10 ปี ผ่านไป
"พี่ฮุ่ย ข้าไม่เอา ท่านนั้นแหละไป" ไป๋หง ที่โดนพี่ชายสุดที่รักที่แสนปอดแหก ดันตัวนางให้เข้าไปในถ้ำลึกลับนั้น
"น้องหงนั้นแหละควรไป พี่จะบอกให้นะ ในถ้ำ อาอินทรีใจดีจะตาย"ไป่ฮุ่ยยังไม่หยุดน้องสาว เพราะตนอยากรู้มานานแล้วเหตุใด บิดากับมารดาถึงได้พากันห้ามนักไม่ให้เข้ามาเขตนี้ ทั้งที่ก็เป็ป่าปักษาเดียวกัน ถ้าถาม บิดาก็ตอบมาว่า นั้นคือสหายของบิดา สหายบิดาตนจำศีลอยู่ห้ามไปรบกวน แค่นั้น ไป๋หานเอ่ยปัดบุตรชายที่ดื้อไม่เข้าเื่โดยลืมกล่าวไปว่า สหายตนนั้นเป็สัตว์ขี้โมโห ขนาดตนจะไปเยี่ยมเยือนก็ตะหวาดกลับว่าไม่ต้อง เขาถึงกลัวบุตรชายไปทำให้สหายตนนั้นอาระวาดเข้า
"หือ หากใจดี เหตุใดพี่ฮุ่ยถึงไม่เข้าไปกับข้าล่ะ ข้าได้ยินท่านพ่อห้ามให้มาเขตนี้นี่น่า "ใบหน้าแสนไร้เดียงสาขมวดคิ้ว งงงวยถามพี่ชายที่ผลักตนเองไม่เลิก แต่ด้วย ไป๋หงนั้นโดนบิดาเคี้ยวเข็ญให้ฝึกร่ำวิชาจนตนเองประสบผลสำเร็จ ระดับลมปราณสีขาวขั้นต้น ซึ่งเป็วัยเยาว์นัก ทำให้ไป๋หานใการพัฒนาของบุตรสาวที่ชักจะน่ากลัวเกินไปของโลกใบนี้ เขาอยู่มาหลายหมื่นปียังไม่เคยเห็นเผ่าพันธ์ใดตอนอายุสิบปีจะถึงขั้นสีขาวเร็วถึงเพียงนี้ จนเป็เหตุให้ไป๋หานกังวลไม่เลิก
ไป๋ฮุ่ยพยายามดันน้องสาวเท่าไหร่ นางก็แทบไม่ขยับ จนตนเองเหงื่อท่วมตัว เขาไม่คิดว่าน้องสาวที่อายุน้อยกว่าตน แถมร่างกายยังดูบอบบางแต่กลับแข็งแรงถึงเพียงนี้ ทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจ แล้วล้มลงนอนแผ่หล่า บนพื้นสีเขียวที่เต็มไปด้วยหญ้าอ่อนสีเขียว ไป๋หงหันมาด้านหลังเห็นพี่ชายตนเลิกดันตนเองไปในถ้ำ ก็เจอสภาพเบื้องหน้าก็ขำเล็กน้อยแล้วเอานิ้วไปจิ้มใบหน้าเนียนของพี่ชาย
"น้องหง อย่าทำเหมือนข้าเป็มูลสัตว์สิ จิ้มแบบนี้นั้นมันน่านัก"มือหนาปัดนิ้วเล็กๆนั้นออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ที่น้องสาวหัวเราะให้ตน ใช่สิเขามันก็แค่พี่ชายปอดแหกที่อะไรๆก็ให้น้องนำหน้า ใบหน้าใสของไป๋ฮุ่ยงอง้ำลงอย่างรู้สึกปลงที่ตนเองทำไมขี้ขลาดเช่นนี้ เบื่อในความี้เีไม่เอาวิชาดั่งเช่นน้องสาวที่ให้บิดาคอยสอนวิชาให้ตลอด
"อย่าน้อยใจไปน่า ท่านคือพี่ชายข้าน่า แม้ท่านพัฒนาด้านวิชาไม่เร็วเท่าข้าแต่ท่านก็ยังเป็พี่ชายที่แสนดีคนหนึ่งเลยล่ะ "พอได้ยินคำชม ตนเองก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเชิดๆตามคำยกยอของน้องสาว ก่อนจะลุกขึ้นมาจับใบหน้าน้องสาวมาหอมฟอดหนึ่งอย่างหมั่นเขี้ยว
"พี่บ้า เอาอีกแล้ว ข้าไม่ชอบให้ท่านหอมข้านะ "
"แล้วไงใครบอกให้น้องสาวพี่น่ารักขนาดนั้นล่ะ แต่ข้าหอมได้คนเดียวนะ ห้ามไปให้บุรุษใดหอมล่ะ ข้าจะตัดหัวมันให้สิ้นซะ หึหึ" ไป๋หงเบะปากอย่างเอือมๆ ขนาดตนเองยังให้น้องออกหน้าตลอด ยังมีหน้าจะไปตัดหัวคนอื่นเขา
"ว่าแต่เราไม่ต้องเข้าในถ้ำหรอกพี่ฮุ่ย ข้ากลัวท่านพ่อจะดุข้า "ไป๋หงยังพยายามอ้อนวอนพี่ชาย
"ไม่ได้ เราอุตส่าพากันมาถึงนี่แล้ว ไม่ลองไม่รู้"
"ท่านก็พูดได้นี่ ท่านไม่เข้าไปเองแทนข้าล่ะ ข้าไม่อยากจะไปหรอกนะ"ไป๋หงกอดอกอย่างงอนๆ
"โถ่ น้องรัก ใครบอกว่าจะให้เ้าเข้าไปคนเดียวล่ะ พี่อาจจะปอดแหกก็จริง แต่ข้าจะเข้าไปกับเ้าด้วย แต่ไม่ขอนำหน้านะ"ไป๋ฮุ่ย ฉีกยิ้มอย่างขอร้อง ไป๋หงกรอกตา ก่อนจะลุกขึ้นถอนหายใจ
"เฮ้ออออ ก็ได้ เป็ไงเป็กัน ถ้าท่านพ่อรู้เข้า ท่านต้องรับผิดชอบด้วย"
"จ๊ะ น้องรักพี่สัญญา "ไป๋ฮุ่ยแทบจะะโเต้นในใจ แต่ก็ต้องเก็บไว้เดี๋ยวนางจะเปลี่ยนใจเอา
"ไปกันเถอะ เดี๋ยวมืดจะกลับบ้านช้า ท่านแม่จะเป็ห่วงเอา"
"จ๊ะ" สองพี่น้องเดินเข้าไปในถ้ำใหญ่ ที่ข้างในนั้นมีไฟส่องสว่างตามทางเหมือนให้รับรู้ว่าในนี้มีสิ่งมีชีวิตอยู่ พร้อมกับแรงกดดันนั้นทำให้ทั้งสองขนลุกมากๆ โดยเฉพาะชายผู้ปอดแหก ที่เหงื่อไหลไม่หยุดพรางเกาะหลังน้องสาวตนอย่างกลัวๆ
"หืม บรรยากาศมันวังเวงจังพี่ฮุ่ย แน่จริงนะว่าเราจะเข้าไปอ่า"ไป๋หงแม้จะไม่ค่อยกลัวสิ่งใด แต่แรงกดดันนี้มันอึดอัดเอามากๆ
"เอาน่า ข้ามีไม้เด็ดอยู่ถ้า เราไม่ปลอดภัย พี่จะใช้ลูกแก้วนี้ให้เราออกมาทันที "ไป๋หงมองไปที่ลูกแก้วสีขาวขุ่นมันคือ ของขวัญของบิดาที่ให้พี่ชายนางเวลาเกิดอันตรายหรือคับขันให้ใช้มันเพื่อป้องกันตนทันที และตนก็มีเช่นกัน ไป๋หงส่ายหน้าในความปอดแหกของพี่ชาย ที่ขนาดตนเองกลัวยังอยากรู้อยากเห็น
สองร่างเดินไปข้างหน้าช้าๆ มาได้หนึ่งกิโลก็ไม่เห็นมีอะไรเลยนอกจากแรงกดดันของลมปราณนี้ ทำให้เด็กสาวอย่างไป๋หงชักจะเริ่มเบื่อๆขึ้นมา เพราะไม่รู้จะเดินไปนานเท่าไหร่จะถึงเป้าหมาย พอเดินมาได้ประมาณสามกิโล จนทั้งสองโผล่ออกมาจากถ้ำก็เจอทิวทรรศน์ข้างหน้าอย่างตกตะลึง ตาทั้งสองคู่จับจ้องไปอย่างไม่น่าเชื่อกับภาพที่เห็น
"พะ พี่ฮุ่ย สวยมาก"
"ชะ ใช่น้องรัก "ทั้งสองกล่าวอย่างใจตื่นเต้นที่เหตุใดเขตของตนไม่เห็นมีวิวทิวทรรศน์สวยงามขนาดนี้ พื้นหญ้าเขียวสด ดอกไม้นานาพรรณ ไม่รกรุงรัง อย่างกับสวนที่จัดเป็ระเบียบมีน้ำตกน้ำสีฟ้าใสมีปลาแวกว่ายตัวเล็กๆ ไป๋หงที่โดนมนสะกดของภาพข้างหน้า ขาวิ่งไปรับบรรยากาศแบบนั้นอย่างตื่นเต้น
"ว้าว ไม่ยักกะรู้ว่าป่าปักษา์ของเราจะมีที่แบบนี้ด้วย ข้าว่าข้างนอกยังสวยแล้ว ไม่นึกว่าในถ้ำนี้จะซ่อนพื้นที่สวยงามนี้ไว้ "
"ใช่ ถ้าเราไม่เข้ามาคงไม่มีวันได้รับรู้แน่ " ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินดูพืชพรรณอย่างตั้งใจนั้น ร่างนกอิทรีใหญ่ั์ก็บิกโฉบลงมาทันทีเพราะรับรู้ถึงการบุกรุกที่ของตน
"บังอาจนักกล้ามายังที่ของข้า!!"เสียงที่เอ่ยดังสนั่นจนทำให้ทั้งสองสะดุ้งโหยงถอยหลังไปหลายก้าวเพราะสิ่งมีชีวิตที่อยู่เบื้องหน้านี้มันช่างใหญ่นักเกือบเท่าูเาลูกเล็กลูกหนึ่งยังว่าได้
"คะ คาราวะท่านาุโข้า ทั้งสองไม่ได้ตั้งใจมาบุกรุก แต่พี่ชายข้าบังคับให้เข้ามา"ไป๋หงอธิบาย ไป๋ฮุ่ยหันไปมองน้องที่ปากพร่อยไปบอกแบบนั้นได้อย่างไรกัน
"น้องหงเ้าจะเอาตัวรอดคนเดียวรึ"ไป๋ฮุ่ยกัดฟันพูดกระซิบน้องสาวที่อยู่ข้างๆทั้งที่มือยังเกาะแขนน้องสาวไม่เลิก
"เปล่าสะหน่อย ข้าพูดความจริงต่างหาก"สองคนกระซิบไปมาทำให้อินทรีั์ที่โมโหก็เริ่มหน้าบึ้งตึงเข้าไปอีก
"หยุดเถียงกันได้แล้ว ใครผิดใครถูกข้าไม่อยากรับทราบ แต่ใครที่กล้ามาบุกรุกเขตของข้ามันต้องตาย"อินทรีั์พ่นลมปราณของตนออกจากปากพุ่งใส่ร่างสองร่างทันที ไป๋หงผลักพี่ชายออกไปจน ไป๋ฮุ่ยกระแทกกับต้นไม้นั้นจนจุก
"น้องหง เ้าจะช่วยข้าหรือจะฆ่าข้ากันแน่ผลักมาได้ เจ็บโว้ย"ไป๋ฮุ่ยนอนเกลือกกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บ
ไป๋หงที่ผลักภาระนั้นทิ้งก่อนจะเอ่ยพึมพัมแล้วยกมือส่งกระแสลมปราณของตนพุ่งใส่พลังของนกอินทรีนั้นตอบโต้ทันที อินทรีที่กะว่าจะลงโทษเบาๆของตน ไม่คิดว่าเด็กน้อยนั้นจะรับพลังของตนได้ก็เริ่มสนใจขึ้นมา
"เก่งนี้เด็กน้อย ที่รับลมปราณของข้าได้ แต่มันก็แค่ของเด็กเล่นเท่านั้น เจอนี้เ้าจะยังรับไหวไหม"อินทรีั์กางปีกใหญ่ขนสีทองอร่าม แผ่รังสีกดดันที่พร้อมจะปล่อยลมปราณสามในสิบออกไป ตาสีดำสนิทของมันจ้องเหยื่ออันโอชะนั้นอย่างกระหายการต่อสู้เพราะนานแล้วที่เขาไม่ได้สนุกอะไรเช่นนี้
"รับไปซะเด็กน้อย ปีกเวหาทลาย์"พรึ่บ!! ไป๋หงใกับกระแสพลังนั้นจนเหงื่อไหล แม้ตนจะรับกับลมปราณนั้นได้ใช่ว่านางจะสู้สัตว์ั์ข้างหน้านี้ได้ เพราะรู้ว่าอินทรีั์ข้างหน้าไม่ได้สู้เต็มที่เพียงแค่ลงโทษตนเท่านั้น
"ทำไงดีไป๋หง"ระหว่างที่คิดอย่างสับสน พลังนั้นก็ใกล้เข้ามาทุกที ก่อนจะนึกได้ว่าตนมีกะบี่เจ็ดบุบผาที่เป็สมบัติของบิดาให้มาตอนออกไปร่ำเรียนวิชากับบิดาตอนอายุห้าปี จึงได้มา
"กระบี่เจ็ดบุบผา"พรึ่บ! ตึง!! ไป๋หงเรียกกระบี่ออกมาแล้วร่ายเวทย์คุ้มกันแล้วเหวี่ยงใส่พลังของอินทรีั์นั้นอย่างสุดกำลัง จนสำเร็จแต่ตนเองกระเด็นออกมาหลายก้าว เพราะกับปักกระบี่ลงพื้นอย่างเหนื่อยล้าและจุกที่อก พลังนั้นแข็งแกร่งเกินไป ข้ารับไม่ไหว ไป๋หงมองไปทางพี่ชายที่สลบไปแล้ว ข้างต้นไม้ใหญ่ก็ในี่ตนเผลอผลักแรงไปหรือเปล่าพี่ตนถึงได้สลบ ไป๋หงได้แต่ขอโทษในใจอย่างสำนึกผิดที่ไม่คิดว่าการช่วยเหลือของนางจะทำให้พี่ตนเองเป็ขนาดนั้น
"ท่านาุโได้โปรดฟังข้าอธิบายก่อน "ไป๋หงหอบหายใจอย่างแรงเพราะรับพลังนั้นเกือบไม่ไหว ถ้าเป็คนธรรมดาคงได้ตกตายไปแล้วแน่ อินทรีั์ที่ใเป็รอบสองหลังจากที่เห็นเด็กน้อยนั้นไม่คิดว่าจะรับพลังที่ตนคิดว่าหากโดนคงได้ตกตายเป็แน่ และยังรู้สึกคุ้นกับกระบี่นั้นอีก
"เหตุใดข้าต้องฟัง พวกเ้ายังบุกรุกที่ข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตเลยด้วยซ้ำ"อินทรีั์ลดท่าทีลงเพราะต่อให้เด็กน้อยรับพลังตนได้แต่ก็ทำให้เด็กน้อยนั้นรับต่อไปไม่ไหวแน่หากตนยังยืนยันที่จะลงโทษต่อ
"ข้ากับพี่ชาย ขออภัยที่บุกรุกที่ของท่านาุโ แต่พวกข้ามาดีไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ ปล่อยพวกข้าไปเถิด ต่อไปข้าจะไม่มาอีกด้วยสัตย์สาบานของข้า"อินทรีั์ได้ยินก็ถอนหายใจเพระตนก็ทำเกินไปนั้นแหละถ้าตนมีเืร้อนดั่งกาลก่อนที่เคยปะทะกับสหายตนครั้งหนึ่ง เด็กน้อยคงรับไม่ไหวแน่ ตนนั้นคงได้ฆ่าเด็กน้อยผู้นี้เป็แน่ แต่ตอนนี้หลังจากอยู่มานานทำให้ตนได้รับรู้โลกมากขึ้น ความเย่อหยิ่งของตนก็ค่อยๆลดลงเพราะได้รับรู้จากการปะทะกับสหายเก่าครั้งก่อนตนได้พ่ายแพ้ลงจึงได้ตัดขาดจากโลกภายนอกเพื่อรักษาตนเองและฝึกฝนวิชาตนเพื่อความแข็งแกร่งให้เท่าสหายเก่า
"หากข้าเป็ดั่งกาลก่อน ข้าคงไม่อาจปล่อยเ้าแน่ แต่ข้าอยากรู้กระบี่ที่เ้าถือนั้น ใช่ กระบี่เจ็ดบุปผาหรือไม่"ไป๋หงได้ยินก็ตอบรับ
"ใช่ ทำไมท่านถึงรู้"อินทรีก็เบาใจลง
"แล้วเ้าได้มาอย่าง หรือมีความเกี่ยวข้องอันใดกับไป๋หานสหายข้า"
"เอ่อ ไป๋หานที่ท่านเอ่ยมา คือบิดาข้าเอง ข้านามว่าไป๋หง ส่วนพี่ชายข้าที่อยู่ตรงนั้น ไป๋ฮุ่ยเป็บุตรชายท่านพ่อไป๋หานเช่นกัน"อินทรีั์เมื่อเข้าใจแจ่มแจ้งก็ลดขนาดร่างกายลงเพื่อจะได้พูดคุยได้สะดวก ต่อให้ตนพูดได้แต่ตนไม่ใช่สัตว์เทพที่จะสามารถแปลงกายได้ดั่งเช่นสายพันธ์ไป๋หาน
"ตามข้ามาสิ"
"เอ่อ แล้วพี่ชายข้า"
"ปล่อยมันไว้นั้นแหละ มันไม่ตายหรอก"อินทรีบินเข้าไปในป่านำหน้าไป๋หงเพื่อนำทาง ไป๋หงก็ได้แต่ขอโทษพี่ชาย ไว้ข้าค่อยกลับมาเก็บศพพี่นะ ไป๋หงจึงเดินตามอินทรีั์นั้นไปตามหลังแม้จะลดขนาดลงแต่ก็ยังตัวใหญ่กว่าตนเองอยู่ดี
หนึ่งมนุษย์กับหนึ่งสัตว์อสูรได้เดินทางมายังกระท่อมหลังไม่ใหญ่มากนักข้างน้ำตกที่สวยงาม บรรยากาศเย็นสบายนั้นทำให้ไป๋หงรู้สึกดีไม่น้อย
"นี่คือที่พักข้าเอง พ่อเ้าทำไว้ให้ข้า แม้ข้าไม่ค่อยอยู่มากนักหรอกส่วนใหญ่ข้าอยู่แต่ในป่า"ไป๋หงได้ยินก็คิดในใจ แล้วนี่มันไม่ใช่ป่าหรือไง
"ท่านอวุโสท่านอยู่ที่นี่มากี่ปีแล้ว"
"เผ่าพันธ์ข้านั้นได้สูญสิ้น จนเหลือแต่ข้าตนเดียว บังเอิญได้เจอพ่อเ้าจึงได้มาอยู่ยังป่าผืนนี้ก็ประมาณห้าพันปีแล้ว แต่อายุข้าก็เท่าพ่อเ้านั้นแหละ"
"เช่นนี้นี่เอง ข้าชอบที่นี่นักท่านาุโ "
"อืม พ่อเ้ายกที่นี้ให้ข้าเอง ต่อให้ข้าดุร้ายแค่ไหน ก็ชอบผืนป่าที่งดงาม เ้าคิดสิท่าว่าช่างไม่เข้ากับนิสัยข้ายิ่งนัก"ไป๋หงยิ้มแหยๆตนก็คิดเช่นนั้นั้แ่แรก
"ข้าลืมแนะนำตนเอง ข้านามว่า เสี่ยวหลง เ้าเป็บุตรสาวของไป๋หาน ก็เรียกข้าว่า อาหลงก็ได้ เ้าก็เปรียบเสมือนหลานข้าเช่นกัน"อินทรีั์เกาะที่เตียงไม้ไผ่ที่ไป๋หงนั่่งอยู่
"เป็เกียรตินักท่านอาหลง"ไป๋หงยืนโค้งก้มลงเพื่อทำความเคารพต่อผู้ใหญ่
"ทำตัวสบายเถิด คิดซะว่าที่นี้คือบ้านเ้า"
"ท่านอาหลง ท่านทำไมไม่ไปเยี่ยมเยือนบิดาข้าบ้างล่ะ"
"อืมมันก็พูดยาก แต่ข้าอยู่สะดวกสบายดี พ่อเ้าเองก็คงรับรู้ ถ้าข้าเป็อันตรายพ่อเ้าก็รับรู้ได้เช่นกัน"
"เพราะอะไรรึท่านอา"
"เพราะสิ่งนี้ไงล่ะ"อินทรีั์ยกขาตนให้หลานสาวดู มีห่วงวงกลมสีทองสวมใส่ไว้เหมือนกำไลขา
"มันคือสิ่งใดท่านอา"
"กำไลจิติญญา พ่อเ้าทำไว้ให้ข้า มันมีประโยชน์อย่างมากคือ สามารถรับรู้ได้ว่าข้าอยู่ที่ใดแม้จะห่างไกลแค่ไหน และหากเกิดอันตรายถึงขั้นแก่ความตายกำไลจะส่องแสงสีแดงเตือนทันที หากตกตายกำไลนี้จะเปลี่ยนจากสีทองเป็สีดำ ซึ่งเ้าก็มีที่แขนเ้านั้นไง"
ไป๋หงมองมาที่ข้อมือตนที่มันติดตัวมาตั้งแตตนเองจำความได้ถอดเท่าไหร่ก็ไม่ออก จึงถามบิดาว่ามันคืออะไร บิดาตนก็ตอบว่า กำไลเป็ของขวัญวันเกิดครบรอบหนึ่งปี และย้ำกับไป๋หงว่ามันถอดไม่ได้หรอกนอกจากบิดาคนเดียวเท่านั้น แถมยังไม่บอกว่ามันมีประโยชน์อันใด ที่แท้ประโยชน์ของมันคือแบบท่านอากล่าวมานี้เอง แต่นางก็ไม่ได้โกรธอะไรบิดานางหรอก เพราะท่านรักเราถึงได้ทำแบบนี้
"เป็เช่นนี้นี่เอง ท่านพ่อของข้าไม่เคยกล่าวบอกเลยเพียงแค่บอกว่าเป็ของขวัญวันครบรอบหนึ่งปีของข้าแค่นั้นเอง"
"พ่อเ้าก็เป็แบบนั้นแหละ ชอบทำให้สงสัยแล้วก็จากไป "อินทรีั์นึกถึงวันวานกับสหายของตนอย่างคิดถึงวันเวลานั้น
"แล้วท่านไม่คิดจะออกไปข้างนอกบ้างรึ"ไป๋หงถามเสี่ยวหลง
"ข้างนอกรึ นานเหมือนกันที่ข้าไม่เคยออกไปเลย แต่ข้าออกไปไม่ได้หรอก"
"ทำไมล่ะท่านอา"เสี่ยวหลงได้ยินหลานถามกลับก็ใบหน้าเศร้าลง ไม่ใช่ว่าตนไม่อยากออกไปแต่ออกไปไม่ได้ต่างหากจึงเล่าให้หลานฟัง
"เพราะข้า าเ็จากมนุษย์พวกหนึ่งที่ทำลายเผ่าพันธ์ข้าจนสิ้น ข้าโกรธเกลียดพวกมนุษย์มากๆจนข้าติดนิสัยเืร้อนั้แ่นั้น ด้วยความที่ข้าาเ็จนคิดว่าข้าคงตกตายไป จนสติทุกอย่างดับลง พอรู้ตัวอีกทีข้าก็ฟื้นขึ้นมาในถ้ำแห่งหนึ่งนั้นก็คือบ้านพ่อเ้านั้นแหละ ข้ามองไปก็เห็นมนุษย์รูปร่างดั่งเทพ์ นั่งข้างๆกายข้าเพื่อรักษาข้าตั้งหนึ่งเดือนที่ข้าหลับไหลไป เพื่อช่วยชีวิตข้า แต่ข้ากับทำลายความช่วยเหลือพ่อเ้าที่คิดว่าเป็มนุษย์ เพราะตอนนั้นข้าเกลียดมนุษย์มากจนพาลไปที่พ่อเ้าเมื่อตื่นขึ้น จึงได้ต่อสู้กัน จนข้าได้สติเพราะข้าพ่ายแพ้ให้กับกระบี่เจ็ดบุปผาที่เ้าได้มานั้นแหละ แม้เ้ายังใช้ไม่ได้ดั่งพ่อเ้า แต่กระบี่เจ็ดบุปผาจะแกร่งขึ้นเมื่อเ้านายมันแกร่งเช่นกัน จากนั้นข้าจึงได้สติก็สองวันติดที่สู้กัน เพราะพ่อเ้าเอาแต่หลบข้าเพราะไม่อยากสู้ จนพ่อเ้าเริ่มโมโหจึงใช้กระบี่นั้นทำให้ข้ามีสติไงล่ะ พอทุกอย่างกลับมาดีข้าก็ได้ฟังพ่อเ้าเล่าเื่ราวต่างๆที่ข้ามาอยู่ที่นี่ และให้ข้าพักฝื้นร่างกายให้มาอยู่ที่นี่แทน และที่ข้าออกไปไม่ได้เพราะพ่อเ้าช่วยข้าจากความตายคือได้ส่งจิติญญาตนเองส่งมาที่ร่างกายข้าจึงทำให้พ่อเ้าลดอายุไขลงหนึ่งพันปี ข้าโมโหตนเองที่ไม่สำนึกบุญคุณจึงขังตนเองที่นี้โดยใช้เืตนเองเขียนอักขระที่ถ้ำที่เ้าเข้ามาด้านหน้านั้นเพื่อกักขังตนเองโดยหลงลืมไปว่าถ้าทำแบบนั้น จะไม่สามารถแก้ไขได้แม้ตนเองเป็คนทำก็ตาม นอกจากจะนำเืมนุษย์มาแก้อักขระนั้นถึงจะออกไปได้แต่ต้องเป็มนุษย์ผู็หญิงและอายุไม่เกินสิบห้าปี"ไป๋หงฟังเื่ราวก็พยักหน้าเข้าใจ
"แล้วทำไมข้าถึงเข้ามาได้ล่ะ"
"ก็นั้นแหละที่ข้าสงสัยพวกเ้าอยู่นี่ไง ขนาดพ่อเ้ายังเข้ามาไม่ได้เลย"ไป๋หงที่คิดไปมาก็คิดตรงที่ว่า อักขระจะแก้ไขได้นอกจากนำเืมนุษย์มาแก้เท่านั้น จึงนึกได้ว่าตนนั้นเป็มนุษย์ เพราะที่รู้ ท่านพ่อของตนไม่เคยปิดบังนาง ว่าเก็บนางมาเลี้ยง นางรับเื่นี้ได้เพราะนางได้รับความรักที่ทั้งสามคนมีให้นางนั้นจึงไม่ขาดสิ่งใดเลยทำให้ลืมไปว่าตนนั้นเป็มนุษย์
"ข้าช่วยท่านอาได้ เพราะข้าเป็มนุษย์"เสี่ยวหลงได้ยินก็ใ
"เ้าว่าเช่นไรนะ"
"ท่านอาแม้ท่านจะเกลียดมนุษย์ แต่ข้าคือบุตรสาวที่ท่านพ่อเก็บมาเลี้ยงั้แ่ข้ายังเล็ก ท่านจะโกรธข้าหรือไม่"ไป๋หงกล่าวถามออกไปอย่างรู้สึกเศร้าเพราะอาตนนั้นเกลียดมนุษย์ เสี่ยวหลงที่เห็นแววตาเด็กน้อยก็ถอนหายใจ แม้ตนจะเกลียดมนุษย์ ใช้นั้นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ไม่ได้คิดแบบนั้นแล้ว
"แม้เ้าจะไม่ใช่บุตรแท้ๆของไป๋หาน แต่เ้าก็ช่างเหมือนแม่เ้านัก ความคิดเองเออเองนี้ได้จากไป๋หวงจริงๆ มนุษย์ก็เหมือนสัตว์แบบเรานั้นแหละ มีบางพวกดี บางพวกก็ร้าย หากข้าเหมารวมหมด เ้าคงได้ตกตายไปแล้วหลานข้า ข้าไม่เกลียดเ้าด้วยหรอกเ้าไม่ได้ทำอะไรให้ข้าเกลียดนิใช่ไหม"ไป๋หงได้ยินก็ยิ้มกว้างอย่างเบาใจ
"งั้นท่านจะออกไปพร้อมข้าหรือไม่ ไปเยี่ยมท่านพ่อด้วย "อินทรีั์ก็คิดแปบหนึ่งก็พงกหัวให้ ก่่อนจะบินลงมาด้านหน้าของไป๋หง
"ขึ้นมาหลังข้าสิ"
"หือ ไม่เอาหรอก ท่านเป็อาข้านะ มันจะดีหรอ"
"หืม ก็เพราะเ้าเป็หลานข้าไง ขึ้นมา"
"งั้นข้าก็ขออภัยล่ะกันท่านอา"ไป๋หงะโขึ้นหลังอินทรีั์ เสี่ยวหลงจึงะโบินขึ้นกลางอากาศไปที่เดิมคือหน้าถ้ำที่ไป๋หงและไป๋ฮุ่ยเข้ามา พร้อมเท้าของอินทรีั์ก็จับร่างอันน่าเวทนาของพี่ชายนางมาด้วย ไป๋หงเห็นก็ทำหน้ายิ้มแหยๆที่ตนทำรุนแรงเกินไปพี่ชายยังไม่ตื่นจากการสลบเลย
ทั้งสามมาหยุดที่หน้าถ้ำนั้น พร้อมกับไป๋หงะโลงจากหลังอาตน
"หากเ้าช่วยข้าได้ก็ลองทำสิ"เสี่ยวหลงกล่าวบอกแก่หลานสาวเพราะตนก็รอเวลานี้มานานแล้วเช่นกัน
"ยังไงหรอท่านอา"
"นำเืของเ้าไปหยดใส่ก้อนหินแก่นดวงจิตสัตวอสูรนั้นสิ"ไป๋หงมองไปที่ข้างๆแท่นหินที่เรียงกันขึ้นเป็เสาขนาดใหญ่มีแก่นแท้ดวงจิตของสัตว์อสูรสีครามวางอยู่ ทำไมตอนตนเข้ามาทีแรกถึงไม่เห็นกันนะ เสี่ยวหลงที่อ่านสีหน้าหลานสาวออกจึงเอ่ยกล่าวให้เข้าใจ
"เ้าไม่เห็นก็ไม่แปลกเพราะคนที่จะเห็นได้นอกจากข้าจะทำให้เห็นเท่านั้น"
"อ่อ เป็เช่นนี้นี่เอง งั้นขอลงมือนะท่านอา"เสี่ยวหลงพยักหน้าให้หลานสาว ไป๋หงเดินไปหยุดที่แท่นเสานั้นทันทีก่อนจะหยิบกระบี่ของตนออกมาแล้วกรีดที่นิ้วชี้ตนเองไม่ลึกมากพอให้มีเืก็ป้ายไปที่แก่นสีครามนั้นทันที ก็เกิดแสงสว่างวาบจนแสบตา ไป๋หงหลับตาลงจนแสงสว่างหายไป จึงลืมตาขึ้น
"เฮ้ออ ข้าเป็อิสระสักที ขอบใจเ้ามากหลานข้า เป็หนี้บุญคุณเ้าแล้ว"ไป๋หงได้ยินก็ส่ายหัว
"หนี้บุญคุณอะไรกันท่านอา ท่านเป็อาข้า ย่อมต้องช่วยอยู่แล้ว"
"หึหึ เ้าได้นิสัยพ่อเ้ามาเยอะนะ ไอ้นั้นคงจะหวงลูกสาวไม่น้อย"ไป๋หงยิ้มตอบรับ ใช่หวงจริงๆขนาดพี่ชายยังไม่อยากให้เข้าใกล้เลย แม้พี่ชายจะแอบพาเธอไปเที่ยวเล่นบ่อยๆก็ตาม
"ไปกันเถอะหลาน ข้าอยากออกไปข้างนอกใจจะขาดแล้ว"ไป๋หงพยักหน้า ก็ะโพร้อมกับลากพี่ชายขึ้นหลังเสี่ยวหลงมาด้วย จากนั้นทั้งสามจึงโบยบินขึ้นฟ้าออกจากถ้ำไปอย่างตื่นเต้น เพราะไป๋หงไม่เคยได้โบยบิน้าเลยแม้พ่อแม่ของนางจะบินได้ก็ตาม ก็ไม่เคยพานางมาชมวิว้าท้องฟ้านี่

อิมเมจไป๋ฮุ่ย
(แม้ไป๋ฮุ่ยจะขี้ขลาดแต่อย่าให้นางโมโห จะกลายร่างเป็คนละคนทันที เพราะสายเืสัตว์เทพย่อมต้องแรงยังไงความแข็งแกร่งย่อมเป็เลิศ เพียงแต่นางี้เีเรียนวิชาแอบเที่ยวบ่อยๆเท่านั้น แต่ยังตามหลังน้องหงอยู่ดี)
#มือใหม่หัดเขียนหากผิดพลาดประการใดก็โปรดขออภัยผู้อ่านทุกท่าน จะติชมได้ตามใจ ไว้ว่างจะกลับมาแก้ไขอีกทีหากมีสิ่งใดให้แก้
#เื่นี้อ่านฟรีไม่คิดตังคิคิจนจบเื่นะเ้าคะ