว้เผาทำลายแต่มีไว้ให้กำเนิด"
หยานเฉินไคสูดหายใจลึก กระบี่หยิน!อุณหภูมิลดลงอย่างฉับพลัน น้ำแข็งสีฟ้าปกคลุมพื้นดินหลายร้อยกิโลเมตร ูเาทั้งหมดกลายเป็ประติมากรรมน้ำแข็ง
แต่โจวหยางเพียงก้าวหนึ่งก้าว น้ำแข็งทั้งหมดก็แตกละเอียด โดยไม่เหลือแม้แต่เศษเดียว
"ต่อ!"โจวหยางหัวเราะแม้เืจะเริ่มไหลออกจากมุมปาก แต่ดวงตากลับเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม
หยานเฉินไคไม่ลังเลอีก กฎแห่งปฐี!กฎแห่งวารี!กฎแห่งอัสนี!ทั้งห้ากฎทำงานพร้อมกัน
แผ่นดินยกตัวขึ้นเป็กำแพงมหึมา แม่น้ำใต้ดินพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สายฟ้านับพันสายฟาดลงมา พายุหมุนโอบล้อมเปลวเพลิง ห้าธาตุหลอมรวมเป็หนึ่ง"ห้าธาตุจักรวัฏ!"
ตูมมมม!!โลกทั้งผืนสั่นะเื พื้นที่หลายร้อยกิโลเมตรถูกกลืนหาย คลื่นพลังพุ่งขึ้นสู่ชั้นเมฆ
ท่ามกลางการะเินั้น
โจวหยางยืนอยู่เพียงลำพัง เสื้อผ้าขาดวิ่น มีาแหลายแห่ง โลหิตไหลอาบแขน แต่เขายังคงยิ้ม"ดี...ในที่สุด...เ้าก็ทำให้ข้าาเ็ได้"
หยานเฉินไคหอบหายใจ ใช้วิชาทั้งหมดที่มีแล้ว แต่กลับทำได้เพียงสร้างาแเล็กน้อย
โจวหยางค่อย ๆ ยกนิ้วขึ้นอีกครั้ง คราวนี้...ไม่มีคลื่นพลัง ไม่มีแสงสว่าง มีเพียงการฟันธรรมดา
"กฎกระบี่...หาใช่วิชาแต่คือความจริง"
ฉับ...การฟันเพียงครั้งเดียว พื้นที่ตรงหน้าหยานเฉินไคถูกแยกออกจากกัน ท้องฟ้า เมฆ ูเา พื้นดิน แม้แต่อากาศ ล้วนถูกผ่าออกเป็เส้นตรงยาวสุดสายตา
หยานเฉินไคเบิกตากว้าง เขารีบใช้ห้ากฎเกณฑ์ป้องกันพร้อมกัน
แต่...
ฉึก!
แนวป้องกันทั้งหมดแตกสลายราวกับกระจก คมกระบี่หยุดอยู่ห่างจากลำคอของเขาเพียงหนึ่งนิ้ว
โจวหยางถอนหายใจยาว ก่อนยิ้มอย่างพึงพอใจ"อี้เอ๋อร์...เ้าแข็งแกร่งแล้ว แข็งแกร่ง...จนข้าไม่มีสิ่งใดจะสอนอีก"เสียงของชายชราเริ่มแ่ลง
เืสีแดงค่อย ๆ หยดลงสู่พื้นดิน
ลมหายใจของเขา...อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ แต่ดวงตาของจักรพรรดิกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่ กลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ราวกับกำลังมองศิษย์ผู้สืบทอด ที่เติบโตจนก้าวเดินด้วยตนเองได้แล้ว
เสียงของกระบี่ค่อย ๆ เลือนหาย พื้นที่รกร้างซึ่งเคยเต็มไปด้วยแรงปะทะอันรุนแรง กลับเงียบสงัดอีกครั้ง
โจวหยางยังคงยืนอยู่กลางอากาศ ร่างกายที่เดิมก็อ่อนแรงอยู่แล้ว บัดนี้ยิ่งทรุดโทรมกว่าเดิมหลายเท่า
โลหิตไหลซึมออกจากมุมปากอย่างต่อเนื่อง ดวงตาค่อย ๆ พร่ามัว"อึก..."เขาไอออกมาเบา ๆ คราวนี้โลหิตสีแดงสดเปื้อนอาภรณ์ทั้งแถบ
หยานเฉินไครีบก้าวเข้าไป"บิดาบุญธรรม!"
โจวหยางเพียงยิ้มอ่อนแม้แต่รอยยิ้มนั้น... ก็ยังดูไร้เรี่ยวแรง"ไม่ต้อง...เข้ามา..."เสียงของชายชราเบาราวกับสายลมราวกับพูดออกมาได้เพียงลมหายใจสุดท้าย
หยานเฉินไคสั่นศีรษะ"ข้าจะรักษาท่าน"เขารีบควบแน่นพลังแห่งชีวิตไว้ที่ฝ่ามือ
แต่โจวหยางค่อย ๆ ยกมือขึ้นห้าม"พอแล้ว...อย่าเสียแรง...ชีวิตของข้า...หมดลงแล้ว"คำพูดนั้น...ราวกับค้อนหนักทุบลงกลางหัวใจของหยานเฉินไค
โจวหยางเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงอาทิตย์สาดลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย"ตลอดชีวิต...ข้าไล่ตามวิถีกระบี่...ไม่เคยเสียใจ" เขาหัวเราะเบา ๆ
"แต่สิ่งที่ทำให้ข้าภูมิใจที่สุด..."ชายชราค่อย ๆ หันมองหยานเฉินไค"ไม่ใช่วิถีกระบี่ แต่เป็...การเก็บเด็กคนหนึ่ง...กลับบ้าน"
หยานเฉินไคเม้มริมฝีปากแน่น ภาพในอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้ง ชายชราที่คอยจับมือเขาเดิน คอยสอนให้เขาเขียนหนังสือ คอยเฝ้าดูเขารำกระบี่ท่ามกลางหิมะ คอยตำหนิ คอยชม
คอยรอเขาทุกครั้งหลังฝึกเสร็จ ชายชราคนนั้น...ไม่เคยเปลี่ยนเลย"อี้เอ๋อร์..."
โจวหยางเรียกเขาเป็ครั้งสุดท้าย"เ้าต้อง...มีชีวิตอยู่...แทนข้าด้วย..."เสียงนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน เปลือกตาของชายชราค่อย ๆ หนักขึ้น ร่างกายเริ่มเอนลงช้า ๆ หยานเฉินไคพุ่งเข้าไปทันที
ฟุ่บ!
เขารับร่างของโจวหยางไว้ในอ้อมแขนอย่างมั่นคง ชายชราเบาราวกับไร้น้ำหนัก ใบหน้าซุกอยู่บนหัวไหล่ของหยานเฉินไค ลมหายใจ...แ่ลงเรื่อย ๆ
หยานเฉินไครีบส่งพลังแห่งชีวิตเข้าไปอีกครั้ง"อย่าหลับ..."
"ท่านห้ามหลับ..."
"ท่านยังต้องกลับไปพบเสวี่ยเอ๋อร์..."
"ท่านยังต้องกลับไปหาท่านแม่หลงหรง..."
"ท่านยังสัญญาว่าจะดูข้าก้าวไปให้ไกลกว่านี้..."
เขาพูดไม่หยุด
ราวกับเชื่อว่า หากยังคงพูดต่อไปชายชราจะยังคงฟังอยู่แต่...โจวหยางไม่ได้ตอบอีกแล้ว มือเหี่ยวย่นที่วางอยู่บนแขนของหยานเฉินไค
ค่อย ๆ คลายลง ไร้เรี่ยวแรง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเมตตา ค่อย ๆ มืดดับลงอย่างสมบูรณ์
"บิดาบุญธรรม..."หยานเฉินไคเรียกเบา ๆ ไม่มีเสียงตอบ เขาเรียกอีกครั้ง ยังคงไม่มีคำตอบ ทั่วทั้งพื้นที่เหลือเพียงความเงียบ
หัวใจของหยานเฉินไคสั่นะเือย่างรุนแรง ั้แ่แก่นแห่งชีวิตถือกำเนิด ร่างอันว่างเปล่าของเขา ก็มีหัวใจ มีเืและมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์
ในวันนี้...เขาได้รู้จักความเ็ปที่แท้จริง มันไม่ใช่าแจากคมดาบ ไม่ใช่ความปวดร้าวของร่างกายแต่เป็ความเจ็บที่เกิดขึ้นภายในหัวใจ ราวกับมีใครกำลังฉีกมันออกทีละน้อย
หยดน้ำตาหยดหนึ่ง ตกลงบนอาภรณ์ของโจวหยาง ตามด้วยอีกหยด อีกหยด ก่อนจะกลายเป็สายน้ำที่หยุดไม่อยู่
หยานเฉินไคกอดร่างของชายชราไว้แน่น
แน่นราวกับกลัวว่า...หากปล่อยมือเพียงชั่วครู่ บุคคลผู้เป็ทั้งอาจารย์ ทั้งบิดาและเป็ครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาจะจากไปจริง ๆ เสียงสะอื้นแ่เบาดังขึ้นเป็ครั้งแรก ชายหนุ่มผู้ไม่เคยหวั่นเกรงสิ่งใด ผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาแม้ยามต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า
บัดนี้...กลับร้องไห้ราวกับเด็กคนหนึ่ง ท่ามกลางผืนดินอันเวิ้งว้าง กอดร่างของผู้มีพระคุณไว้ในอ้อมแขน พร้อมน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย...