หลังจากที่ท่านแม่ทัพกวนจากไป ความเงียบเหงาก็กลับมาเยือนเรือนพักของเราอีกครั้ง เหม่ยซินดูซึมลงไปเล็กน้อยใน่แรก ใบหน้าของเธอมักจะเหม่อลอยเหมือนกำลังคิดถึงอะไรบางอย่างที่ไกลออกไป ข้าพยายามปลอบโยนเธอด้วยการเล่านิทานตลกๆ และทำอาหารที่เธอชอบ แต่ก็ดูเหมือนจะช่วยได้ไม่มากนัก
"เหม่ยซิน เ้าไม่สบายหรือเปล่า" ข้าถามด้วยความเป็ห่วง "หรือว่าท่านแม่ทัพนวดคลายเส้นให้เ้าหนักเกินไป"
เธอส่ายหน้าเบาๆ "ไม่หรอกค่ะท่านพี่ ข้าแค่รู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อยเท่านั้นเอง"
ข้ารู้สึกผิดที่ไม่มีเวลาพาเธอออกไปเที่ยวข้างนอกเหมือนคู่อื่นๆ ข้าต้องทำงานหนักเพื่อดูแลกิจการของครอบครัว และงานเลี้ยงรับรองแขกบ้านแขกเมืองก็เป็ส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้าสัญญากับตัวเองว่าเมื่อไหร่ที่มีเวลาว่าง ข้าจะพาเหม่ยซินไปเที่ยวชมสวนดอกไม้ที่เธอชอบ หรือไปฟังดนตรีที่ตลาดกลางเมือง
โชคดีที่ความเงียบเหงาอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีข่าวการมาถึงของ คาลิค พ่อค้าจากแดนไกล คาลิคเป็ชายร่างสูงใหญ่ มีผิวสีแทนจัดจ้าน ดวงตาสีฟ้าใสราวกับท้องฟ้าในฤดูร้อน และมีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร เขาเดินทางมาพร้อมกับกองคาราวานสินค้าล้ำค่า และ้าพักอาศัยในเมืองของเราเพื่อทำการค้าขาย
ข้าตื่นเต้นที่ได้พบกับพ่อค้าจากดินแดนอันไกลโพ้น เขาคงจะมีเื่ราวมากมายที่น่าสนใจ และอาจจะมีสินค้าแปลกใหม่ที่จะทำให้เหม่ยซินดีใจ ข้าหวังว่าการมาของแขกคนสำคัญจะช่วยให้บรรยากาศในเรือนพักสดใสขึ้น
ในฐานะที่เป็ผู้ดูแลกิจการของเมือง ข้าและเหม่ยซินจึงต้องรับหน้าที่ต้อนรับเขาอย่างดีที่สุด คาลิคเป็คนสนุกสนานและมีเื่เล่ามากมายเกี่ยวกับดินแดนที่ห่างไกลของเขา เหม่ยซินดูจะสนใจเื่ราวของเขาเป็พิเศษ ดวงตาของเธอเป็ประกายทุกครั้งที่เขาเล่าถึงทะเลทรายอันกว้างใหญ่และอูฐที่แข็งแกร่ง
ข้าดีใจที่เห็นเหม่ยซินมีชีวิตชีวาขึ้น เธอถามคำถามมากมายเกี่ยวกับวิถีชีวิตในทะเลทราย การเดินทางด้วยกองคาราวาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับอูฐ ข้าเห็นว่าเธอฟังเื่ราวของคาลิคอย่างตั้งใจ บางครั้งเธอจะถามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นว่าเธอสนใจจริงๆ
ในคืนงานเลี้ยงต้อนรับ คาลิคแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีสดใสของชนเผ่าเขา เขาดูโดดเด่นท่ามกลางแขกคนอื่นๆ ข้าสังเกตเห็นว่าคาลิคมองเหม่ยซินบ่อยครั้ง แววตาของเขาดูแปลกๆ เหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง แต่ข้าก็คิดในแง่ดีว่าเขาคงชื่นชมในความงามและความเฉลียวฉลาดของภรรยาข้า เหม่ยซินเป็สตรีที่มีความรู้กว้างขวาง เธอสามารถสนทนาได้หลากหลายเื่ ไม่แปลกที่แขกจากต่างถิ่นจะประทับใจ
"คุณผู้หญิงของท่านช่างงดงามราวกับดอกไม้ในทะเลทราย" คาลิคกล่าวกับข้าด้วยรอยยิ้มกว้าง "ข้าไม่เคยเห็นสตรีใดที่งดงามและมีเสน่ห์เช่นนี้มาก่อน"
"ขอบคุณท่านคาลิค" ข้าตอบด้วยความภูมิใจ "เหม่ยซินเป็ภรรยาที่ดีที่สุดของข้า เธอเชี่ยวชาญในสี่ศิลป์ และมีใจที่อ่อนโยนกว่าใครๆ"
เหม่ยซินยิ้มอย่างเขินอาย แก้มของเธอแดงเรื่อๆ ข้าเห็นประกายบางอย่างในดวงตาของเธอที่ดูเหมือนความตื่นเต้น ข้าคิดว่าเธอคงดีใจที่ได้รับคำชม และได้พบกับวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่แปลกตา
เช้าวันต่อมา ข้าต้องรีบไปทำงานแต่เช้าตรู่ มีเอกสารสำคัญหลายฉบับที่ต้องตรวจสอบ และการประชุมกับเ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี ข้าเห็นเหม่ยซินกำลังเตรียมอาหารเช้าสำหรับคาลิค ใบหน้าของเธอดูสดใสและมีชีวิตชีวา ต่างจากหลายวันที่ผ่านมาที่เธอดูเศร้าหมอง
"เหม่ยซิน เ้าไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้นะ" ข้าบอก "ให้คนรับใช้ทำก็ได้"
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะท่านพี่" เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น "คาลิคเป็แขกคนสำคัญของเรา ข้าอยากจะดูแลเขาด้วยตัวเอง และข้าก็อยากเรียนรู้เื่ราวของเขามากขึ้น"
ข้ารู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของภรรยา เหม่ยซินเป็คนที่ใส่ใจในรายละเอียด เธอมักจะทำอาหารด้วยตัวเองเมื่อมีแขกสำคัญ เพราะเธอเชื่อว่าการทำอาหารด้วยใจจะทำให้รสชาติดีขึ้น ข้าจูบหน้าผากเธอเบาๆ แล้วรีบออกไปทำงาน
ตลอดทั้งวัน ข้าคิดถึงเหม่ยซินและคาลิค ข้าหวังว่าเหม่ยซินจะไม่เหนื่อยเกินไปกับการดูแลแขก ข้ารู้ว่าคาลิคเป็คนดี เขามีมารยาทและเป็ผู้มีการศึกษา แต่เขาก็เป็คนต่างถิ่น อาจจะมีวัฒนธรรมและธรรมเนียมที่แตกต่างจากเรา ข้าหวังว่าเขาจะไม่ทำให้เหม่ยซินรู้สึกอึดอัด
ในระหว่างการประชุม ข้าได้ยินเสียงแว่วๆ มาจากทิศทางเรือนพัก เป็เสียงที่ฟังดูเหมือนเสียงครางเบาๆ ข้าคิดว่าอาจจะเป็เสียงของแมวที่เจ็บป่วย หรือเสียงลมที่พัดผ่านช่องประตูหน้าต่าง ข้าไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะงานที่มีอยู่ในมือ้าความเอาใจใส่อย่างเต็มที่
บางครั้งเสียงนั้นจะดังขึ้นเล็กน้อย ฟังดูเหมือนเสียงของคนที่กำลังออกแรงหรือเหนื่อยล้า ข้าคิดว่าอาจจะเป็เสียงของคนรับใช้ที่กำลังทำความสะอาดหรือย้ายของหนัก หรืออาจจะเป็เสียงของช่างฝีมือที่มาซ่อมแซมอะไรบางอย่างในบ้าน ข้าตั้งใจจะถามเหม่ยซินเมื่อกลับไป
เมื่อข้ากลับมาถึงเรือนพักใน่บ่าย ข้าตั้งใจจะไปดูว่าเหม่ยซินเป็อย่างไรบ้าง และจะถามเธอว่า้าให้ข้าช่วยอะไรในการดูแลแขกหรือไม่ ข้าเดินไปที่ห้องพักของคาลิค และเคาะประตูเบาๆ
ไม่มีเสียงตอบรับ ข้าจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆ เพื่อดูว่าทุกอย่างเป็อย่างไร อาจจะเป็เพราะคาลิคกำลังพักผ่อนหลังจากการเดินทางอันยาวนาน
ภาพที่ข้าเห็นทำให้ข้าต้องหยุดชะงัก แต่ไม่ใช่เพราะความใ แต่เป็เพราะความประหลาดใจที่น่าสนใจ
คาลิคนอนอยู่บนที่นอน ร่างกายกำยำของเขาเปลือยเปล่าั้แ่ท่อนบนลงไป มีเพียงผ้าห่มผืนบางๆ คลุม่ล่างไว้หลวมๆ ข้าคิดว่าเขาคงจะร้อนเพราะอากาศในห้องค่อนข้างอบอ้าว
เหม่ยซินกำลังนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขา ใบหน้าของเธอแดงก่ำ เหงื่อไหลซึมไปทั่วหน้าผาก ดวงตาของเธอปิดสนิท และเธอกำลัง "โยกเอวขย่ม" ร่างกายของเธอขึ้นลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ท่าทางของเธอดูเหมือนกำลังออกแรงมาก
ทั้งคู่สวมชุดที่ดู "รุ่มร่าม" เล็กน้อย เหม่ยซินสวมเสื้อผ้าที่ดูหลวมๆ และคาลิคก็มีผ้าคลุมไหล่ผืนใหญ่พาดอยู่ ข้าคิดว่าเขาคงจะสอนเหม่ยซินเกี่ยวกับการแต่งกายในทะเลทรายที่ต้องระบายอากาศให้ดี
ข้าได้ยินเสียง "อ๊าาา!" ที่ดังออกมาจากลำคอของเหม่ยซิน เป็เสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหอบและความเ็ปที่ข้าคุ้นเคยจากตอนที่ท่านแม่ทัพนวดคลายเส้นให้เธอ ข้าคิดว่าการฝึกขี่อูฐคงจะเหนื่อยมากจริงๆ
ข้ารู้สึกใและสับสน ข้ากำลังจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คาลิคก็ลืมตาขึ้นมามองข้าด้วยรอยยิ้มกว้าง
"นายท่าน!" คาลิคกล่าวด้วยเสียงหอบ "ท่านมาได้จังหวะพอดีเลย"
เหม่ยซินยังคง "ขย่ม" ต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน เธอไม่สนใจข้าเลยแม้แต่น้อย ข้าคิดว่าเธอคงจะตั้งใจฝึกมากจนไม่ได้ยินเสียงข้า
"เกิดอะไรขึ้นหรือท่านคาลิค" ข้าถามด้วยความกังวล "เหม่ยซินเป็อะไรไป"
คาลิคหัวเราะเบาๆ "คุณผู้หญิงของท่านกำลังเรียน 'บทเรียนขี่อูฐ' อยู่ครับ"
"ขี่อูฐ?" ข้าถามด้วยความประหลาดใจ
"ใช่ครับ" คาลิคอธิบาย "ในดินแดนของข้า การขี่อูฐเป็เื่สำคัญมาก และมันก็เป็เื่ที่ยากมากเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขี่อูฐท่ามกลางอากาศร้อน ที่ชุดจะต้อง 'รุ่มร่าม' นิดนึงเพื่อป้องกันแสงแดด และอูฐก็จะ 'เด้งขึ้นลงแบบนี้' เพื่อให้ผู้ขี่ได้ฝึกความสมดุล"
เขาชี้ไปที่เหม่ยซินที่กำลัง "โยกเอวขย่ม" อย่างรุนแรง
ข้าเริ่มเข้าใจแล้ว ข้าเคยได้ยินว่าการขี่อูฐเป็ศิลปะที่ต้องใช้ความสมดุลและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลาง ไม่แปลกที่เหม่ยซินจะเหนื่อยและเหงื่อออกมาก
"ข้าเห็นว่าคุณผู้หญิงของท่านสนใจเื่อูฐมาก ข้าจึงอาสาจำลองเหตุการณ์เพื่อสอนเธอ" คาลิคกล่าวต่อ "นี่เป็ท่าที่สำคัญที่สุดในการฝึกขี่อูฐครับ มันช่วยให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวแข็งแรงและทนทานต่อการกระแทก"
ข้ามองเหม่ยซินด้วยความสงสาร ใบหน้าของเธอแดงก่ำ เหงื่อไหลท่วมตัว เธอคงจะเหนื่อยมากจริงๆ แต่เธอก็ยังพยายามฝึกต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
ภรรยาของข้าช่างอดทนและตั้งใจเรียนรู้จริงๆ ข้าคิด ข้าภูมิใจในความมุ่งมั่นของเธอ
ทันใดนั้น เหม่ยซินก็ร้อง "อ๊าาาาาาา!" เสียงดังและยาวนาน ร่างกายของเธอสั่นะเือย่างรุนแรง ข้าคิดว่าเธอคงจะเหนื่อยจนถึงขีดจำกัดแล้ว
ข้าเห็นใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปและความเหนื่อยล้า ดวงตาของเธอปิดแน่น คิ้วขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากของเธอแยกออกเล็กน้อยขณะหายใจหอบ ข้ารู้สึกสงสารเธอมาก การฝึกขี่อูฐคงจะทรมานจริงๆ
เหม่ยซินเริ่มขย่มช้าลง ร่างกายของเธอสั่นเทา ข้าเห็นเธอพยายามยกตัวขึ้นอย่างช้าๆ ท่าทางของเธอดูเหมือนกำลังต่อสู้กับความเ็ปและความเหนื่อยล้า เมื่อเธอยกตัวขึ้น ข้าเห็นหยดน้ำใสๆ หยดลงมาบนผ้าห่มของคาลิค ข้าคิดว่าคงเป็เหงื่อที่ไหลลงมาจากร่างกายของเธอ
"เก่งมาก!" คาลิคชื่นชม "เ้าผ่านการฝึกขั้นแรกได้แล้ว"
เหม่ยซินค่อยๆ หยุดการเคลื่อนไหว ใบหน้าของเธอยังคงบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป เธอค่อยๆ ยกตัวออกจากตัวคาลิคอย่างระมัดระวัง ท่าทางของเธอดูเหมือนกำลังทนความเจ็บ เมื่อเธอยกตัวขึ้นสุด ข้าเห็นหยดน้ำใสๆ อีกหลายหยดตกลงมาบนผ้าห่ม เธอแล้วล้มตัวลงนอนหอบอยู่ข้างๆ คาลิค ใบหน้าของเธอเปียกไปด้วยเหงื่อ แต่ดวงตาของเธอเป็ประกายด้วยความสำเร็จ
คาลิคหัวเราะเบาๆ "เ้าช่างเป็ศิษย์ที่เรียนรู้เร็วอะไรเช่นนี้"
เหม่ยซินยิ้มอย่างอ่อนแรง แต่ดูมีความสุข เธอค่อยๆ ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วหันมาหาข้าด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำจากการออกแรง
"จื่อเหวิน... ข้าขอโทษที่ไม่ได้บอกท่าน" เธอพูดด้วยเสียงที่แหบพร่าจากการหายใจหอบ "ข้า... ข้าอยากขี่อูฐมานานแล้วจริงๆ ท่านคาลิคใจดีมากที่อาสามาสอนข้า"
ข้าเดินเข้าไปหาเธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและความรัก ข้าใช้มือที่อ่อนโยนลูบผมที่เปียกเหงื่อของเธอ
"ไม่เป็ไรหรอกเหม่ยซิน" ข้าพูดด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น "ข้าเข้าใจ ข้าเองก็ยุ่งจนไม่มีเวลาพาเ้าไปเที่ยวข้างนอกเลย ข้าดีใจที่ท่านคาลิคช่วยสอนเ้า และข้าก็ภูมิใจในความมุ่งมั่นของเ้า"
เหม่ยซินกอดข้าไว้แน่น ซ่อนใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำไว้ที่หน้าอกของข้า ข้ารู้สึกถึงความอบอุ่นของร่างกายเธอที่ยังคงร้อนจากการออกแรง
"ข้าจะฝึกให้เก่งขึ้น" เธอกระซิบ "เพื่อที่วันหนึ่งข้าจะได้ไปเที่ยวทะเลทรายกับท่าน"
ข้าจูบหัวของเธอเบาๆ "ข้าจะพาเ้าไปเที่ยวทะเลทรายเมื่อไหร่ที่มีโอกาส ข้าสัญญา"
คาลิคลุกขึ้นนั่งและยิ้มให้เราทั้งคู่ "ท่านทั้งสองช่างรักกันดีจริงๆ" เขากล่าว "ข้าจะสอนคุณผู้หญิงของท่านต่อไปจนกว่าเธอจะเก่งพอที่จะขี่อูฐได้อย่างแท้จริง"
"ขอบคุณมากท่านคาลิค" ข้าพูดด้วยความขอบคุณ "เ้าช่างใจดีจริงๆ"
ข้ามองเหม่ยซินที่ยังคงกอดข้าอยู่ ใบหน้าของเธอดูมีความสุขและพึงพอใจ ข้าดีใจที่เธอได้พบกับสิ่งใหม่ๆ ที่ทำให้เธอตื่นเต้น และข้าก็ภูมิใจในความกล้าหาญของเธอที่ยอมลองสิ่งที่ยากลำบาก
"เหม่ยซิน เ้าต้องเหนื่อยมากแล้ว" ข้าพูด "ไปอาบน้ำและพักผ่อนเถอะ ข้าจะให้คนรับใช้เตรียมน้ำอุ่นให้"
เธอพยักหน้าและยิ้มให้ข้า "ขอบคุณค่ะท่านพี่"
ขณะที่เหม่ยซินเดินออกไปจากห้อง ข้าหันไปขอบคุณคาลิคอีกครั้ง
"ท่านคาลิค ข้าขอบคุณจริงๆ ที่ท่านสอนเหม่ยซิน เธอดูมีความสุขมาก"
คาลิคยิ้มกว้าง "ไม่เป็ไรครับ คุณผู้หญิงของท่านเป็ศิษย์ที่ดี เธอเรียนรู้เร็วและมีความอดทน ข้าเชื่อว่าเธอจะเป็นักขี่อูฐที่เก่งในไม่ช้า"
ข้าออกจากห้องด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นและมีความสุข ข้าดีใจที่เหม่ยซินได้พบกับความสนใจใหม่ และได้เรียนรู้ทักษะที่จะเป็ประโยชน์ในอนาคต ข้าคิดว่าการขี่อูฐเป็ทักษะที่น่าสนใจ และอาจจะเป็ประสบการณ์ที่ดีสำหรับเราทั้งคู่เมื่อมีโอกาสเดินทางไปยังดินแดนอันไกลโพ้น
ข้ารู้สึกภูมิใจในภรรยาที่กล้าหาญและมุ่งมั่น และขอบคุณคาลิคที่ให้โอกาสเธอได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่จะทำให้ชีวิตของเธอสมบูรณ์ยิ่งขึ้น