รูดบัตรจ่ายเงิน หลินเฟิงใช้เงินรวดเดียวไปอีก 540,000 หยวน เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้าก่อนหน้านี้ บ่ายวันนี้หลินเฟิงใช้เงินไปถึง 600,000 หยวนเต็ม ๆ
ตอนที่จ่ายเงินเสร็จ จางเสี่ยวมานก็ดึงตัวหลินเฟิงเอาไว้กะทันหัน พร้อมกับถามด้วยสีหน้าคาดหวังว่า "สุดหล่อคะ ขอแอดวีแชตหน่อยได้ไหมคะ?"
หลินเฟิงอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้หูของจางเสี่ยวมานแล้วกระซิบถามว่า "เธอไม่กลัวฉันทำตัวรุ่มร่ามลวนลามเธอหรือไง?"
ใบหน้าสวยหวานของจางเสี่ยวมานแดงก่ำ เธอถลึงตาใส่หลินเฟิงทีหนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงฮึดฮัดว่า "ถ้าคุณกล้าทำรุ่มร่ามกับฉัน ฉันก็จะให้คุณรับผิดชอบ!"
"เอ่อ ก็ได้ ฉันขอโทษสำหรับเื่ก่อนหน้านี้ด้วยก็แล้วกัน!" หลินเฟิงลูบจมูกตัวเองแก้เขินพลางเอ่ยขึ้น
"คิก ๆ สายไปแล้วล่ะค่ะ!" จู่ ๆ จางเสี่ยวมานก็ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะร่วน
"หมายความว่าไง?" หลินเฟิงถามหน้าซื่อ
"รีบเอาโทรศัพท์ออกมาเลยค่ะ!" จางเสี่ยวมานจ้องมองหลินเฟิงเขม็ง
หลินเฟิงลูบจมูกด้วยความรู้สึกผิดอยู่ในใจ จากนั้นก็ล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
จางเสี่ยวมานคว้าโทรศัพท์ของหลินเฟิงไป จากนั้นก็นิ้วรัวกดหน้าจออย่างรวดเร็ว และแล้วในรายชื่อเพื่อนบนวีแชตของหลินเฟิงก็มีเพื่อนใหม่ที่ชื่อ 'เสี่ยวมาน' เพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน
"ถ้าคุณกล้าบล็อกฉันล่ะก็ ฉันจะแจ้งความจับคุณข้อหาลวนลามเ้าพนักงานแน่!" จางเสี่ยวมานคืนโทรศัพท์ให้หลินเฟิงแล้วยังไม่วายข่มขู่เขาทิ้งท้าย
หลินเฟิงส่ายหน้าอย่างหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "นี่เธอตั้งใจจะเกาะติดฉันให้ได้เลยใช่ไหม?"
"คิก ๆ ใช่ค่ะ!" จางเสี่ยวมานหัวเราะเสียงหวาน
หลินเฟิง "..."
หลินเฟิงรีบเดินออกจากร้านนาฬิกาแบรนด์หรูด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน คิดไม่ถึงเลยว่าแค่ัันิดเดียว ไม่สิ! คิดไม่ถึงเลยว่าแค่เก็บหีบสมบัติทองแดงมาใบเดียว กลับถูกจางเสี่ยวมานฉวยโอกาสเกาะติดหนึบซะอย่างนั้น!
จิตใจเริ่มว้าวุ่น เขาขอเวลาตั้งสติสักหน่อย
'ดูเหมือนว่าแผนการค้นหาสมบัติของฉันจะต้องเปลี่ยนวิธีการรบใหม่แล้วล่ะ ไม่งั้นขืนเก็บหีบสมบัติทีไรก็ต้องไปล่วงเกินผู้หญิงทุกที มีหวังฉันได้กลายเป็ไอ้โรคจิตที่โดนคนรุมกระทืบจริง ๆ แน่!'
'จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?'
เมื่อมองดูหีบสมบัติทองแดงที่โผล่ให้เห็นอยู่ทุกที่ภายในห้างสรรพสินค้า ท่ามกลางความตื่นเต้น หลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดขมับขึ้นมาอีกครั้ง
การจะเก็บหีบสมบัติได้ จำเป็จะต้องมีการััทางร่างกายกับผู้หญิงพวกนี้ ถ้าไม่ัั ก็ไม่มีทางเก็บหีบสมบัติได้เลยแม้แต่ใบเดียว!
'ยากชะมัด! ไอ้ระบบเวรเอ๊ย แกเอาหีบสมบัติไปไว้บนตัวผู้ชายบ้างไม่ได้หรือไงวะ?'
'เอ่อ ไม่ได้สิ! ขืนไปลูบคลำผู้ชายมันก็ผิดกฎหมายเหมือนกันนี่!... '
ในขณะที่หลินเฟิงกำลังอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หางตาก็เหลือบไปเห็นแสงสีเงินนวลตากลุ่มหนึ่งเข้าพอดี!
'หีบสมบัติเงิน?!'
หลินเฟิงหันขวับไปมองยังทิศทางของต้นกำเนิดแสงนั้นทันที และในกรอบสายตาของเขาก็ปรากฏร่างของหญิงสาวผู้งดงามปานล่มเมืองคนหนึ่ง!
ดวงตากลมโตสุกใส คิ้วโก่งดั่งใบหลิว ขนตายาวงอนกะพริบไหวเบา ๆ ผิวพรรณขาวเนียนไร้ที่ติอมชมพูระเรื่อ ริมฝีปากบางเฉียบเต่งตึงดุจกลีบกุหลาบแรกแย้ม!
ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่จะหน้าตาสะสวยมากเท่านั้น แต่ที่สำคัญคือรูปร่างของเธอยังเซ็กซี่เร่าร้อนสุด ๆ จะบอกว่าเธอเป็สาวงามระดับเดียวกันกับซูเม่ยก็คงไม่ผิดนัก ทว่าในด้านของบุคลิกภาพนั้น เธอกลับดูเหนือกว่าซูเม่ยอยู่หนึ่งขั้น
ถ้าหากเปรียบเทียบซูเม่ยเป็นางปีศาจจิ้งจอกที่คอยยั่วยวนสูบิญญาชายหนุ่ม ผู้หญิงคนนี้ก็เปรียบเสมือนนางฟ้าที่จุติลงมาจากสรวง์อย่างแท้จริง!
ดูเหมือนว่าหญิงสาวเพิ่งจะเดินช้อปปิ้งเสร็จ ในมือของเธอหิ้วถุงพะรุงพะรังเต็มไปหมด ใบหน้างามประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข และหีบสมบัติเงินใบนั้นก็เกาะติดอยู่บนแผ่นหลังของเธอ
นี่คือหีบสมบัติเงินใบที่สองที่หลินเฟิงเคยพบเห็น ไม่ว่ายังไงเขาก็พลาดโอกาสนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด!
หลังจากระงับอารมณ์ตื่นเต้นเอาไว้ได้ หลินเฟิงก็เตรียมตัวจะเดินเข้าไปทักทายทำความรู้จัก แต่ใครจะไปคิดว่าพออีกฝ่ายหันหลังปุ๊บ เธอก็เดินหายเข้าไปในลิฟต์ที่อยู่ด้านข้างทันที
'แย่แล้ว! เป้าหมายกำลังจะหนีไปแล้ว!'
หลินเฟิงสะดุ้งใในใจ เขารีบก้าวเท้าวิ่งตามไปทันที ทว่าประตูลิฟต์กลับปิดลงเสียแล้ว บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ด้านข้างก็ปรากฏลูกศรชี้ลง
'ชั้นใต้ดิน B1? นี่เธอกำลังจะไปที่ลานจอดรถงั้นเหรอ?'
'ช่างเถอะ เพื่อหีบสมบัติเงิน ต่อให้ต้องหน้าด้านหน้าทนแค่ไหนก็ต้องลุยแล้ว!'
หลินเฟิงจึงรีบหมุนตัววิ่งตรงไปยังบันไดหนีไฟอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาลงมาถึงลานจอดรถชั้นใต้ดิน ก็เห็นหญิงสาวคนนั้นขึ้นไปนั่งบนรถสปอร์ตสุดหรูพอดี ได้ยินเพียงเสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม จากนั้นรถสปอร์ตคันนั้นก็แล่นทะยานออกจากลานจอดรถไปอย่างรวดเร็ว
'บ้าชิบ! เธอจะรีบไปไหนเนี่ย? หีบสมบัติเงินของฉัน!'
หลินเฟิงที่ไม่ยอมตัดใจง่าย ๆ ออกตัววิ่งสุดฝีเท้าเพื่อไล่ตามรถสปอร์ตคันนั้นไปอย่างรวดเร็ว
โชคดีที่สภาพการจราจรด้านนอกห้างสรรพสินค้าค่อนข้างติดขัด บวกกับหลังจากที่หลินเฟิงกลายเป็ผู้วิวัฒนาการ ความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นจากคนปกติถึงหลายเท่าตัว
เมื่อเขาวิ่งตามออกมาจนถึงถนนใหญ่ รถสปอร์ตสุดหรูคันนั้นก็ยังคงไม่หลุดลอยไปจากกรอบสายตาของเขา!
ปี๊น ๆ !
บังเอิญในตอนนั้นมีรถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอดตรงหน้าหลินเฟิงพอดี เขาจึงไม่รอช้า รีบดึงประตูรถเปิดออกแล้วขึ้นไปนั่งทันที
"ลูกพี่! ขับตามรถสปอร์ตสีแดงคันข้างหน้าไปให้ทันทีครับ!" หลินเฟิงะโสั่งด้วยความร้อนรน
คนขับแท็กซี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยสีหน้าตื่นเต้นเร้าใจออกมา เขารีบเข้าเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งจนมิด ไล่กวดตามรถสปอร์ตสีแดงคันนั้นไปติด ๆ
"น้องชาย นี่นายกำลังสะกดรอยตามใครอยู่งั้นเหรอ?" คนขับแท็กซี่ถามหลินเฟิงพลางขับรถตามไปพลาง
"ตามผู้หญิงคนหนึ่งน่ะสิ!" หลินเฟิงตอบกลับไปอย่างหงุดหงิด
"เมียนายเหรอ?" คนขับแท็กซี่ยิ่งตื่นเต้นหนักกว่าเดิม เขาไม่ยอมเปิดโอกาสให้หลินเฟิงได้อธิบายอะไรทั้งสิ้น รีบพูดต่อเป็ต่อยหอย
"ฉันจะบอกอะไรให้นะ! จับโจรต้องจับให้ได้พร้อมของกลาง จับชู้ต้องจับให้คาเตียง รถที่เมียนายขึ้นไปนั่งน่ะมันไม่ใช่รถหรูธรรมดา ๆ หรอกนะเว้ย! นั่นน่ะมันเฟอร์รารี่รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ทั่วทั้งเมืองไห่ฉินมีนับคันได้เลยมั้ง..."
หลินเฟิงเบิกตาค้างจ้องมองคนขับแท็กซี่อย่างตื่นตะลึง เขาเพิ่งจะพูดไปแค่สองประโยคเองนะ แต่อีกฝ่ายดันจินตนาการแต่งเื่ซะเป็ละครน้ำเน่าไปได้
'พี่แกดูหนังมากไปหรือเปล่าวะ? กลางวันแสก ๆ แบบนี้ยังอุตส่าห์โยงไปเื่ตามจับชู้ได้อีก? พี่ชาย ว่างจัดจนคิดเพ้อเจ้อหรือไงเนี่ย?'
"...น้องชาย นายวางใจได้เลย ฉันขับแท็กซี่มาสิบกว่าปี ชำนาญเส้นทางในเมืองไห่ฉินทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว ต่อให้หลับตาขับก็ไม่มีทางคลาดสายตาแน่นอน!"
ในที่สุดคนขับแท็กซี่ก็จบการบรรยายอันแสนยืดยาวลงเสียที และเมื่อหลินเฟิงได้ยินคำรับประกันว่าจะไม่คลาดสายตา เขาก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
'เอาล่ะ ขั้นตอนต่อไป ก็ต้องมาคิดหาวิธีกันแล้วว่าจะทำยังไงถึงจะเอาหีบสมบัติเงินใบนั้นมาให้ได้!'
เอี๊ยดดด!
ในตอนนั้นเอง รถแท็กซี่ก็เบรกกะทันหันเข้าจอดเทียบทางเท้า ด้วยแรงเฉื่อยจากการเบรก ทำให้หลินเฟิงหัวทิ่มเกือบจะพุ่งไปกระแทกกับเบาะหน้า
"เกิดอะไรขึ้นครับ?" หลินเฟิงถามออกไปตามสัญชาตญาณ
คนขับแท็กซี่หันมามองหลินเฟิงด้วยสีหน้าแปลก ๆ ก่อนจะชี้มือไปข้างหน้าแล้วพูดว่า "เฟอร์รารี่คันนั้นเหมือนจะจอดแล้วนะ"
"จอดที่ไหนล่ะครับ?"
"นั่นไง จอดอยู่หน้าประตูทางเข้าภัตตาคารซุ่ยเซียวโหลว"
"ภัตตาคารซุ่ยเซียวโหลว?"
"อืม ร้านอาหารระดับห้าดาวน่ะ"
"อ้อ งั้นก็ขอบคุณมากนะครับลูกพี่ ผมขอลงตรงนี้เลยก็แล้วกัน"
คนขับแท็กซี่มองตามแผ่นหลังของหลินเฟิงที่เดินจากไป พลางบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิดว่า "แค่ไฟแดงเดียวเอง ทำเอาซะฉันเืสูบฉีดตื่นเต้นไปหมด บัดซบเอ๊ย!"
...
ตอนที่หลินเฟิงเดินเข้าไปในภัตตาคารซุ่ยเซียวโหลว เขาก็เห็นร่างของหญิงสาวคนนั้นแวบหายไปตรงหัวมุมชั้นสองพอดี เดิมทีเขาตั้งใจจะวิ่งตามขึ้นไป แต่พนักงานสาวคนหนึ่งก็เข้ามาขวางทางเขาเอาไว้เสียก่อน
"คุณผู้ชายคะ ไม่ทราบว่ามากี่ท่านคะ?"
"เอ่อ มาคนเดียวครับ"
"คุณผู้ชายคะ ไม่ทราบว่าได้จองโต๊ะไว้หรือเปล่าคะ?"
"ไม่ได้จองครับ"
"ถ้าอย่างนั้นเชิญตามฉันมาทางนี้เลยค่ะ"
"ชั้นสองเป็โซนอะไรเหรอครับ?"
"ชั้นสองเป็ห้องส่วนตัวค่ะ จำเป็ต้องจองล่วงหน้าถึงจะมีที่ว่างค่ะ"
"อ้อ"
...
และแล้วหลินเฟิงก็เดินตามพนักงานสาวเข้ามาในโถงใหญ่ของภัตตาคารซุ่ยเซียวโหลวอย่างงุนงง และได้นั่งลงที่โต๊ะริมหน้าต่าง
เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ตอนนี้เป็เวลา 17.30 น. แล้ว วันนี้หลินเฟิงมัวแต่ห่วงเื่เก็บหีบสมบัติจนลืมกินข้าวเที่ยงไปเลย พอมาถึงตอนนี้ก็รู้สึกหิวขึ้นมาตงิด ๆ
ดังนั้นเขาจึงนั่งลงอย่างผ่าเผย สั่งอาหารรวดเดียวเจ็ดแปดอย่าง จากนั้นก็จ้องเขม็งไปที่บันไดทางขึ้นชั้นสองเพื่อนั่งรออย่างเบื่อหน่าย
'ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นมาทานข้าว ถ้าอย่างนั้นรอให้เธอกินเสร็จก่อนแล้วค่อยหาจังหวะลงมือก็แล้วกัน?'
'แต่ว่า ทางที่ดีควรจะเลือกลงมือในที่ลับตาคนน่าจะดีที่สุด ต่อให้ต้องใช้วิธีการที่รุนแรงสักหน่อย ฉันก็ต้องเอาหีบสมบัติเงินใบนั้นมาให้ได้!'
วินาทีนี้ หลินเฟิงไม่สนอะไรอีกแล้ว เพื่อหีบสมบัติเงินแล้ว ยอมเป็ 'อันธพาล' สักครั้งจะเป็ไรไป?
...