การต่อสู้และหลบหนี
เมื่อเห็นจังหวะที่ผู้ตามล่ามองไปทางอื่น หลี่ิก็พุ่งพรวดออกจากใต้ถุนเรือน มุ่งหน้าสู่สวนด้านหลังโดยเร็ว เงาร่างของเขาวูบไหวว่องไวราวภูตพรายหลบเลี่ยงสายตาผู้คน ความมืดดึกช่วยอำพรางกายให้รอดพ้นจากสายตาของบ่าวไพร่ที่ถือโคมไฟวิ่งวุ่นอยู่เบื้องหน้า
ทว่าไม่ทันที่เขาจะเข้าถึงเรือนเก็บของหลังนั้น เสียงหนึ่งก็ะโขึ้น “มันอยู่นั่น! จับมันไว้!” องครักษ์สองนายโผล่ออกมาจากมุมกำแพงด้านข้าง ดาบในมือสะท้อนแสงคบไฟวาววับ พวกมันกรูเข้าหาหลี่ิอย่างดุร้ายไม่มีทางเลือกใดนอกจากต้องเผชิญหน้า!
หลี่ิชักดาบยาวออกจากฝัก ท่ามกลางแสงสลัวของตะเกียง เสียงโลหะเสียดสีดังกังวานก่อนที่ใบดาบจะฉายวาววับ เขาตวัดดาบเข้าปะทะคมอาวุธขององครักษ์สองคนที่จู่โจมพร้อมกัน เสียงเหล็กปะทะเหล็กดังก้อง ร่างทั้งสามผละออกจากกันเพียงชั่วอึดใจก่อนจะเข้าปะทะใหม่รวดเร็ว
องครักษ์คนแรกฟันดาบลงมาเต็มแรง หลี่ิเบี่ยงกายหลบไปด้านข้างอย่างคล่องแคล่ว ปล่อยให้คมดาบฟาดลงสู่ความว่างเปล่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เขาสวนดาบกลับด้วย เพลงดาบอันเฉียบคม ตวัดฟันเข้าที่สีข้างของศัตรู องครักษ์ผู้นั้นร้องลั่นเมื่อคมดาบกรีดผ่านเนื้อ เืสาดกระเซ็น ล้มทรุดลง
องครักษ์คนที่สองคำรามด้วยความโกรธ เหวี่ยงดาบโจมตีจากด้านหลังหมายจะฟันหลี่ิให้ขาดสะพายแล่ง แต่หลี่ิไหวตัวทัน เขาทิ้งตัวกลิ้งไปกับพื้นแล้วพลิกกายแทงปลายดาบสวนขึ้นสกัดการโจมตีนั้น สองฝ่ายต่างออกแรงผลักดันกันชั่วขณะ ก่อนหลี่ิจะใช้ท่วงท่าพลิกดาบบิดมืออย่างชาญฉลาด เพียงพริบตาเดียวคมดาบของเขาก็จ่ออยู่ที่ลำคอ ขององครักษ์ที่เหลือ
“อ๊ะ…เ้า…” ชายผู้นั้นตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงที่พลาดท่า ดวงตาจ้องใบหน้าหลี่ิใต้แสงริบหรี่ของโคมไฟ “…คุณชายหลี่ิ!” เขาหลุดอุทานออกมาเบาๆ อย่างจำได้ แม้เวลาผ่านไปหลายปี ใบหน้าของเด็กหนุ่มในวันวานกลับคืนมาปรากฏเป็ชายหนุ่มองอาจในยามนี้
หลี่ิชะงักไปเล็กน้อยที่คนผู้นั้นจำตนได้ เขาจำได้ว่าองครักษ์คนนี้เคยเป็ทหารเก่าที่บิดาไว้ใจ สหายเก่าของครอบครัว ที่เห็นเขามาั้แ่เด็ก ดวงตาของอีกฝ่ายฉายแววสับสนและลังเลเมื่อตระหนักว่าผู้บุกรุกคือคุณชายของจวนที่หายสาบสูญไป
ความลังเลเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเพียงพอแล้ว หลี่ิมิอาจหยุดยั้ง เขาต้องเอาชนะเพื่อไปต่อ ชายหนุ่มตัดใจ ใช้ด้ามดาบฟาดลงบนท้ายทอย ขององครักษ์ผู้นั้นอย่างรวดเร็วแทนการปลิดชีวิต เสียงกระแทกทึบดัง “ตุบ” ร่างสูงใหญ่ขององครักษ์ทรุดฮวบลงหมดสติ
หลี่ิหอบหายใจเบาๆ เขาเจ็บแปลบในใจเล็กน้อยที่ต้องเล่นงานคนรู้จัก แต่สถานการณ์บีบบังคับมิอาจปรานีได้ ขืนชักช้าคนอื่นๆ จะตามมาสมทบอีก เขารีบลุกขึ้น คว้าดาบกลับมาแล้วดีดกายมุ่งไปยังเรือนเก็บของทันที
“เกิดอะไรขึ้นทางนั้น!” เสียงะโถามดังมาจากไกลๆ แสงคบไฟหลายดวงเริ่มมุ่งหน้ามาทางนี้ หลี่ิกัดฟันกรอด จำต้องเร่งมือ ก่อนที่กำลังเสริมจะมาถึง เขาใช้ทางลัดเลาะข้างแนวต้นไม้ไปจนถึงตัวเรือนเก็บของเล็กๆ ที่ปลูกแยกออกมา เสียงโหวกเหวกด้านหลังเริ่มใกล้เข้าทุกที
เรือนเก็บของหลังเล็กตั้งตระหง่านในความมืด ใต้แสงจันทร์ซีดจาง หลี่ิเห็นบานประตูไม้เก่าถูกลงกลอนและใส่แม่กุญแจไว้จากด้านนอก คาดว่านี่คงใช้ขังคน เขากระชากดาบฟันลงที่แม่กุญแจด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด “เพล้ง!” แม่กุญแจโลหะขาดกระจุยตกลงที่พื้น
หลี่ิผลักประตูเข้าไป พบว่าภายในมืดสนิทและอบอ้าว กลิ่นอับโชยมากระทบจมูก “มีใครอยู่ไหม?” เขากระซิบถามด้วยภาษาแ่เบา แต่ใจเต้นรัวด้วยความหวัง “แม่นม…แม่นมอยู่ข้างในหรือไม่?”
มีเสียงขยับเขยื้อนแ่ๆ ดังมาจากมุมห้อง ก่อนตามด้วยเสียงสั่นเครือ “ใคร…ใครน่ะ?” น้ำเสียงนั้นแหบแห้งแต่หลี่ิจำได้ทันที
“แม่นม! เป็ข้าเอง หลี่ิ!” เขาพูดพลางรีบก้าวเข้าไปข้างใน ยกตะเกียงเล็กจากข้างประตูขึ้นจุดไฟเพื่อให้เห็นชัด ที่มุมห้องซึ่งมัดด้วยโซ่ตรวนกับเสาไม้ ปรากฏร่างของหญิงชราใบหน้าซูบผอมซีดเซียว ร่างกายอิดโรย เงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก
เมื่อแสงตะเกียงส่องถึงใบหน้านั้น หลี่ิก็แทบหลุดร้องออกมา “แม่นม!” ร่างชายหนุ่มถลาเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าหญิงชรา ความรู้สึกหลั่งไหลท่วมท้นทั้งใ ดีใจ และะเืใจ แทบไม่เชื่อสายตาว่าคนที่ตนคิดว่าเสียชีวิตไปนานแล้วบัดนี้นั่งอยู่ตรงหน้า แม้จะอยู่ในสภาพที่น่าเวทนา
หญิงชราเพ่งมองเขาผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อคลอ “คุณชาย… คุณชายหลี่ิจริงๆ หรือเ้าคะ?” นางเอื้อมมือที่สั่นเทาออกมาััใบหน้าของเขาอย่างแ่เบา ราวกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็เพียงความฝัน
หลี่ิจับมือเหี่ยวย่นของนางมากุมไว้ น้ำตาที่สะกดกลั้นไว้ พลันไหลรินอาบแก้ม “ข้าเอง แม่นม ข้ากลับมาแล้ว… ข้าต้องขอโทษที่ปล่อยให้ท่านต้องทนทุกข์อยู่ที่นี่เพียงลำพัง!” เสียงเขาสั่นเครือ เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเวทนา