หนิงเหอทำงานพาร์ทไทม์ให้กับสตูดิโอชีชวน มาตลอด 3ปี สะสมความรู้ประสบการณ์ไว้มากมาย จากความสามารถที่เธอมีนั้น สามารถไปสมัครเข้าทำงานกับบริษัทบันเทิงั์ใหญ่ในจีนได้อย่างสบายๆเมื่อเธอใกล้จบการศึกษาหลิงฟานก็จึงเอยถามหนิงเหอว่า
หลิงฟาน : หนิงเหอถามจริงๆเธออยากทำงานกับฉันต่อไป หรือว่าอยากไปทำงานที่บริษัทอื่น “พูดคุยกันอย่างสนิทสนมมากขึ้น”
หนิงเหอ: อึ้ง! ใกับคำถามไปนิดหนึ่ง ก่อนตอบกลับไปว่า “เธอยังไม่ทันได้คิดเื่นี้มาก่อน”
หลิงฟาน : ฉันอยากให้เธออยู่ทำงานกับฉันต่อไป“ฉันจะเลื่อนตำแหน่งให้เธอ”
หนิงเหอ: ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้รับคำชวนให้ทำงานต่อฉันจะได้เลื่อนตำแหน่งเหรอ......หมายความว่าฉันจะได้เป็พนักงานประจำของบริษัทใช่ไหมคะ
หลิงฟาน :ถูกต้อง!! ฉันจะเลื่อนตำแหน่งเธอให้มาเป็ “เลขาส่วนตัวให้ฉัน” แต่หน้าที่ความรับผิดชอบจะเพิ่มมากขึ้นงานทุกอย่างที่ฉันดูแลอยู่ตอนนี้เธอต้องเรียนรู้ทั้งหมด
หนิงเหอ : เลขาส่วนตัว!! (หนิงเหอดีใจมาก) ฉันจะตั้งใจเรียนรู้งานทั้งหมดให้ดีที่สุดค่ะ“ ขอบคุณค่ะ เจี่ยเจี๊ยที่ให้โอกาสดีๆ แบบนี้กับฉัน”
หลิงฟาน : ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจที่เธอไม่ปฏิเสธที่จะทำงานกับฉันต่อไป
หนิงเหอ : เจี่ยเจี๊ยกับพี่ๆที่สตูดิโอทุกคน ต่างก็ดีกับฉันมาก ทั้งให้โอกาส ทั้งสอนงานกับฉันพอเรียนจบแล้วจะให้ทิ้งทุกคนไป หนิงเหอทำแบบนั้นไม่ลงหลอกค่ะ
หลิงฟานเอ็นดูและให้ความไว้วางใจหนิงเหอมากขึ้นเป็ลำดับที่สำคัญหนิงเหอไม่เคยแสดงตัวต่อหน้าหลิงอี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว หนิงเหอไม่เคยพูดถึงเื่ที่เธอเคยช่วยหลิงอี้ไว้ให้ใครฟังมันแปลได้ว่าหนิงเหอนั้น ไม่ได้คิดที่จะหาทางเข้าใกล้น้องชายของเธอเลยแม้แต่น้อยต่อมาหนิงเหอจะมารู้ภายหลังตอนที่เข้ามาทำงานที่สตูดิโอชีชวนว่าหลิงอี้เป็ดาราแต่หนิงเหอก็ไม่ได้มีท่าทีสนใจในตัวหลิงอี้สักนิด หนิงเหอยังทำงานตามหน้าที่ของตนเอง ไม่เคยติดต่อกับหลิงอี้โดยตรง ทั้งๆ ที่หนิงเหอสามารถติดต่อหาหลิงอี้ตอนไหนก็ได้ หลิงอี้เองก็ไม่เคยถามถึงหนิงเหออีกเลยแสดงว่าเขาเองก็ไม่ได้สนใจในตัวหนิงเหอมากไปกว่าผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือเขา(หลิงฟานบอกกับตัวเองว่าเธอคงคิดมากไปเอง)
เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ทรายเอยถามหนิงเหอถึงเื่สมัครงาน
ทราย : หนิงเหอได้มีสมัครงานทิ้งไว้ที่ไหนบ้างหรือเปล่าเรามีสมัครงานไว้ที่บริษัททำเกี่ยวกับเครื่องสำอาง รอเขาเรียกสัมภาษณ์
หนิงเหอ : “ฉันไม่อยากปิดบังเพื่อนรักอีกต่อไป” เราได้งานที่สตูดิโอชีชวน
ทราย :อะไรนะ!! นั้นมันบริษัทของหลิงอี้ เธอได้งานที่นั่นแล้วเหรอ
หนิงเหอ :ใช่เขารับฉันเข้าทำงานแล้ว แต่ก็แค่ตำแหน่งพนักงานทั่วไป “บอกหมดไม่ได้ เดี๋ยวเป็เื่”
ทราย : อิจฉาเธอจังแบบนี้เธอก็ต้องได้เจอกับหลิงอี้บ่อยๆ บอกเขาให้หน่อยว่า “ฉันเป็หนึ่งในกลุ่มแฟนคลับหลิงอี้ ติดตามผลงานเขาตลอด”
หนิงเหอ :ได้สิ (รับปากเพื่อนไปก่อน เธอทำงานที่สตูดิโอชีชวนมา 3 ปี ยังไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของหลิงอี้ที่จะเข้าบริษัทเลยสักครั้ง)
เออ...ทรายเรามีเื่ปรึกษาเธอ พอได้งานประจำแล้ว คงต้องย้ายออกไปเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่ใกล้ๆ กับที่ทำงาน เพราะบางวันอาจจะต้องอยู่ทำโอทีจนดึก หากได้อยู่ใกล้กับที่ทำงานน่าจะสะดวกกว่าช่วยพูดป๊ามาม๊าของทรายให้เราหน่อยได้ไหม
ทราย :เื่ป๊ามาม๊าเดี๋ยวเราคุยให้เอง...ไม่มีปัญหา
เพื่อนร่วมงานที่สตูดิโอชีชวนต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับหนิงเหอที่ได้รับตำแหน่งเลขาของคุณหลิงฟาน “แบบนี้เราต้องพาหนิงเหอไปฉลองรับตำแหน่งใหม่กันหน่อยแล้วจริงไหมพวกเรา” ใช่ๆๆๆ ตกเย็นหลังเลิกงานวันนั้นพวกเราพากันไปฉลองที่ร้านอาหารจีนที่อยู่ใกล้ๆกับตึกสำนักงาน ขอให้หนิงเหอน้องเล็กของพวกเราโชคดีกับตำแหน่งใหม่ที่ได้ มา มาพวกเรายกแก้ว!! ยินดีด้วยๆ หนิงเหอกล่าวคำขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกคน
หลิงฟานสอนงานต่างๆให้กับหนิงเหอ เริ่มจากการดูตารางคิวงานของหลิงอี้ ทำยังไงไม่ให้งานที่รับไว้คิวไม่ชนกัน หนิงเหอเริ่มติดตามหลิงฟานไปพบลูกค้าบ้างในบางโอกาสทำให้หนิงเหอได้เปิดหูเปิดตาพบปะผู้คนที่อยู่ในแวดวง วงการบันเทิงมากขึ้นจากการแนะนำของหลิงฟานหลังจากนั้นหลิงฟานจะคอยบอกหนิงเหอว่าคนนั้นมีนิสัยยังไง คนไหนที่หนิงเหอควรระวังไว้ให้มากคนไหนปรึกษาขอคำแนะนำได้ และคนไหนขอความช่วยเหลือได้เยอะซะจนหนิงเหอจำไม่หมดต้องใช้วิธีจดลงในสมุดโน๊ต
“ต่อไปหนิงเหอจะต้องมี วีแชทหลิงอี้เพื่อพูดคุย และส่งข้อมูลเื่งานให้เขาโดยตรงไม่ต้องผ่านหลิงฟาน” ฮ่า...อะไรนะคะเจี่ยเจี๊ยจะให้ฉันติดต่อเื่งานโดยตรงกับคุณหลิงอี้เหรอคะ “ทำไมหนิงเหอเธอติดปัญหาอะไรเหรอ” หนิงเหอนิ่งไปสักพักแล้วตอบไปว่า เปล่าค่ะ...ไม่ได้ติดปัญหาอะไรฉันแค่....กังวลนิดหน่อยเพราะฉันยังไม่เคยพูดคุยติดต่อโดยตรงกับคุณหลิงอี้มาก่อนกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีค่ะ“ไม่ต้องกลัว หลิงอี้ไม่ได้เป็คนดุหรือไม่มีเหตุผล เขาใจดีจะตาย...หนิงเหออธิบายให้เจี่ยเจี๊ยเข้าใจได้ก็ไม่มีอะไรต้องห่วง หลิงอี้เป็คนเข้าใจอะไรได้ง่ายไม่ต้องกังวลจนเกินไป ปลดล็อกหน้าจอแล้วเอามือถือส่งมานี้” หนิงเหอทำตามคำสั่งก่อนส่งมือถือให้หลิงฟาน “ยื่นมือถือคืนพร้อมกับพูดว่าเอานี่...วีแชทหลิงอี้พรุ่งนี้เริ่มงานได้”
หนิงเหอ : สวัสดีค่ะฉันหนิงเหอเป็เลขาของพี่หลิงฟานค่ะ (ฉันตั้งสติอยู่นานก่อนจะทักเข้าไปหาหลิงอี้ในวีแชทฉันตัดสินใจใช้รูปโปรไฟล์เป็รูปท้องฟ้า)
หลิงอี้ : หนิงเหอ.....คนที่จะมาช่วยจัดคิวงานกับข้อมูลแผนการทำงานต่างๆแทนพี่หลิงฟานใช่ไหมครับ (หลิงอี้เห็นรูปท้องฟ้าตั้งเป็รูปโปรไฟล์เขาแปลกใจนิดหน่อย แต่ด้วยความเป็สุภาพบุรุษเลยคิดแทนไปว่าเธอคงจะอายหน้าตาที่ไม่สวยของเธอก็เป็ได้ทำให้ไม่อยากทักอะไรกับรูปโปรไฟล์ ***เอาที่เธอสบายใจแล้วกัน***)
หนิงเหอ : ใช่ค่ะต่อไปฉันจะเป็คนทำหน้าที่จัดคิวงานแทนคุณหลิงฟาน ฉันจะเป็คนค่อยอัปเดตงานทุกอย่างตลอดทั้งวัน ตอนเช้าเริ่มั้แ่ 09.00น.ค่ะ ถ้าคุณหลิงอี้้าอะไรเพิ่มเติมก็สามารถทักแชทหาหนิงเหอได้ตลอดค่ะ
หลิงอี้ : “ทักไปหาได้ตลอดเวลาจริงเหรอครับ 5555”ผมล้อเล่นอ๊ะครับไว้ถ้าผม้าอะไรจะส่งแชททิ้งไว้ให้ ถ้ามีเื่ด่วนผมจะโทรไปหาเองครับ “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ”
หนิงเหอ : ยินดีที่ได้ร่วมงานเช่นกันค่ะ“หยอดเก่งแบบนี้ มิน่าสาวๆ ถึงได้หลงกันทั้งเมือง”
หนิงเหอไม่ใช้รูปโปรไฟล์เป็รูปตัวเองเพราะไม่อยากให้เขาจำเธอได้ อีกอย่างฉันทำงานกับหลิงฟานมานานพอจะมองออกว่าหลิงฟานไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้หลิงอี้
หลิงฟานแม้จะไม่เคยเอยปากพูดออกมาตรงๆหากแต่การกระทำหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาของหลิงฟานที่จัดการกับสาวๆ พวกนั้นหนิงเหอก็พอได้ยินมาบ้าง ทำให้พอมองออกว่าหลิงฟานระมัดระวังข่าวคราวเื่ผู้หญิงที่เข้ามาพัวพันกับน้องชายมากเพียงใด“หนิงเหอเข้าใจเื่นี้ดีที่ผ่านมาจึงรักษาระยะห่างจากหลิงอี้ เพราะตัวฉันเองก็ยังไม่อยากตกงาน”
เพราะหากมีเรื่องผู้หญิงพวกบรรดาแม่ๆ แฟนคลับของหลิงอี้ไม่มีทางอยู่เฉยแน่ๆ “บางคนห่วงอย่างกับไม่ใช่แฟนคลับแต่เป็นแฟนตัวจริงยังไง...อย่างนั้น” จนอาจเกิดปัญหาร้ายแรงบานปลายส่งผลให้แฟนคลับถึงขั้นออกมาโพสต์ในweibo โจมตีฝ่ายหญิงแบบสียๆ หายๆ หรือหันมาโจมตีฝ่ายชายว่าจะไม่สนับสนุนผลงานต่างๆของดาราชายที่ออกตัวคบหากับคนที่เหล่าแฟนคลับไม่ถูกใจ อาจจะโดนแบนเหมือนที่ดาราชายคนอื่นๆเคยโดน บางคนถึงกลับหมดอนาคตในวงการบันเทิงไปเลยก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งหลิงอี้ระมัดระวังเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการเป็นเพื่อนร่วมงาน คู่จิ้นจับโยงกันเองของเหล่าแฟนคลับทำให้หลิงอี้ต้องค่อยตอบคำถามเรื่องสถานะของตนเองอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่าเขา “ โสด”