“คุณหนูอย่าวิ่งสิเ้าคะ”
“ไม่ทันแล้ววันนี้จางหมิ่งมีแข่งประลองนะ ข้าต้องไปดูสิ”
ฟางหรงเด็กสาววัยห้าขวบวิ่งตรงไปที่ลานประลองอย่างร้อนรนหลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของเธอและพวกเขาก็ดีขึ้น จนนับว่า เป็สหายที่รู้ใจและวันนี้เธอก็สัญญาไว้แล้วว่าจะไปดูเธอต้องไปให้ทัน
พลั๊ก!!! ตุบ!!
“โอ๊ย”
ฟางหรงที่ชนบางอย่างล้มลงไปกองกับพื้นเด็กชายวัยแปดขวบที่รู้ว่าคนที่ตัวเองชนคือผู้ใดก็รีบเข้าไป่พยุงทันทีฟางหรงมองคนตรงหน้าที่กำลังเข้ามาพยุงนาง เหตุใด.....ถึงคุ้นตานัก..
“คุณหนูเป็อะไรไหมเ้าคะ เจ็บตรงไหน”
“ข้าไม่เป็อะไรท่านเป็อะไรหรือเปล่า”
“ข้าไม่เป็อะไรต้องขออภัยที่ข้ายืนขวางทางวิ่งคุณหนู”
“ข้าผิดเอง...”
ฟางหรงพูดพร้อมทั้งมองสำรวจใบหน้าคนตรงหน้าเหตุใดจึงคุ้นเคยหนัก
“ข้าขอตัวก่อน”
เด็กหนุ่มหันหลังเดินออกไปฟางหรงที่ยังคงสงสัยก็วิ่งเข้าไปจับชายเสื้อของเขาไว้ทันที
“ดะ...เดี๋ยวสิ...เ้าชื่ออะไร”
“ข้าชื่อ ตงหยาง”
“อืม...เ้าไปเถอะ..”
ฟางหรงปล่อยมือจากชายเสื้อของเขาเธอมองแผ่นหลังที่เดินจากไป ตงหยาง....ฟางหรงหลับตาหลงพลางนึกถึงในตอนที่นางอยู่ในหอนางโลมภาพในนั้นได้ฉายขึ้นมาในหัวของนาง
“เ้าดูแลคุณชายหยางดีดีล่ะ”
“เ้าค่ะ”
ฟางหรงในชุดน้อยชิ้นนางเป็นางโลมในหอนี้มาได้เกือบครึ่งปีหมดสิ้นคุณหนูที่สง่างามฟางหรงเดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะมองบุรุษที่นั่งรอนางอยู่
“นายท่าน ข้ารินสุราให้นะเ้าคะ”
บุรุษตรงหน้านางไม่ได้ตอบอะไรเขาเพียงมองมาที่นางด้วยสายตายากคาดเดา นางเดินไปรินสุรา ก่อนจะนั่งลงที่ตักของเขานางหยิบจอกสุราขึ้นมาก่อนจะยกขึ้นป้อนเขาด้วยท่าทางยั่วยวน
“ดื่มสิเ้าค่ะหรือว่าอยากทำอย่างอื่นมากกว่า”
ฟางหรงลูบไล้ไปทั่วอกแกร่งแต่มือของนางก็ถูกจับไว้
“คุณหนู.....”
ฟางหรงชะงักนั่งลุกขึ้นทันทีบุรุษตรงหน้านางก็ยื่นขึ้นเช่นกัน เขามองมาที่นางน้ำตาคลอ ก่อนจะคุกเข่าลง
“ข้าผิดเองหากข้าหาท่านเจอเร็วกว่านี้ ท่านก็คงไม่ต้องเป็เช่นนี้ ข้าผิดเองทั้งที่อาจารย์ฝากท่านไว้กับข้า”
จอกสุราในมือของฟางหรงร่วงลงจากมือนางนางมองบุรุษตรงหน้าที่เอาแต่พร่ำขอโทษนาง
“เ้าพูดอะไร....ขะ...ข้าไม่ใช่”
ฟางหรงในตอนนี้เธอเลือกจะปฏิเสธตัวตนนางไม่อยากยอมรับว่านางนั้นคือฟางหรงไม่อยากให้ผู้ใดรู้ว่านางในตอนนี้กลายเป็นางโลมแล้ว
“ข้าไม่ใช่ ท่านจำผิดแล้ว”
บุรุษตรงหน้ามองนางนิ่งเขาเข้าใจคุณหนูของเขาดี
“ข้าคงมองผิดคน ข้าชื่อตงหยางวันนี้ข้าจะซื้อตัวเ้าออกจากที่นี่”
“ตงหยาง” ???
“ต่อไปนี้ข้าจะใช้ทั้งชีวิตของข้าปกป้องเ้าเอง ต่อจากนี้เ้าไม่ต้องกลัวผู้ใดรังแกแล้ว....”
ตงหยางยิ้มออกมา เขาตัดสินใจแล้วหากเขายังมีชีวิตอยู่ก็ไม่มีทางที่จะทำให้นางโดนผู้ใดรังแกหรือเหยียดหยามได้อีกท่านอาจารย์ข้าจะปกป้องนางแทนทางเอง...
“คุณหนู คุณหนูเ้าคะ”
ฟางหรงลืมตาขึ้น เธอถอนหายใจออกมาแม้ตงหยางจะช่วยนางออกมา แต่เป็เพราะความอาฆาตของนางเลยหนีเขาออกมาเพื่อทำร้ายซินซินและถูกฆ่าตาย
“ตงหยาง ครั้งนี้ข้าต้องตอบแทนเ้าแน่ไม่ต้องห่วง”
“คุณหนูพูดว่าอะไรนะเ้าคะ”
“ข้าบอกว่าไปกันเถอะจางหมิ่งคงจะแข่งแล้ว”
ฟางหรงไม่ได้รีบร้อนเช่นเมื่อกี้นางเดินไปที่ลานฝึกที่ตอนนี้ มีท่านพ่อของนางนั่งมองการประลองอยู่ฟางหรงเดินไปนั่งเก้าอี้ข้าง ก่อนจะกวาดสายตามองไปทั่วลานประลองพบศิษย์มากมายที่ยื่นอยู่
“ท่านพ่อมีศิษย์เยอะถึงเพียงนี้เลยหรือเ้าคะ”
“ใช่เยอะเกินไปวันนี้พ่อเลยจะคัดเหลือเพียงสิบคน”
“จากทั้งหมดหรือเ้าคะ”
“ใช่ ในภายภาคหน้าพวกเขาจะได้เป็แม่ทัพ หรือมีบทบาทสำคัญต่อฝ่าา พ่อจึงต้องคัดเลือกให้ดี”
ฟางหรงพยักหน้าเข้าใจเธอมองจางหมิ่งที่อยู่แถวด้านหน้าก็จะส่งยิ้มให้เขา นางเชื่อว่าอย่างไรเขาก็ผ่านการคัดเลือกแต่แล้วสายตาของนางก็ไปสะดุดกับชายตัวสูงที่มีสีหน้านิ่งเฉยตงหยางก็มองมาที่นางเช่นกันนางพึ่งสังเกตว่าเสื้อผ้าของศิษย์แต่ล่ะฝั่งนั้นต่างกัน จางหมิ่งสวมชุดสีน้ำเงินส่วนตงหยางสวมเป็สีดำ
“ท่านพ่อเหตุใดสีชุดจึงแตกต่างกันเ้าคะ”
“น้ำเงินคือลูกแม่ทัพหรือทหารขาวคือลูกกุนซือหรือขุนนาง ส่วนสีดำคือลูกชาวบ้านธรรมดาแต่มีความสามารถแม้สีชุดจะต่างกันแต่พวกเขาจะได้ร่ำเรียนในสิ่งที่เหมาะสมตามความสามารถ”
“ถ้างั้นลูกเองต้องใส่สีขาวใช่ไหมเ้าคะ”
ฟางหรงพูดด้วยรอยยิ้มเธอหยิบขนมในจานขึ้นมากินเทียนอี้ก็มองบุตรสาวด้วยความเอ็นดูเขาลูบหัวนางด้วยรอยยิ้ม
“เ้าสามารถสวมได้ทั้งหมดเพราะพ่อของเ้ามีความสามารถมากพอที่จะเป็ทั้งหมดและพ่อก็ยังเป็ชาวบ้านคนธรรมดาเช่นกัน”
“ท่านพ่อเ้าคะมีโอกาสไหมที่สีดำจะอยู่ในสิบคน”
“ทุกคนย่อมมีโอกาสเท่ากัน แต่ข้าไม่เห็นนานแล้วที่สีดำจะมายืนในตำแหน่งศิษย์ของข้า”
ฟางหรงมองไปที่ตงหยางอีกครั้งก็พบว่าเขายังมองนางอยู่เช่นเดิม จริงสินางมีสิ่งนั้นอยู่
“ท่านพ่อข้าลงไปหาจางหมิ่งได้ไหมเ้าคะ ข้าอยากจะมอบผ้าแห่งชัยชนะนี่ให้เขาข้าขอร้องแม่นมให้ไปขอที่วัดมาเลยนะ ท่านพ่อยอมให้ข้าไปเถิด”
เธอชูผ้าสีขาวขึ้นมาที่มีลักษณะคล้ายริบบิ้น เทียนอี้ก็พยักหน้า เขามองฟางหรงที่เดินออกไปบุตรสาวเขาโตเกินวัยไปจริง ๆ โทษใครได้เล่าต้องโทษเขาที่เลี้ยงนางมาด้วยตำรากลยุทธการทหารนางจึงเ้าความคิดเช่นนี้
“จางหมิ่งงง”
“หรงหรง เ้าลงมาทำไมเดี๋ยวก็ล้มหรอก”
“ข้ามาอวยพร เ้าต้องทำให้เต็มทีนะ”
“ข้าชนะอยู่แล้วเ้าก็รู้เ้ากับเจียอี้เตรียมรอจัดอาหารเลี้ยงข้าได้เลย”
เพราะรู้ไง ข้าเลยจะนำผ้าอวยพรจากวัดนี้ไปให้ผู้อื่นอย่างน้อยแค่เขาเข้ารอบก็พอ ฟางหรงยิ้มออกมา
“ใช่เ้าต้องชนะแน่งั้นข้าขอตัวก่อนนะ”
พูดจบเธอก็เดินเข้าไปในกลุ่มเด็กชุดดำ ก่อนจะมองหาตงหยาง
“เ้าหาใคร”
จางหมิ่งที่เดินตามมาเอ่ยถามเขากอดอกมองนางเหมือน้าคำตอบ หากจางหมิ่งรู้ว่านางเอาของมาให้ผู้อื่นแทนที่จะให้เขาเขาจะโกรธหรือไม่..
“ว่าอย่างไร เ้ามาหาผู้ใด!!”
โกธร โกรธแน่ ๆฟางหรงแสร้งยิ้มออกมาก่อนจะกอดที่แขนของจางหมิ่งแน่น
“ข้ามาส่งของแทนซู่ลี่ นางให้ข้ามาตามหาคนชื่อตงหยาง”
“สาวใช้เ้า กล้าใช้เ้าได้เลยนางอายุหกขวบเองสมควรหรือไม่??”
“อะนั่นไงเจอแล้ว”
ฟางหรงไม่ได้ตอบอะไรต่อนางเดินตรงไปหาตงหยางด้วยยิ้มทันที ตงหยางเองก็มองมาที่นางนิ่งไม่แสดงสีหน้าอะไรให้ตายสิน่ากลัวชะมัด
“ข้ามีของจะให้ ยื่นมือมาสิ”
ตงหยางยื่นมือออกไปเขามองผ้าสีขาวที่ฟางหรงกำลังพันที่ข้อมือของเขา นางจะทำอะไร จะมัดให้มือข้าใช้งานไม่ได้หรือไงหรือจงใจทำสัญลักษณ์ไว้ให้เ้าจางหมิ่งรู้ว่าควรกำจัดข้าก่อนโทษฐานที่ชนนางเมื่อสักครู่
“เสร็จแล้ว”
“มัดทั้งสองมือไม่ดีหรือข้าจะได้ไร้ทางตอบโต้”
ตงหยางยิ้มออกมาเขามองเด็กห้าขวบตรงหน้า ที่เหมือนไม่เข้าใจที่เขาพูด
“พูดอะไรของเ้า ช่างเถอะข้าขอให้เ้า เข้ารอบนะ”
“หรงหรง”
“ข้าไปก่อนนะ เ้าต้องเข้ารอบให้ได้นะจางหมิ่งข้ามาแล้ว”
ฟางหรงพูดจบก็เดินออกไปหาจางหมิ่งที่ยืนรออยู่ทันทีตงหยางมองผ้าขาวที่พันรอบข้อมือของเขาอย่างสงสัย นาง้าจะทำอะไรกันแน่เขามองไปที่เด็กสาวตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังเดินไปหาอาจารย์ของเขา
“ไม่ว่าเ้าจะใช้เล่ห์กลอะไรข้าตงหยางคนนี้ต้องเป็ศิษย์ของท่านอาจารย์ให้ได้”