ส่วนทางด้านสึบากินั้นก็ได้รู้สึกตัวขึ้น เธอค่อยๆ ลืมตาคู่งามสีเขียวมรกตขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่เธอนั้นจะได้พบว่า ตัวเธอในตอนนี้ได้มานอนอยู่บนฟูกนอนสีขาวอันนุ่มนิ่มอยู่ที่ห้องนอนภายในบ้านพักในศาลเจ้า สึบากิได้พบว่าตัวเธอในตอนนี้ได้มาอยู่ในชุดนอนกิโมโนสีชมพูอ่อนๆ เธอกวาดสายตามองไปทั่วทั้งบริเวณภายในห้องนอนที่ค่อนข้างจะแคบอยู่นิดๆ ก่อนที่เธอนั้นจะได้เห็นเพื่อนๆ ทั้งสามคนของเธออย่างซานาเอะ อาซึสะ และริโกะ กำลังนอนเฝ้าอยู่ข้างๆ เธอที่บนพื้น
เสียงกรนอันแผ่วเบาของพวกเธอทั้งสามนั้นดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณตรงนั้น เมื่อสึบากิได้คิดทบทวนถึงเหตุการณ์อันเลวร้ายต่างๆ ที่ได้เกิดขึ้นเพราะตัวเธอที่อยู่ในร่างพญาจิ้งจอก 9 หางนั้น เธอก็เริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาในทันที มีน้ำตาคลอเบ้าทั้งสองข้างนิดๆ เธอทั้งรู้สึกผิดที่เป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์อันเลวร้ายต่างๆ ขึ้นมา ทั้งรู้สึกผิดที่ทำให้คางุยะกับสึรุฮิเมะต้องมาลำบากเพราะเธอ อีกทั้งยังรู้สึกผิดที่ตัวเธอนั้นยังเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์นับแสนกว่าชีวิตต้องมาตาย สึบากิค่อยๆ ยกมือเรียวงามทั้งสองข้างขึ้นปิดหน้า ก่อนที่เธอจะร้องไห้โฮออกมาด้วยความเศร้าโศก
“เจ้าอย่าได้เสียใจไปเลย เจ้าหญิงโอริฮิเมะ”
สักพัก ร่างเนรมิตของเทพีอินาริก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ตรงหน้าสึบากิที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่บนฟูกนอน
“ท่านเทพีอินาริ แต่ข้าน้อยก็เป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายนั่นขึ้นมา แล้วตัวข้าน้อยก็ยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์นับแสนกว่าชีวิตต้องมาตาย”
สึบากิกล่าวโทษตัวเองที่ตัวเธอนั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ทะเลเพลิงที่ใจกลางเมืองชิบูย่า และเหตุการณ์ร้ายที่ตรงบริเวณทางยาวที่อยู่หน้าซุ้มประตูทางเข้าออกของศาลเจ้าที่อยู่ด้านในสุด
“เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ความผิดของเจ้าเลยนะ เจ้าหญิงโอริฮิเมะ แต่เป็นเพราะเทพีอิซานามิใช้พลังปีศาจเข้ามาครอบงำจิตใจของเจ้าผ่านสร้อยอัญมณีต้องสาปแห่งโคโดกุ แล้วก็สั่งการให้เจ้าทำเรื่องแบบนั้นขึ้นมา”
เทพีอินาริพลางค่อยๆ เดินเข้ามาหาสึบากิอย่างช้าๆ ก่อนที่นางจะค่อยๆ ย่อตัวลงคุกเข่าอยู่ใกล้ๆ สึบากิ
“ตอนนี้เจ้าไม่ต้องกลัวแล้วนะ เจ้าหญิงโอริฮิเมะ ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว จะไม่มีสิ่งอื่นใดมาทำอะไรเจ้าได้”
เทพีอินาริพลางยกมือเรียวงามขึ้นลูบไล้บนศีรษะของสึบากิอย่างแผ่งเบาและอ่อนโยน ในขณะเดียวกันนั้น เทพีอินาริก็มองมาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเวทนาที่มีต่อสึบากิ นางมีสีหน้าที่คล้ายกับเป็นทุกข์นิดๆ และไม่นาน สึบากิก็รีบขยับเข้ามาสวมกอดร่างงามของเทพีอินาริอย่างแนบแน่น พลางร้องไห้โฮออกมาด้วยความเศร้าโศก
เทพีอิซานามิ เหมือนว่าในครั้งนี้...เจ้าจะทำเกินไปแล้วนะ
ทางด้านเทพีอินารินั้นก็พลางกอดตอบสึบากิอย่างแนบแน่นด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล พร้อมกับนึกกล่าวตำหนินางเทวีอสูรฯ อิซานามิอยู่ภายในใจ
ทางด้านยูโตะ เซย์เมย์ สึรุฮิเมะ และคางุยะ หลังจากที่ศึกการต่อสู้ในครั้งนี้จบลง พวกเขาทั้งหมดต่างก็แยกย้ายกันกลับไป โดยสึรุฮิเมะจะขึ้นรถม้าสารถีที่เกิดจากการแปลงโฉมโดยทานุกิ ภูติพิทักษ์แร็คคูนอำพราง และมุ่งหน้ากลับไปหาสึบากิที่บ้านพักในศาลเจ้าโอยามะซุมิด้วยความเป็นห่วง ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือก็พากันเดินทางกลับไปที่เมืองโตเกียวทันที
โดยเซย์เมย์นั้นจะขึ้นไปนั่งบนหลังของเมียวบุ ภูติพิทักษ์พญาจิ้งจอกขาว มุ่งหน้ากลับไปยังแมนชั่นหรูที่อยู่ภายในใจกลางกรุง ทางด้านยูโตะก็ขึ้นขี่บนหลังซากุระ-อุชิ ภูติพิทักษ์วัวบุปผา มุ่งหน้ากลับไปยังร้านกาแฟของคานาเมะที่เปิดอยู่ที่บ้านทาวน์โฮมของเขา และทางด้านคางุยะก็รีบขึ้นไปบนก้อนเมฆที่เธอได้สร้างขึ้นจากพลังเวทย์ และรีบมุ่งหน้ากลับไปยังหอพักหรูในใจกลางกรุงที่ในอดีตเคยเป็นที่พักพิงอาศัยของสองพี่น้องยูกินะกับสึบากิ
และเช้าวันต่อมา ทางด้านสึบากิก็ได้รู้สึกตัวขึ้น เธอค่อยๆ ลืมตาคู่งามสีเขียวมรกตขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมกับมีน้ำตาที่ไหลรินออกมา
สึบากิรีบๆ ยกมือเรียวงามทั้งสองข้างของเธอขึ้นเช็ดน้ำตาทั้งสองข้าง ก่อนที่เธอนั้นจะรีบชันตัวลุกขึ้นนั่งบนฟูกนอนสีขาว และหันมองสำรวจไปรอบๆ ห้องนอน จนได้มาเห็นเพื่อนๆ ทั้งสามที่คอยอยู่เฝ้าเธอทั้งคืนจนเผลอหลับไปบนพื้น เสียงกรนอันแผ่วเบาของพวกเธอทั้งสามนั้นก็ยังคงดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
ทำให้สึบากิได้รู้ว่าการที่เธอได้เห็นร่างจำแลงของเทพีอินาริในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมานั้นมันไม่ใช่ในความฝัน แต่เธอได้เห็นเทพีอินามิตัวเป็นๆ แม้จะเป็นเพียงแค่ร่างเนรมิตก็ตาม เธอรู้สึกดีขึ้นมากที่ได้เทพีอินาริเข้ามาช่วยเยียวยาจิตใจให้กับเธอถึงที่ห้องนอนภายในบ้านพักในศาลเจ้า
แต่ถึงกระนั้น สึบากิก็ยังคงรู้สึกเป็นกังวลอยู่ภายในใจ...ว่าในคืนวันเพ็ญครั้งต่อไป เธอจะต้องกลายร่างเป็นพญาจิ้งจอก 9 หาง และออกอาละวาดทำลายเมืองอื่นๆ อีก เมื่อถึงตอนนั้น ผู้บริสุทธิ์อีกจำนวนมากก็จะต้องถูกสังเวยชีวิตแด่ความบ้าคลั่งของตัวเธอที่อยู่ในร่างพญาจิ้งจอก 9 หาง
ทางด้านสึรุฮิเมะก็ได้กลับมาถึงที่ศาลเจ้าโอยามะซุมิ และได้พบกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นจำนวนหนึ่งกำลังวุ่นอยู่กับการทำคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นเมื่อคืนอยู่ตรงบริเวณทางยาวที่อยู่หน้าซุ้มประตูทางเข้าออกของศาลเจ้า และยังมีกลุ่มนักข่าวจำนวนหนึ่งกำลังวุ่นอยู่กับการทำข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์เดียวกันอยู่ที่บริเวณหน้าซุ้มประตูโทริอิที่อยู่ด้านหน้าสุด
“เหตุเกิดขึ้นเมื่อประมาณเที่ยงคืน ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ที่ตรงบริเวณทางยาวที่หน้าซุ้มประตูทางเข้าออกของศาลเจ้าโอยามะซุมิที่อยู่ด้านในสุด หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์จนสำเร็จ...”
“ภายในพื้นที่เกิดเหตุนั้น ก็มีการพบร่างผู้เสียชีวิตหลายร้อยกว่าศพนอนกระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ภายในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ บางรายนั้นมีสภาพถูกเผาไหม้ และบางรายก็มีเลือดออกจากทางช่องปากและจมูก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พยาบาลได้ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตนับร้อยกว่าศพไปส่งโรงพยาบาลทั้งหมด...”
“จากการตรวจสอบก็พบว่า เหล่าบรรดาผู้เสียชีวิตทั้งหมดนับร้อยกว่าศพนั้น ล้วนเป็นคนที่อยู่ในแวดวงการเมือง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ระดับสูง นักธุรกิจ รวมไปถึงเหล่าบรรดาเซเล็บไฮโซ และเหล่าดาราดังที่มีชื่อเสียงในแวดวงการบันเทิงที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งสร้างความสะเทือนขวัญเป็นอย่างมาก”
เหล่าบรรดานักข่าวจากหลายสำนักต่างก็ยืนรายงานข่าวที่หน้ากล้องด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างสุดๆ ตรงบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาทำคดีภายในพื้นที่ ทางด้านสึรุฮิเมะ เมื่อได้มาเห็นสภาพบรรยากาศอันตึงเครียดเช่นนั้น เธอจึงรีบตรงไปยังบ้านพักในศาลเจ้าทันที เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น
เมื่อได้มาถึงที่บ้านพักในศาลเจ้า สึรุฮิเมะก็รีบลงจากรถม้าสารถี และรีบเดินเข้าไปในบ้านทันที จนได้มาเห็นจุนอิจิกำลังนั่งให้การสอบปากคำกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนในท้องถิ่นประมาณ 2-3 คน
“ในระหว่างที่การแสดงร่ายรำคางุระบูชาเทพที่หน้าศาลเจ้ากำลังดำเนินอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบที่มาบุกเข้ามายิงถล่มในงานพิธีบวงสรวงบูชาเทพครับ”
“คุณพอจะจำหน้าตา หรือรูปลักษณ์ของกลุ่มคนร้ายผู้ก่อเหตุกลุ่มนั้นรึเปล่า”
“ผมเองก็จำไม่ค่อยได้เหมือนกันครับ เพราะเมื่อคืนนั้นผู้คนแตกตื่นกันมาก ผมก็เลยมองเห็นภาพคนร้ายไม่ชัดครับ”
จุนอิจิพยายามตอบบ่ายเบี่ยงกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ตรงหน้า เพื่อจะปิดบังเรื่องที่สึบากิกลายเป็นจิ้งจอก 9 หาง และออกอาละวาดเข่นฆ่าผู้คนในงานพิธีเมื่อคืน เพราะไม่ต้องการให้สึบากิต้องมาเดือดร้อนเพราะเรื่องที่เธอไม่ได้ตั้งใจก่อขึ้นมาจริงๆ