วงแหวนนี้เป็นพลังเวทย์สำหรับควบคุม คนที่อยู่ในวงแหวน จะถูกกดดันให้คุกเข่า ไม่เว้นแม้แต่องค์จักรพรรดิ ทุกคนคุกเข่าไม่พอยังต้องก้มหัวโขกกับพื้นหินอย่างแรงด้วย หนึ่ง สอง สาม ทุกคนเงยหน้าขึ้นมา มีเลือดอยู่บนหน้าผากทุกคน องค์จักรพรรดิฉางเซียนมองหน้าเทียนแล้วกัดฟันแน่น
ใบหน้าจักรพรรดิฉางเซียน จู่จู่ก็สะบัดไปมาอย่างเร็ว ซ้ายทีขวาที ใบหน้าบวมเป็นหัวหมู ปากบวมเจ่อพูดออกมาไม่ได้ ที่แท้เป็นเพราะเทียนใช้พลังจิตตบไปที่ใบหน้าของจักรพรรดินี่เอง
“ ครั้งนี้ข้าแค่สั่งสอนเจ้า แทนอาจารย์ จำไว้อย่าคิดตัดนิ้วคนอื่นเพื่อรักษาชีวิตตัวเอง มิเช่นนั้นเจ้าอาจจะไม่มีชีวิตให้รักษาอีกตลอดไป” จากนั้นเทียนก็ใช้ฝ่ามือฟาดคนทั้งหมดให้ลอยไปตามแรงลม ออกไปไกลจากที่นี่จนไกลลิบ
“ นี่คือหยกสื่อสาร ต่อไปมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ ติดต่อข้าไป ลาก่อนศิษย์พี่ทุกคน”
“ เดี่ยวก่อน ถ้าเจ้าไป จักรวรรดิต้าฉิน ไปหาเพื่อนอาจารย์ ชื่อว่า ท่านมู่ชิง ท่านจะให้รายละเอียดกับเจ้าได้” ศิษย์พี่ใหญ่เอ่ยออกมาหลังจากได้เห็นพลังของเทียน
“ ขอบคุณพี่ใหญ่” เทียนเอ่ยจบก็กลับสำนักเทพยุทธ์ก่อนทันที จักรวรรดิต้าฉินค่อยไปทีหลัง
เทียนกลับมาถึงสำนักเทพยุทธ์ อาจารย์เจ้าสำนักกำลังต้อนรับคนสำคัญอยู่พอดี
“ อาเทียนมาคำนับท่านอาจารย์เซียงอี้ ท่านมาจากสำนักม่านกู่ เป็นศิษย์พี่ของอาจารย์” อาจารย์เจ้าสำนักเทพยุทธ์เอ่ยแนะนำ เทียนคำนับอาจารย์เซียงอี้ทันที
“ ท่านอาจารย์ลุง”
“ ไม่เลว อายุเพียง 9 ปี พลังยุทธ์ ถึงอัครพรหมเทพ ระดับ 45 เป็นวิญญาณยุทธ์ระดับ 50 แล้วอืมก็พอใช้ได้” อาจารย์เซียงอี้พยักหน้าด้วยสีหน้าธรรมดา เทียนใช้กำไลลดพลังไม่ได้บอกใคร
“ ศิษย์น้องไม่ต้องให้อาเทียนรอถึง 13 ปี หรอก ข้าสามารถใช้เส้นสายของข้าฝากเข้าไปได้เลย หรือไม่ก็รับเขาเป็นศิษย์ส่วนตัวข้าเอง” อาจารย์เซียงอี้เอ่ย
“ อาเทียน ยังไม่รีบคารวะอาจารย์อีก” เจ้าสำนักรีบสั่ง
“ ท่านอาจารย์” เทียนทำตามที่เจ้าสำนักเทพยุทธ์สั่งทันที
“ ดี ต่อไปเจ้าคือศิษย์ของข้าแล้ว เตรียมตัวเก็บของ พวกเราจะเดินทางกลับสำนักม่านกู่พรุ่งนี้เช้า” ท่านเซียงอี้เอ่ยออกมา เทียนเลยขอตัวไปลาท่านอาจารย์ลี่ชิงกับ นายท่านสี่ก่อน เทียนมาถึงตระกูลลี่ อาจารย์ลี่ชิงเห็นเทียนก็เข้ามากอดทันที
“ เจ้าไปไหนมา อาจารย์เป็นห่วงเจ้ารู้ไหม”
“ อาจารย์ ข้าต้องไปแล้ว อาจารย์เซียงอี้รับข้าเป็นศิษย์ของสำนักม่านกู่แล้ว”
“ อะไรนะ เป็นความจริงหรือ ไหนบอกว่า ต้องอายุ 13 ปียังไง ทำไมรับเจ้าเสียแต่ตอนนี้ล่ะ” อาจารย์ลี่ชิงเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ข้าก็ไม่ทราบ ข้าจะออกเดินทางพรุ่งนี้ ข้าเอาสร้อยคอกับกำไล มาให้ท่านลองใส่ดู” เทียนทำอาวุธวิญญาณมาให้อาจารย์ลี่ชิง
“ กำไลข้ามีเยอะแล้ว ไม่เห็นต้องลำบากซื้อมาเลย” แต่พออาจารย์สวมใส่ ก็รู้สึกสบายไปทั้งตัว รีบถามเทียนทันที
“ นี่คืออาวุธวิญญาณใช่ไหม”
“ ใช่แล้ว นี่คืออาวุธวิญญาณประเภทเพิ่มพลังยุทธ์ อาจารย์ส่งพลังเข้าไป มันจะเพิ่มพลังให้อาจารย์อีก สี่ระดับในขอบเขตอัครพรหมเทพ” เทียนอธิบาย
“ เจ้าทำเป็นด้วยหรือนี่” เทียนพยักหน้าแทนคำตอบ
“ ส่วนสร้อยคอเป็นอาวุธวิญญาณประเภทรักษา และป้องกันพิษ แค่สวมใส่อาการบาดเจ็บภายในก็จะค่อยหาย พิษร้ายยาก กล้ำกลาย” เทียนอธิบายอีก
อาจารย์ลี่ชิงยินดีที่เทียนสามารถทำของพวกนี้ได้ แต่พอรู้ว่าเทียนจะต้องไป ก็อดรู้สึกเศร้าใจไม่ได้ แล้วดึงเทียนเข้ามากอดอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า
“ หากเจ้ามีเวลาให้แวะมาเยี่ยมอาจารย์ด้วย” เทียนพยักหน้ารับคำ เทียนจากมาก็ไปลา นายท่านสี่พอไปถึงนายท่านสีก็ดีใจ
“ นับว่าเป็นโอกาสดีของเจ้าแล้ว พอเจ้าไปถึงทวีปเมฆคราม ช่วยไปเยี่ยมอวี้หลันแทนข้าด้วย” เทียนรับปากนายท่านสี่ จากนั้นเทียนก็กลับสำนักเตรียมตัวเดินทางไปสำนักม่านกู่ต่อไป
วันเดินทางมีเรือเต่ามังกรบิน ของสำนักม่านกู่ มารอรับ อาจารย์เซียงอี้ กับเทียน
“ ศิษย์พี่ ข้าขอฝากอาเทียนกับท่านด้วย”
“ อย่าห่วงเรื่องนี้ ข้าจะดูแลเขาเป็นอย่างดี เจ้าไม่ต้องห่วง” อาจารย์เซียงอี้ให้ความมั่นใจ
“ อาเทียนอยู่กับศิษย์พี่ เจ้าต้องดูแลตัวเอง เชื่อฟังอาจารย์ อย่าทำตัวเหลวไหล”
อาจารย์เจ้าสำนักสั่งสอนเทียนก่อนจากไป แล้วเทียนก็ขึ้นเรือเต่ามังกรบินไปจากที่เมืองเทพยุทธ์ พออยู่บนเรือ อาจารย์เซียงอี้ก็เข้าห้องเก็บตัว บอกให้ศิษย์คนอื่น พาเทียนไปที่ห้องพัก เป็นห้องรวม มีเด็กแบบเทียน พักอยู่40คน เทียนก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แต่หายตัวเข้าไปในเจดีย์ ไม่ให้มีใครเห็น ฝึกวิชาในชั้นสี่ของเจดีย์ ถึงเวลาอาหาร ก็มีคนมาเรียกไปกินรวมกับศิษย์คนอื่น ๆ เทียนก็ไปแต่ไม่เห็นอาจารย์เซียงอี้แต่อย่างใด เทียนมองเด็ก ๆ วัยเยาว์มากมายที่อยู่ในเรือ ล้วนถูกคัดเพื่อมาเรียน ในสำนักม่านกู่อยู่ทั้งหมด ส่วนใหญ่แต่ละคน อายุไม่ถึง 13ปีเช่นกัน คิดว่าอาจารย์เซียงอี้คงมีเส้นสายมากมากอยู่ พอมาถึงสำนักม่านกู่ ก็มีศิษย์ของอาจารย์เซียงอี้คนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“ พวกเจ้าทุกคนฟังทางนี้ นี่คือสำนักม่านกู่ เวลานี้พวกเจ้าได้มาเป็นศิษย์รับใช้ในสำนักม่านกู่แล้ว จงขยันหมั่นเพียร ทำงานตามรุ่นพี่บอก หากครบกำหนดอายุ 13 ปี พวกเจ้าค่อยไปสอบคัดเลือก” เทียนฟังจบก็รู้สึกสงสัยนี่มันหลอกกันชัด ๆ ให้มาเป็นศิษย์รับใช้ แล้วบอกกับอาจารย์จะดูแลเป็นพิเศษ เอาเถอะ ดูไปก่อนก็แล้วกัน
ศิษย์รับใช้ถูกส่งไปห้องโถงใหญ่ เพื่อรวมกับ ศิษย์รับใช้คนอื่น ๆ อีกเกือบสามร้อยคนนั่งกันเต็มไปหมด เทียนถามเด็กวัย 10 ปีคนหนึ่ง มาที่นี่ได้อย่างไร
“ พ่อข้าเป็นรองแม่ทัพเมืองจินอู่ ท่านจ่ายไป 2 ล้านเหรียญกว่าจะได้มาเป็นศิษย์รับใช้ที่นี่”
“ พ่อข้าเป็นเจ้าสำนัก สิงห์โตทอง ก็จ่ายไป 2 ล้านเช่นกัน”
เทียนเห็นเด็กหลายคนที่พอรู้ความ ก็รู้ว่า การรับศิษย์รับใช้ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องเงินทองที่จ่ายให้กับคนที่พามา ล้วนกลายเป็นเรื่องปกติ ส่วนถ้าอยู่ไปแล้วไม่สามารถสอบเข้าได้ ก็เป็นศิษย์รับใช้ต่อไป บางคนอายุ 18 แล้วยังเป็นศิษย์รับใช้อยู่เลย มีรุ่นพี่เข้าจัดแบ่งงานที่จะต้องทำเป็นกลุ่ม มีงานครัว งานสวนสมุนไพร งานโรงซักผ้า งานทำความสะอาดห้องน้ำ งานหลอมศัสตราวุธ เทียนถูกส่งไปอยู่หน่วยงานทำความสะอาดห้องน้ำ แล้วให้ไปนอนที่ห้องพักรวม โดยมีศิษย์รับใช้นอนรวมกัน อยู่ 50 คน เทียนเดินเข้าไปที่เตียงตามเบอร์ที่ให้มา
ในที่สุดก็เจอเตียงที่พัก มีรุ่นพี่วัย 12-18 ปีอยู่เกือบ ยี่สิบคนเดินเข้ามา
“ น้องชายเจ้าเข้ามาใหม่ ต้องทิ้งสมบัติเอาไว้ครึ่งหนึ่งถึงจะอยู่ที่นี่ได้” เทียนหันหน้ามา มองหาคนที่พูด
“ ใครเป็นคนพูด” เทียนถามช้าช้า กำลังคิดอยากจะระบายอารมณ์อยู่พอดี
“ ข้า...เองเจ้าจะ.. ผัวะ ! “ พูดไม่ทันจบ ใบหน้าถูกตบล้มคว่ำไปแล้ว
“ ใครข้องใจอีกไหม” เทียนพูดออกมาแล้วหันไปมองหน้าคนที่เหลือ ที่ถอยหลังออกไป แล้วไปหยิบไม้ มี ดาบ ออกมา แล้ววิ่งเข้าใส่เทียน
“ ดี จะได้ไม่ถูกหาว่าเอาเปรียบ มากันเท่าไรก็มาเลย” จากนั้นเทียนก็ระบายความเครียดด้วยหมัด เท้า เข่า ศอก คนที่เข้ามารุมมีเพียงแค่ สิบกว่าคน ที่เหลือต่างคุกเข่ายอมแพ้ไม่มีใครกล้าหือ อีกเลย เทียนถูกจัดไปนอนที่ห้องหัวหน้าที่ถูกตบคว่ำไปเป็นคนแรก จากนั้นเทียนก็นั่งสมาธิ ดูตำราเวทย์ของอาจารย์ เจอยันต์ที่น่าสนใจ คือยันต์ควบคุมจิต ใครที่พลังจิตต่ำกว่าเทียนสามารถควบคุมจิต หรือหลอกให้หลงในดินแดนมายาได้อย่างใจนึก เลยเริ่มฝึกวิธีเขียนยันต์คุมจิต คืนนั้นเทียนฝึกเขียนหลายร้อยรอบ จนสามารถใช้งานได้ดั่งใจนึก จนกระทั่งเช้า มีรุ่นพี่ 4 คนเข้ามาตามไปทำความสะอาดห้องน้ำ
“ ไปเร็วอย่าช้า ไม่เช่นนั้น มื้อกลางวันนี้อดกินข้าว” ทั้งสี่คนส่งเสียงออกมาเสียงดัง
“ นี่พวกเรามาเป็นทาสพวกแก อย่างงั้นหรือ” เทียนก้าวออกมาจากห้องเพราะได้ยินเสียงตะคอกเสียงดัง
“ ไอ้เด็กใหม่อย่างห้าวให้มากนักไปทำงานได้แล้ว” เทียนปล่อยยันต์ออกไปสี่จุดเข้าใส่ศิษย์ทั้งสี่คน พอโดนยันต์คุมจิตเข้าไป ก็เสียงเปลี่ยนทันที
“ ศิษย์น้อง ไม่ต้องไป ให้คนอื่น ๆ ไป ถึงเวลา พวกเราจะมาพาไปกินข้าว ศิษย์น้องพักให้สบายไปก่อนนะ” จากนั้นศิษย์ทั้งสี่คนก็พาคนอื่น ๆ ไป ให้เทียนอยู่อย่างสบาย ๆ ไม่ต้องทำอะไร เทียนมาถึงสำนักม่านกู่อันมีชื่อเสียงโด่งดังมีลูกศิษย์มากมายนับหมื่นคน จะให้นั่งเฉยได้อย่างไร จึงออกเดินชมสำนักสักหน่อย ไหนๆ ก็มาแล้ว เทียนเดินออกมาเจอกับ ศิษย์พี่กลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ 5 คนเลยเดินเข้าไปหา
“ ศิษย์พี่ทั้งห้าคน พวกท่านรบกวนช่วยพาข้าไปชมสำนักหน่อย จะได้ไหม”
ศิษย์รุ่นพี่ทั้งห้าคนเห็นเทียนอายุแค่นี้ก็หัวเราะ กันครี้นเครง
“ ไอ้หนู เจ้าเพิ่งมาเป็นศิษย์รับใช้ไม่ใช่หรือ จะให้พวกเราพาไปเที่ยวเนี่ยนะ”
“ ไม่ใช่ ข้าอยากให้พวกเจ้ามาเป็นลูกน้องข้า” เทียนเอ่ยกับทุกคน ยิ่งหัวเราะไปกันใหญ่ แต่สักพัก ก็ไม่ใครหัวเราะอีก เพราะทั้งห้าคน ถูกเทียนปล่อยยันต์ควบคุมจิตทั้งหมดไปแล้ว
“ ลูกพี่ อยากไปไหน บอกพวกเรามาเลย” ลูกน้องคนที่ 1 เสนอหน้าทันที
“ อืม ที่นี่มีอะไรให้ทำสนุก ๆ บ้าง” เทียนเอ่ยถาม
“ ที่นี่มีร้านอาหารอร่อยๆ และมีการต่อสู้ของศิษย์สายนอกทุกวัน ลูกพี่อยากไปดูที่ไหนก่อนดี”
“ ไปออกกำลังกายกันก่อนดีกว่า แล้วค่อยไปกินร้านอาหารอร่อย ๆ กัน” เทียนบอกให้พาไปสนามต่อสู้ของศิษย์สายนอก
เทียนมาถึงสนามประลอง มีคนเริ่มทักทายลูกน้องของเทียน
“ ว่าไง 5 พยัคฆ์ทมิฬ วันนี้พาเด็กใหม่มาชมการต่อสู้หรือ”
“ คนนี้คือลูกพี่คนใหม่ของพวกเรา พูดจาอะไรระวังปากด้วย” ลูกน้องเทียนย้อนตอบ แต่กลับทำให้ พวกคนที่เอ่ยถามหัวเราะ เทียนใช้เท้ายัน เปรี้ยงเข้าปลายคาง ลงไปนอนเลือดกลบปาก พูดไม่ออก ทำท่ายกมือให้อีกสิบคนที่เหลือ
เข้าลุย กลุ่มของเทียนทันที เทียนใช้สายฟ้าฟาดเปรี้ยงทีเดียว ทั้งหมดนอนกลิ้งเป็น จิ้งจกย่าง กลิ่นไหม้ไปหมด เทียนนั่งลงแล้วสั่งให้ไปลากคนที่หัวเราะเยาะออกมา
“ ข้าคือ หลี่เทียน ศิษย์ของอาจารย์เซียงอี้ ตอนนี้เป็นหัวหน้าพยัคฆ์ทมิฬ เมื่อสักครู่พวกเจ้าเสียมารยาทต่อพวกเราจะชดเชยอย่างไรดี” เทียนนั่งนิ่งไม่ยอมปล่อยลูกน้องไปลากคนที่เหลือมาคุกเข่าต่อหน้า
“ เจ้าต้องการอะไร”
“ เอาถุงเงินของพวกเจ้าออกมาให้หมด ชดเชยที่กล้าเสียมารยาทต่อข้าและท่านอาจารย์เซียงอี้” เทียนเน้นย้ำ ทุกคนต่างก็ได้ยิน ต่างตกใจที่อาจารย์เซียงอี้รับศิษย์แบบนี้มาด้วยหรือ สุดท้ายทั้งหมดก็โยนถุงเงินให้กลุ่ม 5 พยัคฆ์ทมิฬ
เทียนให้ลูกน้องเก็บไว้ใช้จ่าย และเดินเข้าไปในสนามประลอง ซึ่งมีผู้คนมาชมดูมากมายเกือบพันคน
“ เข้ามาเลย ใครจะอยากประลองกับศิษย์สายนอกอันดับ 10 เจียงเหว่ย ฉายาหมัดตั้กแตนเหล็ก หากใครชนะ เอารางวัล ห้าพัน คะแนนภารกิจไปเลย” โฆษกประกาศ เช่นนี้ เทียนไม่รอช้ากระโดดขึ้นเวทีก่อนใคร
“ ประกาศชื่อออกมา เป็นใคร มาจากไหน” โฆษกรีบเอ่ยถาม
“ หลี่เทียน ศิษย์อาจารย์เซียงอี้ หัวหน้ากลุ่ม 5 พยัคฆ์ทมิฬ” เทียนประกาศออกไป แล้วกระโดดถีบเข้าใส่เจียงเหว่ยเข้าลูกกระเดือกลงไปนอนข้างเวทีดิ้นพล่าน
“ มีใครกล้าขึ้นมาสู้อีกไหม ถ้าชนะข้าได้ เอาเหรียญทองไปเลย 5 ล้านเหรียญ”
เทียนประกาศออกมาเสียงดัง มีคนส่งเสียงฮือกันลั่นสนาม....