"อืม"
เสียงงัวเงียดังลอดออกมาจากริมฝีปากบาง
ชายหนุ่มทั้งสองนอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงคับแคบ
จมูกร่างบางขยับ หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเพราะได้กลิ่นฉุนแอลกอฮอล์
ลู่อันรู้สึกได้ถึงวงแขนและฝ่ามือที่โอบรอบเอว
"อือ...เหยียนเต๋อ" ด้วยความที่เข้าใจว่าเป็คนรัก ลู่อันจึงสวมกอดคนตรงหน้า นอนต่ออย่างสบายใจ
อาการง่วงงุนทำให้เขาหลงลืมว่าเมื่อวันก่อนเขาได้เลิกรากับแฟนหนุ่มของเขาไปแล้ว
ขณะเดียวกันนั้นร่างสูงที่นอนอยู่เริ่มหายจากอาการมึนเมา
ศีรษะเฉินตงปวดตุบ ๆ เหมือนถูกทุบด้วยค้อนปอนด์ขนาดใหญ่ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจที่สุด คงไม่พ้นร่างเล็กของเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าเหมือนกับหญิงสาวที่เขาหลงรักมาเป็เวลานาน
ลู่อันนอนหนุนอยู่บนแขนของเฉินตง เปลือกตาปิดสนิทไม่มีทีท่าว่าจะตื่น
เฉินตงไม่รู้ว่าตัวเองมานอนบนนี้ได้อย่างไร ไม่รู้ด้วยว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไปบ้าง เขาพยายามตั้งสติไม่ตื่นตระหนก สำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบกาย
เสื้อผ้าของทั้งสองอยู่ครบ ไม่มีข้าวของเสียหาย ไม่มีร่องรอยของกิจกรรมทางเพศ ซึ่งนับว่าเป็เื่ดี
ที่หนักใจคือเฉินตงจะทำอย่างไรให้หลุดพ้นจากสถานการณ์ในตอนนี้
เขาพยายามลุกจากเตียง แต่ก็กลัวว่าหากขยับมากเกินไปจะทำให้ร่างบางที่หลับอยู่รู้ตัว ถึงตอนนั้นต้องเกิดการเข้าใจผิดครั้งมโหฬารแน่
"อือ..." ลู่อันกระชับอ้อมกอด พูดเสียงงัวเงีย "เหยียนเต๋อ กี่โมงแล้ว"
เฉินตงแอบรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็อดีตแฟนหนุ่มของลู่อัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง เฉินตงไม่ตอบกลับ ทำให้คนที่นอนอยู่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ สมองของลู่อันกลับมาทำงานอีกครั้ง และตระหนักได้ว่าตนไม่มีแฟนหนุ่มอีกแล้ว
ลู่อันกำลังจะตื่น
"!!"
เฉินตงไม่สามารถหนีได้ ทำได้เพียงแกล้งหลับต่อไป อย่างน้อยคนที่ตื่นก่อนคือคนที่ต้องหนักใจที่สุด เพราะงั้นเขาขอยกหน้าที่นั้นให้เป็ของลู่อันก็แล้วกัน
เปลือกตาร่างบางค่อย ๆ กะพริบเบา ๆ ลู่อันลุกขึ้นนั่ง มือยกขึ้นขยี้ตา เมื่อเห็นว่าคนที่นอนข้างกายไม่ใช่อดีตแฟนหนุ่มแต่เป็เฉินตง ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานไหลย้อนเข้ามาในหัว
ลู่อันเกาศีรษะ จำได้ว่าเมื่อคืนเขาแบกชายขี้เมาไปโยนไว้บนโซฟาแล้วนี่นา
"ขึ้นมาอีกได้ไงนะ" ลู่อันไม่ได้สนใจเื่นั้นเท่าไร เขาเขย่าตัวเฉินตงเพื่อปลุกให้ตื่น แต่ร่างสูงยังคงนอนนิ่ง
เฉินตงไม่มีทางลืมตาขึ้นมาเด็ดขาด!
"ช่างเถอะ...ค่อยไปเอารถหลังเลิกเรียนแล้วกัน" ลู่อันลุกจากเตียง ดึงผ้าขึ้นมาห่มให้เฉินตง เดินเข้าไปในห้องครัวเริ่มทำซุปแก้เมาค้าง
คนที่แกล้งนอนหลับอยู่บนเตียงทั้งรู้สึกผิดและอับอาย
เฉินตงอายุมากกว่า แต่กลับเป็ภาระให้เด็กมหาลัย นอกจากเมาจนไม่ได้สติ ยังเผลอทิ้งรถไว้ข้างทาง จนต้องรบกวนให้เด็กหนุ่มคนนั้นแบกเขามาที่ห้องอีก
...เฉินตง นายมันเป็ผู้ใหญ่ที่ไม่ได้เื่เอาเสียเลย...
ลู่อันนำซุปมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงพร้อมกับเขียนโน้ตบางอย่างแปะเอาไว้ ก่อนจะลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกไปทำงานในที่สุด
เฉินตงยังคงแกล้งหลับจนมั่นใจว่าลู่อันได้ออกจากห้องไปเป็ที่เรียบร้อยถึงค่อยลุกขึ้นนั่ง
หัวของเขาหมุนควงเหมือนเพิ่งเล่นรถไฟเหาะในความฝันมาอย่างไรอย่างนั้น เขาวิ่งเข้าห้องน้ำ และขย้อนเอาทุกสิ่งที่อยู่ในท้องออกมา
ผู้ใหญ่วัยสามสิบดื่มหนักจนเมาค้างแล้วปีนขึ้นมานอนเบียดกับเด็กมหาลัยทั้งคืน...ตราบาปในครั้งนี้จะติดตัวเฉินตงไปจนวันตาย
ชายหนุ่มลากสังขารตัวเองมานั่งลงข้างเตียง ยังคงรู้สึกพะอืดพะอม มวนท้อง อยากอาเจียนไม่หาย
"โอย~จะไม่ดื่มแล้ว"
ถึงพูดแบบนั้น แต่ทุกครั้งที่มีโอกาส เขาก็ไม่เคยพลาดกระดกน้ำหวานลงคอตลอด
เฉินตงหยิบกระดาษโน้ตที่วางอยู่ข้างถ้วยซุปขึ้นมา บนนั้นมีข้อความเขียนด้วยลายมือของลู่อัน
...ผมลู่อัน วันนี้ผมต้องไปทำงาน เลยไม่ได้อยู่อธิบาย
...เมื่อคืนคุณเมาหนักมาก ผมเลยพากลับมาพักที่ห้องของผมก่อน
...รถของคุณยังจอดอยู่หน้าร้านลูกชิ้น จักรยานของผมก็อยู่ในนั้น ไว้อาการดีขึ้นค่อยไปเอากลับมา
...ถ้าคุณตื่นมาแล้วอ้วก กรุณาทำความสะอาดผลงานของตัวเองด้วย ผมทำซุปแก้เมาค้างไว้ให้ (จะกินหรือไม่กินก็แล้วแต่)
...ถ้าดีขึ้นแล้วก็กลับห้องของคุณไปซะ
ป.ล. ผมรู้ว่าคุณย้ายมาอยู่ห้องข้าง ๆ (อย่าเอาแต่ตามผม เอาเวลาไปจัดห้องตัวเองบ้าง)
ป.ล.2 ฝากบอกลู่ซูลี่ด้วยว่าให้เลิกส่งโรคจิตมาตามดูผมเสียที ผมเหนื่อย...
"ไอเด็กนี่ ว่าใครเป็โรคจิตฮะ! โรคจิตที่ไหนหน้าตาดีขนาดนี้!" ยิ่งอ่านเฉินตงก็ยิ่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ถึงเื่เมื่อคืนจะเป็ความผิดของเขาเต็ม ๆ เลยก็ตาม
เขาดื่มน้ำซุปด้วยความหัวเสีย ก่อนที่ั์ตาขี้หงุดหงิดจะเปลี่ยนเป็สดใส
เฉินตงเลียริมฝีปาก "...ทำอาหารเก่งใช่เล่นเลยนี่"
รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเฉินตงโดยที่เ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว นานมากแล้วที่ไม่มีใครทำอาหารให้เขากิน
นอกจากนี้เขายังได้รู้หนึ่งสิ่งที่สองพี่น้องตระกูลลู่ต่างกัน เพราะลู่ซูลี่ทำอาหารไม่ได้เื่เอาเสียเลย
ในท้ายที่สุดเฉินตงก็รับประทานซุปถ้วยนั้นจนหมดไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
หลังจากทำงานใน่เช้าเสร็จ ่บ่ายลู่อันเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเทียนเหมินตามปกติ
ลู่อันไม่เห็นเหยียนเต๋อที่มหาวิทยาลัย ซึ่งดีแล้ว ถ้าเลือกได้เขาไม่อยากเจออดีตคนรักตอนนี้ เมื่อวานเขาต้องเจอเื่วุ่นวายหลายอย่าง ดังนั้นวันนี้เขาจึงอยากอยู่อย่างสงบเสียหน่อย
ลู่อันเรียนถึงภาคค่ำ เนื่องจากเขาไม่ได้มีเวลาเข้าเรียนเหมือนคนปกติทั่วไป เขาต้องทำงาน ดังนั้นในวันที่เขาเข้ามหาวิทยาลัย เขาจะพยายามเก็บหน่วยกิตให้ได้มากที่สุด เพื่อที่วันอื่น ๆ เขาจะได้ทำงานได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเรียนตามคนอื่นไม่ทัน
ก่อนกลับ ลู่อันต้องแวะไปที่ห้องพักอาจารย์เพื่อนำรายงานวิจัยไปให้อาจารย์ตรวจ แต่พอมาถึงกลับเจอเพียงห้องทำงานที่ว่างเปล่า
"..." ลู่อันเหลือบมองนาฬิกาหน้าห้อง "ก็ยังไม่เลยเวลานี่..."
ลู่อันมองผ่านกระจกใสบนประตู เห็นไฟในห้องสว่างไสว แถมยังมีเอกสารรายงานของนักศึกษาที่ยังไม่ได้ตรวจกองพะเนิน เขาเคาะกระจกเบา ๆ แต่ไม่มีเสียงตอบรับ
ไปเข้าห้องน้ำหรือเปล่านะ?...ลู่อันคาดเดา
หลังจากชะเง้อมองอยู่นาน ในที่สุดเขาก็เลือกที่จะนั่งรอหน้าห้องพักอาจารย์
ผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูลิฟต์หน้าชั้นเปิดออก ตามด้วยเสียงรองเท้าหนังกระทบกับพื้นกระเบื้อง
ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อน กางเกงสแล็คสีดำ เดินมาพร้อมกับถือแก้วกาแฟกระดาษและถุงอาหารเอาไว้ด้วย
ใบหน้าของเขาดูอ่อนเยาว์กว่าอายุ รูปหน้าโครงสวย ประดับด้วยขนตายาว หัวคิ้วเข้มและริมฝีปากเผยยิ้มบาง ๆ ตลอดเวลา ที่คอห้อยแว่นสายตาเอาไว้ เขาเดินมาหยุดตรงเด็กหนุ่มนักศึกษาที่กำลังสัปหงกอยู่หน้าห้องพักอาจารย์
"ลู่อัน" น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยเรียกคนที่เผลอหลับไป
เปลือกตาลู่อันกะพริบ เขาขยี้ตา เงยหน้าขึ้นพบกับใบหน้าของคนที่คุ้นเคยเป็อย่างดี
"อาจารย์" ลู่อันพูดไปพลางอ้าปากหาวไปพลาง
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ช่วยดึงลู่อันให้ลุกขึ้นยืน "มานั่งทำอะไรตรงนี้?" เขาเหลือบเห็นเอกสารในมือลู่อัน "เอาวิจัยมาให้ตรวจ?"
"ครับ"
อาจารย์หนุ่มยิ้ม "เข้ามาสิ"
เขาแตะบัตรพนักงานที่มีใบหน้าของเขา และชื่อ ห่าวอี้ซวนระบุไว้กับประตูห้องพักอาจารย์
มีเสียงดังแกร๊ก แล้วประตูก็เปิดออก
ลู่อันเดินตามชายหนุ่มคนนั้นเข้าไป
"นั่งก่อนสิ" ห่าวอี้ซวนผายมือขณะนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
ลู่อันมองดูโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสาร ปากกาหลากสีและของกระจุกกระจิกอีกมากมาย ก่อนตอบว่า "ไม่เป็ไรครับ ผมแค่จะวางงานที่โต๊ะอาจารย์จางเท่านั้น"
"อ้อ..."
หลังจากจัดการธุระของตัวเองเรียบร้อย ลู่อันโค้งขอบคุณอาจารย์หนุ่ม หันหลังเดินออกจากห้อง
"เดี๋ยวก่อนลู่อัน" ห่าวอี้ซวนเรียก
"ครับ?"
"แล้วเหยียนเต๋อล่ะ ไม่มาด้วยกันเหรอ?"
"..." ลู่อันตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เลิกกันแล้วครับ"
"...โอ้..." ห่าวอี้ซวนมีสีหน้าเป็กังวล "แล้ว...เธอไม่เป็ไรใช่ไหม อาการนอนไม่หลับเป็ยังไงบ้าง"
"ไม่เป็ไรครับ ผมปกติดี"
ดูจากใต้ตาคล้ำและผิวพรรณไม่เปล่งปลั่ง "นอนไม่พอล่ะสิ"
"..."
"บอกแล้วไงว่าอย่าโกหก"
ลู่อันี้เีจะเถียงกับชายคนนี้ เขาเลยหนีด้วยการประชดว่าจะกลับไปนอนให้เต็มอิ่ม จากนั้นก็รีบก้าวขาออกจากห้อง ทว่ายังไปได้ไม่ถึงไหนก็มีเสียงฝีเท้าตามมาติด ๆ
เป็ห่าวอี้ซวนที่เดินตามมา
"ทำอะไรครับ"
"เดี๋ยวไปส่ง" ชายหนุ่มยิ้ม
"ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ"
"แต่ก็ยังเด็กกว่าฉันอยู่ดี"
"เอาที่อาจารย์สบายใจเถอะครับ"
(^◡^)
กับชายคนนี้ลู่อันรู้ว่าเขาไม่มีทางเถียงชนะ เพราะงั้นเขาจึงเลือกที่จะเงียบ
เมื่อลิฟต์เปิด ทั้งสองก็ก้าวเข้าไป
ขณะที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนลง ห่าวอี้ซวนถามว่า
"ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่เรียกว่า พี่อี้ซวนเหมือนแต่ก่อน?"
"ก็คุณไม่ใช่พี่ผมนี่"
"แต่เราก็เป็พี่น้องกันได้ใช่ไหม ถ้านายยังจำได้ อย่างน้อยเราก็เคย..."
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นหนึ่ง
ลู่อันรีบก้าวออกจากลิฟต์ หันกลับไปขวางห่าวอี้ซวนไม่ให้ออกมา
"เสี่ยวอัน?"
"ผมรู้ว่าคุณคิดอะไร แต่ผมจะไม่กลับไปคบกับคนเดิมซ้ำสอง มันไม่ใช่แนวของผม"
ห่าวอี้ซวนยังคงยิ้ม "แต่ตอนนั้นเธอไม่ได้อยากเลิกนี่ ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน มันก็ดีไม่ใช่เหรอ?"
ลู่อันพ่นลมหายใจ "แต่คุณก็เป็คนสั่งให้ผมเลิก ลืมไปแล้วหรือครับ"
ชายหนุ่มเอื้อมมือออกมาจะััแก้มของลู่อัน "เสี่ยวอันของฉัน ถ้านายยังโกรธละก็..."
"ผมไม่ได้โกรธ" ลู่อันพูดเสียงเ็า "ที่จริง...ไม่รู้สึกอะไรอีกแล้วมากกว่า"
ประตูลิฟต์ปิดลงโดยที่ห่าวอี้ซวนยังคงอยู่ข้างใน
ลู่อันกระชับกระเป๋าสะพาย ส่ายศีรษะเพื่อไล่ความทรงจำที่แสนเ็ปในอดีตออกไป
ห่าวอี้ซวนคืออดีตคนรักของลู่อัน ชายคนแรกที่แสดงความรักต่อเขา ดูแลเขา มอบความอบอุ่นให้เขา ก่อนที่ห่าวอี้ซวนจะบดขยี้ความรู้สึกนั้นจนไม่เหลือชิ้นดี