ตอนที่21 : พายุแห่งบัลลังก์เริ่มก่อตัว
ยามเช้าของวันที่ท้องฟ้าไร้แสง
เสียงระฆังหลวงดังยาวก้อง —
เป็สัญญาณเรียกขุนนางเข้าสู่ท้องพระโรง
ในวันนี้มีพระราชโองการเรียกประชุมใหญ่
เพื่อ “ตรวจสอบกิจการส่วนตัวขององค์ชายใหญ่ หานอวี้จิน”
ข่าวลือแพร่กระจายไปทั่ววังหลวงั้แ่ก่อนรุ่ง
“ว่าเขาใช้ทรัพยากรของแคว้นในการค้าขายเกลือและสุรา!”
“ว่าเขาแอบตั้งกองกำลังพ่อค้าไว้ต่างเมือง!”
“ว่าเขา้าอำนาจนอกวัง!”
เสียงกระซิบเ่าั้คือพายุที่พร้อมจะโหมเข้าหา
ขุนนางนับร้อยเรียงแถวอยู่สองฝั่ง
ฮ่องเต้ประทับเหนือบัลลังก์ทอง
พระพักตร์เคร่งขรึม ดวงเนตรนิ่งเหมือนผืนน้ำในฤดูหนาว
ขันทีหลวงอ่านพระราชโองการเสียงดัง
“มีคำกล่าวหาว่าองค์ชายใหญ่ หานอวี้จิน ได้ตั้งกิจการค้าส่วนตัวโดยมิได้รับอนุญาตจากราชสำนัก
ใช้แรงงานและวัตถุดิบจากคลังแผ่นดินในการผลิตเกลือ สุรา และน้ำตาล
จึงขอให้ขุนนางทั้งหลายแสดงความคิดเห็นตามความเห็นควร”
ทันใดนั้นขุนนางฝ่ายองค์ชายรองต่างเร่งออกมากล่าวเสียงแข็ง
เสนาบดีจางเหว่ย — ผู้ใกล้ชิดองค์ชายรอง ก้าวออกมาโค้งคำนับ
“ฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยเห็นว่าเื่นี้ร้ายแรงนัก!
การตั้งกิจการส่วนตัวถือเป็การใช้ผลประโยชน์ส่วนตนจากตำแหน่งในราชวงศ์!”
“หากองค์ชายใหญ่กระทำเช่นนี้โดยมิได้รับอนุญาตก็เท่ากับไม่เคารพราชบัญญัติ!”
เสียงเห็นด้วยดังตามมาเป็ระลอก
“จริง!หากเริ่มจากการค้าขาย วันหนึ่งอาจตั้งกองทัพพ่อค้า!”
“ทรัพยากรเกลือคือของแผ่นดิน จะให้ผู้ใดผูกขาดได้อย่างไร!”
“นี่เป็สัญญาณแห่งการก่อฏโดยนุ่มนวล!”
เสียงเ่าั้ก้องกังวานทั่วท้องพระโรง
แม้แต่ขันทีก็กลั้นหายใจด้วยความกลัว
เสนาบดีจางเหว่ยค้อมตัวอีกครั้ง
“ข้าน้อยมิได้กล่าวร้ายผู้ใด
แต่ดูจากหลักฐาน —
โรงผลิตขององค์ชายตั้งอยู่ในเขตชายเมืองซึ่งเคยเป็ฐานทัพร้าง
มีการเกณฑ์แรงงานจากหมู่บ้านโดยไม่ผ่านเ้าเมือง
มีรายได้เข้าส่วนตัวจากการขายสินค้าไปยังแคว้นฉีและแคว้นเ้า
แม้ผลประโยชน์บางส่วนจะถูกนำมาช่วยประชา
แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย —
ราชวงศ์ต้องไม่ค้าขาย มิฉะนั้นความมั่นคงแห่งแผ่นดินจะสั่นคลอน!”
เสียงขุนนางฝ่ายเดียวกันะโเสริม
“ขอฝ่าาทรงลงอาญาเพื่อเป็เยี่ยงอย่าง!”
“ขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดขององค์ชายใหญ่!”
องค์ชายรอง หานอวี้หลง
ที่ยืนอยู่ข้างล่างสุดของขั้นบัลลังก์
ยกพัดขึ้นยิ้มบาง — แววตาเย็นเฉียบ
“พี่ใหญ่ของข้าหากไม่ผิด ก็ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบใช่หรือไม่?”
ทุกสายตาหันไปมองหานอวี้จิน
เขานิ่งเงียบั้แ่ต้น ไม่เอ่ยคำใดแม้ถูกใส่ร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพียงยืนสงบดวงตาเรียบเยือกเย็นราวผืนน้ำแข็ง
จนกระทั่งเสียงกล่าวหาทั้งหมดเงียบลง
เขาก้าวออกมาช้า ๆ
คำนับต่อฮ่องเต้อย่างสง่างาม
“ข้า...ยินดีให้ตรวจสอบทุกสิ่งที่ข้าทำ
แต่ขอให้ท่านผู้กล่าวหา — ตรวจสอบใจของตนก่อนว่า เหตุใดจึงหวาดกลัวคนที่เพียงทำให้ประชามีเกลือกินครบทุกวัน”
ในขณะที่ขุนนางฝ่ายกล่าวหากำลังจะโต้
เสียงเข้มข้นของบุรุษอีกคนดังขึ้น
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา!ขอข้าน้อยกล่าวบ้าง!”
ทุกคนหันไป —
ชายร่างสูงใหญ่ในชุดแม่ทัพยืนขึ้นตรง
เขาคือ แม่ทัพไป๋เหิง บิดาของไป๋อวี้จิง
“ลูกข้าน้อยไป๋อวี้จิงเคยร่วมงานกับองค์ชายใหญ่
ข้าน้อยตรวจสอบแล้วไม่พบการยักยอกแม้แต่ตำลึงเดียว
ตรงกันข้าม —
องค์ชายใหญ่ใช้เงินของตนช่วยสร้างคลังอาหารสำรองและจ่ายค่าแรงให้ชาวบ้านเพิ่มขึ้นสองเท่า!”
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นในหมู่ขุนนาง
แม่ทัพไป๋เหิงกล่าวต่อ
“ในฐานะขุนนางที่รับใช้ราชวงศ์ข้าน้อยมิอาจปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ถูกเหยียบย่ำเพียงเพราะเขามีปัญญามากกว่า!”
เสนาบดีจางเหว่ยโต้กลับทันที
“แม่ทัพไป๋! ท่านพูดเช่นนั้นหมายความว่าพวกข้าน้อยไร้ปัญญาหรือ!?”
“ข้าไม่ได้ว่าใครไร้ปัญญา”แม่ทัพไป๋เหิงตอบเยือกเย็น
“แต่ข้าเห็นคนที่กลัวปัญญามากเกินไป”
เสียงฮือฮาดังทั่วท้องพระโรง
องค์ชายรองเริ่มสีหน้าไม่พอใจ
ขณะเดียวกัน เสนาบดีหลี่ซงขุนนางผู้ซื่อสัตย์อีกคน
ก็ออกมาเสริมเสียงหนักแน่น
“หากองค์ชายใหญ่้าผลประโยชน์ส่วนตนจริง
เหตุใดจึงขายเกลือในราคาถูกกว่าหลวง?
เหตุใดจึงแจกสุราให้ชาวบ้านยามหนาวโดยไม่คิดเงิน?”
“เื่นี้...ข้าน้อยเห็นด้วยกับแม่ทัพไป๋”
“ข้าน้อยก็เช่นกัน!”
“ข้าน้อยพร้อมลงชื่อรับรองว่าองค์ชายใหญ่กระทำเพื่อประชา!”
ฮ่องเต้เงียบฟังอยู่นาน
พระเนตรทอดมองบุตรชายคนโตที่ยังคงยืนนิ่ง
แล้วตรัสด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“อวี้จิน... เ้า้าพูดสิ่งใดเพิ่มเติมหรือไม่?”
หานอวี้จินคำนับ
“ฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ
หากข้าทำผิด ก็ขอให้ลงโทษตามกฎหมาย
แต่ถ้าข้าเพียงทำให้คนกินอิ่ม นอนอุ่น และยิ้มได้ —
ข้าขอเพียงโอกาสให้ได้ทำต่อไป”
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่ะเืใจทั่วทั้งท้องพระโรง
ฮ่องเต้หลับพระเนตรชั่วขณะก่อนตรัสหนักแน่น
“เื่นี้...ยังมิอาจตัดสินโดยเร่งร้อน
จงตั้งคณะตรวจสอบโดยตรงจากข้า
และในระหว่างนี้ ห้ามผู้ใดรบกวนกิจการขององค์ชายใหญ่
หากมีผู้ใดละเมิด... ถือว่าขัดราชโองการ”
หลังประชุม ขุนนางฝ่ายองค์ชายรองพากันหน้านิ่ว
ส่วนแม่ทัพไป๋เหิงเดินไปคำนับหานอวี้จิน
“องค์ชาย...ท่านทำถูกแล้ว
อย่ากลัวคำของคน แต่จงกลัววันที่ท่านไม่พูดเพื่อความถูกต้อง”
หานอวี้จินคำนับตอบ
“ข้าขอบคุณท่านแม่ทัพไป๋... และลูกสาวของท่าน
เพราะนางทำให้ข้าเชื่อว่า ความดีในใจคนยังมีจริง”
ขณะทั้งคู่จากไป
องค์ชายรองยืนอยู่ใต้เสาหินข้างบัลลังก์
สีหน้าเย็นเฉียบ ดวงตาเต็มไปด้วยแววแห่งความแค้น
“ถ้าใช้คำพูดชนะได้...ข้าก็จะใช้เืล้างมันให้สิ้น”
ลมเหนือพัดผ่านพระราชวังอย่างแรง
ราวกับฟ้ากำลังเตือนว่า —
พายุที่แท้จริง... เพิ่งเริ่มเท่านั้น