บทที่ 4
เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
สามเดือนผ่านไป
งานแจกใบปลิวนับได้ว่าเป็งานที่ค่อนข้างตอบโจทย์สำหรับคุณแม่โอเมก้าอย่างเกล้า เพราะวันไหนที่แจกใบปลิวเสร็จเร็วก็ได้กลับห้องเร็ว อีกทั้งยังได้เงินเลย เวลาที่เหลือก็ใช้อยู่กับลูกชาย แต่น่าเสียดายงานนี้ไม่ได้มีทุกวัน รายได้ที่เข้ามาจึงไม่คงที่เท่าไหร่นัก แต่ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนก็ถือว่าพอมีเงินเก็บออมอยู่บ้าง เกล้าจึงต้องมองหาลู่ทางในการทำงานเสริมเพิ่มอีก
“อ่าวทุกคนมารับเงิน” เสียงชินะโขึ้น พนักงานห้าหกคนเข้าแถวต่อคิวรับเงิน จนเมื่อมาถึงคิวของเกล้า ในขณะที่เกล้ายื่นมือออกไป ชินที่ทำหน้าที่จ่ายเงินจึงเอ่ยขึ้น
“วันนี้เกล้ากลับห้องช้าหน่อยได้ไหม พวกเราจะไปกินหมูกะทะกันน่ะ อยากให้เกล้าไปด้วยกัน” เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนออกมา ระยะเวลาทำงานที่ผ่านมา เกล้าพอจะมองออกว่าชินนั้นเสน่หาในตัวของตนพอสมควร เพียงแต่เกล้าแสร้งตีมึนไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น และวันนี้เกล้าคิดว่าควรจะบอกอะไรชินให้รับรู้เสียหน่อย
“ขอโทษนะครับ ผมต้องกลับไปดูลูก” เกล้าผงกหัวเล็กน้อยเป็เชิงขอโทษขอโพย ทำเอาทุกคนต่างสงสัยอยู่ไม่น้อย และความสงสัยนั้นควรถูกแถลงไขให้กระจ่าง
“อะ… เอ่อ… ลูกแมวเหรอ” ชินเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ลูกชายครับ” เกล้าส่งยิ้มให้คนตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมกับดึงเงินค่าแรงของตนออกจากมือชิน ตอนนี้ทุกคนต่างทำหน้าเหวอยืนนิ่งราวกับรูปปั้น มองโอเมก้าร่างเล็กเดินออกจากร้าน
เด็กชายพีตื่นขึ้นมาใน่เที่ยงหลังจากเผลอหลับไป ด้วยอากาศในห้องค่อนข้างอบอ้าว แม้จะมีพัดลมติดผนังช่วยเป่าลม แต่ลมที่พัดออกมากลับมีแต่ลมร้อน เด็กน้อยจึงอยากอาบน้ำเพราะรู้สึกเหนียวตัว หลังจากถอดเสื้อผ้าออกแล้ว เด็กชายใช้มือน้อย ๆ หยิบขันตักน้ำ ตักน้ำขึ้นมาราดตัวเองแล้วจึงหยิบก้อนสบู่ขึ้นมาถูตัว ตามขั้นตอนที่มารดาเคยสอน ด้วยความที่สบู่ก้อนใหญ่กว่ามืออีกทั้งยังลื่นมาก จึงทำให้สบู่หล่นลงพื้น และในจังหวะที่น้องพีกำลังวิ่งไล่จับสบู่ที่ไถลไปมาอยู่นั้น เ้าตัวก็ลื่นล้มห้วชนกับโถชักโครก ความเ็ปจากการกระแทกทำให้เด็กน้อยร้องจ้าออกมา
“แง่.. แม่ฮะ พีเจ็บ อึก แม่ แม่อยู่ไหน ช่วยลูกด้วยลูกเจ็บ อึก แม่..”
น้ำตาของเด็กน้อยไหลลงมาเป็สาย มือเล็กป้อม ๆ จับไปที่หัว น้องพีร้องหาแม่อยู่นานแต่แม่ก็ไม่มาเสียที จนวินาทีสุดท้ายเสียงของเด็กน้อยค่อย ๆ อ่อนแรงลง
ในระหว่างที่เกล้ายืนรอรถเมล์อยู่นั้น สายตาก็ดันเหลือบเห็นร้านขายหนังสือร้านเล็ก ๆ ติดป้ายเชิญชวน หนังสือมือสองราคาถูก ด้วยความอยากรู้ ประจวบกับอยากได้หนังสือเด็กสักเล่มไว้ฝากลูกชาย ไวกว่าความคิดหากเป็เื่ลูก รู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่หน้าร้านแล้ว มือบางผลักประตูร้านเข้าไป เสียงกระดิ่งดังขึ้นเป็สัญญาณบ่งบอกว่ามีลูกค้าเข้าร้าน ไม่นานนักก็มีโอเมก้าหนุ่มน้อยหน้าหวานวิ่งออกมาจากหลังร้านกล่าวทักทายเกล้าอย่างเป็มิตร
“สวัสดีครับคุณลูกค้าอย่างได้หนังสือประเภทไหนสอบถามได้นะครับ หรือจะเดินดูก่อนก็ได้ ทางร้านมีหนังสือหลากหลายประเภท เป็หนังสือมือสองราคาถูก สภาพเหมือนใหม่ อีกทั้งราคายังเป็มิตรต่อเงินในกระเป๋าอีกด้วยครับ” ว่าจบก็ฉีกยิ้มกว้างให้กับลูกค้าหนึ่งที
“อะ เอ่อ… คือ ผมมีลูกชายวัยสี่ขวบครับ อยากสอนแกอ่านหนังสือ พอจะแนะนำหนังสือได้ไหมครับ”
“สักครู่นะครับคุณลูกค้า” โอเมก้าหนุ่มน้อยวิ่งหายไปยังโซนหนังสือโซนหนึ่ง เกล้ายืนรออยู่ครู่ใหญ่ เ้าตัวก็เดินออกมาพร้อมกับหอบหนังสือเป็ตั้งจนแทบจะบังใบหน้าอยู่แล้ว
ทั้งสองช่วยกันเลือกหนังสืออยู่นาน จนคนเป็แม่พอใจและคิดว่าน่าจะเหมาะกับลูกชาย จึงตัดสินใจจ่ายเงินและกลับไปยืนรอรถเมล์
“น้องพีครับ แม่มีอะไรมาฝาก” เสียงผู้เป็แม่เรียกหาลูกชาย แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปกับไม่เห็นเด็กน้อยเดินมารับที่หน้าประตูดั่งเช่นทุกวัน ร่างผอมบางจึงเร่งเข้าไปหาลูกในห้องน้ำเมื่อเห็นว่าลูกไม่ได้อยู่บนเตียง ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจของแม่ร่วงลงอยู่ตาตุ่ม เมื่อเห็นร่างลูกชายนอนตัวซีดอยู่ในนั้น
พีลูก!!
เกล้าแทบจะสติแตกจนอยากกรีดร้องออกมา ดวงตาสีนิลเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา แขนเรียวเล็กอุ้มลูกเข้าอก หยิบกระเป๋าแล้ววิ่งลงไปขอความช่วยเหลือ โชคยังดีที่มีพี่ดูแลหอพักยื่นมือเข้าช่วย จึงได้เร่งพาเด็กน้อยไปโรงพยาบาล เกล้าร้องไห้สะอื้นจนตัวโยนระหว่างรอหมอตรวจรักษาลูกชาย ทำเอาพี่ดูแลหอพักอดสงสารทั้งแม่ทั้งลูกไม่ได้
คุณหมอได้ตรวจร่างกายพีอย่างละเอียด ปรากฏว่าน้องพีได้รับความกระทบกระเทือนแค่ภายนอกเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลถึงสมองมีแค่หัวน้องที่โนขึ้น ความโชคดีอีกอย่างของน้องพีคือน้องเป็อัลฟ่าแข็งแกร่งมากคนหนึ่ง ร่างกายจึงสามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็ว
และเื่ที่ลูกชายเป็อัลฟ่าตัวเกล้าเองก็เพิ่งจะรู้วันนี้ ที่ผ่านมาเกล้าเพียงแค่คาดเดาเพศรองของลูกเท่านั้น เพราะไม่มีเงินไปตรวจ หากลูกชายเป็อัลฟ่าภายภาคหน้าก็จะไม่ลำบากเหมือนตนที่เป็โอเมก้า
คุณแม่โอเมก้าอุ้มลูกน้อยในขณะที่เ้าตัวยังคงนอนหลับอยู่ ก่อนจะขึ้นห้องไปก็ไม่ลืมกล่าวคำขอบคุณพี่ดูแลหอพักที่ช่วยพาไปส่งโรงพยาบาลและยังรอรับกลับมาพร้อมกันอีกด้วย
ร่างผอมบางค่อย ๆ วางลูกชายลงเตียงอย่างเบามือ เขานั่งมองหน้าลูกชายอยู่นาน ได้แต่กร่นด่าตัวเองอยู่ในใจหลายร้อยครั้ง หากว่ามาช้ากว่านี้น้องพีจะเป็อย่างไร ความผิดบาปในครั้งนี้เกล้าคงจดจำไปจนวันตาย
“แม่ขอโทษนะลูก แม่ขอโทษ ฮึก”
เสียงสะอื้นไห้เบา ๆ ด้วยเกรงว่าลูกจะตื่น ก้มลงจูบกระหม่อมลูกชาย ก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการกับตัวเอง
“แม่ แม่ไม่ผิดเลย ลูกผิดเอง” เสียงเบาวิวเอ่ยออกมาจากปากเด็กน้อย น้องพีพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตามันหนักอึ้งเสียจนไม่สามารถลืมตาตื่นได้ จากนั้นเด็กน้อยก็ค่อย ๆ หลับไปอีกครั้งด้วยความเหนื่อยล้า