บรรยากาศภายในงานเป็ไปอย่างครึกครื้นสนุกสนาน หลังจากที่นางรำแสดงเสร็จและออกไปนั้น ได้มีคุณหนูในห้องหอหลายต่อหลายคนได้ออกมาแสดงฝีมือ ใครแสดงได้ดีฮ่องเต้ก็ประทานรางวัลให้ ผู้คนภายในงานต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
"หม่อมฉันได้ข่าวว่าผู้ชนะการประลองวรยุทธ์เป็บุตรีของเสนาบดีไป๋ที่ทำการฉ้อราชบังหลวงใช่หรือไม่เพคะ"
เสียงของฮุ่ยฮองเฮาดังขึ้น ผู้คนในงานต่างพากันเงียบเสียงของตนลงในทันที
"ฮองเฮาเ้าพูดสิ่งใดออกมารู้ตัวหรือไม่"
เสียงของฮ่องเต้ดังขึ้นตวัดสายตายใส่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็แม่ของแผ่นดิน
"แล้วฮองเฮาอยากรู้หรือไม่เล่าว่านอกจากเสนาบดีไป๋แล้ว ขุนนางในที่นี้มีผู้ใดที่ฉ้อราชบังหลวงบ้าง ไม่แน่ว่าคนใกล้ชิดท่านเองอาจเป็หนึ่งในนั้นก็เป็ได้"
เฟิ่งเซียนลุกขึ้นยืนและกล่าวออกไป พูดเช่นนี้คิดจะทำให้เขาเสียหายหรือ? คิดว่าตนเป็ใครกัน?
"จ...เ้า!!"
ฮองเฮาเค่นเสียงออกมาอย่างโกรธแค้น พรางชี้หน้าเฟิ่งเซียน สายตาที่ทอดมองมาราวจะกินเืกินเนื้อก็ไม่ปาน
"เ้ากล้าใส่ร้ายคนของเราเพียงนี้ คิดว่าเพียงฐานะผู้ชนะการประลองแล้วจะทำสิ่งใดไม่ไว้หน้าเราที่เป็ฮองเฮาได้หรืออย่างไร! ทหารจับตัวนางให้เราเดี๋ยวนี้!"
เสียงของฮองเฮาดังกึกก้อง ทหารองครักษ์หลายคนคิดจะเข้าไปจับตัวเฟิ่งเซียนแต่ก็ไม่อาจทำได้ คล้ายกับพวกตนโดนพลังมหาศาลกดทับร่างอยู่
"ฮองเฮา! เ้าคิดจะทำอันใดกับแม่นางเฟิ่งเซียน ไม่ใช่ว่ามีเพียงนางที่รู้ ตัวข้าเองก็รู้หรือจะให้เรานำหลักฐานออกมาตอนนี้เลยหรือไม่!!"
เสียงของผู้เป็เ้าของแผ่นดินดังขึ้น ฮองเฮาที่ในตอนแรกยืนชี้หน้าเฟิ่งเซียนอยู่นั้นคล้ายกับไม่เข้าใจ ฮ่องเต้ทรงตรัสสิ่งใดออกมา
เื่ที่พวกเขาทำมีหรือพระองค์จะไม่รู้แต่หลักฐานนั้นต่างออกไปพระองค์ไม่มีทางที่จะมีสิ่งนั้นได้ แล้วสิ่งที่กล่าวอ้างเพื่อสตรีนางนี้คือสิ่งใดกันแน่
"ฝ่าาพระองค์รู้ตัวหรือไม่ว่ากล่าวสิ่งใดออกมา...ตระกูลฮุ่ยของหม่อมฉันรับใช้ราชวงศ์มากี่ยุคกี่สมัย พระองค์จะให้สตรีนางหนึ่งมาเหยียบย้ำเช่นนี้ได้หรือ
หากไม่เห็นแก่หม่อมฉันโปรดเห็นแก่บรรพบุรุษของหม่อมฉันที่จงรักภักดีแก่ราชวงค์ฉีมาตลอดด้วยเถิดเพคะ"
ฮุ่ยฮองเฮากล่าวออกมาพลางสะอื้นเบาๆ หากเื่นี้เล็ดรอดออกไปว่าฮ่องเต้ทรงกล่าวโทษตระกูลของฮองเฮาเพื่อสตรีนางหนึ่งทั้งที่ไม่มีหลักฐาน ตั้งเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาเป็แน่
"เพราะเราเห็นแก่หน้าบรรพบุรุษของพวกเ้า เราจึงได้จัดการแค่เสนาบดีไป๋และยังไม่ได้จัดการพวกเ้า เรารู้ว่าฮองเฮาไม่พอใจในตัวแม่นางเฟิ่งเซียน
แต่สิ่งที่เ้ากระทำอยู่มันเป็สิ่งสมควรแล้วหรือ หากรวมสิ่งที่เ้ากระทำผิดตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แคว้นฉีคงได้เวลาเปลี่ยนตัวฮองเอาแล้วกระมัง"
เสียงของฮ่องเต้ฉีหยางเล่อดังออกมาคล้ายกล่าวเตือนผู้ที่กระทำผิดทุกคน ราวกับจะบอกว่าเวลาของพวกเ้าใกล้ที่จะสิ้นสุดลงแล้ว อย่าคิดว่าสิ่งที่ตนทำนั้นจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ฮุ่ยฮองเฮานิ่งค้างยิ่งกว่าเดิม เดิมทีนั้นนางเพียงแค่้าหักหน้าสตรีที่ชื่อเฟิ่งเซียนเพียงเท่านั้น นางไม่ชอบใจที่คนเช่นนี้เข้าข้างองค์ชายใหญ่ นางกลัวว่าวันข้างหน้าคนผู้นี้จะทำให้องค์ชายใหญ่ได้ตำแหน่งรัชทายาทไป นางจึงคิดจะตัดไฟั้แ่ต้นลมเพื่อที่อนาคตจะได้ไม่ต้องมาหวาดระแวงอีก
ผู้ใดจะรู้เล่าว่าฮ่องเต้จะตรัสออกมาเช่นนี้ กล่าวปกป้องมันไม่พอยังจะกล่าวเอาผิดตระกูลฮุ่ยของนางรวมทั้งคิดจะปลดนางออกจากตำแหน่งฮองเฮาอีกด้วย ไม่! เป็ไปไม่ได้หรอก! มันต้องไม่มีทางเกิดขึ้นแน่
"แม่นางเฟิ่งเซียนโปรดปล่อยทหารองครักษ์ของเราเถิด พวกเขาเพียงทำตามคำสั่งของฮองเฮาเท่านั้น"
เฟิ่งเซียนที่ได้ยินเช่นนั้นจึงเก็บพลังของตนคืน ทหารองครักษ์หลายที่โดนพลังของนางนั้นต่างพากันกระอักเืออกมา บางคนถึงขั้นที่สลบไปเลยก็มี ทหารเหล่านี้อ่อนแอไปหรือไม่หลังเพียงเท่านี้จะปกป้องผู้เป็นายเหนือหัวตนยังไม่ได้ด้วยซ้ำ
"ฮองเฮาคงคิดว่าข้าเป็เพียงแค่สตรีผู้หนึ่งที่เก่งวรยุทธ์กระมัง ท่านคงไม่รู้ว่าตัวข้านั้นไม่เคยปล่อยผู้ที่คิดร้ายต่อตนให้มันรอดชีวิตไปโดยง่าย ตัวอย่างก็คงเป็ศิษย์พรรคมารที่คิดจังสังหารข้าคนนั้นกระมัง
ท่านรู้หรือไม่แม้ข้าจะไม่ได้สังหารมันเพราะคิดว่าความตายคงง่ายเกินไปสำหรับคนผู้นี้ ตัวข้านั้นได้ทำลายเส้นปราณรวมทั้งเส้นประสาทต่างๆ ภายในกาย จนบัดนี้คนผู้นั้นไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลย
ไม่ใช่แค่ฝึกปราณเพียงแค่คิดจะขยับตัวก็รู้สึกราวกับมีเข็มพิษนับหมื่นทิ่มแทงกาย แล้วท่านคิดว่าข้าจะทำเช่นไรดีเล่า"
เฟิ่งเซียนกล่าวออกมาเสียงเย็นน่าหวาดกลัว คนผู้นี้เดิมทีก็เป็ภัยแก่สหายนางและมารดาของเขามากอยู่แล้วซ้ำตอนนี้ยังคิดจะทำร้ายนางอีกคิดว่าคนเช่นนางจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ หรือไร
ฮุ่ยฮองเฮาได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มเกิดอาการหวาดกลัว สีหน้าของสตรีผู้นี้ไม่เหมือนกล่าวออกมาเพื่อขู่ให้กลัวเล่นเพียงเท่านั้น คล้ายกลับว่าคิดจะเอาชีวิตของตนจริงๆ เสียอย่างนั้น
ไม่ข้าจะต้องไม่กลัวคนผู้นั้นจะต้องมาช่วยพวกข้า ถ้าวันนี้ฮ่องเต้คิดจะปลดนางและเอาผิดตระกูลฮุ่ยแล้วล่ะก็คนผู้นั้นต้องออกมาแน่
เมื่อคิดเช่นนั้นฮองเฮาก็หัวเราะออกมา ผู้ที่อยู่ที่นี่ล้วนมีพลังปราณก็จริง แต่เบื่องหลังพวกนางตระกูลฮุ่ยมีคนผู้นั้นซึ้งเป็จอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งจากแคว้นอันดับหนึ่งอยู่ คนเหล่านี้หากคิดจะขัดขืนคงมีแต่ต้องตายสถานเดียว
หลังจากนั้นนางก็จะให้โอรสของนางขึ้นเป็ฮ่องเต้ก็สิ้นเื่ และป่าวประกาศออกไปว่าองค์ใหญ่คิดการฏ จึงใด้ทำการปลงพระชนม์ฮ่องเต้และคนอื่นๆ โดยมีเหล่าอัจฉริยะของแคว้นเป็ผู้อยู่เบื่องหลัง เพียงเท่านี้ก็จะไม่รู้สิ่งที่พวกนางกระทำแล้ว
ฮุ่ยฮองเฮาที่ตอนนี้คล้ายจะไม่มีสติอยู่แล้ว พระนางคิดเพียงว่าจะจัดการกับผู้ที่สร้างความเดือดร้อนให้ตนอย่างไร โดยที่ไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมาแม้แต่นิด
"ฮ่องเต้เพคะ พระองค์เคยรู้หรือไม่ว่าหม่อมฉันจะทุกข์ทนทรมานเพียงใดถึงได้ก้าวมาถึงจุดๆ นี้ คิดว่ามันง่ายหรือที่ต้องสู้รบปรบมือกับอสรพิษมากมายในวังหลังเช่นนี้
แต่ในเวลานี้ที่หม่อมฉันถูกสตรีผู้นี้ขู่จะปลงพระชนม์ พระองค์กลับไม่คิดจะทำสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย หม่อมฉันคิดมาตลอดว่าพระองค์จะมีใจรักหม่อมฉันบ้าง
หากวันนี้มีคนล้มตายกันมากมายพระองค์ทรงตระหนักไว้เถิด ว่าเป็พระองค์เองที่บีบบังคับให้หม่อมฉันทำเช่นนี้!"
"เ้าคิดจะทำอันใดกันแน่"
เสียงของฮ่องเต้ฉีหยางเล่อดังขึ้น พระองค์มองไปที่ฮุ่ยฮองเฮาที่ในตอนนี้ในมือมีแผ่นป้ายหยกสีดำแผ่นหนึ่งอยู่ในมือ ก่อนจะเริ่มบีบแผ่นหยกให้แตก
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮองเฮาในที่สุดเ้าก็ใช้วิธีนี้เสียที พวกข้ารอเวลานี้มานานเหลือเกิน"
เสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้น เสียงที่แหบกร้าน ใบหน้าที่บ่งบอกถึงอายุได้อย่างดีผู้ที่มาพร้อมพลังกดดันระดับแม่ทัพขั้นปลาย
และมีชายอีกนับสิบคนอยู่ด้านหลังพลังของพวกเขานั้นก็สูงมากเช่นกันพลังนักรบขั้นปลายห้าคนและระดับแม่ทัพขั้นต้นห้าคนนั้นเมื่อเทียบคนในแคว้นฉีย่อมสูงกว่ามากนัก
"ฮองเฮาเ้าถึงกับคิดคบกับคนนอกเพื่อทำลายแคว้นของตนเช่นนี้เลยหรือ!"
เสียงของฮ่องเต้ดังขึ้นอย่างไม่คิดจะปิดบังความโกรธของตนเลยแม้แต่น้อย พระองค์เคยคิดอยู่บ้างว่าสตรีนางนี้คงไม่เลวร้ายอันใดมาก
หากไม่นับรวมกับสิ่งที่ตระกูลนางทำคงเป็เพียงสตรีธรรมดาผู้หนึ่ง แต่สิ่งที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นวันนี้ก็ได้ประจักษ์ สตรีผู้นี้ถึงกลับกล้าสมคบคิดกันคนนอกแคว้นเพื่อประโยชน์ของตน
"พระองค์ทรงบีบบังคับหม่อมฉันเอง หากพระองค์มีราชโองการแต่งตั้งโอรสของหม่อมฉันขึ้นเป็รัชทายาทั้แ่แรก เื่ราวคงไม่เป็เช่นนี้"
ฮุ่ยฮองเฮากล่าวโทษผู้ที่ชื่อว่าเป็สวามี ใช่ทั้งหมดเป็เพราะเขา หากเขาให้โอรสของนางเป็รัชทายาท ถ้าเขาไม่เข้าข้างสตรีผู้นี้นางคงไม่เลือกทางนี้เเน่
ทหารองครักษ์นับพันต่างวิ่งเข้ามายังลานพิธีเพื่อมาป้องป้องผู้เป็นายเหนือหัวแต่กลับไม่อาจทำได้เนื่องจากรอบนอกนั้นมีทหารของฮองเฮาแฝงตัวอยู่นับพันเฉกเข่นเดียวกัน เหล่าทหารทั้งสองฝ่ายเกิดการปะทะมีคนมากมายต่างล้มตายไป
ในตอนนี้นั้นมีองครักษ์เงานับสิบออกมาปกป้องฮ่องเต้ เฉกเช่นเดียวกับเหล่าองค์ชายและท่านอ๋องทั้งหลาย แต่ด้วยพลังปราณเพียงนักรบขั้นกลางของเหล่าองค์รักเหงานั้นจะยื้อเวลาได้มากเพียงใดกัน
"เวลานี้เป็เวลาตายของพวกเ้าแล้ว ราชวงศ์ฉีจะต้องพินาศ ต่อไปนี้ข้าจะเป็คนชักใยอยู่เื้ัแคว้นนี้เอง ฮ่าฮ่าฮ่า"
เสียงหัวเราะน่าสะอิดสะเอียนดังขึ้น เฟิ่งเซียนที่ในตอนแรกไม่คิดจะแสดงฐานะของตน แต่ในเวลานี้กลับคล้ายกับเหตุการณ์บีบบังคับ
"ศิษย์สำนักเพลิงบุปผาทุกคนรับคำสั่ง สังหารผู้ที่ก่อความวุ่นวายให้สิ้นซาก "
เสียงของเฟิ่งเซียนดังกึกก้อง ศิษย์สำนักเพลิงบุปผาทั้งสิบสองคนพุ่งตัวมาข้างนางก่อนทำการรับคำสั่ง
"ขอรับ/เ้าค่ะท่านเ้าสำนัก!"
สิ้นเสียงของศิษย์สำนักเพลิงบุปผาผู้คนโดยรอบก็ต่างได้แต่ใ พวกตนไม่ใด้ใที่รู้ว่ามีศิษย์ของสำนักนี้ผ่านเข้ารอบมาถึงสิบสองคน
แต่ที่ใคือสิ่งที่พวกเขากล่าวออกมา คนผู้นี้เป็ถึงเ้าสำนักของคนผู้นี้เชียวหรือ ใก็ใดีใจก็ดีใจ เช่นนี้พวกตนไม่ใช่ว่ามีความหวังจะรอดแล้วหรือ
"คิดว่าเพียงพวกเ้าไม่กี่คนจะเอาชนะข้าที่มีพลังระดับแม่ทัพขั้นปลายได้หรือ "
เสียงของชายชราคนเดิมดังขึ้น ยอมรับว่าตนใที่สตรีนางนี้เป็ถึงเ้าสำนักของอัจฉริยะเหล่านี้ แล้วอย่างไรเหล่าในแคว้นเล็กๆ นี้ย่อมไม่มีผู้ใดเอาชนะตนได้
"เฟิ่งเซียนเ้า..."
ฉีิเซียนคล้ายจะกล่าวสิ่งใดออกมา หากนางเป็เ้าสำนักนี้เื่ที่นางมีข้อมูลต่างๆ คงไม่ใช่เื่ยากอันใดหรอกกระมัง
ฉีิเซียนมองสีหน้าของเฟิ่งเซียนที่แสดงออกมา คล้ายกับว่านางจะบอกว่าเมื่อเสร็จสิ้นทุกสิ่งอย่างนางจะบอกเขาเอง
"เหตุใดจะไม่ได้เล่า เ้าทนงตนเกินไปหรือไม่คิดว่าเพียงเป็คนของแคว้นอันดับหนึ่งแล้วจะไม่มีผู้ใดชนะเ้าได้เช่นนี้ ออกจากกะลามาดูโลกภายนอกบ้างเถิด"
เฟิ่งเซียนกล่าวพรางยิ้มเยาะใส่ชายชราตรงหน้า ในที่แห่งนี้หากจะมีผู้ใดจัดการคนผู้นี้ได้ เห็นทีคงมีเพียงนางผู้เดียว
*****