ตอนที่ 10: เสียงเพลงแห่งการเริ่มต้นใหม่
หอคอยแห่งมายาทรุดตัวลงช้า ๆ แสงสีม่วงที่เคยปกคลุมทั่วบริเวณเริ่มหายไป ท้องฟ้ากลับมาใสกระจ่าง หลุดโลกและสายดีดพากันวิ่งออกมาจนถึงชายป่า ก่อนจะหยุดพักหอบเหนื่อย พวกเขาหันกลับไปมองหอคอยที่ตอนนี้เหลือเพียงซากปรักหักพัง
“เรา… ทำสำเร็จแล้วใช่ไหม?” สายดีดพูดพลางทรุดตัวลงนั่ง
“ใช่ แต่ราคามันก็หนักหนาเหมือนกัน” หลุดโลกตอบ เขาจับกีตาร์ไว้แน่น มองไปยังท้องฟ้า พร้อมความรู้สึกปลดปล่อยในใจ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง ดาเรียปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มที่ดูเศร้าสร้อย “พวกเ้าทำได้ดีมาก นี่เป็ครั้งแรกในหลายสิบปีที่ข้ารู้สึกว่าความหวังยังคงมีอยู่”
“แล้วศุทธินำล่ะ?” สายดีดถาม “เขาตายไปแล้วหรือยัง?”
“เขาไม่ได้ตาย แต่พลังของเขาถูกทำลายและตัวเขาเองก็หลุดพ้นจากความมืดมิด” ดาเรียตอบ “แต่เขาเลือกจะอยู่ในซากหอคอยนั้น เพื่อไถ่บาปของตัวเอง”
ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดาเรียจะพูดต่อ “พวกเ้าคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว แต่ความจริง นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
“หมายความว่ายังไง?” หลุดโลกถามพร้อมขมวดคิ้ว
ดาเรียถอนหายใจ “พลังของศุทธินำไม่ได้เกิดขึ้นเอง มันเป็เพียงเศษเสี้ยวของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น องค์กรลับที่อยู่เื้ัคือผู้สร้างคริสตัลและพลังทั้งหมด พวกเขายังคงอยู่ และพวกเขาจะไม่หยุดจนกว่าจะครองโลกได้สำเร็จ”
คำพูดนั้นทำให้หลุดโลกและสายดีดนิ่งไป พวกเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้อันหนักหน่วงมา แต่กลับพบว่ามันเป็เพียงจุดเริ่มต้นของาที่ใหญ่กว่านี้
“แล้วเราต้องทำยังไง?” สายดีดถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“ข้าจะช่วยพวกเ้าตามหาเบาะแสขององค์กรนั้น” ดาเรียตอบ “แต่ก่อนอื่น พวกเ้าต้องแข็งแกร่งกว่านี้ ทั้งร่างกายและจิตใจ”
หลุดโลกพยักหน้า “เราพร้อมแล้ว”
ดาเรียจ้องมองสายดีดอยู่ครู่หนึ่ง “แต่ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า เ้ายังมีบางอย่างที่ต้องเผชิญในอดีตของตัวเอง”
สายดีดสะดุ้งเล็กน้อย “อดีตของฉัน?”
ดาเรียพยักหน้า “พลังของเ้าที่ใช้ในครั้งนี้ มันไม่ได้มาจากแค่การแร็ปหรือดนตรี มันมีบางสิ่งในตัวเ้าที่เชื่อมโยงกับพลังเหล่านี้ และถ้าเ้าไม่เผชิญหน้ากับมัน มันอาจกลายเป็อันตรายต่อพวกเราทั้งหมด”
สายดีดหลบสายตา “ฉัน… ฉันไม่อยากกลับไปเผชิญมันอีก”
“แต่เ้าต้องทำ” ดาเรียตอบเสียงหนักแน่น “เพราะอดีตของเ้าคือกุญแจสำคัญที่จะหยุดองค์กรนี้”
หลุดโลกวางมือบนบ่าของสายดีด “ฉันอยู่ตรงนี้ นายไม่ได้เผชิญมันคนเดียว”
สายดีดมองหน้าเพื่อนสนิทของเขา ก่อนจะพยักหน้าอย่างลังเล “ถ้าจำเป็ ฉันจะกลับไปเผชิญหน้ากับมัน”
ดาเรียยิ้มจาง ๆ “ดี เช่นนั้นเราจะเริ่มจากการตามหาสถานที่ที่เชื่อมโยงกับอดีตของเ้า”
---
สองวันต่อมา
หลุดโลกและสายดีดเดินทางกลับมายังเมืองเก่าที่สายดีดเคยอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ มันเป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำเลวร้าย เสียงของผู้คนที่หลงอยู่ในอิทธิพลของยาเสพติดและอาชญากรรมยังคงดังอยู่ในหัวของสายดีด
“นี่คือบ้านของนายเหรอ?” หลุดโลกถามขณะมองรอบ ๆ
“มันไม่ใช่บ้าน มันเป็กรงขัง” สายดีดตอบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขมขื่น
ในขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในเมือง สายดีดเริ่มเห็นภาพอดีตที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอด เด็กชายคนหนึ่งที่เคยมีความฝัน แต่ต้องจมอยู่ในโลกของยาเสพติดและความสิ้นหวัง เขาจำได้ถึงเพื่อนในวัยเด็กที่ล้มเหลวเหมือนเขา คนที่เขาปล่อยมือจากไป
“ฉันเคยมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง” สายดีดเริ่มเล่า “เขาชื่อ ‘แจม’ เราทั้งคู่เคยฝันว่าจะเป็แร็ปเปอร์ด้วยกัน แต่สุดท้ายเราทั้งคู่ก็จมอยู่ในยา… ฉันออกมาได้ แต่แจม… เขาไม่ได้โชคดีเหมือนฉัน”
หลุดโลกฟังอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะถาม “แล้วเขาอยู่ไหนตอนนี้?”
สายดีดส่ายหัว “ฉันไม่รู้ แต่มีข่าวว่าเขาหายตัวไปเมื่อหลายปีก่อน… และฉันก็ไม่กล้ากลับมาหาเขาอีกเลย”
---
ท้ายที่สุด
การเดินทางของพวกเขายังไม่จบ อดีตของสายดีดกำลังกลายเป็ปมสำคัญที่เชื่อมโยงกับศัตรูใหม่ หลุดโลกและสายดีดต่างรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการต่อสู้เพื่อโลก แต่ยังเป็การเผชิญหน้ากับอดีตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
เสียงเพลงของพวกเขายังคงก้องกังวาน ไม่ใช่แค่เพื่อปลดปล่อยตัวเอง แต่เพื่อสร้างความหวังให้กับคนที่ยังติดอยู่ในเงามืด
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเ
ดินทางครั้งใหม่ ที่เต็มไปด้วยปริศนาและการต่อสู้อันยิ่งใหญ่
จบตอนที่ 10