เสียงระฆังยามเช้าดังขึ้นหนึ่งครั้ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเคาะไม้บอกเวลาบรรยากาศในจวนใหญ่ยังคงเงียบสงัด ทว่าภายใต้ความเงียบนั้น กลับมีผู้คนมากมายตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเองั้แ่เช้ามืด
เสี่ยวหลานลืมตาขึ้นช้าๆและก็ยังคงเป็กลิ่นอับชื้นของผ้าเปียกกลิ่นสบู่ด่างราคาถูกและกลิ่นไม้เก่าผสมฝุ่นละอองลอยอวลอยู่ในอากาศเช่นที่นางััได้เมื่อทะลุมิติมาถึงตอนกลางดึก
นี่ไม่ใช่ห้องนอนที่สะอาดเป็ระเบียบเหมือนในยุคปัจจุบันหากแต่เป็เรือนซักล้างท้ายจวนสถานที่ต่ำต้อยที่สุดแห่งหนึ่งในจวนของนายท่านซวนเทียนจวิน
เสี่ยวหลานลุกขึ้นนั่งช้าๆปลายนิ้วแตะผ้าห่มเนื้อหยาบที่ปะชุนหลายจุด นี่ก็คือชีวิตของข้าสินะนางคิดในใจอย่างเฉื่อยชา ไม่อาจบอกได้ว่าดีใจที่ยังมีชีวิตและก็ไม่อาจบอกได้ว่าเสียใจที่ทะลุมิติมายังดินแดนที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ของจีนเช่นนี้
ความคิดของเสี่ยวหลานกำลังจะไหลเอื่อยไปเรื่อยถ้าไม่ใช่เพราะมีเสียงตะคอกด่าทอดังขึ้นขัดเสียก่อน ก็คงจะครุ่นคิดต่อไป
“ลุกได้แล้วเสี่ยวหลาน! วันนี้มีผ้าจากเรือนองครักษ์ส่งมาอีกสามตะกร้า!”
เสียงแหลมของสาวใช้รุ่นพี่ดังขึ้นจากด้านนอกนางชื่อ ชุนฮวา เป็คนที่อยู่เรือนซักล้างมานานหลายปีแล้วสีหน้าของนางมักจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ราวกับว่าทุกคนล้วนติดหนี้นางอย่างไรอย่างนั้น
เสี่ยวหลานลุกขึ้นแล้วเดินออกไปนอกห้อง“พี่ชุนฮวา ข้ามาแล้วเ้าค่ะ”
“เ้าจะอืดอาดอะไรนักหนาอย่าคิดว่าหน้าตาดีแล้วจะไม่ต้องทำงานนะ! ดูสิมาอยู่ที่เรือนท้ายจวนตั้งนานแล้วก็ยังปรับตัวไม่ได้ตื่นแล้วก็ยังไม่รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก รีบๆเลย!”
“เ้าค่ะ พี่ชุนฮวา”เสี่ยวหลานรับคำเสียงเบาตามอย่างเสี่ยวหลานคนเดิมนางเดินกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดเป็เสื้อผ้าฝ้ายหยาบๆอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรวบผมม้วนเป็มวยต่ำๆไม่มีปิ่นไม่มีเครื่องประดับใดๆ เพราะนางตั้งใจทำให้ตัวเองดูจืดชืดที่สุด
เมื่อออกมานอกห้องเสี่ยวหลานก็ได้เห็นภาพของเรือนซักล้างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เรือนหลังนี้ตั้งอยู่ท้ายจวนใกล้กำแพงนอกสุดของจวน ตัวเรือนเตี้ย หลังคากระเบื้องเก่ามีตะไคร่ขึ้นเป็หย่อมๆพื้นดินด้านนอกชื้นแฉะจากน้ำที่เททิ้งทุกวัน
ตรงกลางลานมีอ่างไม้ขนาดใหญ่เรียงกันหลายใบภายในเต็มไปด้วยน้ำสกปรกและผ้าเปื้อนคราบต่างๆ
สาวใช้สิบกว่าคนนั่งอยู่รอบๆลาน บ้างซักบ้างบิด บ้างตากผ้า ใบหน้าล้วนหมองคล้ำ มือแตกแดงจากการแช่น้ำด่างเป็เวลานาน
“เห็นไหม” ชุนฮวากระซิบกับสาวใช้อีกคนพลางเหลือบมองเสี่ยวหลาน “โฉมสะคราญอย่างนางถูกส่งมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรจากพวกเราแล้วล่ะ ฮึ!”
“ก็เพราะหน้าตาที่ดีเกินสาวใช้ระดับสูงในจวนนั่นแหละถึงโดนเขี่ยลงมาเช่นนี้” สาวใช้อีกคนพูดเสริมแล้วก็หัวเราะเบาๆ
เสี่ยวหลานได้ยินทุกคำพูดแต่นางก็เลือกที่จะเงียบราวกับไม่รู้สึกรู้สากับคำพูดเหล่านี้ รอก่อนเถอะรอให้นางปรับตัวให้เข้ากับยุคโบราณแห่งนี้ให้ได้ก่อนนางจะไม่อยู่เป็สาวใช้ไปทั้งชีวิตแน่นอน
เสี่ยวหลานซักผ้าอยู่ที่ลานของเรือนซักล้างจนแล้วเสร็จทั้งสามตะกร้าพอตากผ้าเสร็จแล้วก็ได้รับคำสั่งให้ไปส่งผ้าสะอาดที่โรงครัว
นี่เป็โอกาสที่นางรอคอยเพราะโรงครัวเป็สถานที่เดียวในจวนที่นางสามารถพบกับน้องชายของร่างนี้ได้ เด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปีที่ขายตัวเข้าจวนพร้อมกัน
เสี่ยวหลานแบกตะกร้าผ้าขึ้นบ่าเดินไปตามทางหินแคบๆ ยิ่งเดินเข้าไปด้านในจวน บรรยากาศและภาพรวมของจวนก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
เรือนของบ่าวรับใช้ระดับล่างค่อยๆหายไปแทนที่ด้วยเรือนไม้เรียงราย ทางเดินสะอาดขึ้น มีกระถางดอกไม้ตกแต่งเป็ระยะ
กลิ่นหอมของอาหารเริ่มลอยเข้ามาปะทะจมูกท้องของเสี่ยวหลานร้องเบาๆ ในเรือนซักล้างอาหารเช้ามีเพียงโจ๊กจืดชืดกับผักดองทำงานั้แ่เช้าโจ๊กกับผักดองก็ย่อยจนหมดแล้ว
“พี่สาว!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังโรงครัวเสี่ยวหลานหันไปตามเสียงเรียกทันที
“อาเฉิน มะ ไม่สิ เสี่ยวหู่”หลินอี้เฉินก็คือชื่อก่อนที่จะขายตัวเข้ามาเป็บ่าวรับใช้ เสี่ยวหู่ก็คือชื่อที่ได้รับการตั้งให้ใหม่สำหรับผู้คนในจวนแห่งนี้เอาไว้เรียกเขาผู้เป็น้องชายของนาง
เสี่ยวหู่ยิ้มเศร้าแต่ไม่นานก็เลือนหายไปเขารีบเดินเข้าไปหาพี่สาวที่ไม่ได้เจอหน้านางหลายวันแล้ว
“พี่สาว ท่านเป็อย่างไรบ้าง ยังถูกคนพวกนั้นกลั่นแกล้งอยู่หรือไม่”เมื่อวานเขาได้ยินมาว่านางถูกสาวใช้ของเรือนซักล้างกลั่นแกล้ง ตกลงไปในบึงน้ำยังดีที่นางไม่ได้เป็อะไรมาก
เสี่ยวหลานส่ายหน้ามองใบหน้าที่คล้ายคลึงกับน้องชายของนางในยุคปัจจุบันแล้วก็ให้สะท้อนใจนี่ก็แสดงว่าใบหน้าของนางก็น่าจะคล้ายกับตัวนางในยุคนั้นสินะ
“ข้าไม่ถูกกลั่นแกล้งแล้วล่ะ เ้าก็ดูสิใบหน้านี้ั้แ่ไปทำงานที่เรือนซักล้างก็ไม่ได้ขาวผุดผ่องเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะแล้วเ้าล่ะเสี่ยวหู่ทำงานที่นี่เป็ยังไงบ้าง”
เสี่ยวหู่ยิ้มจางๆ “ดีกว่าเรือนซักล้างนิดหน่อยอย่างน้อยก็ไม่ต้องแช่มือในน้ำทั้งวัน แต่ก็ต้องตื่นก่อนฟ้าสางและโดนดุแทบทุกวัน”เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบเสียงแ่ “เมื่อคืนข้าฝันถึงที่บ้านด้วยล่ะพี่สาว”
เสี่ยวหลานกำมือแน่น “เสี่ยวหู่ พี่สัญญาพวกเราจะต้องได้กลับบ้านด้วยกัน”
เสี่ยวหู่เงยหน้ามองพี่สาวั์ตาของเขาไหวระริกอย่างะเือารมณ์ แต่ไม่นานก็เกิดประกายบางอย่าง“จริงหรือพี่สาว พวกเรา..ยังสามารถกลับบ้านได้ใช่ไหม”
“จริงสิเสี่ยวหู่เ้ารอดูเถิดสักวันพวกเราพี่น้องต้องได้กลับบ้านไปหาท่านพ่อท่านแม่และน้องๆแน่นอน”
เสี่ยวหู่คราแรกก็แตกตื่นและยินดีแต่พอคิดไปคิดมาแล้วรอยยิ้มก็จางหาย “แต่เงินไถ่ตัวนั้นไม่น้อยเลยนะพี่สาว”
เสี่ยวหลานตบบ่าน้องชายแ่เบา“พี่มีวิธี เ้ารอดูต่อไปเถอะเสี่ยวหู่”
“ได้!ข้าเชื่อท่าน”
“ดีมาก!่นี้เ้าก็อดทนไปก่อนอย่าไปมีเื่กับใครและทางที่ดีพี่ขอแนะนำให้เ้าสร้างสัมพันธ์กับพวกเขาเอาไว้ให้มากด้วย”
“สร้างสัมพันธ์เหรอพี่สาว ได้สิข้าจะทำตามที่ท่านบอกทุกอย่าง”
เสี่ยวหลานมองน้องชายในยุคโบราณของนาง แล้วก็ลูบศีรษะเขาเบาๆ“ลำบากเ้าแล้วเสี่ยวหู่ เอาล่ะ พี่ต้องรีบเอาผ้าไปส่งแล้ว”
“พี่สาว ท่านก็ระวังตัวด้วยนะในโรงครัวทุกคนต่างก็พูดถึงเื่ของท่าน อะ เอ่อพวกเขาไม่ได้มองท่านดีสักเท่าไหร่ เื่นี้ท่านต้องระมัดระวังเอาไว้ด้วยนะ”
“อืม เข้าใจแล้ว ข้าไปละเสี่ยวหู่” เสี่ยวหลานรับคำน้องชายแล้วก็เดินแยกไปทางโรงครัว
เสี่ยวหู่มองตามพี่สาวอย่างยากจะบรรยายความรู้สึกแม้ใจอยากจะตามไปช่วยแค่ไหน แต่เขาก็รู้ดีว่าการเป็บ่าวรับใช้นั้นต้องอาศัยความอดทนไม่อย่างนั้นก็อยู่ไม่รอดในจวนใหญ่แห่งนี้
โรงครัวของจวนซวนเทียนจวินคึกคักขึ้นเรื่อยๆเมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นแนวกำแพงสูงของจวน
บ่าวรับใช้ชายหญิงเดินสวนกันวุ่นวายเสียงมีดกระทบเขียงดังเป็จังหวะ เสี่ยวหลานยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งของโรงครัวนางปลดสายสะพายตะกร้าลงแล้วกอดตะกร้าผ้าสะอาดเอาไว้แน่น
สายตาของนางกวาดมองไปรอบๆอย่างเงียบงันบรรยากาศของที่นี่ ช่างแตกต่างจากเรือนซักล้างที่นางทำงานอยู่อย่างสิ้นเชิง
พื้นอิฐถูกขัดจนสะอาดไม่มีคราบน้ำเป็ด่างดวง ทุกอย่างล้วนถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบ
บ่าวรับใช้ของที่นี่ แม้จะทำงานหนักและเหน็ดเหนื่อยแต่เสื้อผ้ากลับสะอาด สีหน้าก็ไม่ได้หม่นหมองเท่าบ่าวรับใช้ที่เรือนท้ายจวน
“เ้ายืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนั้น!” ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมชุดบ่าวรับใช้ระดับหัวหน้าโรงครัวเดินเข้ามาด้วยท่าทีดุดัน“ผ้าสะอาดจากเรือนซักล้างใช่หรือไม่”
“เ้าค่ะหัวหน้าหลี่”เสี่ยวหลานรับคำก้มศีรษะลงต่ำ
หัวหน้าหลี่ชำเลืองมองนางั้แ่ศีรษะจรดเท้าก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย “สตรีเช่นเ้า ก็หน้าตาดีเกินไปสำหรับเรือนซักล้างจริงๆนั่นแหละ”
เสี่ยวหลานเองก็ขมวดคิ้วมุ่นไม่ต่างกันแต่ไม่นานนางก็ปรับอารมณ์ให้เป็ปกติ
“ข้ากำลังสำนึกผิดอยู่ที่เรือนซักล้างตามคำสั่งของพ่อบ้านใหญ่ไป๋เ้าค่ะ” ใช่แล้วถ้าเสี่ยวหลานคนนี้หน้าตาเหมือนกับหน้าตาของนางในยุคปัจจุบันมันก็เป็ภัยต่อใจของบุรุษและสตรียุคนี้จริงๆนั่นแหละ
ั์ตาของหัวหน้าหลี่ไหววูบเล็กน้อยก่อนจะร้องฮึออกมาหนึ่งคำ “ช่างเถอะ วางตะกร้าผ้าเอาไว้ตรงนั้นแล้วก็ไปเสียอย่าอยู่เกะกะสายตาผู้อื่น”
“เ้าค่ะ” เสี่ยวหลานถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่ชั่วขณะก็รู้สึกได้ว่าหัวหน้าหลี่ผู้นี้อาจจะไม่ใช่แค่หัวหน้าผู้รับผิดชอบโรงครัวธรรมดาเสียแล้ว
แต่ชั่วขณะที่เสี่ยวหลาน กำลังหมุนตัวจะเดินกลับนั้นนางก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบแ่เบา
“นางนั่นแหละคนที่ถูกเขี่ยมาจากเรือนชั้นใน”
“น่าเสียดายนะหน้าตาแบบนั้นถ้าได้เข้าไปปรนนิบัตินายท่านล่ะก็ คงจะ...”
“หุบปาก!”เสียงหนึ่งตัดบทขึ้นกะทันหัน “พวกเ้าอยากตายหรืออย่างไร”
เสี่ยวหลานได้ยินทั้งหมดแต่นางไม่ได้หันกลับไปมองคนพวกนั้น ทว่าภายในใจของนางกลับสั่นระริกเพราะหวาดกลัวนางเพิ่งจะทะลุมิติมาถึงโลกในยุคโบราณไม่ถึงหนึ่งวันดีด้วยซ้ำนางยังไม่อยากจะเป็อนุอุ่นเตียงให้ใครทั้งนั้นนะ ไม่ได้ๆ นางไม่มีทางยอมเด็ดขาด!