หลังจากที่ซูเหมยฮวาไปแล้ว นางมิได้สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น นางยังคงคอยดูแลท่านยายจนงานเลิกถึงได้แยกย้ายกันกลับจวน
เื่ที่นางเจอฉินอ๋องกับเซี่ยซีฮั่นนางไม่ได้เล่าให้ครอบครัวฟัง ด้วยเห็นว่าไม่จำเป็ต้องเล่า
กลางดึกคืนนั้นภายในห้องนอนของนางก็มีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาก่อนที่นางจะส่งเสียงเรียกองครักษ์ ปากของนางก็ถูกมือหนาพุ่งเข้ามาปิดเสียก่อน
"หากส่งเสียงข้าจะฆ่าเ้า" นางกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย
"ท่านมีเื่อันใดถึงกับต้องเข้ามาที่เรือนนอนของข้า" ซูเหมยฮวากัดฟันพูดอย่างหงุดหงิด
บุรุษชุดดำ เก่งกาจขนาดเข้ามาถึงเรือนนอนของนางโดยรอดพ้นจากสายตาองครักษ์มากมายได้อย่างไร หรือต้องแจ้งให้ท่านพ่อเปลี่ยนองครักษ์ใหม่
"องครักษ์จวนเ้าช่างไร้ฝีมือ" เหมือนจะเป็พยาธิในท้องของนาง รับรู้ได้ราวกับตาเห็น
"ท่านมีเื่อันใด หากจะแค่มาทดสอบองครักษ์จวนข้าก็กลับไปได้แล้ว ข้าจะนอน"
"เ้าต้องไปกับข้า" ไปไหน นางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย
ท่าทางของนางทำให้ชายชุดดำตรงหน้าถึงกับหายใจสะดุด เสียงร่ำลือที่กล่าวถึงไข่มุกงามในจวนเสนาบดีซูนั้นไม่เกินจริง แววตาของนางที่จ้องมองเขาในคืนที่ตนได้รับาเ็ยังหวนให้นึกถึงทุกคืนวัน
"ข้ามีคนให้เ้าช่วยรักษา"
"ท่านก็ไปตามหมอสิ ข้ามิใช่หมอเสียหน่อย" ชายคนนี้ท่าจะบ้า นางรักษาให้เขาแล้ว แล้วยังจะให้นางไปรักษาให้คนอื่นอีก
"ต้องเป็เ้า หยิบกล่องของเ้ามาอย่าพูดมาก" เขาถลึงตาใส่นาง
นางเบ้ปากใส่ อย่างหมั่นไส้ จะใช้คนแต่กลับพูดดีไม่ได้ เขาไม่สนใจว่านางจะพอใจหรือไม่ เมื่อนางหยิบกล่องเครื่องมือแพทย์ออกมาเขาก็ดึงกล่องมาถือเอง พร้อมกับรวบเอวนางะโออกจากหน้าต่างไป
ซูเหมยฮวายังไม่ทันได้สงบสติอารมณ์ของตน เขาก็พามาถึงที่เรือนพักแห่งหนึ่งแล้ว
"ข้าจะช่วยท่านแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น" นางทุบเขาไปที อาหารที่กินจากงานเลี้ยงยังไม่ย่อยดีแทบจะออกมาทั้งหมด
"พูดมาก!!! เข้าไปดูคนเจ็บ" มือหญิงสาวที่ทุบมาที่อกนั้นไม่ได้ทำให้เข้ารู้สึกเจ็บ แต่ทำให้เขารู้สึกคันในอกเท่านั้น จนเขาต้องกลบเกลื่อนเป็ตะคอกนางแทน
ซูเหมยฮวาเหนื่อยมาทั้งวันนางอยากจะรีบรักษารีบกลับไปนอน จึงเลิกสนใจเขา เดินเข้าไปดูคนเจ็บแทน
นางมิได้พูดสิ่งได้ เพียงลงมือถอดเสื้อของคนเจ็บ แต่ก่อนที่มือนางจะถึงตัวคนเจ็บ ชายชุดดำจับข้อมือนางไว้ นางเงยหน้ามองอย่างสงสัยว่าจะหยุดนางทำไม
"หืม ไม่ต้องถอด"
"แล้วจะให้เอาธนูออกอย่างไร" นางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
เขาไม่ตอบแต่ลงมือตัดเสื้อคนเจ็บให้เห็นเพียงาแเท่านั้น นางถอดหายใจ เข้าใจว่าชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน นี่คือสิ่งที่ซูเหยมยฮวาคิด แน่นอนว่าชายชุดดำไม่คิดเช่นนางแน่นอน
"ตัดเพิ่มอีกหน่อย เช่นนี้ข้าไม่สะดวก" เขาลงมือตัดเพิ่มอย่างว่าง่าย
ทุกการกระทำของซูเหมยฮวาอยู่ในสายตาของเขาตลอด แม้ตอนที่นางเช็ดเื ล้างแผล เขาเหมือนอยากจะเข้ามาทำแทนนาง
ซูเหมยฮวาฉีดยาชาให้คนเจ็บก่อนกรีดเปิดปากแผลเพื่อดึงธนูออก ทุกขั้นตอนของล้วนทำอย่างคล่องแคล่ว ตอนที่นางเย็บแผลเหงื่อของนางไหลนางจึงเอ่ยปากบอกเขา ให้เขาช่วยเช็ดให้นาง
"เ้าทำอันใด" เขาถามขึ้นตอนที่ซูเหมยฮวาฉีดยาชา
"สิ่งนี้จะช่วยให้เขาไม่รู้สึกเจ็บ และทำให้เขาหลับไปสักพัก แม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้สติ หากเขาตื่นขึ้นมาตอนที่ข้ารักษาจะยุ่งยากเกินไป"
"ตอนนั้นเ้าไม่ได้ใช้สิ่งนี้กับข้า" เขาจ้องนางอย่างคาดคั้น
"ก็ ก็เ้าทนได้" นางตอบแบบขอไปที
"เช็ดเหงื่อให้ข้าหน่อย" เขาชะงักไปแล้วเดินมาเช็ดเหงื่อให้นาง
"เสร็จแล้ว นี่ยาท่านให้เขากินตอนปวดแผลทุกสองชั่วยาม และเม็ดนี้กินหลังอาหารจนกว่าจะหมด"
"เ้าไปส่งข้าได้แล้ว ข้าเหนื่อยจนไม่ไหวแล้ว" เขารู้ว่านางเหนื่อยจริงจึงพากลับไปส่ง
ขามายังไง ขากลับก็เช่นนั้น นางเคยเห็นแต่ในซีรีส์กำลังภายใน แต่พอได้มาััเองมันช่าง เดี๋ยวก็ชิน
นางมาถึงก็ไล่เขากลับไป เพราะนางอยากอาบน้ำก่อนนอน เหงื่อนางออกขนาดนั้นให้นางนอนเลยคงจะทำใจได้ยาก
"ซิงอี ซิงเอ้อ เ้าเตรียมน้ำให้ข้าหน่อย" สาวใช้เริ่มจะชินแล้วสำหรับการอาบน้ำก่อนนอนของคุณหนู แต่ที่พวกนางแปลกใจเพราะคุณหนูของนางอาบน้ำไปแล้วตอนที่พวกนางส่งคุณหนูเข้านอน
"คุณหนู ทำไมเหงื่อออกขนาดนี้เ้าคะ หรือคุณหนูไม่สบาย ให้บ่าวตามหมอหรือไม่เ้าคะ" ซิงอีดูจะใอย่างยิ่ง อากาศเย็นถึงเพียงนี้แต่คุณหนูของนางเหงื่อออก
"ไม่ต้อง ไม่ต้อง ข้าร้อนเท่านั้น"
ภายในเรือนหลังจากที่ซูเหมยฮวาจากมา
"ท่านไปหาหมอจากที่ใดมารักษาหยางหลาง"
"บังเอิญเจอมา"
"ไม่น่าเชื่อดูแผลนี่สิ ฝีมือดียิ่งนัก"
"ใช่ ดีจริงๆ"
"ท่านไม่รับเข้าจวนเป็หมอประจำจวนดีหรือไม่"
"ไม่จำเป็"
"หมอจากโรงหมอไหน ไว้ข้าต้องขอพบหน่อยเสียแล้ว"
"ไม่ได้"
"..."
สองบุรุษพูดคุยกันอยู่ในเรือนพัก ตอนนี้คนที่ถูกพูดถึงนอนหลับสบายเสียแล้ว
ซูเหมยฮวากลายเป็แขกประจำของจวนตระกูลเฟิ่ง ป้าสะใภ้ทั้งสองของนางก็ล้วนแต่เอ็นดูนาง ทั้งคู่มักจะจับซูเหมยฮวาแต่งตัว พวกนางไม่มีบุตรสาว เครื่องประดับ แพรพรรณทั้งหลายล้วนนำมาให้นาง
ทุกครั้งที่นางกลับจวนจะมีหีบน้อยหีบใหญ่ติดมือมาด้วยทุกครั้ง จนนางต้องเอ่ยปากว่าถ้ายังให้นางอีกนางจะไม่มาแล้ว แต่ก็ยังคงมีติดมือนิดหน่อย
"น้องเล็กเ้าไม่ออกไปบ้านท่านยายหรือวันนี้" หวังหย่งหยอกน้องสาวที่ตอนนี้นางแทบจะขนเสื้อผ้าไปนอนจวนท่านตา ลูกพี่ลูกน้องตระกูลเฟิ่งเจอหน้านางมากกว่าเขาที่เป็พี่ชายเสียอีก
"พี่ใหญ่ไม่รักน้องเสียแล้ว ท่านจะไล่น้องออกจากบ้านแล้วหรือ" นางแสร้งก้มหน้าร้องไห้ไหล่สั่น
"น้องเล็กของพี่เป็อันใด" หลิวเหล่ยะโเสียงดังมาแต่ไกล ทำให้คนที่แกล้งร้องไห้ยังใจนตาโต แต่มีบุรุษมาด้วยกับเขาอีกสองคน
หนึ่งในนั้นคือลู่เสียน แต่อีกคนนางเพิ่งเคยเจอครั้งแรก บุรุษคนนี้สูงโปร่ง ท่าทางสง่า สมกับเป็บัณฑิต ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี เพียงแต่ดูเหลืองซีดคล้ายคนอมโรคไปเสียหน่อย
"พี่ใหญ่ น้องเล็ก สหายข้า หรงหลีิ่ ขอรับ"
"คารวะคุณชายหรง พี่เสียนเ้าค่ะ" พี่ใหญ่เพียงพยักหน้าให้
"ข้าชวนสหายมาศึกษาตำราที่จวนขอรับ" พี่รองหันไปแจ้งกับพี่ใหญ่
"เช่นนั้นน้องขอตัวก่อนนะเ้าค่ะ ไม่รบกวนเวลาของท่านพี่กับสหายแล้ว"
"พี่ใหญ่ น้องเล็กประเดี๋ยวพวกข้าจะออกไปเหลาอาหาร ไปด้วยกันนะขอรับ" พี่รองส่งสายตาให้พี่ใหญ่
"ได้/เ้าค่ะ"