ร่างโปร่งกลับมาถึงถังเหมินด้วยสภาพที่อ่อนล้าเล็กน้อยเพราะได้อาณาเขตฟื้นฟูนั้นช่วยเอาไว้ร่างกายจึงถูกรักษาไปบางส่วนฉางลี่อินหยุดอยู่หน้าพรรคเพราะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในตอนนั้นเองที่แมวน้อยสีส้มก็ะโมาตรงหน้าพร้อมทั้งคาบดอกไม้สีแดงมาด้วยมันวางดอกไม้ไว้บนพื้นก่อนจะส่งเสียงร้องเหมียวๆเช่นทุกครั้งจากนั้นก็คาบดอกไม้มาใกล้ๆฉางลี่อิน
“กลับมาแล้ว” เขาย่อตัวลง อุ้มแมวน้อยที่เขาตั้งชื่อว่าชิงเค่อขึ้นมาก่อนจะอุ้มเอาไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งมือเรียวรับดอกไม้ที่ชิงเค่อคาบมาก่อนจะเกลี่ยขนที่ไม่เป็ระเบียบให้เรียบร้อยหน่วยลับที่ซุ่มตัวอยู่ก็มองหน้ากันฝีมือของรองประมุขแห่งถังเหมินนั้นนับว่าไม่ธรรมดา เรียกได้ว่าเป็อัจฉริยะหาตัวจับยากเสียด้วยซ้ำแต่กลับไม่รู้สึกถึงความผิดปกติของแมวน้อยที่ตัวเองกำลังอุ้มอยู่ว่าหาใช่เพียงแค่แมวธรรมดา
“ข้าต้องแวะไปหาเฟยหลิง เ้าหลบอยู่ตรงนี้ก่อน”ฉางลี่อินเอาแมวน้อยใส่ไว้ในกระเป๋าที่ห้อยเอาไว้ที่เอวสวี่ชิงเค่อก็มุดตัวเข้าไปอยู่ในกระเป๋าแต่โดยดีจากนั้นก็ม้วนตัวนอนนิ่งอยู่ในนั้นไม่กระโตกกระตากแต่อย่างใดฉางลี่อินเมื่อเห็นว่าแมวน้อยจะไม่โผล่หน้าออกมาจากกระเป๋าเขาก็เดินเข้าไปด้านในสุดของถังเหมินที่มีเรือนของเยว่เฟยหลิงตั้งอยู่เยว่เฟยหลิงที่ััได้ว่าใครมาก็รีบโผล่หน้าออกมาในทันที
“พี่ลี่อิน” ด้วยความที่เป็หนุ่มน้อยวัยสิบสี่แล้วเยว่เฟยหลิงจึงไม่ได้ะโเข้ามาหาเหมือนที่เคยทำในเยาว์วัยกระนั้นก็เดินเข้ามากอดซึ่งฉางลี่อินก็ลูบผมประมุขน้อยเบาๆ
“ข้าได้ยินว่าท่านไปทะลวงค่ายกลมา”
“อืม นี่ของเ้า” ฉางลี่อินยื่นเข็มพิษลูกกลอนให้เยว่เฟยหลิงดวงตาสีเทากลมโตเบิกกว้างก่อนจะรีบรับมาอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ะโโลดเต้นพร้อมทั้งยื่นให้แม่นมดูเข็มพิษลูกกลอนเป็สิ่งที่เยว่เฟยหลิงอยากได้มานานแล้วพยายามเสาะหาเท่าไหร่ก็ยากที่จะได้มา
“ท่านให้ข้าจริงๆรึ!”
“อืม แต่ต้องเอาไปปรับก่อนถึงจะใช้ได้” เดิมทีฉางลี่อินจะเก็บเข็มพิษลูกกลอนไว้กับตัวเองอันหนึ่งแต่เมื่อคิดๆดูแล้วเขาเองก็ไม่ถนัดใช้สิ่งนี้ จึงมอบให้เยว่เฟยหลิงทั้งหมด
“ข้าจะใช้ให้ดี! ขอบคุณพี่ลี่อิน!” ประมุขน้อยกอดฉางลี่อินแน่นวันนี้เขาไม่มีธุระที่วังหลวงจึงกลับมาที่พรรคและเนื่องจากวันนี้เป็วันสำคัญของพี่ลี่อินที่จะเวียนมาทุกๆหนึ่งปีเขาจะไม่มาอยู่ฉลองกับพี่ลี่อินได้อย่างไร
แม้ว่าฉางลี่อินจะอยากพักแต่เนื่องด้วยวันนี้เยว่เฟยหลิงกลับมาเพื่อมาฉลองวันเกิดกับเขาฉางลี่อินจึงอยู่ทานข้าวด้วยกันกับประมุขน้อย คุยเื่ที่ทะลวงค่ายกลให้ฟังแต่เพราะตัวฉางลี่อินเองหมดสติไปก่อนหน้าที่จะทะลวงสำเร็จเขาจึงไม่รู้ว่าหีบสมบัติที่ได้มาได้มาอย่างไรและถึงแม้จะพอเดาได้แต่ฉางลี่อินเลือกที่จะไม่บอกเยว่เฟยหลิงเพราะมันไม่ใช่เื่สลักสำคัญเท่าไหร่นักก่อนจะกลับเยว่เฟยหลิงก็มาส่งฉางลี่อินที่หน้าเรือน
“ข้าไม่ชอบคนที่อยู่กับท่านเลย” ประมุขน้อยเอ่ยฉางลี่อินคิดว่าคนที่เยว่เฟยหลิงพูดถึงคงจะเป็เนี่ยฟง
“เ้าอยู่ห่างๆเขาดีแล้ว”
“แต่เขาอยู่ใกล้ๆท่านตลอดเลย” เยว่เฟยหลิงทำหน้ามุ่ยฉางลี่อินจึงยื่นมือมาขยี้ผมประมุขน้อย
“อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้เจอเขาทุกวัน” สำหรับฉางลี่อินแล้วไม่ได้เจอเนี่ยฟงไปสักเดือนสองเดือนก็มีความสุขมากแล้ว ไม่เจอกันเลยยิ่งดี
“ท่านต้องดูแลตัวเองให้มาก ข้าไม่ไว้ใจเขาเลย”
“อืม เ้าก็ด้วย อีกไม่นานก็ต้องขึ้นเป็ประมุขแล้วอย่าปล่อยให้ตัวเองไปเจออันตราย” เยว่เฟยหลิงพยักหน้ารับมองส่งฉางลี่อินออกไปจากเรือน แม่นมที่ยืนอยู่ข้างๆจึงเอ่ยขึ้น
“ท่านเนี่ยฟงเป็คนที่เ้าเล่ห์อยู่บ้างแต่เขาเป็ผู้ที่มากฝีมือ ย่อมต้องช่วยเหลือรองประมุขได้ดีแน่เ้าค่ะ” เยว่เฟยหลิงหันมามองแม่นมก่อนจะขมวดคิ้ว
“ข้าพูดถึงเ้าคนเ้าเล่ห์นั่นั้แ่เมื่อไหร่”คราวนี้เป็แม่นมที่ขมวดคิ้วเมื่อครู่ไม่ได้หมายถึงท่านเนี่ยฟงหรอกรึ
“ที่พูดถึงเมื่อครู่ไม่ใช่ท่านเนี่ยฟงหรือเ้าคะ”
“ถึงข้าจะไม่ชอบเ้านั่นแต่ข้าไม่เอ่ยถึงให้เปลืองแรงหรอกแล้วอีกอย่าง เทียบกับเนี่ยฟงแล้วเ้าผมแดงนั่นเกาะติดพี่ลี่อินยิ่งกว่าเสียอีก”ประมุขน้อยยืนเท้าเอวหน่วยลับของฉางลี่อินที่ซุ่มอยู่มองมาที่เยว่เฟยหลิงหรือว่าประมุขน้อยผู้นี้รู้ว่าเหนือหัวของพวกเขามายุ่งวุ่นวายกับรองประมุขของตัวเองรึ
“เ้าผมแดง?” แม่นมทวนคำข้างตัวรองประมุขมีคนแบบนั้นอยู่ด้วยรึ
“ทุกครั้งที่เจอพี่ลี่อินข้ามักจะััได้ถึงััอื่นที่ไม่ใช่ของเขาอะไรบางอย่างที่วนเวียนอยู่รอบๆตัวเขาข้าเพิ่งจะรู้เมื่อไม่นานนี่เองว่ามีเ้าผมแดงคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆแล้วัันั้นก็เหมือนกันเสียด้วย” เ้าผมแดงนั่นเป็ใครมาอยู่ข้างพี่ลี่อินได้อย่างไร ที่สำคัญยามที่พยายามสืบหาร่องรอยของเ้าผมแดงมันกลับหายไปในอากาศเสียอย่างนั้นเยว่เฟยหลิงจะจับััอีกฝ่ายได้ก็ต่อเมื่อเจอพี่ลี่อินเท่านั้น
ที่น่าห่วงคือเ้าผมแดงนั่นไม่ได้เพิ่งปรากฏตัวแต่อยู่กับพี่ลี่อินมาตั้งนานแล้ว โดยที่พี่ลี่อินก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
“มือสังหารภายนอกหรือเ้าคะ” แม่นมรู้สึกเป็ห่วงหากเป็มือสังหารภายนอกจริงแล้วเป็ใครที่ส่งมา
เยว่เฟยหลิงไม่ตอบ มองไปในความมืด แม้จะตามสืบหาร่องรอยไม่ได้แต่เยว่เฟยหลิงก็เป็ถึงว่าที่ประมุขเื่นี้มีหรือเขาจะเดาไม่ได้ ผมสีแดงแบบนั้นการเร้นััที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าพี่ลี่อิน ประสาทััที่เฉียบคมไหนจะการเคลื่อนไหวที่นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครรู้แม้แต่พี่ลี่อินที่อีกฝ่ายคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆยังไม่รู้ตัวและในตอนนี้ก็มีข่าวลือว่าประมุขพรรคมือสังหารผู้หนึ่งกำลังทำภารกิจลับบางอย่างจนไม่ปรากฏตัวเป็ระยะเวลานานแล้ว
และประมุขผู้นั้นยังมีเรือนผมสีแดงที่ราวกับเปลวเพลิงอีกด้วย
“เ้าแมวนั่น…..” เยว่เฟยหลิงพึมพำเ้าแมวตัวนั้นที่เขามักจะเจออยู่ทุกปีในวันนี้ และวันนี้ไม่ใช่ว่าเ้านั่นไม่มาพี่ลี่อินเหมือนจะพยายามซ่อนมันเอาไว้เพราะรู้ว่าเขาไม่ชอบเ้าแมวนั่น กระนั้นเขาก็ยังรู้อยู่ดีว่ามันซ่อนอยู่ในกระเป๋าด้านหลังที่เขาไม่ทักเพราะเห็นแก่พี่ลี่อินที่พยายามจะไม่ให้เขาเห็นแมวสีส้มนั่น
พี่ลี่อินจะไม่ใส่ใจก็ไม่เป็ไร เแต่เขาไม่ใส่ใจไม่ได้
“ช่างเถอะ ตราบเท่าที่เ้าแมวนั่นไม่สร้างปัญหาให้พี่ลี่อินข้าจะทำเป็มองไม่เห็นก็แล้วกัน”ประมุขน้อยเดินกลับเข้าไปในเรือน ตอนนี้พี่ลี่อินยังปกติดีและถ้าจะให้เทียบกับเนี่ยฟงเยว่เฟยหลิงยอมให้แมวสีส้มนั่นอยู่ข้างๆพี่ลี่อินยังดีกว่า
หน่วยลับเร้นกายหายจากไปบริเวณเรือนของเยว่เฟยหลิงประมุขน้อยผู้นี้รู้ตัวแล้วว่าแมวสีส้มนั่นคือเหนือหัวของพวกเขาพวกเขาจะต้องเตือนเื่นี้ให้เหนือหัวทราบเพื่อที่เขาจะได้ระวังตัวมากกว่านี้
และในเมื่อประมุขน้อยยังรู้เป็ไปได้จริงๆหรือว่ารองประมุขอย่างฉางลี่อินจะไม่รู้ตัว
หน่วยลับยังคงเฝ้าจับตามองฉางลี่อินแต่ไม่มีอะไรผิดปกติรองประมุขหนุ่มไม่ได้มีท่าทีอะไรแปลกไปจากวันแรกที่เห็นแมวน้อยสีส้มจะมีก็แต่เอ็นดูมากขึ้นนิดหน่อยเพราะแมวน้อยนั้นมาหาเขาทุกปีทั้งยังมอบปลอกคอสีแดงที่ห้อยกระดิ่งทองคำให้ด้วย นอกจากนั้นยังไม่ได้มีท่าทีที่เคอะเขินอะไรหากรู้ว่าแมวน้อยนั้นคือคนที่ตัวเองมีสัมพันธ์ด้วยย่อมต้องมีปฏิกิริยาอะไรบ้างแต่ฉางลี่อินก็ยังปฏิบัติกับแมวน้อยเหมือนที่ผ่านมา หรือว่าเขาจะไม่รู้จริงๆ
“อยู่ตรงนี้” เมื่อมาถึงเรือนฉางลี่อินก็เอาแมวน้อยออกมาจากกระเป๋าวางของกินเอาไว้ในชามใบเล็กที่แมวน้อยเคยใช้เพราะเมื่อครู่เขาต้องทานข้าวอยู่กับเยว่เฟยหลิงจึงให้แมวน้อยกินด้วยไม่ได้ก่อนจะเดินไปถอดอุปกรณ์ทั้งหลายออกจากตัว สวี่ชิงเค่อหมอบอยู่ข้างๆชามของกินเหนื่อยถึงขนาดนั้นยังอดทนอยู่กินข้าวกับเยว่เฟยหลิงได้ตั้งนานช่างเป็คนที่อ่อนโยนเสียจริง
ในระหว่างที่ฉางลี่อินกำลังจะถอดเสื้อผ้าเพื่อไปอาบน้ำสายตาของเขาก็มองไปเห็นหีบหลายใบที่วางอยู่บนระเบียงบ้านเขาจึงเดินไปดูด้วยความเคยชินเพราะมีของแบบนี้วางอยู่ตรงนี้ทุกปีฉางลี่อินจึงไม่ได้ตรวจตรารอบๆให้ดีเหมือนที่เคยทำภายในหีบพวกนั้นคือของที่เขาเคยเห็นในค่ายกล เขาขมวดคิ้วค่ายกลนั้นเขาไม่ได้ทะลวงด้วยตัวคนเดียวบางทีของพวกนี้คงเป็ส่วนของเขาที่ทะลวงค่ายกลไปจนถึงชั้นห้ากระมัง
ด้วยความที่เขาเหนื่อยแล้วจึงไม่ได้ขนหีบพวกนั้นเข้ามาไว้ในเรือนอย่างไรเสียที่นี่ก็คือเขตเรือนของรองประมุขแห่งถังเหมินจะมีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาขโมยของของรองประมุขกันพรุ่งนี้ค่อยตรวจสอบแล้วเอาไปไว้ในคลังอีกที
“เหมียวๆ” ฉางลี่อินหันไปตามเสียงร้องก่อนจะพบว่าแมวน้อยสีส้มกำลังปีนป่ายอยู่บนอ่างน้ำเขาเพียงแค่ปล่อยเอาไว้แบบนั้นแล้วถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกปลดเชือกถักที่รวบผมหางม้าให้ทิ้งตัวลงคลอเคลียกับแผ่นหลังก้าวลงไปในอ่างน้ำอุ่นแล้วเอนตัวอิงกับขอบอ่าง รอยแดงเป็จ้ำอยู่บนตัวหลายจุดฉางลี่อินปัดผมตัวเองมาปิดรอยที่อยู่เหนือชุดเอาไว้ตอนที่นั่งกินข้าวอยู่กับเยว่เฟยหลิงประมุขน้อยจึงไม่ได้เห็นร่องรอยพวกนี้ฉางลี่อินยังไม่ได้เตรียมตัวที่จะอธิบายเื่นี้ให้เยว่เฟยหลิงฟังเด็กคนนั้นคงจะโกรธเป็ฟืนเป็ไฟเป็แน่ถ้ารู้เื่นี้
สวี่ชิงเค่อมองร่างที่เปลือยเปล่าที่มีไอของน้ำอุ่นกระจายอยู่รอบๆเขารู้สึกเป็ห่วงเพราะฉางลี่อินเหนื่อยมากแล้วกลัวว่าจะเผลอฟุบหลับไประหว่างที่อาบน้ำอยู่จึงเดินตามเข้ามาด้วยแมวน้อยเดินอยู่ตามขอบอ่างก่อนจะซุกตัวอยู่ที่หลังคอของฉางลี่อินมือเรียวจึงคีบตัวแมวน้อยลงไปอยู่ที่พื้นดีๆเพราะจะตกน้ำเอา
“เดี๋ยวขนก็เปียกหรอก” ฉางลี่อินหันหน้ามาทางขอบอ่างก่อนจะใช้แขนข้างหนึ่งหนุนศีรษะตัวเองส่วนอีกข้างยื่นมาเล่นกับแมวน้อยที่กำลังเอาอุ้งเท้าเล็กๆไล่ตะปมมือเขาตอนนี้สวี่ชิงเค่อกำลังเร่งให้ฉางลี่อินรีบอาบน้ำจะได้เข้านอนจึงงับมือเขาแล้วออกแรงดึงเป็เชิงว่าให้รีบได้แล้ว ฉางลี่อินยิ้มมุมปากบางๆ
“นานแล้วเหมือนกันที่ข้าไม่ได้รู้สึกเหนื่อยถึงขนาดนี้”ร่างโปร่งพึมพำ เขาค่อยๆหลับตาลงสวี่ชิงเค่อเห็นท่าไม่ดีจึงคืนร่างเดิมแล้วรีบคว้าตัวฉางลี่อินเอาไว้ไม่ให้ลื่นไถลจมน้ำไปมือหนาตบเบาๆที่ข้างแก้มแต่ปรากฏว่าฉางลี่อินหมดสติไปแล้ว
“ลี่อิน” ร่างสูงเอ่ยเรียกแต่ไร้ปฏิกิริยาตอบกลับเขาพยุงร่างคนที่หมดสติเอาไว้ เป็อย่างที่สวี่ชิงเค่อกลัวในที่สุดฉางลี่อินก็ฟุบหลับในระหว่างที่อาบน้ำจนได้
เมื่อเรียกอย่างไรฉางลี่อินก็ไม่ตื่นสวี่ชิงเค่อจึงอาบน้ำสระผมให้เสียเลยจากนั้นก็อุ้มจากอ่างน้ำมาเช็ดตัวพร้อมสวมเสื้อผ้าให้ พาคนหลับมานอนที่เตียงจากนั้นก็นั่งเท้าคางมองคนหลับ
โหมงานหนักมานับเดือน ซ้ำยังต้องไปทะลวงค่ายกลทั้งๆที่ไม่เคยทำแล้วยังต้องมารับมือกับอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้จะหลับไปทั้งๆแบบนั้นก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร
“ลำบากเ้าแล้ว ลี่อิน” มือหนาไล้หลังมือไปตามข้างแก้มคนหลับจ้องมองอย่างทะนุถนอม กระชับผ้าห่มคลุมตัวให้ก่อนจะโน้มหน้าลงไปหอมแก้มเนียนเบาๆ
“หลับฝันดี เด็กดีของข้า”
ฟุบ!
รองประมุขหนุ่มเด้งตัวขึ้นจากเตียงก่อนจะนวดหลังคอเบาๆเมื่อวานเขารู้สึกเหนื่อยมากจนจำอะไรไม่ค่อยจะได้ เขาขยับตัวไปมาเล็กน้อยจากนั้นก็ก้มลงมองตัวเองเพราะเขาไม่ได้สวมชุดนอนอย่างที่ควรจะเป็แต่เป็ชุดหนังสีน้ำเงินที่พร้อมทำภารกิจ หลังจากที่นั่งเรียบเรียงสติอยู่สักครู่เขาก็ได้ข้อสรุป
ไม่ใช่เขาที่เดินมานอนที่เตียงเองและไม่ใช่เขาที่สวมชุดนี้ด้วยตัวเอง
ฉางลี่อินถอนหายใจจากนั้นก็ลุกจากเตียงไปล้างหน้าล้างตาเพื่อเรียกสติให้แจ่มใสเมื่อเดินกลับมาก็พบว่าที่โต๊ะไม่ไกลจากเตียงมีอาหารเช้าถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วข้างๆถ้วยแกงมีสารฉบับหนึ่งวางอยู่พร้อมทั้งผลแอปเปิ้ลสีแดงและหน้ากากสีเงินใส่ทำภารกิจของเขาที่หายไปั้แ่เมื่อวานเขายืนมองอยู่แบบนั้นครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปนั่งพร้อมทั้งเกล้าผมให้เรียบร้อย
หน้ากากนี่มันคงไม่ได้เดินกลับมาเองกระมัง
แล้วก็คงไม่ใช่คนอื่นที่เอามันกลับมา
ฉางลี่อินยังไม่ได้เปิดอ่านสารที่วางเอาไว้เขาหยิบถ้วยที่ใส่ข้าวหุงใหม่ๆขึ้นมาก่อนจะเริ่มทานข้าวเช้าอย่างเงียบๆดื่มน้ำแกงที่ปรุงรสมาอย่างพอดี คีบปลาย่างโดยที่ไม่เปลี่ยนสีหน้า กับข้าวสามสี่อย่างบนโต๊ะถูกทำมาอย่างดีและเป็รสที่ฉางลี่อินชอบนั่งทานข้าวเช้าอยู่ไม่นานใครบางคนก็เปิดประตูเข้ามาในเรือนของเขา
“ลี่อิน”
“ไม่ว่าง”ร่างโปร่งตอบกลับแทบจะทันที เขายกถ้วยแกงขึ้นจรดปากเนี่ยฟงโบกสารภารกิจในมือให้ดู
“ทานข้าวเช้าเสร็จเ้าก็ว่างแล้ว”
“ไม่ว่าง”มือเรียวเคาะลงที่โต๊ะใกล้ๆกับสารที่วางอยู่หากลงตราประทับของถังเหมินแม้ไม่ต้องเปิดอ่านเขาก็รู้ว่ามันคือสารทำภารกิจฉางลี่อินค่อนข้างอารมณ์ดีเพราะวันนี้ไม่ต้องออกไปทำภารกิจกับเนี่ยฟงแม้ว่าใบหน้าที่แสดงออกจะเรียบเฉยอย่างเช่นทุกครั้งก็ตาม
แม้เมื่อวานสติเขาจะเลอะเลือนไปบ้างถึงขนาดจำไม่ได้ว่าตัวเองมานอนอยู่ที่เตียงได้อย่างไรกระนั้นวันนี้เขาก็เรียกสติตัวเองให้แจ่มใจและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับภารกิจวันนี้แล้ว
น่าดีใจจริงๆ
“หืมเ้ามีภารกิจแล้วหรอกรึ” เนี่ยฟงมองคนที่ยังนั่งซดน้ำแกงอย่างไม่รีบร้อนสังเกตบริเวณต้นคอที่เมื่อวานมีรอยแดงจ้ำๆปรากฏอยู่แต่วันนี้มันจางลงแล้วเมื่อมองไปยังสารที่วางอยู่ก็มีหน้ากากสีเงินที่ฉางลี่อินใส่ปกติวางอยู่ทั้งๆที่เมื่อวานตอนออกมาจากค่ายกลฉางลี่อินไม่ได้สวมมันออกมาด้วย
เพิ่งจะหาเจอ…..หรือเพิ่งจะมีคนเอามาคืน
“หน้ากากเ้าได้คืนแล้วรึ”
“มันก็ไม่ได้หายไปไหน”เอ่ยเสร็จก็คีบผักต้มเข้าปากปฏิกิริยาเฉื่อยชาไม่สมกับเป็รองประมุขในยามปกติ นานๆหนฉางลี่อินจะเป็แบบนี้และจะเป็แบบนี้ก็ต่อเมื่อมีเื่ที่เขาพอใจหรือว่าเจออะไรที่ถูกใจเข้า
ซึ่งเนี่ยฟงคงไม่รู้หรอกว่าสาเหตุที่ฉางลี่อินเป็แบบนั้นเพราะไม่ต้องออกไปทำภารกิจกับตัวเองในวันนี้
“ที่ข้าถามเมื่อวานเหมือนเ้าทำมันหาย”
“ข้าไม่ได้ตอบว่าทำหายหรือเปล่า”ร่างโปร่งแย้งกลับฉางลี่อินรู้สึกเจริญอาหารผิดปกติจึงเติมข้าวเพิ่มแล้วนั่งทานข้าวต่ออย่างไม่รีบร้อนแม้จะไม่รู้ว่าภารกิจที่วางอยู่บนโต๊ะต้องเริ่มตอนไหนก็ตามแล้วกับข้าวมื้อนี้ยังถูกปากฉางลี่อินเสียด้วย
เหนือหัวรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับรองประมุขของถังเหมินจริงๆเสียด้วย
หน่วยลับมองหน้ากันมองรองประมุขหนุ่มที่แม้จะไม่เปลี่ยนสีหน้ายามที่ทานข้าวแต่พวกเขาก็รู้ว่าฉางลี่อินชอบอาหารมื้อนี้ที่เหนือหัวของพวกเขาเป็คนทำ
ใครจะรู้ว่าเหนือหัวของพวกเขาก็ทำอาหารเป็แล้วยังทำออกมาอร่อยเสียด้วย
“เ้ากินอิ่มนอนหลับแบบนี้ภารกิจวันนี้คงไม่มีอะไรน่าห่วงกระมัง”
“คงอย่างนั้น”และแล้วมื้อเช้าของวันฉางลี่อินก็ฟาดเรียบไม่มีเหลือนานมากแล้วจริงๆที่ไม่ได้กินอะไรที่ถูกปากเช่นนี้ กับข้าวฝีมือแม่นมก็นับว่าอร่อยแต่เขาก็ชอบของวันนี้มากกว่า
“เช่นนั้นข้ายืมคนสนิทของเ้าไปแทนก็แล้วกัน”เมื่อเห็นว่าฉางลี่อินมีภารกิจอื่นแล้วเนี่ยฟงก็ไม่เซ้าซี้ต่อคนสนิทของฉางลี่อินมีแค่สามคน และเขาก็ไม่ค่อยชอบที่เนี่ยฟงพาคนของเขาไปตามใจชอบ
“ข้าจะพาพวกเขาไปด้วย”
“ข้าขอยืมแค่จื่อเถิงลั่วคนเดียว”เนี่ยฟงเอ่ย จื่อเถิงลั่วอายุน้อยกว่าฉางลี่อินสามปี เป็เด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักเชี่ยวชาญเื่กับดักและแกะรอย ที่สำคัญยังหูตาไวฉลาดเป็กรดเนี่ยฟงถูกใจเด็กคนนี้อยู่มากทีเดียวอยากจะดึงตัวมาเป็คนสนิทแต่ฉางลี่อินชี้หน้าเตือนเขาไปหนหนึ่งแล้วว่าจื่อเถิงลั่วต้องอยู่กับฉางลี่อินเท่านั้นซึ่งเด็กน้อยจื่อเถิงลั่วก็ติดฉางลี่อินพอๆกับเยว่เฟยหลิงและเชื่อฟังฉางลี่อินอย่างดีแล้วฉางลี่อินก็รักจื่อเถิงลั่วเหมือนน้องชายแท้ๆ
แล้วรองประมุขผู้นี้เป็ที่ชื่นชอบของคนอายุน้อยเสียด้วยจะเด็กเล็กเด็กโตล้วนติดฉางลี่อินแล้วเชื่อฟังเขายิ่งกว่าคนเป็พ่อเป็แม่เสียอีก
นั่นอาจเป็เพราะฉางลี่อินก็ไม่มีทั้งพ่อและแม่ั้แ่จำความได้ก็ล้วนเป็ประมุขที่เป็ผู้ชุบเลี้ยงมาไม่มีใครเคยเล่าหรือบอกอะไรเกี่ยวกับพ่อและแม่ของเขาให้ฟังทั้งเยว่เฟยหลิงและจื่อเถิงลั่วต่างก็สูญเสียพ่อแม่ไปเช่นกันแล้วตัวฉางลี่อินเองมักมีความอ่อนโยนที่คล้ายััของมารดาพวกเด็กๆในพรรคจึงค่อนข้างเชื่อฟังฉางลี่อินและมักติดตามรองประมุขไปเรียนรู้การทำภารกิจอยู่เสมอช่วยพัฒนาความสามารถของเด็กในพรรคได้อีกทางหนึ่ง
“ไม่ให้”
“แค่วันเดียวข้าจะดูแลจื่อเถิงลั่วอย่างดีไม่ให้เขาไปเสี่ยงอันตรายเลย” เนี่ยฟงรับปากแม้มันจะดีกับจื่อเถิงลั่วที่ได้ทำภารกิจบ่อยๆจะทำให้ฝีมือยิ่งดีขึ้นแต่ฉางลี่อินก็ไม่อยากให้เด็กน้อยไปทำภารกิจกับเนี่ยฟงอยู่ดี
“ทำไมต้องเป็เถิงลั่ว”
“เด็กคนนั้นหูตาไวแกะรอยเก่ง เื่กับดักก็เชี่ยวชาญถ้าจื่อเถิงลั่วไปช่วยงานภารกิจนี้คงแล้วเสร็จในสามชั่วยามแน่”
“เ้าก็เก่ง”
“แต่ทักษะของจื่อเถิงลั่วหากได้ใช้จริงบ่อยๆเด็กคนนั้นจะยิ่งเก่งมิใช่หรอกรึ”ฉางลี่อินก็รู้ถึงเื่นี้จื่อเถิงลั่วนั้นทุกครั้งที่ทำภารกิจทักษะจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจับตามองจนเกินไปฉางลี่อินจึงต้องคัดกรองภารกิจให้จื่อเถิงลั่วทำด้วยและแน่นอนว่าทุกภารกิจจะต้องเป็ฉางลี่อินเท่านั้นที่เป็คนอนุญาตให้ทำ และต้องไปทำกับเขา
“จริงๆนะข้าจะดูแลเขาอย่างดีไม่ให้เขาไปเสี่ยงอันตราย เ้าวางใจได้” เด็กคนนั้นมีความสามารถเนี่ยฟงก็ไม่อยากให้จื่อเถิงลั่วเป็อะไรไปโดยใช่เหตุเช่นกันจึงรับปากเป็มั่นเป็เหมาะอย่างดีฉางลี่อินจึงสั่งคนไปเรียกจื่อเถิงลั่วมาที่เรือนเพื่อสั่งทำภารกิจ
เด็กหนุ่มที่สูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบกว่าๆก้าวเข้ามาในเรือนหลังจากที่ฉางลี่อินสั่งคนไปเรียกตัวไม่นานดวงตากลมโตกว่าคนทั่วๆไป มีแก้มนิดหน่อยทำให้ดูน่าหยิกหยอกเล่น ริมฝีปากเล็กผิวขาว รูปร่างสมส่วนไม่เล็กไม่ใหญ่ จื่อเถิงลั่วยิ้มร่าเข้ามาทันทีพร้อมพุ่งตัวเข้ามาคลอเคลียรองประมุขหนุ่มที่อ้าแขนรับตามความเคยชิน
“พี่ลี่อิน”เรียกรองประมุขเสียงหวานพลางซุกหน้าออดอ้อนตามนิสัยฉางลี่อินคอยดูแลจื่อเถิงลั่วเหมือนครอบครัวแท้ๆแต่เพราะหน้าที่รองประมุขและต้องคอยดูแลเยว่เฟยหลิงทำให้จื่อเถิงลั่วไม่ค่อยได้อยู่กับฉางลี่อินแล้วยังไม่ค่อยได้ออกไปทำภารกิจด้วยกัน ยามที่ถูกเรียกตัวก็ดีใจจนต้องรีบวิ่งมาหา
“เ้าโตขึ้นอีกแล้ว”มือเรียวลูบผมเด็กน้อยเบาๆ ไม่เจอกันหลายเดือนโตขึ้นขนาดนี้เชียว
“พี่เรียกข้ารึ”ฉางลี่อินพยักหน้า เนี่ยฟงจึงเอ่ยแทรกขึ้นมา
“ข้ามายืมตัวเ้า”จื่อเถิงลั่วกะพริบตาปริบๆเมื่อเห็นว่ามีใครอยู่ด้วยเขาก็สำรวมกิริยาแล้วประสานมือคำนับเนี่ยฟง
“ท่านเนี่ยฟง”
“รองประมุขมีภารกิจอื่นที่ต้องไปทำวันนี้เ้าต้องไปกับข้าแทน” เนี่ยฟงไม่รอให้จื่อเถิงลั่วอยู่อ้อนฉางลี่อินต่อลากตัวเด็กน้อยติดมือไปด้วยเตรียมออกไปทำภารกิจ
“เนี่ยฟง”
“ข้ารู้แล้วข้ารับปากเ้าแล้วนี่ไง” เนี่ยฟงเอ่ยย้ำฉางลี่อินลุกขึ้นดึงมือจื่อเถิงลั่วเอาไว้ก่อนจะมอบอาวุธหลายอย่างให้จื่อเถิงลั่วพกไปด้วยเพราะจื่อเถิงลั่วไม่เชี่ยวชาญเื่การต่อสู้เท่าไหร่นักภารกิจส่วนใหญ่จะเป็การวางกับดักและการแกะรอยจะต้องมีคนคุ้มกันจื่อเถิงลั่วตลอดเวลาที่ทำภารกิจ ดังนั้นเมื่อฉางลี่อินไม่ได้ไปกับจื่อเถิงลั่วเขาจึงไม่วางใจเท่าไหร่นัก
“อาวุธพวกนี้ใช้ง่ายแค่ปาออกไปก็พอ”
“เ้าไม่ไว้ใจคนของข้าหรือยังไงจื่อเถิงลั่วใช่ว่าจะต่อสู้ไม่เป็เสียที่ไหน” เนี่ยฟงเท้าเอวถึงกับต้องให้อาวุธส่วนตัวไว้เลยรึ
“ข้าไม่ได้ไปด้วยวางใจไม่ได้”
“จื่อเถิงลั่วโตขนาดนี้แล้วยังจะไม่ยอมวางใจอีก” ฉางลี่อินเหลือบตามามองเนี่ยฟงคนที่เขาไม่วางใจย่อมไม่ใช่จื่อเถิงลั่วแต่เป็คนที่จื่อเถิงลั่วต้องไปทำภารกิจด้วยต่างหาก
“จะบอกว่าไม่วางใจข้าอย่างนั้นรึ”เนี่ยฟงคิ้วกระตุก สายตาแบบนั้นมันอะไรกัน
“ระวังตัวให้ดีเจอสถานการณ์จวนตัวก็ทิ้งเขาเสีย”
“เ้าอย่าพูดเป็ลางสิ”มาทิ้งอะไรกัน เห็นพวกเดียวกันเป็อะไรนี่
“ข้าจะพยายามขอรับ”พยายามอะไร พยายามทิ้งข้าไว้รึ!เนี่ยฟงหรี่ตามองคนทั้งคู่ที่กำลังวางแผนเอาตัวรอดกันอยู่หากมัวชักช้าจะไม่ทันทำภารกิจกันเสียหรอก
“เอาล่ะต้องออกเดินทางแล้ว ชักช้าจะไม่ทันการ” เลิกวางแผนทิ้งข้าได้แล้วพวกเ้าสองคน!
“ระวังตัวด้วย”
“ขอรับพี่ลี่อิน”เด็กหนุ่มรับคำก่อนจะเดินตามเนี่ยฟงที่มีคนติดตามไปด้วยสองคนรองประมุขหนุ่มหันมามองสารที่ยังวางอยู่เช่นเดิม
ถึงเวลาที่เขาต้องทำภารกิจแล้วเช่นกัน