สละบัลลังก์
ข่าวใหญ่ที่ะเืยุทธภพในรอบร้อยปีกระจายไปทั่วทั้งเหล่ามนุษย์และเทพต่างตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน
การสละบัลลังก์ของาายุทธจักร
ราชพิธีปุนภพของาายุทธจักรจะมีขึ้นในอีกสิบวันมันรวดเร็วเกินกว่าที่ผู้คนจะตั้งตัวได้ในรอบร้อยปีมานี้มิมีผู้ใดอาจหาญสู้าายุทธจักร
มิมีผู้ใดกล้าลบหลู่ท่าน
ทุกผู้คนล้วนแล้วแต่เคารพรักในตัวท่าน
ยุทธภพสงบสุขได้ก็เพราะท่าน
...เมื่อสิ้นท่านแล้วยุทธภพจะเป็เช่นไร ....
โรงเตี๊ยมเหยียบเมฆาเป็โรงเตี๊ยมแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ตรงทางขึ้นตำหนักราชันย์เส้นทางขึ้นสู่ตำหนักราชันย์บนยอดเขาเทียมฟ้ามีเพียงเส้นทางเดียวซึ่งโรงเตี๊ยมแห่งนี้ได้สร้างครอบทางขึ้นเอาไว้
ผู้ใดคิดขึ้นไปตำหนักราชันย์ย่อมต้องผ่านทางนี้
โรงเตี๊ยมที่ถูกสร้างขึ้นโดยาายุทธจักรเพื่อรองรับแขกผู้มาเยือน เพื่อเลี้ยงปากท้องของผู้คนในตำหนักราชันย์
ค่าที่พักล้วนแล้วแต่แขกผู้มาเยือนจะจ่าย ซึ่งคนเ่าั้ล้วนแล้วแต่จ่ายค่าที่พักมากกว่าที่ควรจ่ายเสมอมา
วันนี้โรงเตี๊ยมถูกจับจองจนเต็มแล้วแต่ผู้คนยังคงหลั่งไหลมากันไม่ขาดสาย
ผู้มาล้วนแล้วแต่เป็ชาวยุทธจักรทั้งมนุษย์และเทพ พวกเขาเหล่านี้ตั้งใจมาร่วมพิธีปุนภพของาายุทธจักรพวกเขาเป็ผู้แสวงบุญ นักเสี่ยงโชค พวกเขามีสิ่งที่หมายปอง
..ศัสตราเทพ..
เมื่อไม่มีาายุทธจักรศัสตราเทพก็มิมีเ้าของ
พวกเขาส่วนใหญ่มาเพราะศัสตราเทพหากได้ศัสตราวุธเช่นนี้เพียงชิ้นเดียว ก็เพิ่มพูนบารมีและอำนาจมหาศาล
“เสี่ยวเอ้อขอห้องติดประตูให้กับข้า ข้ายินดีจ่ายสองพันเหรียญทอง”
เสียงดังกังวานแฝงอำนาจมาจากบุรุษเคราครึ้มที่น่าเกรงขามผู้หนึ่งคนผู้นี้ตัวสูงใหญ่กว่าบุรุษทั่วไป มันสะพายดาบเหล็กกล้าเปลือยเปล่าเล่มหนึ่งดาบเล่มใหญ่ที่ที่หนาทึบแต่แวววาว ด้านหลังมันมีผู้ติดตามอีกหกคน
“เกาจิ่นลี่ท่านมาสายไปก้าวหนึ่งห้องติดประตูมีผู้คนจับจองไปแล้ว”
คนที่นั่งอยู่โต๊ะด้านซ้ายมือส่งเสียงออกมา เกาจิ่นลี่กวาดสายตาไปยังคนผู้นั้น เมื่อได้สบตาเขาสะดุ้งครานึง คนที่เขารู้จักผู้นี้ไม่ใช่บุคคลธรรมดา มันคือพยัคฆ์บูรพาจูฟูหลิวยอดฝีมืออันดับหนึ่งฝั่งตะวันออก ชื่อเสียงของมันโด่งดังมากกว่าเขาอยู่บ้าง แต่เขาหาได้เกรงกลัวคนผู้นี้ไม่ จึงว่า
“ท่านเป็คนจับจองหรือ?”
“หากเราเป็เ้าของห้องคงจะแบ่งห้องให้พวกท่านครึ่งหนึ่ง น่าเสียดายที่เรามิใช่เ้าของห้องนี้”
เกาจิ่นลี่เริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดหากแม้กระทั่งจูฟูหลิวยังมิอาจแย่งชิงแสดงว่าผู้ที่จับจองห้องต้องมิใช่บุคคลธรรมดาเหตุที่จูฟูหลิวพูดถึงการแบ่งห้องกับมัน ก็คง้าการร่วมมือเพื่อแย่งชิงห้องพักจึงว่า
“ผู้ใดเป็เ้าของห้อง”
“วายุเทพเซียวหลิ่งเหวิน”
เกาจิ่นลี่หัวใจตกวูบเซียวหลิ่งเหวินเป็หนึ่งในเจ็ดยอดยุทธ์ฝ่ายเทพ วรยุทธ์ล้ำลึกโดยเฉพาะเคล็ดวาตะอันลือลั่น ยากจะหาใครเปรียบได้
แต่คนเมื่อมาถึงจุดนี้ย่อมไม่อาจแสดงความอ่อนแอออกมา หาก้าศัสตราเทพก็ต้องข่มขวัญบุคคลอื่นให้มันสิโรราบมันเป็เช่นนี้เสมอมา
เกาจิ่นลี่จัดอยู่ในอันดับหกยอดยุทธ์ชั้นนอกฝ่ายมนุษย์จูฟูหลิวจัดอยู่ในอันดับสองยอดยุทธ์ชั้นนอกฝ่ายมนุษย์เช่นกันแม้ว่าเจ็ดยอดยุทธ์ชั้นนอกจะมีชื่อเสียงเป็รองเจ็ดยอดยุทธ์ชั้นในแต่ฝีมือก็ใช่ว่าจะด้อยกว่ากันมากมาย
เมื่อคิดถึงความได้เปรียบที่ตนเองมีเกาจิ่นลี่จึงเปล่งเสียงเสียงหัวเราะที่แฝงกำลังภายในออกไป เสียงทั้งใหญ่ทั้งก้องกังวาน ผู้ที่มีวรยุทธ์ต่ำต้อยล้วนเอามืออุดหูมีเพียงจูฟูหลิวและผู้ติดตามของเกาจิ่นลี่ที่ยังทนทานอยู่ได้เป็ปรกติแสดงให้เห็นว่าผู้ติดตามมันแต่ละคนล้วนฝีมือสูงส่ง
..ตุบ...
เสียงตบโต๊ะดังคราหนึ่งประตูห้องริมประตูที่พวกมันหมายปองเปิดอ้าออกมาช้า ๆ ขุมพลังมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากห้องนั้น คลื่นพลังทะลักออกมากระแทกใส่เกาจิ่นลี่
เสียงหัวเราะหยุดชะงัก
เกาจิ่นลี่ยกสองแขนระดับอกกระแทกกำลังภายในออกไปต่อต้านขุมพลังที่มาจากภายในห้อง เขามั่นใจว่าสามารถรับมือพลังระลอกนี้ได้ แต่เขาผิดไปแล้ว
เมื่อพลังสองขุมปะทะกันร่างของเกาจิ่นลี่ลอยละลิ่วไปไกลสี่วา ตกลงมากระแทกใส่โต๊ะที่ไร้คนนั่งจนแตกกระจายยอดยุทธ์ชั้นนอกฝ่ายมนุษย์ผู้หนึ่งยังไม่ทันที่จะลงมือ กลับถูกเล่นงานจนหมดสภาพคู่ต่อสู้นั้นอยู่ระดับใดกันแน่
เซียวหลิ่งเหวินนั้นเป็ยอดฝีมือระดับใดยอดยุทธ์ชั้นนอกฝ่ายมนุษย์ยังไม่ทันลงมือก็พ่ายแพ้แล้ว
เกาจิ่นลี่อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแต่คนยังะโขึ้นมาในทันที สมกับเป็ยอดฝีมือผู้หนึ่ง แต่จากสภาพ ณ ตอนนี้เขาปราศจากกำลังขวัญที่จะต่อสู้แล้ว คนแม้จะยืนตั้งตระหง่านแต่แววตาไร้แววฮึกเหิมดังเช่นแรกเริ่มก้าวเข้ามาในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ เขาจ้องมองไปที่ห้องริมประตูยืนเซื่องซึมอยู่ในท่าเดิมเป็เวลาเนิ่นนาน
โรงเตี๊ยมเหยียบเมฆาเงียบสงัดแล้วแม้แต่เสียงหายใจเข้าออกยังแทบจะไม่มีให้ได้ยิน
“เราผิดแล้วผิดอีกแล้ว เราไม่สมควรมาที่นี่ั้แ่แรก ได้เวลาจากไปแล้ว” เกาจิ่นลี่หันหลังเดินออกจากโรงเตี๊ยมไปผู้ติดตามของมันล้วนเดินตามมัน
เกาจิ่นลี่เป็คนฉลาดผู้หนึ่ง
มันยอมเสียศักดิ์ศรีดีกว่าเสียชีวิต
มันรู้จักเอาตัวรอด
มันรู้ว่าควรถอนตัว
วายุเทพเซียวหลิ่งเหวินแข็งแกร่งเกินไปหากแม้มันยังดื้อด้านสู้ต่อ คู่ต่อสู้จำเป็ต้องลงมือยามนั้นมันมีโอกาสมากกว่าเก้าในสิบที่จะทอดกายเป็ซากศพไร้ค่าซากหนึ่ง
คนรักตัวกลัวตายเช่นมันย่อมไม่แส่หาที่ตาย
จูฟูหลิวใช้สายตาส่งสหายชั่วคราวจากไปเขาทั้งผิดหวังในตัวเกาจิ่นลี่และตกตะลึงในฝีมือของเทพวายุเซียวเหลิ่งเหวินั้แ่ท่องยุทธจักรมาสี่สิบกว่าปี เขายังไม่เคยพบเจอยอดฝีมือเช่นนี้มาก่อนผู้ที่ปล่อยพลังภายในออกมาในระยะไกลโดยไม่เคลื่อนไหวแต่พลังนั้นกลับกระแทกทำร้ายยอดยุทธ์ผู้หนึ่งที่อยู่ไกลออกไปเกือบสิบวาจนลอยละลิ่วไปได้
จูฟูหลิวรู้ว่าได้เวลาถอนตัวแล้วจึงยกสองมือคารวะไปที่ห้องริมประตู พลางกล่าว
“เราต้องไปแล้วขออวยพรให้ท่านโชคดี”
พูดจบไม่รอให้อีกฝ่ายตอบโต้มันพุ่งตัวออกจากโรงเตี๊ยมด้วยความเร็วสูงสุดวิชาตัวเบาวิหคเหินฟ้าของมันเป็ท่าร่างที่ยากจะหาใครเทียบชั่วพริบตาเดียวร่างของมันก็ออกมาอยู่นอกโรงเตี๊ยมได้ยี่สิบวาแล้วในขณะที่กำลังผ่อนความเร็วลงนั้น ก็ปรากฏว่าขุมพลังกลุ่มหนึ่งไล่หลังมา
มันเป็วัตถุอย่างหนึ่งวัตถุที่บรรจุพลังมหาศาล
ตะเกียบคู่หนึ่งพุ่งมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าท่าร่างของจูฟูหลิวเมื่อสักครู่เสียอีกเสียงพลังเสียดสีกับชั้นบรรยากาศดังอื้ออึงจนมันแทบจะทนทานไม่ไหว
จูฟูหลิวเร่งเร้ากำลังภายในอย่างรวดเร็วพร้อมกับหันร่างมาต่อยสองหมัดออกไปปะทะกับตะเกียบคู่นั้น
เสียงปะทะกันของพลังสองสายดังสนั่น
ร่างของจูฟูหลิวลอยละลิ่วไปไกลมันตีลังกาสองตลบ ยกมือขึ้นคารวะไปทางโรงเตี๊ยมพร้อมกับส่งเสียงะโมาว่า
“ขอบใจท่านที่ออมมือจูฟูหลิวจะไม่ลืมเลือน”
ที่มุมปากปรากฏคราบโลหิตอยู่แต่คนกลับพุ่งทะยานไม่หยุดยั้ง ครู่เดียวก็หายลับไปในดงไม้ เสมือนกวางป่าที่กลับคืนสู่ถิ่นฐานหายตัวเข้าป่าไปอย่างไร้ร่องรอย
แรกเริ่มทั้งสองเป็ฝ่ายลงมือ่ชิงแต่ท้ายสุดแล้วต้องหนีหัวซุกหัวซุน
แค่เริ่มต้นก็มีสองยอดยุทธ์ถอนตัวจากไปอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจการแย่งชิงศัสตราเทพครานี้คงสะท้านฟ้าดินเป็แน่แท้ผู้ที่วรยุทธ์ต้อยต่ำหากสำนึกตนได้ก็คงถอนตัวไปเองแต่หากไม่สำนึกตนก็คงต้องเสี่ยงชีวิตต่อไป
ยอดยุทธ์สะท้านฟ้าที่แท้จริงจะทยอยมาการ่ชิงศัสตราเทพในวันพรุ่งนี้คงดุเดือดเืพล่าน
วันพรุ่งนี้จะมียอดยุทธ์อีกกี่คนปรากฏตัว
ผู้ที่มาย่อมมีเป้าหมาย
ผู้ที่มีเป้าหมายเดียวกันย่อมห้ำหั่นกัน
ยุทธภพคงนองเือีกครา