หลังจากกินอาหารเที่ยงเสร็จท่านพ่อได้ปรึกษาท่านผู้อาวโสเกี่ยวกับเื่ผลไม้ปราณที่ท่านนำไปเปิดตัวในวันครบรอบสามเดือนของนายน้อยไป๋ ทำให้ตอนนี้มีผู้คนมากมายให้ความสนใจตระกูลจางและมีผู้คนไม่น้อยที่หวังใช้อำนาจในการข่มขู่เพื่อให้ได้มาซึ่งข่าวสารเกี่ยวกับผลไม้ปราณเื่นี้มีวิธีแก้ปัญหาได้โดยการที่ทางตระกูลจางจะส่งผลไม้ปราณให้กับหอประมูลจันทร์ประกายแสงเพื่อนำไปประมูลที่สาขาต่างๆโดยที่ทางหอประมูลจันทร์ประกายแสงจะหักค่าธรรมเนียมสองส่วนจากรายได้ทั้งหมดจากการตกลงผลประโยชน์ในครั้งนี้ทำให้ตระกูลจางเป็แขกระดับป้ายทองซึ่งระดับของสมาชิกในหอประมูลมีทั้งหมดสี่ระดับได้แก่ ป้ายไม้สมาชิกที่เป็บุคคลที่มีเงินหนาแต่ไม่มีอำนาจเช่นกลุ่มพ่อค้า ป้ายทองแดงเป็บุคคลที่มีทั้งเงินและอำนาจเช่นเหล่าขุนนางระดับล่างถึงระดับกลางป้ายเงินเป็บุคคลที่มีเงินและอำนาจระดับสูงเช่นเหล่าขุนนางระดับสูงและเหล่าเชื้อพระวงศ์ป้ายทองเป็บุคคลระดับสูงของหอประมูลจันทร์ประกายแสงซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมดเจ็ดคน
เมื่อรวมกับป้ายทองของตระกูลจางเมื่อตกลงเสร็จสิ้นลู่ซิ่นกับเจียวซิ่นจึงเดินทางกลับบ้านตระกูลจางเมื่อมาถึงจึงแจ้งให้ทุกคนในบ้านเตรียมความพร้อมในการรับสำหรับวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็วันที่ลู่ซิ่นจะต้องบอกคนอื่นเกี่ยวกับผลไม้ปราณเช้าอันแสนวุ่นวายได้เริ่มต้นขึ้นวันนี้เจียวซิ่นได้ตื่นขึ้นมาทำกิจส่วนตัวเสร็จเร็วกว่าปกติเพราะวันนี้เป็วันที่ท่านพ่อของนางต้องออกไปกล่าวเกี่ยวกับการตกลงธุรกิจระหว่างตระกูลจางและตระกูลอิ่นซึ่งเท่ากับตอนนี้ตระกูลจางได้รับการคุ้มครองจากตระกูลอิ่นทำให้ผู้ที่หวังใช้อำนาจข่มขู่ตระกูลจางต้องกลับไปคิดใหม่ เพราะตระกูลอิ่นเป็ตระกูลวาณิชย์เก่าแก่ที่มีมาอย่างยาวนานและได้รับพระราชทานสมรสจากอดีตฮ่องเต้กับองค์หญิงสี่ซึ่งเป็พระขนิษฐาคนละแม่กับฮ่องเต้ที่ได้รับการเลี้ยงดูพร้อมกับองค์ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทำให้ทรงสนิทชิดเชื้อและรักใคร่กันยิ่งแต่น่าเศร้าใจเพราะองค์หญิงอายุสั้นตหลังจากคลอดบุตรชายได้เจ็ดวันซึ่งบุตรชาบขององค์หญิงสี่คืออิ่นเหวินหลงนั่นเองหลังจากที่องค์หญิงสิ้นพระชนม์ผู้าุโอิ่นก็ไม่ได้รับหญิงใดเข้าจวนอีกเลย หน้าบ้านตระกูลจางตอนนี้มีผู้คนมากมายมาจับจองพื้นที่เพื่อรอรับฟังข่าวเกี่ยวกับผลไม้ปราณรอไม่นานนายท่านตระกูลจางและครอบครัวก็เดินออกมาลู่ซิ่นได้เดินขึ้นเวทีด้วยท่าทางที่เปี่ยมด้วยราศีและที่แววตามีแต่ความสงบและไม่มีความกังวนใดๆในดวงตาเลย
" เรียนทุกท่าน ณที่นี้ว่าข้าได้ทำการตกลงกับท่านผู้าุโอิ่นเกี่ยวกับการส่งผลไม้ปราณเข้าประมูลที่หอประมูลจันทร์ประกายแสงทุกสามเดือนดังนั้นข้าจึง้าประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่าตอนนี้ตระกูลจางได้จับมือทำธุรกิจผลไม้ปราณร่วมกันหากท่านใดที่้าทราบรายละเอียดที่มากกว่าที่ข้าได้กล่าวสามารถไปสอบถามกับท่านผู้าุโอิ่นและนายน้อยอิ่นเหวินหลงได้"เมื่อพูดจบลู่ซิ่นก็ยืนยิ้มอย่างสงบบนเวที
"นายท่านจางไม่ทราบว่าท่านพอจะบอกพวกเราได้หรือไม่ว่าครั้งที่แล้วท่านไปนำผลน้ำนมปราณมาจากที่ใด"ขุนนางท้องถิ่นคนหนึ่งกล่าวถามด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆด้วยกลัวอำนาจในตระกูลอิ่นแต่ความอยากรู้อยากเห็นนั้นมีมากกว่าความกลัวจึงได้กล้าที่ถามลู่ซิ่นออกไปทางด้านลู่ซิ่นเพียงยิ้มอย่างสุภาพและตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ไม่ไกลเท่าใดนักข้าเพียงพบว่าต้นของมันนั้นอยู่ที่ชั้นในของป่าสี่ฤดูเท่านั้นเองแต่น่าเสียดายตอนที่ข้าพบต้นผลน้ำนมปราณมีเพียงผลเดียวเท่านั้น ข้าจึงนำไปให้นายน้อยไป๋ในวันครบรอบร้อยวันเพื่ออวยพรให้นายน้อยเจริญเติบโตด้วยสุขภาพที่แข็งแรงข้าหวังว่าทุกคนในที่นี้จะเข้าใจที่ข้ากล่าวสำหรับวันนี้ข้าขอขอบคุณทุกคนที่มีความสนใจและขอตัวขอรับ" เมื่อกล่าวจบลู่ซิ่นจึงเดินลงจากเวทีแล้วเดินมาประคองนางจางเข้าไปพักผ่อนในห้องโถงแล้วจึงได้พบนายอำเภอไป๋ที่นั่งอยู่ในห้องโถง
"คาราวะท่านนายอำเภอขอรับ/เ้าคะ"ทุกคนกล่าวทำความเคารพท่านนายอำเภอไป๋"
ตามสบายเถอะที่ข้ามาวันนี้เพียงอยากมาขอบใจบ้านจางที่ได้มอบผลน้ำนมปราณให้แก่บุตรชายของข้าเมื่อวันก่อนหมอที่มาตรวจสุขภาพให้แก่อาฉางน้อยของข้าได้กล่าวว่าเป็เพราะเค้าได้กินผลน้ำนมปราณทำให้เส้นปราณมีความยืดหยุดและสะอาดมากกว่า
คนอื่นและจุดตันเถียนได้มีการขยายความกว้างขึ้น เื่ทั้งหมดข้าต้องขอบคุณพวกเ้าจริงๆ" นายอำเภอกล่าวขอบคุณด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มดวงตามีความเบิกบานเนื่องจากเขาเป็คนที่มีบุตรยากหลังจากพยายามมาหลายปีจึงมามีบุตรคนแรกในตอนที่อายุสามสิบกว่าปีแล้วเื่นี้ทำให้เขาและฮูหยินดีใจเป็อยากมากที่ได้มีบุตรสมใจเสียที
"ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกขอรับพวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณท่านที่ซื้อผักของเราตัวข้าและครอบครัวมาอาศัยที่อำเภอแห่งนี้ได้ไม่นานจึงไม่มีมิตรท่านและตระกูลจูจึงเปรียบเสมือนมิตรคนแรกของตระกูลจางเราเื่ผลน้ำนมปราณจึงเป็ของดีที่เราอยากมอบเพื่อขอบคุณในความเป็มิตรของท่าน"ลู่ซิ่นเอ่ยอธิบายแก่นายอำเภอไป๋ด้วยใบหน้ายิ้มทั้งดวงตา