ยอดหมอหญิงเทพโอสถ

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 66 หวายหนิง ทำให้เจ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้ว

            จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยทรงมาไต่สวนคดีด้วยพระองค์เอง ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่

            แสงตะวันเพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า ทว่าข้าราชการทุกระดับชั้นของศาลต้าหลี่ล้วนเข้ามาประจำตำแหน่งแล้ว แม้กระทั่งศาสตราจารย์แพทย์ใต้เท้าหนานกงก็มาด้วยเช่นกัน ไม่มีผู้ใดกล้าเมินเฉย ประตูด้านหน้าและประตูด้านข้างของศาลพิจารณาคดีล้วนเปิดออกหมด หยาเว่ยถอยไปยืนในตำแหน่งที่แบ่งออกเป็นสามแถว ภายในห้องโถงนี้เต็มไปด้วยความเงียบและความเคร่งเครียดบรรยากาศเอาจริงเอาจัง

            แม้ว่าจวินจิ่วเฉินจะสวมใส่อาภรณ์ลำลอง เส้นผมสีดำถูกมัดขึ้นครึ่งหนึ่ง ทว่าแสงแห่งราชันที่เปล่งประกายออกมาจากร่างของเขานั้นไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย เขานั่งประจำตำแหน่งประธานการไต่สวนคดีด้วยความสูงศักดิ์ ใบหน้าประดุจน้ำแข็ง และปราศจากคำพูด นัยน์ตาที่ไม่ได้ตั้งใจเมียงมองคู่นั้นเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนภายในห้องโถงอกสั่นขวัญหายได้

            ใต้เท้าเจียง เสนาบดีศาลแห่งต้าหลี่ เดิมทีควรที่จะนั่งประจำตำแหน่งคณะขุนนางในที่นั่งแรก ทว่าในยามนี้กลับยืนตัวตรง ใบหน้าขาวซีด อีกทั้งขาทั้งสองข้างยังเกิดความอ่อนแรง เขารู้สึกเสียใจในภายหลังเป็นอย่างยิ่ง สีหน้าของพี่น้องตระกูลฉีก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน เมื่ออยู่ต่อหน้าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย ฉีอวี้ที่เคยมีความหยิ่งยโสโอหังและทำตัวสูงส่งมาโดยตลอดถึงกับไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา

            มีเพียงแค่องค์หญิงหวายหนิงที่ยืนหยัดอย่างแข็งกร้าว นางเคลื่อนตัวไปข้างกายฉีอวี้ก่อนจะกระซิบว่า “ท่านพี่อวี้ ท่านไม่ต้องกังวลมากเกินไป เรื่องนี้อย่างมากก็แค่ให้ข้าแบกรับเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว ข้าส่งคนไปหาหมู่เฟย [1] กับพี่ชายใหญ่แล้ว ข้ารับรองว่าเขาจะไม่สามารถทำอะไรตระกูลฉีได้! ”

            ฉีอวี้ไม่ทราบว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะสามารถทำอะไรตระกูลฉีได้หรือไม่ แต่เขาทราบว่าเพียงแค่องค์หญิงหวายหนิงยินยอมแบกรับโทษเอาไว้ ตระกูลฉีก็จะสามารถหลุดพ้นจากภัยพิบัตินี้ได้

            เขาลอบดึงมือขององค์หญิงหวายหนิงมาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติ “หวายหนิง ทำให้เจ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้ว” องค์หญิงหวายหนิงตกใจสะดุ้งโหยง จิตใจเกิดการสั่นไหวขึ้นมา “ท่านพี่อวี้ เพื่อท่านแล้ว แม้จะไม่ได้รับความเป็นธรรม ข้าก็ยินยอม”

            ในส่วนของฉีฟู่ฟางที่รับโทษแทนองค์หญิงหวายหนิงนั้นถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินเช่นนี้ ระดับฐานะของนางทำได้เพียงยอมรับมัน แม้แต่ฉีอวี้นางก็ไม่กล้าที่จะบอกความจริง

            ทั้งห้องโถงเงียบสงัดมาเป็นเวลานาน จวินจิ่วเฉินยังคงไม่เอ่ยวาจาใดๆ ออกมา อีกทั้งยังไม่ได้เริ่มไต่สวนคดี ไม่มีใครกล้าที่จะเร่งรัดเขา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขากำลังรอกูเฟยเยี่ยนอยู่อย่างแน่นอน

            กูเฟยเยี่ยนไม่ได้รอไท่อี นางปรุงยาในหวางเป่าติงด้วยตนเอง จากนั้นจึงรีบทายา ก่อนจะให้เซี่ยเสี่ยวหม่านประคองไปที่ศาลพิจารณาคดี แม้ว่าหลังจากที่ใส่รองเท้าเข้าไปแล้ว นิ้วเท้าทั้งสองข้างจะเจ็บปวดไม่แพ้ช่วงเวลาที่ถูกลงโทษเลย ทว่านางก็ยังคงสวมใส่ให้เหมาะสมเรียบร้อย

            ห้องขังอยู่ด้านหลัง ศาลพิจารณาคดีอยู่ด้านหน้า ระยะทางไม่นับว่าไกล เพียงแต่นางก้าวเท้าไปไม่ไหวจริงๆ หญิงสาวจึงใช้ระยะเวลาในการก้าวเดินนานมากกว่าจะไปถึงศาลพิจารณาคดี

            ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนคิดไม่ถึงว่านางจะมา ชั่วพริบตาเดียวก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วสารทิศ

            เป็นเพราะว่านอกเหนือจากใต้เท้าเจียงกับเหล่าคณะแล้ว ผู้คนทั้งภายในและภายนอกศาลพิจารณาคดีล้วนไม่รับรู้ว่าเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุใดขึ้น? พวกเขาไม่เข้าใจว่านางมาทำอะไร? บาดแผลของนางเกิดขึ้นได้อย่างไร? สำหรับฉีอวี้กับกลุ่มพวกเดียวกันนั้นมีใบหน้าที่ซีดขาวจนไม่น่ามองเลย

            กูเฟยเยี่ยนไม่ได้สนใจคนเหล่านี้ เมื่อเห็นว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยยังไม่ได้เปิดพิจารณาคดีนางจึงลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพลางรีบร้อนเดินเข้าไป นางอดทนต่อความเจ็บปวด ยืนด้วยความมั่นคง ก่อนจะโน้มกายแสดงความเคารพ “นู๋ปี้กูเฟยเยี่ยนน้อมคารวะจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย”

            ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นเพราะว่าจวินจิ่วเฉินรอมานานหรือว่าเป็นเพราะเหตุผลอื่น เขาดูเหมือนจะไม่พอใจมากกว่าเมื่อสักครู่นี้เสียอีก เขาชายตามองขาทั้งสองข้างของกูเฟยเยี่ยนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ทหาร ประทานเก้าอี้มา”

            “ขอบพระคุณเตี้ยนเซี่ยเพคะ! ”

            เมื่อกูเฟยเยี่ยนนั่งลงแล้ว จวินจิ่วเฉินจึงใช้ค้อนไม้เล็กเคาะโต๊ะด้วยความเย็นชา “เปิดการพิจารณาคดี! ”

            กูเฟยเยี่ยนแอบคิดในใจว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจักต้องหมดความอดทนแล้วอย่างแน่นอน

            เสียงเคาะโต๊ะที่มีความดังกังวานทำให้ศาลพิจารณาคดีที่เงียบสงัดอยู่แล้วเกิดความจริงจังมากขึ้นไปอีก ข้าราชการแต่ละระดับชั้นล้วนค่อยๆ นั่งลงทีละคน ทว่าใต้เท้าเจียงกับฉีอวี้ยังคงยืนอยู่ เมื่อเห็นเช่นนี้ทุกคนจึงตระหนักได้ว่าเรื่องราวมีความผิดปกติ

            ใต้เท้าเจียงทนไม่ไหวแล้ว เขากำลังจะก้าวเดินออกมา แต่ใครจะไปทราบว่าประโยคแรกของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะเป็น “หวายหนิง ใครอนุญาตให้เจ้าสอบสวนผู้อื่นแทนศาลต้าหลี่?”

            องค์หญิงหวายหนิงรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก เรื่องนี้เป็นเพียงแค่การสับเปลี่ยนตัวยาสมุนไพรหนึ่งชนิดกับนังคนชั้นต่ำหนึ่งคนเท่านั้น จิ้งหวางจะทรงจริงจังไปทำไม? เขาถึงกับทำให้นางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกต่อหน้าผู้คนเช่นนี้?

            ผู้คนล้วนตกตกตะลึงตาค้างเพราะไม่เข้าใจว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

            กูเฟยเยี่ยนรู้สึกประหลาดใจมากเช่นกัน เดิมทีนางคิดว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะทรงสั่งสอนองค์หญิงหวายหนิงเป็นการส่วนตัว เมื่ออยู่ภายในศาลพิจารณาคดีจะทำเพียงแค่เล่นงานใต้เท้าเจียงเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรองค์หญิงหวายหนิงก็เป็นสมาชิกราชวงศ์อีกทั้งยังเป็นธิดาสุดที่รักของฝ่าบาทอีกด้วย ต่อให้จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีของคนในราชวงศ์ แต่ยังไงก็ต้องยอมให้กับฝ่าบาท

            หรือว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะทรงใช้โอกาสนี้ปราบปรามความหยิ่งผยองของผู้ที่อยู่เบื้องหลังองค์หญิงหวายหนิงอย่างอวิ้นกุ้ยเฟยและองค์ชายใหญ่?

            กูเฟยเยี่ยนไม่มีเวลามาคิดมากมาย เมื่อเทียบกับความประหลาดใจแล้ว ภายในใจของนางมีความดีอกดีใจมากยิ่งกว่า!

            นางไม่ได้ตั้งใจที่จะปล่อยองค์หญิงหวายหนิงไปอยู่แล้ว เมื่อเห็นท่าทีของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยแล้ว นางคิดว่านางคงจะสามารถชำระบัญชีความแค้นทั้งสามครั้งภายในครั้งเดียวได้

            “ข้า ข้า…”

            องค์หญิงหวายหนิงพูดจาตะกุกตะกักอยู่นานก่อนจะโพล่งเหตุผลไร้สาระออกมา “ใต้เท้าเจียงบุกไปจับคนในตำหนักของเปิ่นกงจู่โดยไม่มีแม้แต่คำทักทาย! แน่นอนว่าเปิ่นกงจู่จะต้องทำให้แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น มิฉะนั้น มิฉะนั้นแล้ว…ในอนาคตเปิ่นกงจู่จะมีที่ยืนได้อย่างไร?”

            จวินจิ่วเฉินไม่แสดงความคิดเห็น เขาถามอีกครั้งว่า “ใครอนุญาตให้เจ้าตั้งศาลเตี้ยบีบบังคับให้สารภาพออกมา? ”

            องค์หญิงหวายหนิงพูดจาตะกุกตะกักอีกครั้ง “ข้า ข้าสอบสวนโดยใช้เครื่องมือทรมาน ไม่ได้บีบบังคับให้สารภาพออกมา! กูเฟยเยี่ยนเป็นผู้รับห่อย่าวซ่านไป นางมีความน่าสงสัยมากที่สุด ข้า หากข้าไม่ข่มขู่นาง นางจะพูดความจริงออกมาหรือ? ”

            จวินจิ่วเฉินยังคงไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ และไม่ได้สืบหาสาเหตุต่อไป เขาสะบัดมือส่งสัญญาณให้นางถอยไปด้านข้าง

            องค์หญิงหวายหนิงถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ทว่าฉีอวี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างนางกลับมีสีหน้ามืดมน จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยไม่ได้ลงโทษองค์หญิงหวายหนิง แต่หักหน้าองค์หญิงหวายหนิงกับตระกูลฉีอย่างรุนแรง!

            ไม่ว่าผู้คนจะโง่เขลาเพียงใดก็มองออกว่าการเคลื่อนไหวขององค์หญิงหวายหนิงมีเจตนาปกป้องตระกูลฉีนางลงโทษบีบบังคับคู่หมั้นของฉีอวี้! ผู้คนทั้งภายในและภายนอกห้องโถงล้วนซุบซิบนินทากัน มีคนรู้จักไม่น้อยเลยที่หันมามองด้วยความเหยียดหยาม

            กูเฟยเยี่ยนยิ้มแย้มพรางแอบหัวเราะในใจ นางหัวเราะจนลืมความเจ็บปวดบนมือและเท้าไป

            ทุกคนคิดว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะทรงหักหน้าแล้วไม่สืบหาสาเหตุต่อไป แม้กระทั่งใต้เท้าเจียงยังลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรแล้วจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยก็อยู่ในช่วงรุ่นราวคราวเดียวกันกับองค์หญิงหวายหนิง หากเรื่องราวไม่ได้ใหญ่โตจนไปถึงฝ่าบาท จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยก็ไม่สามารถทำอะไรนางได้

            ทว่า!

            จวินจิ่วเฉินกลับสร้างความคาดไม่ถึงอีกครั้ง

            เขาหันไปมองใต้เท้าเจียงพลางรับสั่งออกมาตรงๆ “ทหาร ปลดเจียงลี่อันเสนาบดีแห่งศาลต้าหลี่ออกจากตำแหน่ง ลดระดับไปที่แดนเหนือ ให้เขาไปทบทวนการกระทำของตนเองดีๆ ว่าผิดที่จุดใด? ”

            ในที่สุดใต้เท้าเจียงก็ยืนหยัดต่อไม่ไหว เขาคุกเข่าลงบนพื้นด้วยความสั่นเทา เขายังต้องทบทวนการกระทำของตนเองอีกหรือ? เขาทราบดีว่าผิดตรงไหน!

            ทั่วทั้งห้องล้วนจมลึกอยู่ในความเงียบ แม้แต่กูเฟยเยี่ยนก็ยังเกิดความหวาดผวา ว่ากันว่าการกระทำของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยนั้นโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำก็สามารถกำหนดชะตาชีวิตของผู้คนได้ ในวันนี้นับได้ว่านางได้รับรู้แล้ว

            หากกล่าวว่าเมื่อสักครู่นี้เป็นการหักหน้าองค์หญิงหวายหนิงกับตระกูลฉี เช่นนั้นการกระทำในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการลงโทษอย่างเฉียบขาด!

            ปราศจากการสอบสวน ปราศจากการกำหนดบทลงโทษ ปลดออกจากตำแหน่งให้ไปทบทวนการกระทำของตนเองโดยทันที เห็นได้ชัดว่านี่คือการตักเตือนขุนนางในราชสำนักว่าในวันข้างหน้าหากใครกล้าเห็นแก่ศักดิ์ศรีขององค์หญิงหวายหนิงและคนจากตระกูลฉีอีกทั้งยังเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว จุดจบของเจียงลี่อันก็คือผลลัพธ์ที่ตามมา!

            เมื่อเห็นเจียงลี่อันถูกคุมตัวออกไปองค์หญิงหวายหนิงก็เสียศักดิ์ศรีไปหมดแล้ว แต่ยังคงหน้าหน้าด้านอยู่ต่อไป นางกระซิบแผ่วเบา “ท่านพี่อวี้ เรื่องนี้เป็นข้าเองที่ประมาทเลินเล่อ ท่าน ท่านวางใจได้ เรื่องของท่านพี่ฟู่ฟางข้าจะปกป้องพวกท่านอย่างแน่นอน! ”

            ฉีอวี้กลัดกลุ้มจนไม่อยากจะเอ่ยอะไรออกมาแต่สุดท้ายก็ยังต้องตอบกลับมา “ทำให้องค์หญิงไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้ว”

            หลังจากที่เจียงลี่อันออกไป จวินจิ่วเฉินก็เริ่มไต่สวนคดีอย่างเป็นทางการ เขาเอ่ยว่า “ทหาร ควบคุมตัวเฉินซานหยวนเข้ามา! ”

            ———————————

            เชิงอรรถ

            [1] หมู่เฟย หมายถึง คำที่องค์ชายและองค์หญิงเรียกมารดาที่เป็นนางสนม

     

    คล้ายกับเรื่องยอดหมอหญิงเทพโอสถ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185