ขณะนี้สีหน้าของเขาเริ่มปรากฏความผิดหวังและโล่งใจขึ้นมา
“เหตุผลที่เราพบกันในวันนี้สามารถกล่าวได้ว่าบังเอิญมากกว่า”
“ที่ข้าออกมาพบกับเ้า เพราะข้าััได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน”
ในระหว่างที่กล่าวออกมา จู่ ๆ น้ำเสียงของเขาก็เริ่มเย็นะเื “ไม่เช่นนั้นข้าจะฟันเ้าให้เดี้ยงด้วยกระบี่เดียว”
“มีคนไร้ยางอายมากมายนัก คนพวกนั้นต่างละโมบหวังจะได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน และจักรพรรดิผู้นี้ก็ไม่ลังเลที่จะสังหารพวกมัน!!”
เมื่อกล่าวจบ จักรพรรดิซวนหยวนก็มองไปยังหลินเฟิงด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย จากสีหน้าของเขาที่เปรียบดั่งูเาไท่ซานไม่เสื่อมคลาย บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็ประหลาดใจยิ่ง ราวกับได้ค้นพบบางอย่างในตัวของหลินเฟิง
และในเวลาต่อมา
“เ้าหนู เ้าอยากได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนหรือไม่?”
“อะไรนะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เป็เื่ปกติที่หลินเฟิงจะต้องใ บุคลิกของจักรพรรดิผู้นี้มันยังไงกันแน่ เมื่อครู่ยังปลดปล่อยจิตสังหารออกมา แต่จู่ ๆ กลับถามอย่างกับเป็ญาติว่า้ากระบี่เล่มนี้หรือเปล่า?
“เอ่อ...ถ้าให้พูดตรง ๆ ก็อยาก...”
หลินเฟิงหยุดพูดกะทันหันพร้อมกับลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “เดี๋ยวนะ ท่านบอกข้าเองว่าขึ้นอยู่กับความสามารถ อีกอย่างตอนนี้ข้ายังอยู่ในระดับแปดผันแปรอยู่...”
จักรพรรดิซวนหยวนรีบตัดบทด้วยน้ำเสียงมีโทสะ “จะเอาเช่นไรกันแน่ ถ้าจะเอาก็เอา พิรี้พิไรอยู่นั่น คิดว่าจะมีสิ่งใดในโลกที่ได้มาง่าย ๆ รึ?”
ตอนนี้หลินเฟิงถึงกับทำอะไรไม่ถูก เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมจู่ ๆ จักรพรรดิซวนหยวนถึงมาสนใจเขาอย่างกะทันหันแบบนี้?
หมายความว่ายังไงกันแน่?
แต่สิ่งที่จักรพรรดิซวนหยวนบอกก็นับว่ามีเหตุผล ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ
หลินเฟิงมีระบบคอยช่วยเหลืออยู่ แถมยังช่วยเหลือแบบไม่ต้องเสียอะไรเลยด้วย มันจึงทำให้เขาพัฒนาได้แบบก้าวะโ แต่ในใจลึก ๆ แล้วเขาคิดว่ามันไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่
ถ้าวันหนึ่งจู่ ๆ เขาไม่มีเ้าระบบนี่ เขาจะไม่กลายเป็คนที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเลยหรอกหรือ? แบบนั้นแล้วเขาจะเอาอะไรไปสู้กับคนอื่น?
พอคิดแบบนี้ขึ้นมามันก็ทำให้หลินเฟิงถึงกับเหงื่อตก ‘เอาล่ะ หนักแน่นเข้าไว้ ไม่ว่าจะมีระบบหรือไม่มี ข้าต้องเป็คนที่แข็งแกร่งเหนือผู้อื่นให้ได้’
ตอนนี้โอกาสที่จะได้รับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนมาอยู่ตรงหน้าแล้ว จะปล่อยไปง่าย ๆ ได้ยังไง?
คิดได้เช่นนั้น หลินเฟิงจึงตอบออกไปอย่างหนักแน่น “ข้า้ากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จักรพรรดิซวนหยวนจึงหัวเราะลั่น “ดี! เ้านับเป็บุรุษที่ใช้ได้!!”
เวลานี้ราวกับหินที่ทับอยู่กลางอกของจักรพรรดิซวนหยวนได้ถูกยกออก ทั่วทั้งร่างปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความองอาจออกมา
เขามองไปยังหลินเฟิง “ตามข้ามา”
กล่าวจบก็เดินตรงไปยังบันไดสีทอง
เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของอีกฝ่าย หลินเฟิงก็รู้สึกคร่ำครวญอยู่ในใจ เนื่องจากตนคิดว่าเวลานี้เหมือนกับตกหลุมพรางตาแก่เ้าเล่ห์
อย่างไรก็ตามเขาก็สลัดความคิดนี้ทิ้งไป ถึงอย่างไรแล้วจักรพรรดิซวนหยวนก็เป็ถึงจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ เป็บรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
ครู่ต่อมา หลินเฟิงก็เดินตามไปยังบันไดทองอย่างรวดเร็ว
พื้นที่ทั้งหมดเริ่มบิดเบี้ยว ภาพตัดจำนวนมากเริ่มฉายปรากฏเบื้องหน้า
และสิ่งที่ตามมาคือความมืดมิดอันไร้จุดจบ
.....................
เมื่อแสงแรกปรากฏขึ้น หลินเฟิงก็ได้เอามือขึ้นมาป้องตาโดยสัญชาตญาณ พร้อมกับค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
จนกระทั่งพบว่า เวลานี้ตนได้เข้าสู่โลกอีกใบหนึ่ง มันคือลานจัตุรัสขนาดใหญ่ั์
บันไดสีทองพลันหายไป ส่วนเงาร่างของจักรพรรดิซวนหยวนก็หายไปแล้วเช่นกัน
เวลานี้มีเพียงแท่นบูชาที่อยู่บนจุดสูงสุดของลานจัตุรัสเท่านั้น และดูเหมือนจะมีบางสิ่งบางอย่างอยู่บนนั้นด้วย
หลินเฟิงก้าวขาขยับเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
เวลานั้นเอง เสียงของจักรพรรดิซวนหยวนก็ดังขึ้นมาจากอากาศ “เ้าเห็นแท่นบูชาบนนั้นหรือไม่?”
หลินเฟิง ตอบกลับ “เห็น ข้าเห็น แต่ที่นี่มันคือที่ไหน?”
ในพื้นที่อันเงียบสงบนี้ จู่ ๆ ก็มีเสียงแทรกดังขึ้นมาให้ใเสียอย่างนั้น
จะบอกว่าไม่กลัว ก็ดูเป็การโกหก
เนื่องจากที่นี่เป็สถานที่ที่ไม่รู้จัก และการที่ไม่รู้จักมันย่อมเกิดเป็ความกลัวตามสัญชาตญาณของมนุษย์อยู่แล้ว
“ที่นี่คือที่ฝังกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน และสิ่งที่เ้า้าก็อยู่บนแท่นนั้นแล้ว”
“ตราบใดที่เ้าดึงกระบี่ออกจากแท่นบูชานั่นได้ เ้าก็จะกลายเป็ผู้โดยสมบูรณ์”
ง่ายขนาดนี้เลย?
เขารู้สึกว่าตนเองฟังผิดไปหรือไม่?
นี่คือสถานที่ที่กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนสถิตอยู่นะ มันจะไม่มีเงื่อนไขอะไรหน่อยหรือ?
มันผิดพล็อตเกินไปหน่อยหรือเปล่า?
ถ้าหากมันง่ายแบบนี้จริง ๆ มันคงตกไปอยู่ในมือของคนอื่นแล้ว มันคงจะตกมาถึงมือข้าอยู่หรอก?
“ถ้าเ้าคิดว่ามันง่ายก็นับว่าประเสริฐ...”
ฉับพลันนั้นเสียงของจักรพรรดิซวนหยวนก็ดังขึ้นมา “เอาล่ะ ฟังให้ดี ข้าอยากจะบอกว่าโอกาสมีเพียงครั้งเดียว หากไม่สำเร็จเ้าก็จะไม่มีโอกาสอีก”
เสียงของเขานั้นดูราบเรียบราวกับบอกเล่าสิ่งที่พบเจอมาให้สหายฟัง ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตื่นเต้นหรืออะไรทำนองนั้นเลย
อย่างไรก็ตาม หลินเฟิงกลับคิดว่ามันคงไม่ง่ายแบบนั้น
สีหน้าเริ่มอึมครึม
แบบนี้มันกับดักชัด ๆ !
ใครมันจะไปดึงกระบี่ได้ในครั้งเดียวกันเล่า?
แต่ไหน ๆ ก็มาแล้ว ถ้าไม่ลองสักหน่อยก็คงเสียดายแย่ หลินเฟิง จึงกัดฟันแล้วพูดขึ้น “ผู้เยาว์ ทราบแล้ว!”
เมื่อกล่าวจบเขาก็เดินไปยังแท่นบูชาทันที
จากนั้นไม่นาน หลินเฟิงก็เดินขึ้นบันไดเพื่อไปยังจุดสูงสุด ทุกย่างก้าวล้วนราบรื่นอย่างน่าประหลาดใจจนรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
แต่...มันเป็เื่จริงนี่นะ
หลินเฟิงมองไปยังแท่นบูชาด้วยความตื่นเต้น
อย่างไรก็ตามเขากลับขมวดคิ้วเป็ปมอย่างรวดเร็ว
แท่นบูชาดูธรรมดาเกินไป ไม่ดูลึกลับตามที่คาดไว้เลย แถมไม่มีพลังปราณผันผวนแม้แต่น้อย เป็เพียงแท่นศิลาทรงสี่เหลี่ยมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวประมาณสามหมี่และสูงเพียงหนึ่งหมี่เท่านั้น
ทว่าศิลาที่เป็แท่นดูค่อนข้างน่าแปลก มันเป็ศิลาที่ไม่รู้จัก ลักษณะเป็สีดำและเป็มันเงา ต่อให้นั่งจ่ออยู่ครึ่งวันก็ไม่มีทางรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่
มีรูเว้าอยู่ใจกลาง มีอักขระโบราณถูกสลักอยู่รอบ ๆ บางคราวตัวอักขระจะปรากฏแสงจาง ๆ และเลือนหายไป อีกทั้งกลิ่นอายจากอักขระเหล่านี้ก็ดูเด่นชัดเป็อย่างยิ่ง
แน่นอนว่ากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนนั้นถูกเสียบเข้าไปในรูเว้านั้นพร้อมกับฝักกระบี่
ไม่มีแสง ไม่มีความพิเศษ ไม่มีความผันผวนของคลื่นพลัง ััไม่ได้ถึงพลังิญญา ไม่มีแม้แต่กลิ่นอายอันเฉียบคมที่ควรจะมี
กระบี่เล่มนี้ดูธรรมดาสามัญ ด้ามกระบี่เป็สีดำ ใบมีดหนาและกว้าง ดูเหมือนกับกระบี่ทั่ว ๆ ไปโดยสมบูรณ์
“นี่คือกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนหนึ่งในสมบัติระดับะจริง ๆ หรือ?” หลินเฟิง อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ถูกต้อง” น้ำเสียงของจักรพรรดิซวนหยวนดังขึ้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนพลางถอนหายใจ “สมัยนั้นข้าอาศัยมันเพื่อทำให้บ้านเมืองสงบสุข ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายนานา ขับไล่พวกป่าเถื่อนจนหนีเข้าไปในป่า ั้แ่นั้นมาทุกคนก็อยู่อย่างสงบร่มเย็น”
“ไปเสีย ในเมื่อมีโอกาสเข้ามาที่นี่แล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะสำเร็จหรือล้มเหลวเ้าก็ควรพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะรับทดสอบบทสุดท้าย”
“เช่นนั้นข้าเลือกที่จะเชื่อท่าน”
“ดี!”
เวลานี้ใบหน้าของหลินเฟิงเปี่ยมไปด้วยความหนักแน่น จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองจักรพรรดิซวนหยวนพร้อมกับพยักหน้ารับ แววตาของเขานั้นเปี่ยมไปด้วยความกตัญญู “ขอบคุณที่หยิบยื่นความสำเร็จให้แก่ผู้เยาว์!”
ความจริงแล้วเขารู้ดีว่ากว่าจะมาถึงแท่นบูชาแห่งนี้ จะต้องผ่านบททดสอบมากมายสารพัด กระทั่งว่ายากยิ่งกว่าปีนป่ายขึ้นสู่์ เพราะถึงอย่างไรแล้วก็ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ บนโลกนี้
ทว่าเขาไม่พบแม้กระทั่งกับดัก ยกเว้นจะเป็ฝีมือของระบบ...แต่น่าจะเป็จักรพรรดิซวนหยวนมากกว่าที่หยิบยื่นโอกาสให้เขา!