พลิกฟ้า ย่ำปฐพี

    บทที่ 16 ศัตรู

    เว่ยเมิ่งเพลิดเพลินกับอาหาร ชายหนุ่มกินไปตัดชิ้นเนื้อกับเฟรนช์ฟรายส์อย่างมีความสุข “ขอโทษนะคะ คุณมาจาก......อีกโลกหนึ่งเหมือนกับพวกเราใช่หรือเปล่าคะ?” อยู่ๆหญิงสาวที่แต่งตัวโดดเด่น ก็หันมาถามเว่ยเมิ่งอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุยคำถามแบบนี้หากอีกฝ่ายไม่ได้มาจากต่างโลกเหมือนกัน คงไม่แคล้วถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ หรือไม่ก็ถอยออกมาเดินห่างๆ ถังหลิงอวี้ ในโลกก่อนเธอคือดีไซเนอร์ระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น เธอตายด้วยอุบัติเหตุ‘รถบรรทุก’ แล้วมาเกิดใหม่ในร่างของถังหลิงอวี้ลูกสาวคนเดียว ของแม่ทัพถังอวี้ แม้เธอจะเป็นที่ค่อนข้างมีความมั่นใจสูงแต่ให้มาถามคำถามแปลกๆกับบุรุษที่พึ่งเคยเจอก็รู้สึกเขินๆเหมือนกันแม้แต่หวังซูหยูศัลยแพทย์สาวผู้ตายจากการทำงานหนัก ก็หันมามองถังหลิงอวี้ด้วยสายตาแปลกๆ เชฟสาวผมสีชมพูที่กำลังถือซุบกับสตูว์มาวางบนโต๊ะก็มีสีหน้าแปลกๆ ‘มีใครที่ไหนเขาถามกันโต้งๆแบบนี้บ้างเหล่า?’ สหายทั้งสองคิดในใจ ในโลกนี้ถึงแม้จะไม่ใช่ยุคสมัยอดีตในโลกของพวกนาง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีชาวต่างชาติเลย หากไปที่แคว้นต้วนที่อยู่ติดทะเลก็ใช่ว่าจะขาดแขลนชาวต่างชาติหัวแดงๆหัวทองๆ คนในแผ่นดินนี่ก็ใช่จะไม่มีคนรู้ภาษาต่างถิ่นถังหลิงอวี้ที่รับรู้สายตาแปลกมองมาพลันหน้าแดงเล็กน้อย แต่ก็กัดฟันจ้องเขม็งรอคำตอบจากชายหนุ่มหงำ หงำ ชายหนุ่มซุปหัวหอมเข้าปาก มองหน้าถังหลงอวี้“เปล่าหรอกขอรับ ข้าพเจ้าไม่ได้มาจากต่างโลกแบบพวกท่าน”เพล้ง ถังหลิงอวี้ยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความเขิน“แต่ข้าพเจ้ามีคนรู้จักที่เป็นแบบพวกท่านน่ะ อืม..แต่ต่างนางบอกว่านางมาเกิดใหม่นะ” เว่ยเมิ่งตักอาหารเข้าปากอีกคำ“เอ๋!? งั้นที่ข้าถามก็ไม่เสียเปล่าสินะ? นี่ๆท่านพอจะแนะนำให้พวกข้ารู้จักกับสหายของท่านได้หรือเปล่า? เขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายหรือ? ทำอาชีพอะไร..........” ถังหลิงอวี้ตาสว่างวาบ ยิงคำถามรัวเป็นชุด จนหวังซูหยูต้องเอามือมาปิดปากลากไปสงบสติอารมณ์ หันมาขอทาเว่ยเมิ่ง“ขอโทษทีนะคะ ช่วงนี่ยัยนี่มีเรื่องเครียดๆก็เลยสติหลุดไปบ้าง ยังไงก็ตามถ้าคุณ..เอ่อ หลังทานอาหารเสร็จ ถ้าท่านไม่มีธุระอะไร ยังไงก็ขอเชิญอยู่สนทนากันได้มั่ยคะ?”เว่ยเมิ่งให้กับหญิงงามที่ผิวขาวซีด ก่อนหันมาทานอาหารเลิศรสอย่างมีความสุข
    “งั้นท่านก็...พอที่จะมีความรู้เรื่องราวทางฝั่งนู้นมาบ้าง?” หวังซูหยูถามชายหนุ่ม“ครับ อืม..ใช่คำนี่หรือเปล่าที่คนทางฝั่งพวกท่านใช่ลงท้ายกัน อืม...คนรู้จักของข้าเหล่าเรื่องต่างให้ฟังมากมายเลยละ วัฒนธรรมที่ต่างกันเอ่ย เทคโนโลยีที่ล้ำหน้ายุคของพวกข้าไปไกลเอ่ย” เว่ยหมิ่งจำได้แล้วว่าร้านเช่นนี้ในโลกของพี่สาวเรียกว่าอะไร ‘ร้านอาหารกึ่งบาร์สินะ ส่วนที่ข้านั่งอยู่รู้สึกว่าจะเรียกที่นั่งตรงเคาเตอร์’ ทั้งสามนั่งเรียงกันตรงเคาเตอร์โดยมีหวังซูหยูคั่นกลาง เชฟสาวที่เปลี่ยนมาเป็นบาร์เทนเดอร์ กำลังเขย่าเหล้าให้พวกเขาทั้งสาม“sidecar” บาร์เทนเดอร์สาวยื่นเครื่องดื่มให้ทั้งสาม“พวกท่านคงลำบากมากทีเดียว ในการปรับตัวจากที่ๆพวกท่านจากมา” เว่ยเมิ่งชื่นชม“แรกๆก็ลำบากเอาการอยู่นั้นแหละคะ” หวังซูหยูตอบยิ้มๆ“บื่อ~ พวกเจ้าเนี่ยเอาแต่คุยอะไรกันก็ไม่รู้ นี่ๆคุณชายเว่ยเมิ่งสหายที่ท่านเนี่ยอยู่ที่ไหนกันเหรอ? ท่านเชิญเขามาหาพวกข้าได้มั้ย? เพื่อสหายท่านจะช่วยอะไรข้าได้บ้า-”“ถังหลิงอวี้! อย่าเสียมารยาท! ต้องขอโทษคุณชายเว่ยด้วยจริงๆ นางค่อนข้างมีปัญหาเรื่องมารยาทนะ” หวังซูหยูส่ายหัวให้กับพฤติกรรมขวานผ่าซากของสหายพวกเธอทั้งสามคนพึ่งจะรู้จักคุณชายตรงหน้าได้ไม่ถึงวัน แล้วจะให้มาเปิดเผยคุยเรื่องทุกอย่างกันอย่างจริงใจมันก็เกินไปหน่อย เว่ยเมิ่งเองก็เช่นกัน เขาไม่บอกแซ่ของตนให้พวกนางรู้ แต่อันที่จริงเขาไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนแบบพวกนางเลย ‘ขืนข้าบอกพวกนางเรื่องพี่สาวข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน แล้วพี่สาวมารู้ทีหลังละก็มีหวังโดนบ่นหูชาแหงๆ’“ฮาๆ พวกท่านไม่ต้องกังวนไปข้าต้องไปบอกเขาแน่ๆว่าเจอสหายจากต่างโลกเช่นเดียวกับเขาที่นี่ และข้าคิดว่าเขาต้องมาที่นี่แน่ๆ” เว่นเมิ่งยิ้มให้กับพวกนาง“ต้องขอบคุณชายเว่ยจริงๆคะ” หวังซูหยูยิ้มให้
    เว่ยเมิ่งคุยเรื่องราวต่างๆอีกเล็กน้อยกลับพวกนาง ก่อนจะขอตัวจากไป ชายหนุ่มเดินตามหาที่พักดีๆอยู่ซักพักก็เจอตามที่ต้องการ ชายหนุ่มอาบน้ำ เตรียมตัวจะเข้านอน‘พรุ่งนี้ค่อยไปคารวะบิดา และแวะไปซื้อผ้าไหมแล้วกลับหมู่บ้านเลยดีกว่า’สติของชายหนุ่มค่อยๆเรือนหายไป เข้าสู่ห่วงลึกแห่งความฝัน ชายหนุ่มลึมตาขึ้นอีกครั้งในอดีตความว่างเปล่า ใช่แล้วอดีตความเปล่า.......“เจ้ามาแล้ว?” ตงฟางเสวี่ยฟางนอนกินป๊อบคอร์นดูหนัง ทักถามชายหนุ่มถอนหายใจ เมื่อสองปีก่อนหลังจบศึกกับปรมาจารย์รุ่นที่สาม อยู่ๆความฝันของเขากับพี่สาวก็มาปรากฏตัวในความฝันของเขาเฉยเลย ที่นี่กลายเป็นความฝันของเขากับพี่สาวไปแล้ว เท่านั้นยังไม่พอ ดูเหมือนว่านางจะเข้าใจวิธีใช้งานเจ้าความฝันนี่ได้ดีกว่าเขาเสียอีก นางบอกว่าความฝันนี่สามารถจำลองสิ่งที่อยู่ในความทรงจำขึ้นมาได้นางทดลองด้วยการจินตนาการถึงสิ่งต่างๆที่อยู่ในโลกของนาง ทีวีเอ่ย หนังต่างๆเอ่ย จนตอนนี้ความว่างเปล่าสุดลึกลับกลายเป็นห้องโมเดิร์นทันสมัยไปโดยปริยาย“น้ำอัดลม” นางพูดกับความว่างเปล่าพลางดูหนังไปด้วย นางยืนมือไปในความว่างเปล่า แก้วน้ำอัดค่อยๆปรากฏในมือนาง เว่ยเมิ่งมองภาพตรงหน้าแล้วก็ไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะดี นี่ตกลงเจ้าเป็นความฝันของใครกันแน่? ตอนข้าเข้ามาที่เจ้าลากคนตายมาไล่สังหารข้า แต่พอพี่สาวข้าเข้ามาเจ้าดันกลายเป็นข้าใช้ปรนนิบัติไม่ขาดตกบกพร่องเนี่ยนะ..............ชายหนุ่มสายหัว ก่อนหันไปพูดกับพี่สาว“พี่สาวข้าเจอคนที่มาจากต่างโลกเหมือนท่านด้วยละ”“ห่ะ?”ตงฟางเสวี่ยฟางละสายตาจากหนัง หันมามองน้องชายของตน เว่ยเมิ่งเล่าเรื่องที่พบเจอ สามสาวตั้งแต่ต้น พร้อมกับพี่สาวของตน“ท่านจะไปพบพวกนางหรือเปล่า?”“อืม?” ตงฟางเสวี่ยฟางจับคางครุ่นคิด“อ่อใช่แล้วพี่สาว วันพรุ่งนี้ข้าจะไปคารวะท่านพ่อ ท่านจะฝากคำทักทายไปด้วยหรือไม่?” เขาเคยได้ยินว่าพี่สาวเคยอยู่กับบิดาพักหนึ่งก่อนบิดาจะจากไปที่แคว้นชิง“พรุ่งนี้ข้าจะฝากคำไปทางเทาเทาแล้วกัน” พี่สาวเอ่ยตัดบท สองพี่น้องนั่งดูหนังในความว่างเปล่า ท่ามกลางแสงไฟดิสโก้ที่อยู่ๆก็โผล่มา........“......................”“อ่ะ!? ข้าลืมเอาออกนะ”พี่สาว ท่านอย่าเอาของแปลกๆมาใส่ในความฝันข้าสิ..............
    “สกุลหวังมาถึงแล้ว!”“สกุลหานมาถึงแล้ว”“สกุล...........”เสียงขานเรียกถึงตระกูลที่มาเข้าร่วมงานหมั่นแห่งตระกูลตงฟางดั่งสนั่น นี่นับงานใหญึครั้งหนึ่งเลยทีเดียว บุตรชายคนโตแห่งตระกูลตงฟาง ตงฟางจวินอิ๋งและองค์หญิงใหญ่ชิงอวี้ ผู้คนต่างคาดเดาถึงความรุ่งโรจน์ที่ตระกูลตงฟางจะได้มาในอนาคตไปต่างๆนาๆแขกชั้นผู้ใหญ่จากตระกูลต่างๆ ไปทักทายและแสดงความยินดีกับตงฟางหรง ทว่าตงฟางหรงในวันนี้กลับแสดงสีหน้าไม่ค่อยมีความสุขนักแม้จะยิ้มทักทายคนอื่นอยู่บ้างแต่ก็ชวนให้ผู้อื่นอึดอัดเล็กน้อย ทำให้ฮูหยินใหญ่ต้องออกมารับหน้าแขกเหรื่อต่างๆเอง“ท่านพี่เป็นอะไรไปหรือเจ้า?” ฮูหยินใหญ่มารดาของตงฟางจวินอิ๋งถามด้วยความเป็นห่วงตงฟางหรงยิ้มส่ายหัว “ข้าไม่เป็นไรเจ้าไปดูจวินอิ๋งเถอะ”ฮูหยินใหญ่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก นางเดินไปหาบุตรชายและว่าที่ลูกสะใภ้ของนางด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“ให้ตายเถอะ นี่มันวันหมั่นหมายของลูกชายเจ้ากับลูกสาวข้านะ ทำหน้าให้มันดีๆกว่านี้หน่อยสิ” ฮ่องเต้เดินมาตบบ่ามันเบาๆตงฟางหรงฝืนยิ้ม นามของเว่ยเมิ่งยังคงวนเวี่ยนอยู่ในหัวของมัน ลูกชายคนแรก ลูกชายที่มันทิ้งไว้ข้างหลังเพื่อที่จะทำตามความฝัน...........ฮ่องเต้เห็นแม่ทัพใหญ่ของตนเป็นเช่นนี้ก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย“หากเจ้ายังนึกถึงเรื่องเจ้าหนุ่มนั้นละก็ ลองเดินไปดูหน้าประตูบ้านเจ้าสิ ไม่แน่เจ้าอาจจะอะไรดีก็ได้”“ฝ่าบาทหมายความว่า?”“เห็นจี้หานมันบอกว่าเห็นเจ้าหนุ่มนั้นอยู่หน้าประตูใหญ่บ้านเจ้านะสิ”ตงฟางหรงมีสีหน้าหนักใจ แต่ทันใดนั้นมันก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไปพบลูกชายของตนให้ได้ ทันใดนั้นเองเสียงตะโกนเรียกชื่อก็ดังขึ้น“สถานศึกษามาถึงแล้ว!!!” ฮ่องเต้และตงฟางหรงสีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง ศัตรูของพวกเขามาถึงแล้ว........
    เนื้อเรื่องเอื่อยเฉื่อยนิดๆนะครับ